อายุยืนขึ้น เงินเกษียณไม่พอทำอย่างไร

โดย วริศรา สาระขวัญ AFPT™ ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
TSI-Article-FL-138-Thumbnail_living-longer-retirement-savings-not-enough
Highlight
  • อายุยืนขึ้น = ใช้เงินหลังเกษียณนานขึ้น เงินเกษียณอาจไม่พอ โดยเฉพาะเมื่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น

  • สังเกตสัญญาณเตือนให้ทัน เช่น ค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่คิด เงินลงทุนโตไม่ทันค่าครองชีพ หรือเริ่มพึ่งพาคนอื่นมากขึ้น

  • เงินเกษียณไม่พอ แก้ได้ถ้าเริ่มเร็ว ด้วยการปรับแผนใช้เงิน ใช้สวัสดิการและเครื่องมือทางการเงินให้คุ้มค่า ดูแลสุขภาพ และเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้

Longevity หรือการมีอายุยืนยาว เป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน ทำให้เริ่มหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง อายุที่ยืนขึ้นก็กลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ในชีวิตวัยเกษียณเช่นกัน เพราะถ้าเราไม่มีวางแผนการเงินที่ดี เงินที่เก็บไว้ใช้ในวัยเกษียณอาจไม่เพียงพอ จนเกิดเป็นปัญหาการเงินตามมา ดังนั้น การวางแผนการเงินเพื่อรองรับอายุที่ยืนยาวมากขึ้น เป็นสิ่งที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

อายุยืนขึ้น ความเสี่ยงทางการเงินที่หลายคนมองข้าม

คนเรามีอายุยืนยาวขึ้น เพราะการแพทย์พัฒนาและคุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่ในมุมการวางแผนการเงิน อายุที่ยืนยาวมากขึ้นหมายถึงระยะเวลาการใช้เงินหลังเกษียณที่ยาวนานขึ้นด้วยเช่นกัน หรือพูดง่าย ๆ คือ ช่วงเวลาที่ใช้เงินหลังเกษียณมากกว่าช่วงเวลาที่เราเก็บเงินนั่นเอง

อายุขัยเฉลี่ยคนไทยอยู่ที่เท่าไหร่

TSI-Article-FL-138-life-expectancy-in-thailand
อ้างอิงข้อมูลอายุคาดเฉลี่ยของคนไทย พ.ศ. 2562-2567 จากเว็บไซต์สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ พบว่า อายุคาดเฉลี่ย (LE) เมื่อแรกเกิด อยู่ที่ 75-76 ปี และเมื่อมีอายุถึง 60 ปี อาจอยู่ต่อไปได้อีก 21-22 ปี หรืออายุประมาณ 80 ปีขึ้นไป

อายุยืนขึ้น ทำไมถึงกลายเป็นปัญหาการเงิน

จากข้อมูลข้างต้น หากเราดูที่อายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาวะ (HALE) หรืออายุที่เรายังมีสุขภาพที่สมบูรณ์ พบว่า เมื่ออายุถึง 60 ปี อาจอยู่ต่อไปได้อีก 15-16 ปี หรือพูดง่าย ๆ คือ เราอาจมีช่วงเวลาที่เจ็บป่วยก่อนเสียชีวิตประมาณ 5-7ปี ซึ่งอาจหมายถึงค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลสูงขึ้นนั่นเอง

 

นอกจากนั้น หลายคนเวลาวางแผนเกษียณมักอ้างอิงจากอายุขัยเฉลี่ยในอดีต โดยไม่ได้เผื่อความเป็นไปได้ว่า ตัวเองอาจมีอายุยืนยาวกว่าค่าเฉลี่ย หากเงินที่เตรียมไว้หมดลงก่อนเวลา ก็อาจไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในช่วงบั้นปลายชีวิต ดังนั้น การวางแผนการเงินควรเผื่อทั้งเรื่องอายุที่ยืนขึ้นและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคตควบคู่กันไป

สัญญาณเตือน เงินเกษียณอาจไม่เพียงพอ

การรับรู้และเตรียมตัวรับมือล่วงหน้าว่า เงินเกษียณอาจไม่เพียงพอจะช่วยให้เรามีเวลาปรับแผนและหาทางแก้ไขได้ทันท่วงที ตัวอย่างสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม เช่น

ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณสูงกว่าที่คิด

เราประมาณการค่าใช้จ่ายหลังเกษียณไว้ต่ำเกินไป โดยคิดว่าเมื่อเกษียณแล้วจะใช้เงินน้อยลง แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม โดยเฉพาะในช่วงแรกของการเกษียณที่เรายังมีสุขภาพแข็งแรง เราอาจใช้จ่ายกับกิจกรรมที่เราอยากทำ เช่น ท่องเที่ยว, งานอดิเรกที่ชอบ เป็นต้น

เงินออมหรือเงินลงทุนโตไม่ทันค่าครองชีพ

หากอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ จะทำให้กำลังซื้อของเราค่อย ๆ ลดลง จากสิ่งที่เคยซื้อของได้เต็มตะกร้าอาจซื้อได้เพียงครึ่งตะกร้าเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้น จึงควรทบทวนและติดตามความคืบหน้าของการเก็บเงินเกษียณของเราอย่างสม่ำเสมอ

เริ่มพึ่งพาครอบครัวหรือคนอื่น ๆ

หากเราเริ่มต้องขอความช่วยเหลือทางการเงินจากครอบครัวหรือคนอื่น ๆ บ่อยขึ้น อาจเป็นสัญญาณว่าเงินที่มีอยู่เริ่มไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ยังอาจกระทบต่อความสบายใจและความสัมพันธ์ในครอบครัว ดังนั้น การวางแผนการเงินให้สามารถดูแลตัวเองได้มากที่สุด จึงช่วยให้ใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมั่นใจ

เงินเกษียณไม่พอ ควรทำอย่างไรดี

เมื่อเราเริ่มตระหนักว่า เงินเก็บเพื่อเกษียณอายุของเราอาจไม่เพียงพอ อย่าเพิ่งตกใจ มีไอเดียเบื้องต้นจากบทสัมภาษณ์ คุณนิพพิชฌน์ โกวิทวณิชกานนท์ นักวางแผนการเงิน CFP ในหัวข้อ “ถ้าอายุ 100 ปี เงินเกษียณไม่พอ ทำยังไง”

ปรับแผนใช้เงินให้อยู่นานขึ้น

สิ่งแรกอย่างแรกนั่นคือ การบริหารจัดการเงินเกษียณที่มีอยู่ให้ใช้ได้นานขึ้น เริ่มจากการทบทวนค่าใช้จ่ายหลังเกษียณทั้งหมด แยกให้ออกว่าอะไรจำเป็นและอะไรที่สามารถลดหรือปรับได้ พร้อมมองหาโอกาสสร้างรายได้เสริมหลังเกษียณที่เหมาะกับวัยและสุขภาพ

ใช้สวัสดิการที่มีให้คุ้มค่า

เช็กสิทธิและสวัสดิการที่เราได้รับ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, สิทธิประกันสังคมกรณีชราภาพ เป็นต้น การเข้าถึงสวัสดิการเหล่านี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้มาก ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

เครื่องมือทางการเงินช่วยวางแผนระยะยาว

มีเครื่องมือทางการเงินหลายอย่างที่สามารถวางแผนรับมือกับการมีอายุที่ยืนยาวขึ้นได้ เช่น ประกันบำนาญ เหมาะกับคนที่ต้องการสร้างรายได้ประจำหลังเกษียณ ในขณะที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (กองทุน RMF) ช่วยเสริมเงินออมเพื่อเกษียณให้มากขึ้น

ดูแลสุขภาพ

การป้องกันดีกว่าการรักษา การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่เป็นค่าใช้จ่ายหลักหลังเกษียณได้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี จะช่วยให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีและใช้เงินในการรักษาพยาบาลน้อยลง

พึ่งพาครอบครัว

หากเงินเกษียณไม่เพียงพอจริง ๆ อาจสื่อสารกับคนในครอบครัว เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจและวางแผนร่วมกัน อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาครอบครัวไม่ควรเป็นทางเลือกแรกหรือทางเลือกเดียว ควรมองหาทางเลือกอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วยเพื่อไม่ให้เป็นภาระมากเกินไปกับคนในครอบครัวที่อาจมีภาระค่าใช้จ่ายของตัวเองอยู่แล้ว

ปล่อยเช่าหรือขายทรัพย์สินที่มีอยู่

หากมีทรัพย์สินอย่างบ้าน ที่ดิน หรือรถ ที่ไม่ได้ใช้งานหรือใช้งานน้อย อาจขายเพื่อนำเงินก้อนมาเสริมเงินเกษียณ โดยเฉพาะทรัพย์สินที่มีค่าบำรุงรักษาสูงหรือทำให้เสียเงินไปโดยไม่จำเป็น หรือหากมีบ้านขนาดใหญ่เกินความจำเป็น ก็อาจขายแล้วซื้อบ้านขนาดเล็กที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ และนำเงินส่วนต่างมาเป็นทุนเลี้ยงชีพหลังเกษียณ นอกจากนี้ การให้เช่าทรัพย์สินแทนการขายก็อาจเป็นอีกทางเลือกที่สร้างรายได้ประจำได้ เช่น การให้เช่าบ้าน, การให้เช่าที่จอดรถ, การให้เช่าพื้นที่ส่วนหนึ่งของบ้านสำหรับทำธุรกิจขนาดเล็ก


เนื้อหานี้มีประโยชน์กับคุณแค่ไหน?


เริ่มปรับแผนเกษียณวันนี้ ยังไม่สาย

ไม่ว่าเราจะอยู่ในช่วงไหนของชีวิต การปรับแผนเกษียณไม่มีคำว่าสายเกินไป ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไร ก็จะมีเวลาในการสร้างหรือเพิ่มเงินเกษียณมากขึ้นเท่านั้น หากยังทำงานอยู่ อาจเพิ่มสัดส่วนการออมและพิจารณาเครื่องมือการลงทุนที่เหมาะสมกับอายุและความเสี่ยงที่ยอมรับได้

 

ส่วนคนที่เกษียณแล้วและพบว่าเงินไม่เพียงพอ ยังมีหลายทางเลือกที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ตั้งแต่การลดค่าใช้จ่าย หารายได้เสริม จนถึงการใช้สิทธิและสวัสดิการต่างๆ ที่มีอยู่

 

หรือหากไม่แน่ใจ สามารถปรึกษานักวางแผนการเงิน ให้ช่วยวิเคราะห์สถานการณ์การเงินและแนะนำแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละคน

สรุป

การมีอายุยืนยาวขึ้น เป็นความท้าทายสำหรับการวางแผนการเงิน เพราะหมายถึงการต้องใช้เงินหลังเกษียณนานขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้ามคือ ค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่คาด เงินออมหรือเงินลงทุนโตไม่ทันค่าครองชีพ และเริ่มพึ่งพาคนอื่นมากขึ้น ดังนั้น การวางแผนเกษียณควรเผื่ออายุที่ยืนยาว ปรับการใช้เงิน ใช้สวัสดิการและเครื่องมือทางการเงินให้เหมาะสม ดูแลสุขภาพ และเริ่มปรับแผนตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงตลอดช่วงบั้นปลายชีวิต


มัดรวมเรื่องต้องรู้ บริหารเงินหลังเกษียณ

รวมคอร์สเรียนออนไลน์ ฟรี! บน SET e-Learning เรื่องการเงินต้องรู้หลังเกษียณ ทั้งหลักการบริหารเงิน การปรับพอร์ตลงทุน วางแผนภาษี และวางแผนมรดก เพื่อใช้ชีวิตหลังเกษียณในแบบที่เราต้องการ


บทความที่เกี่ยวข้อง