เมื่อผู้ลงทุนเข้ามาซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้ลงทุนมีหน้าที่จะต้องรับผิดชอบเสียภาษีอากรตามที่กฎหมายกำหนดให้ถูกต้องและครบถ้วน โดยสรุปรายละเอียดเบื้องต้น ดังต่อไปนี้
no
ภาษีอากรของผู้ลงทุน
1.1 ผู้ลงทุนไทย และผู้ลงทุนต่างประเทศที่ประกอบกิจการในประเทศไทย
ผู้ลงทุนไทย และผู้ลงทุนต่างประเทศที่ประกอบกิจการในประเทศไทย
ประเภทเงินได้ บุคคลธรรมดานิติบุคคล
กำไรจากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ / ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Capital Gain) 
  • ได้รับยกเว้นภาษี
    (ข้อ 2 (23) และ (75) ของกฎกระทรวงฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509))
  • ต้องนำไปรวมเป็นรายได้เพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • ไม่มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย
เงินปันผล (Dividend)
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10%
    ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถเลือกนำเงินปันผลไปรวมเป็นรายได้เพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีหรือไม่ก็ได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    • เลือกไม่นำไปรวมคำนวณภาษี (Final Tax) (มาตรา 48 (3) วรรค 2 แห่งประมวลรัษฎากร) หรือ
    • เลือกนำไปรวมคำนวณภาษี โดยอาจได้รับเครดิตภาษี และเสียภาษีเงินได้ตามอัตราก้าวหน้า (มาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร)
  • ได้รับยกเว้นภาษีเฉพาะในกรณีได้รับเงินปันผลจากบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
    (มาตรา 34 แห่ง พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520)
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10%
  • ได้รับยกเว้นภาษีเฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้
    1. ผู้ลงทุนเป็นบริษัทจดทะเบียนโดยถือหุ้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือนก่อน และ 3 เดือนหลังวันที่ได้รับเงินปันผล (มาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร)
    2. ผู้ลงทุนได้ถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายเงินปันผล ไม่น้อยกว่า 25% ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง โดยถือหุ้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือนก่อน และ 3 เดือนหลังวันที่ได้รับเงินปันผล และบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทผู้ลงทุน (มาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร)
    3. ได้รับเงินปันผลจากบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) (มาตรา 34 แห่ง พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520)
1.2 ผู้ลงทุนต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในประเทศไทย
ผู้ลงทุนต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในประเทศไทย
ประเภทเงินได้ บุคคลธรรมดานิติบุคคล*
กำไรจากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ / ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Capital Gain) 
  • ได้รับยกเว้นภาษี
    (ข้อ 2 (23) และ (75) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509))
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15%
เงินปันผล (Dividend)
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10%
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10%

* หมายเหตุ กรณีผู้ลงทุนต่างประเทศโปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนได้ที่หัวข้อ
2
อนุสัญญาภาษีซ้อน และโปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร www.rd.go.th หัวข้อ “อนุสัญญาภาษีซ้อน” เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อตกลงในอนุสัญญาภาษีซ้อนของแต่ละประเทศ
no-1
อนุสัญญาภาษีซ้อน
สำหรับกำไรที่เกิดขึ้นจากการขายหลักทรัพย์ (Capital Gain) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากผู้ลงทุนต่างประเทศที่เป็นนิติบุคคลจะมีหน้าที่เสียภาษีจากกำไรที่เกิดขึ้นจากการขายหลักทรัพย์ (Capital Gain) ในประเทศไทย (ดังที่ระบุในหัวข้อ
1
ภาษีอากรของผู้ลงทุน) แล้ว ยังอาจมีหน้าที่ต้องเสียภาษีในประเทศของตนอีกด้วย ดังนั้น กรมสรรพากรจึงได้เจรจาและจัดทำอนุสัญญาภาษีซ้อนกับนานาประเทศ เพื่อเป็นการบรรเทาและขจัดการเสียภาษีซ้ำซ้อน โดยในปัจจุบัน ประเทศไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศต่าง ๆ จำนวนทั้งสิ้น 61 ประเทศ  
 
โดยมีข้อมูลสรุปการได้รับยกเว้นภาษี Capital Gain ในประเทศไทย จากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ของประเทศต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
ปรับปรุงข้อมูลตามเว็บไซต์ของกรมสรรพากร  (www.rd.go.th) ล่าสุด ณ เดือนมีนาคม 2566
ประเทศการได้รับยกเว้นภาษี Capital Gain ในประเทศไทย
จากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน
ได้รับยกเว้นภาษีในประเทศไทยได้รับยกเว้นภาษีในประเทศไทย
ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไขที่ DTA กำหนด*
ไม่ได้รับยกเว้นภาษีในประเทศไทย
1.กัมพูชา  ✓
2.เกาหลีใต้ ✓ 
3.แคนาดา ✓ 
4.คูเวต✓  
5.จีน  ✓
6.ชิลี  ✓
7.เชค  ✓
8.เซเซลส์  ✓
9.ไซปรัส ✓ 
10.ญี่ปุ่น  ✓
11.เดนมาร์ก✓  
12.ไต้หวัน✓  
13.ตุรกี ✓ 
14.ทาจิกิสถาน ✓ 
15.นอร์เวย์ ✓ 
16.นิวซีแลนด์  ✓
17.เนเธอร์แลนด์ ✓ 
18.เนปาล  ✓
19.บาเรนห์  ✓
20.บังคลาเทศ✓  
21.บัลแกเรีย  ✓
22.เบลเยี่ยม✓  
23.เบลารุส  ✓
24.ปากีสถาน✓  
25.โปแลนด์  ✓
26.ฝรั่งเศส✓  
27.พม่า ✓ 
28.ฟินแลนด์  ✓
29.ฟิลิปปินส์ ✓ 
30.มอริเซียส✓  
31.มาเลเซีย  ✓
32.ยูเครน  ✓
33.เยอรมัน✓  
34.รัสเซีย  ✓
35.โรมาเนีย  ✓
36.ลักเซมเบอร์ก  ✓
37.ลาว✓  
38.เวียดนาม  ✓
39.ศรีลังกา  ✓
40.สเปน ✓ 
41.สวิตเซอร์แลนด์ ✓ 
42.สวีเดน  ✓
43.สหรัฐอเมริกา  ✓
44.สิงคโปร์ ✓ 
45.สโลเวเนีย ✓ 
46.ออสเตรเลีย  ✓
47.ออสเตรีย  ✓
48.อังกฤษ และไอร์แลนด์เหนือ ✓ 
49.อาร์เมเนีย  ✓
50.อิตาลี✓  
51.อินเดีย  ✓
52.อินโดนีเซีย  ✓
53.อิสราเอล ✓ 
54.อุซเบกิสถาน ✓ 
55.อามิเรตส์✓  
56.เอสโตเนีย ✓ 
57.แอฟริกาใต้  ✓
58.โอมาน✓  
59.ไอร์แลนด์ ✓ 
60.ฮังการี  ✓
61.ฮ่องกง ✓ 

* หมายเหตุ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเงื่อนไขที่ DTA กำหนดได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร (www.rd.go.th)

vector_tax
Group 13974
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ค่าธรรมเนียมหรือค่านายหน้าในการซื้อขายหลักทรัพย์: ผู้ลงทุนจะถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้การบริการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ในอัตราร้อยละ 7* ของค่าธรรมเนียมหรือค่านายหน้า ในการซื้อขายตามที่บริษัทหลักทรัพย์นั้นเรียกเก็บ
  • การขายหลักทรัพย์ : ไม่ถือว่าเป็นการให้บริการ ที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลเพิ่ม ผู้ลงทุนจึงไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการซื้อขายหลักทรัพย์
* หมายเหตุ อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายของภาครัฐ ผู้ลงทุนสามารถติดตามข้อมูลอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร (www.rd.go.th)

vector_stamp
Group 13973
อากรแสตมป์
การโอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ และพันธบัตรที่มีตราสารการโอน ผู้โอนจะต้องเสียอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาทสำหรับทุกจำนวน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท โดยคิดตามราคาหุ้นที่ชำระแล้วหรือตามราคาในตราสาร (แล้วแต่ว่าจำนวนใดจะมากกว่ากัน) เว้นแต่เป็นการโอนหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) เป็นนายทะเบียน หรือการโอนพันธบัตรของรัฐบาล จะได้รับยกเว้นอากรแสตมป์ดังกล่าว (มาตรา 6 (10) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500)