เงินเกษียณควรมีเท่าไหร่

โดย วริศรา สาระขวัญ AFPT™ ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
TSI-Article-FL-137-Thumbnail_retirement-savings-how-much-is-enough
Highlight
  • เงินเกษียณไม่มีตัวเลขที่แน่นอนขึ้นอยู่อายุ ไลฟ์สไตล์ และค่าใช้จ่ายที่ต้องการหลังเกษียณ

  • ควรประเมินทั้งเงินออมที่มีอยู่และเงินที่ต้องออมเงินเพิ่ม หากยังไม่เพียงพอต้องปรับแผน

  • การเริ่มวางแผนเร็ว และเผื่อความเสี่ยงอย่างเงินเฟ้อ อายุยืน และค่ารักษาพยาบาล จะช่วยให้เกษียณได้อย่างมั่นคง

เมื่อถามว่า “ตอนนี้เราเก็บเงินเกษียณได้เท่าไหร่แล้ว” บางคนอาจรู้สึกว่ายังอีกไกล ในขณะที่บางคนอาจเริ่มกังวลว่าไม่ทันแล้ว แต่ไม่ต้องกังวลเกินไป เพราะการเริ่มวางแผนเกษียณตั้งแต่วันนี้ ตั้งแต่วันที่เรารู้ตัว (ย่อมดีกว่าไม่เริ่มเลย) แล้วเงินเกษียณควรมีเท่าไหร่ ต้องออมเดือนละเท่าไหร่ ถึงจะใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างสบายใจและมีความสุข มาหาคำตอบไปพร้อมกัน!

ทำไมวางแผนเกษียณจึงสำคัญ

หลายคนเมื่อพูดถึงคำว่า “เกษียณอายุ” แล้วมักคิดถึงการที่เราไม่ต้องทำงานประจำแล้ว จึงรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้ว การเกษียณอายุไม่ได้หมายถึงการหยุดทำงานเสมอไป แต่อาจหมายถึงการใช้ชีวิตแบบที่เราต้องการ ได้ทำในสิ่งที่ชอบโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน บางคนก็ยังเลือกมองหาอาชีพหลังเกษียณ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้หลังเกษียณ ดังนั้น การวางแผนเกษียณจึงเป็นเรื่องที่ทุกเพศ ทุกวัยสามารถเริ่มได้ทันที และยิ่งเริ่มเร็ว ก็ยิ่งมีเวลาเตรียมตัวและเรียนรู้มากขึ้น

เงินเกษียณควรมีเท่าไหร่ คิดยังไง

จำนวนเงินเกษียณที่ต้องเตรียม ไม่ได้มีตัวเลขที่แน่นอนสำหรับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม จากบทสัมภาษณ์คุณดุษณี เกลียวปฏินนท์ นักวางแผนการเงิน CFP ได้ให้ไอเดียช่วยให้คำนวณเงินเกษียณได้ง่ายขึ้น นั่นคือ “วันนี้ – วันนั้น (วันเกษียณ) - วันตาย” เพื่อให้เรารู้ว่ายังมีเวลาออมเงินเท่าไหร่ก่อนถึงวันเกษียณ และเมื่อเกษียณอายุแล้ว เราต้องมีเงินเพียงพอสำหรับใช้จ่ายจำนวนเท่าไหร่ ไปอีกนานแค่ไหน

TSI-Article-FL-137-01-retirement-planning-how-to-calculate

ปัจจัยที่มีผลต่อการเตรียมเงินหลังเกษียณ

จำนวนเงินเกษียณไม่มีตัวเลขที่แน่นอน เพราะแต่ละคนมีรูปแบบการใช้ชีวิตและความต้องการไม่เหมือนกัน เช่น 
  • อายุ
    เราต้องกำหนดอายุที่เริ่มเก็บต้นเก็บเงินเกษียณ อายุที่ต้องการเกษียณ และอายุขัยโดยเฉลี่ย ตัวอย่างเช่น หากปัจจุบันอายุ 30 ปี ต้องการเกษียณอายุ 60 ปี และพบว่าอายุขัยเฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ 85 ปี หมายความว่า เราจะมีเวลาเก็บเงิน 30 ปี (อายุ 60-30 ปี) เพื่อใช้เงินหลังเกษียณไปอีก 25 ปี (อายุ 85-60 ปี)

    แต่ถ้าอยากเกษียณเร็วขึ้นที่อายุ 50 ปี เราจะเหลือเวลาเก็บเงินเพียง 20 ปี ขณะที่ช่วงเวลาที่ต้องใช้เงินหลังเกษียณจะยาวขึ้นเป็น 35 ปี หรือหากครอบครัวของเรามีแนวโน้มอายุยืนถึง 95 ปี ก็ยิ่งต้องเตรียมเงินให้เพียงพอสำหรับใช้หลังเกษียณนานขึ้นถึง 35 ปีเช่นกัน

  •  ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ 
    รูปแบบการใช้ชีวิตหลังเกษียณ เพื่อประมาณการค่าใช้จ่ายต่อเดือน เช่น สายอยู่ติดบ้าน, สายทำกิจกรรมเพื่อสังคม, สายท่องเที่ยว, สายทำตามความฝัน หรือหากยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นสายไหน อาจเริ่มมองหากิจกรรมหลังเกษียณที่อยากทำ

  • สถานภาพ
    เมื่อถึงวัยเกษียณ บางคนโสด บางคนมีคู่สมรส บางคนมีลูกที่ยังเรียนอยู่ หรือบางคนมีพ่อแม่ที่ต้องดูแล ก็จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายด้วยเช่นกัน

  • ภาระหนี้สิน
    ควรพิจารณาว่ามีหนี้ก้อนไหนบ้างที่ยังไม่หมดก่อนเกษียณ สามารถปิดหนี้ให้จบก่อนได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายหลังเกษียณได้หรือไม่ เช่น หนี้บ้าน, หนี้รถ, หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ฯลฯ 

  • ผลตอบแทนจากการลงทุน
    ทั้งก่อนและหลังเกษียณ เราควรเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพื่อช่วยให้เงินออมเติบโตและถึงเป้าหมายเก็บเงินเกษียณได้ง่ายขึ้น

  • มรดก
    หากเราต้องการส่งต่อความมั่งคั่งทางการเงินให้กับครอบครัวหรือคนที่เรารัก เราอาจต้องเก็บออมเงินในส่วนนี้เพิ่มเติม

สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงตัวอย่างสำหรับประมาณการค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ  หลังจากนั้น เราต้องนำไปคำนวณเงินที่ต้องการใช้หลังเกษียณ เพื่อเตรียมตัวเก็บเงินได้เลย
TSI-Article-FL-137-02-how-to-calculate-retirement-savings

เงินออมที่มีสำหรับเกษียณอายุ

ดูว่าสิทธิที่เรามีอยู่สำหรับการเกษียณมีอะไรบ้าง มีเงินออมอยู่แล้วเท่าไหร่ แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่ เงินออมภาคบังคับและเงินออมภาคสมัครใจ

  1. เงินออมภาคบังคับ
    เป็นเงินออมที่ถูกจัดเก็บโดยอัตโนมัติจากการทำงานหรือกฎหมายกำหนด เช่น กองทุนประกันสังคม, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นต้น

  2. เงินออมภาคสมัครใจ
    เป็นเงินออมที่เราเลือกออมเองได้ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับให้เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละคน เพื่อให้มีเงินเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ เช่น เงินฝากออมทรัพย์, การลงทุนในกองทุนรวม RMF, ประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นต้น

ต้องออมเงินเดือนละเท่าไหร่ ถึงมีเงินพอใช้หลังเกษียณ

เมื่อเรากำหนดเป้าหมายชีวิตหลังเกษียณได้ชัดเจนแล้ว และรู้ว่าปัจจุบันมีเงินออมเพื่อการเกษียณอยู่เท่าไหร่ ขั้นตอนต่อไปคือ ประเมินว่าเงินที่มีอยู่เพียงพอสำหรับใช้หลังเกษียณหรือไม่ 

กรณีเงินเกษียณเพียงพอ
ทำตามแผนลงทุนที่วางไว้ จัดพอร์ตลงทุนให้เหมาะกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ รวมถึงติดตามและทบทวนแผนเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่าเก็บเงินเกษียณได้ตามแผน

กรณีเงินเกษียณไม่เพียงพอ
อาจต้องปรับแผนเกษียณกันหน่อย เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น เช่น เพิ่มจำนวนเงินออมต่อเดือน, ปรับแผนการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นและยังเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้, ทบทวนไลฟ์สไตล์หลังเกษียณ เป็นต้น
TSI-Article-FL-137-03-retirement-savings-enough-or-not

ความท้าทายในการเก็บเงินเกษียณ ที่ควรเตรียมรับมือล่วงหน้า

การวางแผนเก็บเงินเกษียณไม่ได้มีแค่มิติการเก็บเงินให้ได้ตามเป้าหมายเท่านั้น แต่เราควรเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต เช่น

เงินเฟ้อ ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น

หากอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น อาจทำให้ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นด้วย เงินเกษียณที่เราเตรียมไว้ อาจไม่สามารถซื้อของได้เท่าเดิม ดังนั้น การวางแผนเงินเกษียณควรเผื่อเงินเฟ้อไว้เสมอ

อายุยืนขึ้น ต้องใช้เงินหลังเกษียณนานกว่าเดิม

ปัจจุบันคนเรามีแนวโน้มอายุที่ยืนยาวมากขึ้นด้วยหลายสาเหตุ เช่น เทคโนโลยีทางการแพทย์, การใส่ใจเรื่องสุขภาพ หากประเมินอายุขัยต่ำกว่าความจริงมากเกินไป อาจทำให้เงินเกษียณหมดก่อนสิ้นอายุขัย ดังนั้น เราควรเก็บเงินเผื่อระยะเวลาการใช้เงิน เช่น บวกเพิ่มจากอายุขัยที่คาดไว้ประมาณ 5 ปี

ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมาก

ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ เป็นค่าใช้จ่ายหลักหลังเกษียณ คิดเป็นประมาณ 70-80% หากค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้น อาจกระทบต่อเงินเกษียณที่เราเตรียมไว้ หากเรามีการเตรียมเงินสำรองด้านสุขภาพหรือการวางแผนประกันที่เหมาะสม ก็จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและทำให้ชีวิตหลังเกษียณอุ่นใจมากขึ้น


เนื้อหานี้มีประโยชน์กับคุณแค่ไหน?


สรุปเรื่องต้องรู้เก็บเงินเกษียณ

การวางแผนเงินเกษียณเป็นเรื่องที่ทุกคนเริ่มทำได้ตั้งแต่วันนี้ โดยจำนวนเงินที่ต้องเตรียมไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนตัว เช่น อายุ ไลฟ์สไตล์ ภาระครอบครัว หนี้สิน ผลตอบแทนจากการลงทุน มรดก ฯลฯ ควรประเมินทั้งเงินออมที่มีอยู่และเงินที่ต้องใช้หลังเกษียณ หากเงินเพียงพอให้ทำตามแผน แต่หากยังไม่เพียงพอ ควรทบทวนแผนเกษียณอีกครั้ง นอกจากนั้น ควรเตรียมรับมือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตหลังเกษียณตามที่ต้องการ


มัดรวมเรื่องต้องรู้ เก็บเงินเกษียณ

Save เก็บไว้เลย! คู่มือวางแผนการเงิน “Retire Happily: ชีวิตดีทั้งก่อนและหลังเกษียณ” เหมาะกับคนที่ต้องการวางแผนเกษียณ จากซีรีส์ The Art of Happy Money การเงินดีต้องมีศิลป์ ก่อนเกษียณต้องเก็บเงินอย่างไร หลังเกษียณควรใช้เงินอย่างไร เพียงเท่านี้ก็เกษียณได้อย่างสบายใจ


บทความที่เกี่ยวข้อง