การใช้ชีวิตในแต่ละวัน เวลาผ่านไปอย่างเร่งรีบและรวดเร็ว จากนาทีเป็นชั่วโมง จากชั่วโมงเป็นวัน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี เราอาจวางแผนอนาคตไว้ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า แต่บางครั้งก็ลืมคิดถึงวางแผนอนาคตสุขภาพของตัวเอง
หากวันหนึ่ง เราไม่สามารถสื่อสารได้ ใครจะรับรู้ความต้องการของเรา ซึ่งสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วย การเขียนสมุดเบาใจ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร เกี่ยวข้องกับการวางแผนชีวิตและการวางแผนการเงินอย่างไร มาหาคำตอบไปพร้อมกันค่ะ
เป็นหนังสือที่ช่วยวางแผนดูแลสุขภาพล่วงหน้า (Advance Care Planning) และการสื่อสารเจตนาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพในช่วงสุดท้ายของชีวิต (Living Will) ซึ่งทำให้เราได้พิจารณามุมมองต่อชีวิตและการจากไป จัดทำขึ้นโดยกลุ่ม Peaceful Death และได้รับการอนุญาตจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ทั้งนี้ การเขียนสมุดเบาใจ ยังเป็นการแสดงเจตนาในการเลือกวิธีการรักษาในวาระสุดท้ายของชีวิต ตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 อีกด้วย
สมุดเบาใจมีหลายหัวข้อให้เราได้ทบทวนและวางแผนด้านสุขภาพและชีวิต โดยเนื้อหาสำคัญประกอบด้วย 4 เรื่องหลัก ๆ ดังนี้
รายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวเรา เช่น ชื่อ, วันเกิด, เบอร์โทรศัพท์, โรคประจำตัว เป็นต้น มาพร้อมคำถามชวนคิดอื่น ๆ เช่น ความภาคภูมิใจในชีวิต, สิ่งที่อยากทำก่อนจากไป, คุณค่าที่สำคัญที่สุดเมื่อป่วยระยะสุดท้าย เป็นต้น
ทั้งทางด้านการแพทย์ การดูแลทางใจ และอื่น ๆ เช่น ความรู้เกี่ยวกับการป่วยระยะสุดท้าย, การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care), การกู้ชีพเพื่อช่วยชีวิต เป็นต้น
ลองจินตนาการว่า หากเราป่วยจนไม่สามารถตัดสินใจและไม่สามารถสื่อสารได้ ใครจะเป็นคนที่ตัดสินใจแทนเราให้เป็นไปตามสิ่งที่เราต้องการได้บ้าง โดยในสมุดเบาใจแนะนำว่า ผู้ที่ตัดสินใจแทน ควรมีอายุมากกว่า 20 ปี รู้ความต้องการและความกังวลของเรา ได้รับการยอมรับจากครอบครัวเรา และเต็มใจที่มาทำหน้าที่นี้
หากมีการนัดฟังการวินิจฉัยโรคครั้งสำคัญ หรือการรับรู้ข่าวร้าย เราอยากให้ทีมแพทย์ทำอย่างไร เช่น เรารับฟังคนเดียว, อยากให้ใครมาฟังด้วย หรือบอกกับใครที่เราไว้ใจแทน นอกจากนั้น เราสามารถบอกความรู้สึกกับคนที่เรารัก และสิ่งที่อยากให้นึกถึงเราได้
หากเรามีการบริจาคร่างกายไว้ เราสามารถบอกสถานที่เก็บเอกสาร เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการต่อได้ รวมถึงความต้องการในการจัดงานศพ เช่น ระยะเวลาในการจัดงาน, งบประมาณ, ผู้ดูแลงาน หรือความต้องการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
อยากใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและคำถึงสุขภาพในระยะยาว แม้ผู้ที่สุขภาพดีก็ยังเขียนสมุดเบาใจได้ รองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อาจวางแผนควบคู่กับการวางแผนการเงิน เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตเป็นไปตามที่เราต้องการ
ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพื่อสื่อสารเจตนาในการดูแลสุขภาพของเรากับครอบครัว คนที่เรารัก และทีมแพทย์
เราสามารถเขียนความต้องการและสิทธิที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการดูแลรักษา การสื่อสารในช่วงสุดท้ายของชีวิต รวมถึงการจัดการร่างกายและงานศพได้ เช่น หากเราจ่ายเงินสมทบของประกันสังคม จะมีสิทธิประโยชน์กรณีเสียชีวิตด้วย สำหรับมาตรา 33 และมาตรา 39 จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือน ก่อนเดือนที่ถึงแก่ความตาย จะได้รับค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท โดยจ่ายให้กับผู้จัดการงานศพ ซึ่งอาจระบุสิทธิประโยชน์นี้ไว้ในหนังสือเบาใจและระบุเป็นคนที่จัดการงานศพเป็นคนเดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินการ
สมุดเบาใจช่วยให้เรารู้ความต้องการของตัวเองว่า อยากได้รับการดูแลรักษาแบบไหนในช่วงสุดท้ายของชีวิต และช่วยลดภาระและความกังวลให้กับครอบครัวในการตัดสินใจเมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะเราได้ระบุความต้องการไว้ล่วงหน้าแล้ว
เมื่อเราระบุความต้องการไว้ในสมุดเบาใจแล้ว การตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพและการจัดการชีวิตในช่วงท้ายของชีวิตจะเป็นไปด้วยความสงบและมีคุณภาพมากขึ้น
สมุดเบาใจช่วยในการวางแผนดูแลสุขภาพในอนาคต หากเราถามตัวเองต่อว่า แล้วเราตั้งเป้าหมายว่าอยากให้ชีวิตในแต่ละช่วงวัยแบบไหน และรู้ว่าจะดูแลตัวเองในอนาคตแบบไหน เราก็จะสามารถวางแผนการเงินให้เหมาะสมได้ เช่น การตั้งงบประมาณเพื่อดูแลสุขภาพ, การทำประกันสุขภาพและประกันชีวิต, การวางแผนมรดกเพื่อส่งต่อให้คนที่เรารัก เป็นต้น
เนื้อหานี้มีประโยชน์กับคุณแค่ไหน?
ตั้งเป้าหมายการใช้ชีวิตที่เราต้องการทั้งในปัจจุบันและในอนาคตให้ชัดเจน อาจแบบตามช่วงวัยหรือเหตุการณ์สำคัญที่อาจเกิดขึ้นในชีวิต เช่น เมื่อเจ็บป่วย เราจะใช้สิทธิรักษาพยาบาลอย่างไร, เมื่อเราจากไป ลูกของเราจะอยู่อย่างไร ใครจะเป็นคนดูแลลูกของเรา, เมื่อเกษียณอายุ เราอยากพักอาศัยอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร เป็นต้น
เมื่อเรามีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนแล้ว เราก็นำมาตั้งเป้าหมายการเงินต่อ เพื่อให้คุณภาพชีวิตเป็นไปอย่างที่เราต้องการ เช่น เมื่อเราเห็นภาพตัวเองในวัยเกษียณแล้ว ลองคำนวณดูว่าต้องการเงินที่จะใช้หลังเกษียณเท่าไหร่ ตอนนี้เราเตรียมไว้แล้วเท่าไหร่ เพียงพอหรือไม่ ยังขาดอยู่อีกเท่าไหร่ และเราจะจัดการอย่างไร
หากเราเป็นมนุษย์เงินเดือน เราอาจมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) แต่อาจยังไม่เพียงพอ จึงวางแผนลงทุนในกองทุน RMF และประกันบำนาญเพิ่มเติม เพื่อให้มีเงินพอใช้หลังเกษียณ และคิดถึงตอนที่เราเจ็บป่วย อาจต้องเช็กสิทธิรักษาพยาบาลที่มีและวางแผนเลือกประกันสุขภาพให้เหมาะกับเรา คุ้มครองค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักที่อาจเกิดขึ้นในวัยเกษียณ เพื่อไม่ให้กระทบกับเงินเกษียณที่เตรียมไว้ รวมถึงการวางแผนประกันชีวิตและวางแผนมรดก เพื่อส่งต่อให้คนที่เรารัก
ความคิดและเหตุการณ์ในชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ดังนั้น ควรหาเวลาคุยกับตัวเอง ทบทวนเป้าหมายชีวิต เป้าหมายการเงิน และสิ่งที่เขียนไว้ในสมุดเบาใจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของเรา
สมุดเบาใจ เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราทบทวนชีวิตและวางแผนดูแลสุขภาพ ตั้งแต่การดูแลรักษาในช่วงท้ายของชีวิต ผู้ตัดสินใจแทน ไปจนถึงการจัดการร่างกายและงานศพ นอกจากนั้น หากเชื่อมโยงไปยังการวางแผนชีวิตและวางแผนการเงินได้ เราจะเห็นภาพชีวิตที่ต้องการอย่างชัดเจนขึ้น และสามารถเตรียมงบประมาณและหลักประกันต่าง ๆ ให้รองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม
เรียนรู้วิธีวางแผนการเงินง่าย ๆ ด้วยตัวเอง
ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเริ่มวางแผนการเงินอย่างไร เรียนฟรีได้ที่ SET e-Learning ที่จะช่วยให้เข้าใจการวางแผนการเงินตั้งแต่พื้นฐาน จนเริ่มลงทุนได้จริง เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ไปกันเลย!
บทความที่เกี่ยวข้อง

