เก็บเงินอย่างเดียว ไม่เพียงพอสำหรับวางแผนเกษียณ

โดย รุจิพรรณ พรรัตนพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญการวางแผนเกษียณ ช่องยูทูป AnnuityMAN
TSI_Article_FL_097_เก็บเงินอย่างเดียว ไม่เพียงพอสำหรับวางแผนเกษียณ_Thumbnail
Highlight

การเก็บออมและลงทุน เพื่อเกษียณเป็นเรื่องสำคัญและต้องลงมือทำตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อทำให้ชีวิตหลังเกษียณเต็มไปด้วยความสุข แต่นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องนึกถึงด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการถอนเงิน คุณสมบัติของเครื่องมือสร้างรายได้หลังเกษียณ การเตรียมวางแผนรับมือกับความเสี่ยงจากการมีอายุยืน เป็นต้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องเตรียมคิด วางแผน พร้อม ๆ กับการเก็บเงิน โดยหากวางแผนไว้อย่างรอบด้าน ก็จะช่วยให้ชีวิตหลังเกษียณมีความสุขมากขึ้น

หากเอ่ยถึงการวางแผนเพื่อเกษียณ ส่วนใหญ่มักนึกถึงการเก็บออมและลงทุนให้เพียงพอเพื่อเตรียมไว้ใช้เมื่อเกษียณไปแล้ว อย่างไรก็ตาม แผนเกษียณยังมีอีกหลากหลายมิติที่เป็นเรื่องที่สำคัญพอ ๆ กับเรื่องการเงินการลงทุน

 

ภูเขาแห่งการเกษียณอายุ (Retirement Mountain)

ภูเขาแห่งการเกษียณอายุ เปรียบได้กับก่อนเกษียณ จะเป็นช่วงเก็บออมและลงทุน (Accumulation Phase) เพื่อให้มีเงินใช้หลังเกษียณอย่างเพียงพอ และเมื่อถึงวัยเกษียณก็จะเป็นเวลาของการใช้เงิน ด้วยการถอนออกมาใช้ตามแผนที่วางไว้ (Distribution Phase) โดยช่วงนี้นอกจากจะถอนเงินออกมาใช้แล้ว ก็ต้องหาวิธีการนำเงินไปเก็บออมและลงทุนให้งอกเงยเพื่อให้มีใช้จ่ายตลอดบั้นปลายชีวิต

TSI_Article_FL_097_เก็บเงินอย่างเดียว ไม่เพียงพอสำหรับวางแผนเกษียณ_01

หากเปรียบเทียบช่วง Accumulation Phase ก็เหมือนช่วงการเดินขึ้นภูเขา และเมื่อเดินขึ้นไปถึงยอดเขาก็เป็นวันเกษียณ หลังจากนั้นก็เป็นช่วงเดินลงเขา หมายถึง การถอนเงินออกมาใช้จ่าย ดังนั้น ประเด็นที่ควรคำนึงถึง คือ วิธีการเดินขึ้นเขากับการเดินลงเขาจะไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะในช่วงเดินลงเขา หลายคนเลือกใช้วิธีเดียวกันกับช่วงเดินขึ้นเขา อาจทำให้ถอนเงินออกมาใช้หมดเร็วเกินไป ดังนั้น ควรทำความเข้าใจวิธีการถอนเงิน (Withdrawal Approach) เพื่อให้การถอนเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

คุณสมบัติของเครื่องมือสร้างรายได้หลังเกษียณ (Retirement Income Generators : RIGs)

เงินก้อนที่เก็บเอาไว้หลังเกษียณจะต้องนำไปเก็บออม และลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ฝากธนาคาร กองทุนรวม หุ้นกู้ อสังหาริมทรัพย์ ประกันบำนาญ เป็นต้น โดยศาสตราจารย์ Steve Vernon, FSA, Consulting Research Scholar at the Standard Center on Longevity เรียกว่า เครื่องมือสร้างรายได้หลังเกษียณ (Retirement Income Generators : RIGs) และให้คำแนะนำไว้ว่า RIGs ที่ดีควรมีคุณสมบัติที่สำคัญ 3 ประการ

  • Reliability (ความน่าเชื่อถือ) โดยต้องเลือก RIGs ที่ไว้วางใจได้ สามารถให้ผลลัพธ์ได้ตามที่ตกลง รวมไปถึงมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้
  • Sustainability (ความยั่งยืน) หมายถึง สามารถสร้างรายได้ให้มีเงินใช้นานเท่าที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยอาจยังมองเห็นไม่ชัดเจนว่ามีเครื่องมือการลงทุนประเภทไหนที่มีความยั่งยืน ดังนั้น ต้องกำหนดระยะเวลาการลงทุนตามที่ต้องการ เช่น 10 ปี 20 ปี เป็นต้น
  • Adequacy (ความพอเพียง) หมายถึง สามารถสร้างรายได้ให้ได้เป็นจำนวนเงินที่มากเพียงพอกับความต้องการ เช่น ต้องการผลตอบแทนทุกปี ๆ ละ 5% หรือ 8% เป็นต้น

 

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยากที่จะหา RIGs ที่มีคุณสมบัติครบทั้ง 3 ข้อในเครื่องมือประเภทเดียวกัน ดังนั้น การมีคุณสมบัติ 2 ข้อ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

 

อายุขัยเฉลี่ย (Life Expectancy)

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่าในปี 2583 อายุเฉลี่ยเพศหญิงและชายจะเพิ่มขึ้นเป็น 83.2 ปี และ 76.8 ปี ตามลำดับ นอกจากนี้ งานวิจัยของ World Economic Forum รายงานว่าอายุเฉลี่ยของคนทั้งโลกจะเพิ่มขึ้น 1 ปี ในทุก ๆ 4 ปีที่ผ่านมา จึงคาดว่าเด็กผู้ชายที่เกิดในปี 2560 ควรจะมีอายุ 90 ปี และเด็กผู้หญิงจะมีอายุยืนยาวถึง 97.7 ปี

 

ดังนั้น หากมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีความสุข ควรตระหนักถึงโอกาสที่จะมีอายุยืนยาวกว่าปกติ หมายความว่า ต้องเตรียมวางแผนรับมือกับความเสี่ยงจากการมีอายุยืน (Longevity Risk) ให้ดี

 

ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ (Retirement Spending)

หากพูดถึงค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ พบว่าในแต่ละปีจะไม่เท่ากัน ที่สำคัญหลายคนไม่สามารถประเมินได้ว่าแต่ละปีจะมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ แต่จากการศึกษาของ David Blanchett, Head of Retirement Research Morningstar ระบุว่าอาจมีหลายตัวแปรที่ส่งผลกระทบ เช่น รายได้ก่อนวัยเกษียณ อัตราการออมเงิน เป็นต้น โดยพบว่ารายได้และการออมเงินของครัวเรือนที่สูง อาจทำให้มีความจำเป็นต้องใช้เงินในวัยเกษียณเพียง 60% (หรือต่ำกว่า) ของรายได้ก่อนเกษียณ ในขณะที่คนมีรายได้น้อย ออมน้อย อาจต้องประมาณค่าใช้จ่ายไว้ที่ 90%

 

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องยากที่จะประมาณเงินทดแทนรายได้ในวัยเกษียณได้อย่างแม่นยำ แม้ว่าจะกำหนดทุกรายจ่ายแล้ว แต่ก็อาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ การรักษาพยาบาล ที่อาจเพิ่มค่าใช้จ่ายได้มากกว่าที่คิดไว้   

TSI_Article_FL_097_เก็บเงินอย่างเดียว ไม่เพียงพอสำหรับวางแผนเกษียณ_02

จากการศึกษา พบว่าค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของผู้สูงวัยโดยเฉลี่ยจะมากกว่าประชากรโดยทั่วไปเกือบ 2 เท่า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นและปรับขึ้นสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นตลอดช่วงระยะเวลาเกษียณโดยเฉพาะในช่วงปลาย ซึ่ง David Blanchett ได้เรียกว่า Retirement Spending Smile หมายถึงกราฟการใช้จ่ายวัยเกษียณที่จะสูงในช่วงแรกซึ่งเกิดจากการท่องเที่ยวและพักผ่อน หลังจากนั้นจะลดลงในช่วงกลาง และสูงขึ้นในช่วงปลายจากความจำเป็นในการรักษาพยาบาล ซึ่งลักษณะกราฟจะคล้ายรอยยิ้ม นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องปรับประมาณการตัวเลขเผื่อค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างมีความสุขมากขึ้น


สำหรับใครที่สนใจ เรียนรู้เทคนิคการเพิ่มเงินออม และวิธีการสะสมความมั่งคั่งในระยะยาวเพื่อเป้าหมายเกษียณ สไตล์มนุษย์เงินเดือน สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมผ่าน e-Learning หลักสูตร “วางแผนเกษียณ สไตล์มนุษย์เงินเดือน” ได้ฟรี!!! >> คลิกที่นี่ 

 

หรือใครที่สนใจ เรียนรู้เทคนิคและวิธีการบริหารจัดการเงินหลังเกษียณ เพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุข สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมผ่าน e-Learning หลักสูตร “วางแผนการเงินหลังเกษียณ สไตล์วัยเก๋า” ได้ฟรี!!! >> คลิกที่นี่ 


บทความที่เกี่ยวข้อง