set.or.th/investnow เปิดบัญชี e-Open เปิดบัญชีหุ้น ความรู้คู่การลงทุน เปิดบัญชีหุ้นทั่วไทย

#investnow จับตาจังหวะลงทุน

Ep.04 : แนะเทคนิค เลือกหุ้นดี DCA ทยอยลงทุน หุ้นพื้นฐาน

โดย กวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินทุนบุคคล บมจ.หลักทรัพย์กสิกรไทย

สวัสดี ผู้ลงทุนทุกท่านครับ ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง อันเนื่องมาจาก การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 การลงทุนในช่วงนี้จึงต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องการเลือกหุ้นลงทุน และจังหวะในการเข้าซื้อหุ้น ในโอกาสนี้ผมขอแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ดีๆ ทางด้านการลงทุนของผม ให้กับท่านผู้ลงทุนทราบ เพื่อให้ทุกท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการลงทุนของตนเองได้

หากจะพูดถึงรูปแบบการลงทุนนั้นส่วนตัวแล้วผมจะเป็นนักลงทุนระยะยาว เน้นความเป็นเจ้าของธุรกิจ จะต้องลงทุนกับหุ้นที่เราเข้าใจและรู้เรื่องธุรกิจนั้นเป็นอย่างดี ที่สำคัญธุรกิจนั้นจะต้องเป็น ธุรกิจที่ยั่งยืน หรือมีการปรับตัวได้รวดเร็วต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ไม่จัดว่าเป็นธุรกิจที่กำลังถูก Disruption

ในเรื่องจังหวะการลงทุนนั้น ผมจะเน้นการบริหารต้นทุนของการลงทุน นั่นก็คือ เราจะต้องได้หุ้นที่ดีในราคาที่ถูก โดยรอจังหวะซื้อหุ้นในช่วงที่ตลาดปรับตัวลงเยอะๆ ไม่นิยมซื้อหุ้นที่มีราคาสูงกว่าความเป็นจริง หรือหุ้นที่มีการปรับตัวของราคาขึ้นมามากแล้ว โอกาสในการกำไรจาก Capital Gain ก็จะมีจำกัด อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือการทำกำไรจากการลงทุนหรือภาษานักลงทุนจะเรียกว่าการ Take Profit ผมจะเลือกขายหุ้นที่คาดว่าพื้นฐาน หรือรูปแบบธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป อีกนัยนึงก็คือธุรกิจที่กำลังถูก Disruption นั่นเอง

โดยทั่วไปแล้วการลงทุนที่จะได้กำไรก็คือ การซื้อมาถูก ขายในราคาแพง แต่ในความเป็นจริง ถ้าเราไม่ชำนาญทางด้านการวิเคราะห์การลงทุน มันจะเป็นเรื่องที่ยากในการคาดเดาจังหวะในการเข้าไปซื้อหุ้นลงทุน เพราะตลาดมีความผันผวนตลอดเวลา ผมจึงขอเสนอรูปแบบการลงทุน Dollar-Cost Average หรือ DCA นั่นก็คือการแบ่งเงินลงทุนเท่าๆกัน ในการซื้อหุ้นในทุกๆเดือน ดังนั้นเราจะได้ราคาหุ้นที่เป็นราคาเฉลี่ยทั้งปี

การลงทุนในรูปแบบ DCA

หลักการลงทุนในรูปแบบ DCA นั้น ถือว่าเป็นหลักการการลงทุนที่ดีในระยะยาว สามารถลงทุนได้ในทุกสภาวะตลาด แม้แต่กูรูด้านการลงทุนระดับโลก Warren Buffett ก็ยังแนะนำให้ลงทุนแบบ DCA ใน S&P500 ซึ่งส่วนตัวผมและลูกๆก็มีการลงทุนแบบ DCA ด้วย

การลงทุน DCA ยังมีข้อดีในช่วงตลาดขาลง เพราะเราจะได้จำนวนหุ้นที่มากขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่เงินลงทุนเราเท่าเดิม อย่างไรก็ตาม การลงทุนแบบ DCA นั้นจะต้องอาศัยวินัยการลงทุน ไม่ว่าตลาดหุ้นจะอยู่ในช่วงสูงสุด หรือ ต่ำสุดก็ตาม เมื่อมองในระยะสั้นการลงทุนแบบ DCA อาจจะมีการขาดทุนบ้าง แต่ในระยะยาวแล้วส่วนใหญ่จะได้กำไร ส่วน Trick ในการลงทุน DCA ที่ผมใช้ประจำ ก็คือจะเพิ่มจำนวนเงินมากขึ้นเรื่อยๆ หากตลาดหุ้นปรับตัวลงแรงมาในจุดที่เราพอใจ เช่น ดัชนีอยู่ที่ 1,600 -1,700 จุด ปกติลงทุนเดือนละ 20,000 บาทในทุกๆเดือน แต่หากดัชนีปรับตัวลงมาที่ 1,400 จุดก็จะเพิ่มเงินลงทุนเป็น 30,000 บาท หรือถ้าดัชนีปรับตัวลงเหลือ 1,200 จุดก็จะเพิ่มเงินลงทุนเป็นเดือนละ 40,000 บาท เป็นต้น หรือโดยสรุปแล้วจะเอา การลงทุนแบบ DCA มาผสมผสานกับการลงทุนแบบบริหารต้นทุนนั่นเอง ซึ่งทุกท่านสามารถปรับใช้ได้กันทุกคน

การลงทุนแบบ DCA นอกจากจะใช้การบริหารต้นทุนประกอบแล้ว นักลงทุนต้องอย่าลืมว่าจะต้องมีการกระจายการลงทุนหรือกระจายความเสี่ยง ไปยังสินทรัพย์อื่นๆที่นอกเหนือจากหุ้น เช่น กองทุนหุ้น ตราสารหนี้ พันธบัตรรัฐบาล ทองคำ หรือเราสามารถนำวิธีการลงทุน แบบ DCA เข้ากับการทำ Asset Allocation ด้วย

สำคัญที่สุดของการที่จะประสบความสำเร็จการลงทุนแบบ DCA นั้นนอกจากรู้วิธีแล้ว เราจะต้องลงมือทำ บวกกับการมีวินัย การมองภาพระยะยาว ถ้าถามส่วนตัวผม ว่าหุ้นไหนที่จะเหมาะลงทุนใน DCA ผมก็จะเลือกหุ้นที่ดี ธุรกิจยั่งยืน ปรับตัวได้รวดเร็ว อย่างที่ผมกล่าวมาในเรื่องสไตล์การลงทุนของผม

CPALL
ผมมองว่าเป็นหุ้นผู้นำในอุตสาหกรรม สถาการณ์การแพร่ระบาด Covid-19 ยิ่งตอกย้ำในเรื่องธุรกิจที่ยั่งยืน โอกาสในการถูก Disruption ค่อนข้างน้อย เพราะทุกคนต้องรับประทานอาหาร ต้องใช้ของอุปโภคบริโภค และบริษัทมีกำไร จ่ายปันผลสม่ำเสมอ และธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ ต้นน้ำ เช่น การทำปศุสัตว์ เลี้ยงหมู ไก่ ปลูกผัก ถึง ปลายน้ำ ธุรกิจ Retail ได้แก่ แมคโคร เทสโก้ โลตัส และ 7-11 ที่สำคัญมีระบบ Logistic หรือระบบขนส่งสินค้าภายในที่แข็งแรงเป็นของตัวเอง

BDMS
ตอกย้ำในเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสที่ต้องอาศัยโรงพยาบาล ประกอบกับประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ที่ต้องดูแลสุขภาพตนเองสม่ำเสมอ BDMS นั้นมีบุคลากรทางการแพทย์เครื่องมือที่เพียบพร้อม และนอกจากนี้ยังถือหุ้นโรงพยาบาล ในลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่ ระดับกลางไปถึงระดับบน ได้แก่ สมิติเวช เปาโล พญาไท บีเอ็นเอช และถือหุ้น 24% ใน บำรุงราษฎร์ อีกด้วย

AOT
รอการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ หากมีการค้นพบ วัคซีนป้องกัน Covid-19 ซึ่งผมเชื่อว่าเราจะต้องผ่านพ้นวิกฤตการแพร่ระบาดของ Covid-19 ได้อย่างแน่นอน เพราะนี่ไม่ใช่การแพร่ระบาดของโรคระบาดครั้งแรกของโลก โลกของเราเคยมีโรคระบาด ไม่ว่าจะเป็น โรคซาร์ เมอร์ และก็ผ่านพ้นไปได้ทุกครั้ง

ADVANC
สามารถปรับตัวกับการถูก Disruption ได้ดี และเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร ตั้งแต่ยุคเริ่มต้น จนถึงยุค 5G 6G และประเทศไทยยังคงต้องใช้เสาในการกระจายสัญญาณซึ่ง Advanc เป็นเจ้าของเสาที่ครอบคลุมเครือข่ายในประเทศเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้พฤติกรรมผู้บริโภคมีแนวโน้มไปทางด้าน Online มากขึ้น การสื่อสารในลักษณะการเจอกันตัวต่อตัวจะน้อยลงไปเรื่อยๆ

RATCH
ธุรกิจสุดท้ายก็คือ โรงไฟฟ้าซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกๆคน ไม่ว่าจะใช้แหล่งพลังงานในการผลิตด้วยอะไรก็ตาม และRatch มีโครงการที่จะขยายอีกเยอะ บริษัทมีสภาพคล่องสูง มีประวัติการจ่ายปันผลในระดับที่สูงอีกด้วย

ถ้าหากจะกล่าวถึงกลุ่มที่มีโอกาสถูก Disruption นั้นผมมองว่าก็จะมี กลุ่มธนาคาร ดังนั้นเราจะต้องเลือกลงทุนในหุ้นธนาคารที่สามารถปรับตัวกับการถูก Disruption ได้เป็นอย่างดี และอีกธุรกิจก็คือกลุ่มยานยนต์ เพราะอนาคตอาจจะเจอความท้าทายในเรื่องการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่จะไปใช้ รถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น

สุดท้ายนี้ ผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนในหุ้น รูปแบบ DCA ก็ยังต้องศึกษาหุ้นที่จะลงทุนด้วยตนเองให้เข้าใจธุรกิจอย่างดีเสียก่อนที่จะลงทุนจริง และเริ่มลงทุนในจำนวนเงินที่ไม่มากก่อน หรือ อาจจะเริ่มจากการลงทุน DCA ในกองทุนรวมหุ้น ส่วนเรื่องจังหวะการลงทุนนั้น ณ ขณะนี่ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีของการเริ่มลงทุน เพราะราคาหุ้นไม่ได้อยู่ในระดับสูงจนเกินไป ส่วนผู้ที่ลงทุนไปแล้วขาดทุน ผมยังอยากให้ผู้ลงทุนมองภาพระยะยาว และผมยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถฟื้นกลับมาเติบโตได้ปกติตามเดิม ขอให้ผู้ลงทุนตั้งมั่น มั่นใจในสิ่งที่คุณเลือกลงทุน และมีวินัยกับสิ่งที่คุณทำครับ และขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จการลงทุน ปลอดภัย ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทุกประการ

สนใจเปิดบัญชี e-Open account ง่ายในง่าย ผ่านออนไลน์ไม่ต้องใช้เอกสาร กับ หลักทรัพย์กสิกรไทย คลิก