Language :

Invest Now

#1 การลงทุนในหุ้น
“การลงทุน” สามารถเพิ่มผลตอบแทนให้กับเงินออม ของคุณ ทำให้คุณบรรลุเป้าหมายต่างๆ ในชีวิตได้เร็วยิ่งขึ้น ถ้าคุณมีเงินลงทุนก้อนหนึ่ง ต้องการผลตอบแทนสูง และสามารถรับความเสี่ยงได้มาก “หุ้น” ก็นับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณ

ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นในรูปของ “เงินปันผล” และ “กำไรจากการขายหุ้น” ซึ่งจะอยู่ในระดับสูงหรือต่ำ ขึ้นอยู่กับ ภาวะเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และผลประกอบการของบริษัทนั้นๆ

#2 หุ้นแบบไหนสไตล์คุณ
ก่อนจะลงทุนในหุ้น ต้องรู้ก่อนว่าหุ้นมีหลากหลายประเภท มาดูกันมีหุ้นประเภทไหนบ้าง ที่เหมาะกับตัวคุณ
หุ้นเติบโต (Growth Stock) หุ้นที่ประกอบธุรกิจที่อยู่ในช่วงเติบโต ผลประกอบการดี และมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วน มากหุ้นประเภทนี้จะมีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ และซื้อขายในกันราคาที่คาดหวังการเติบโตของผลกำไรในอนาคต ทำให้ P/E ของหุ้นประเภทนี้อยู่ในระดับที่สูง และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลต่ำ

หุ้นคุณค่า (Value Stock) หุ้นในธุรกิจที่ฐานะทางการเงินมั่นคง มีผลประกอบการที่ดีและมีความสามารถในการทำกำไรในอนาคต ราคาหุ้นยังไม่สูงมากนักเนื่องจากยังไม่เป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วไป

หุ้นปันผลสูง (Dividend Stock) เป็นหุ้นที่มีการจ่ายผลตอบแทนเงินปันผลสูงสม่ำเสมอ มักอยู่ในธุรกิจที่มั่นคงไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากในอนาคตอันใกล้ โดยหุ้นประเภทนี้เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการรายได้จากเงินปันผลสม่ำเสมอ

ปัจจุบัน บริษัทหลักทรัพย์ได้จัดทำข้อมูลและโปรแกรมการคัดหุ้นประเภทเหล่านี้ให้นักลงทุน ซึ่งโปรแกรม Streaming ได้มีฟังก์ชั่น Stock Screener คัดกรองหุ้นตามประเภทต่าง ๆ
รายละเอียดเพิ่มเติม
#3 การจับจังหวะลงทุน
นักลงทุนสามารถวิเคราะห์ทางเทคนิคจับจังหวะการลงทุนเพื่อหาจุดเข้าซื้อ จุดขาย ซึ่งสามารถดูได้จากการเคลื่อนไหวของราคา (Price Pattern) ลักษณะการเคลื่อนไหวของราคาจะแบ่งออกเป็นแนวโน้มหลักๆ ด้วยกัน 3 ประเภท
หากนักลงทุนรู้ว่าราคาหุ้นในขณะนี้อยู่ในช่วงแนวโน้มใด ก็สามารถจับจังหวะในการเข้าซื้อและขายทำกำไรได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

การจับจังหวะลงทุนด้วยกราฟเทคนิค เป็นการลงทุนในแบบ Market timing เราต้องคอยดูสภาวะตลาดว่าเมื่อใหร่ควรลงทุน และเวลาใดน่าจะเหมาะสมที่สุด และต้องใช้เงินก้อนในการลงทุน

ซึ่งถ้าหากผู้ลงทุนไม่มีเวลา และไม่มีเงินก้อนมากนัก นักลงทุนสามารถลงทุนแบบทยอยลงทุนสม่ำเสมอได้ การลงทุนในลักษณะนี้จะช่วยลดความกังวลในการจับจังหวะตลาด และ จะช่วยสร้างวินัยการลงทุนได้ดี
#4 การออมหุ้นแบบทยอยลงทุนสม่ำเสมอ (DCA)
การออมหุ้นแบบทยอยลงทุนสม่ำเสมอ หรือ Dollar Cost Average เป็นการกำหนดจำนวนเงินที่ต้องการลงทุนไว้จำนวนหนึ่งและเลือกลงทุนในหุ้นที่เราสนใจอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว

เช่น ลงทุนหุ้น A ทุกต้นเดือน เดือนละ 5,000 บาท โดยไม่สนใจสภาพตลาดหุ้นว่าอยู่ในแนวโน้มขึ้นหรือลง ซึ่งเป็นกลยุทธ์การลงทุนแบบ “ถัวเฉลี่ยต้นทุน”


#5 ลงทุนวันนี้ โอกาสดีสร้างได้
เมื่อผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลการลงทุนอย่างดีแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเริ่มลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต


ปัจจุบันมีบริษัทหลักทรัพย์ได้นำเสนอบริการโปรแกรมการลงทุนมากมายมาให้ผู้ลงทุน เลือกบล.ที่ใช่พร้อมใช้บริการข้อมูลลงทุนอย่างเต็มที่



ก่อนเปิดบัญชีผู้ลงทุนควรรู้จักประเภทของบัญชีหลักทรัพย์กันก่อน เนื่องจากผู้ลงทุนจะต้องเลือกประเภทบัญชีที่จะมีไว้ซื้อขายหุ้น
  • บัญชีเงินสด (Cash Account)
    ขอวงเงินในการซื้อขายหุ้น โอนเงินเข้าพอร์ตเพื่อใช้เป็นหลักประกัน ระยะเวลาการตัดเงิน/นำเงินเข้าในบัญชีธนาคารอัตโนมัติ (ATS) ระยะเวลา T+3
  • บัญชีวางเงินล่วงหน้า (Cash Balance Account)
    ต้องวางเงินในบัญชีก่อนจะทำการซื้อหุ้น ซื้อหุ้นได้ตามยอดเงินที่โอนเข้าพอร์ต
  • บัญชีกู้ยืมเงิน (Credit Balance หรือ Margin)
    การกู้เงินจำนวนหนึ่งจากบล.มาลงทุน ตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติ

เว็บไซต์ในกลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
SET Contact Center
X
SET Chatbot : ถามตอบเรื่องการลงทุน 24 ชั่วโมง
สอบถามข้อมูลอื่นๆ กับเจ้าหน้าที่ ในวันทำการ เวลา 8.00 - 18.00 น.