Language :

บริษัท ฟินเน็ต อินโนเวชั่น เน็ตเวิร์ค จำกัด

 

FinNet Logo

เกี่ยวกับ FinNet

บริษัท ฟินเน็ต อินโนเวชั่น เน็ตเวิร์ค จำกัด หรือ FinNet Innovation Network Company Limited (FinNet)

เป็นบริษัทย่อยของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) ทำหน้าที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของตลาดทุนให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

 

 

ทุนจดทะเบียน

บริษัท ฟินเน็ต อินโนเวชั่น เน็ตเวิร์ค จำกัด มีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 200 ล้านบาท โดยมีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถือหุ้นร้อยละ 99.99 ของทุนจดทะเบียน

 

 

บริการ

          Payment for Capital Market

 

  1. ประเภทการให้บริการ

    ระบบที่เป็นศูนย์กลางหรือเครือข่ายระหว่างผู้ใช้บริการของระบบเพื่อรองรับการโอนเงิน การหักบัญชี หรือการชำระดุล


  2. รูปแบบและขอบเขตการให้บริการ

    บริษัท ฟินเน็ต อินโนเวชั่น เน็ตเวิร์ค จำกัด (FinNet) ให้บริการการชำระเงิน อยู่ 3 ประเภท

    (1) บริการการชำระเงินรายการซื้อขายหลักทรัพย์แบบ Batch ข้ามธนาคาร

    บริษัทได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงินภายใต้การกำกับ จากกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว โดยได้ให้บริการระบบการชำระเงินระหว่างบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์และบัญชีลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์จะส่งรายการรับจ่ายเงินระหว่างบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์และบัญชีลูกค้าบุคคลให้กับ FinNet เป็นชุดรายการ (batch) เพื่อประมวลและจัดลำดับคำสั่งการรับจ่ายเงิน เมื่อ FinNet จัดลำดับคำสั่งเสร็จแล้ว จะส่งคำสั่งดังกล่าวให้ธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการนำไปใช้ดำเนินการหักเงินหรือนำเงินเข้าบัญชีของลูกค้าตามเวลาที่ได้ตกลงกัน เริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป

    บริษัทหลักทรัพย์ที่จะใช้บริการนี้จะต้องได้รับใบอนุญาตการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จากสำนักงาน ก.ล.ต. และเป็นสมาชิกของบริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด

    (2) บริการการชำระเงินรายการซื้อขายกองทุนแบบ Batch ภายในธนาคารเดียวกัน

    เป็นชำระเงินระหว่างบัญชีที่ทำรายการซื้อกองทุน โดยผู้ใช้บริการจะส่งรายการรับจ่ายเงินของบัญชีที่อยู่ภายในธนาคารเดียวกันให้กับ FinNet เป็นชุดรายการ (batch) เพื่อประมวลและจัดลำดับคำสั่งการรับจ่ายเงิน เมื่อ FinNet จัดลำดับคำสั่งเสร็จแล้ว จะส่งคำสั่งดังกล่าวให้ธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการนำไปใช้ดำเนินการหักเงินหรือนำเงินเข้าบัญชีของลูกค้าตามเวลาที่ได้ตกลงกัน


    (3) บริการการชำระเงินรายการอื่นๆแบบ Real-time ภายในธนาคารเดียวกัน

    เป็นชำระเงินระหว่างบัญชีที่ทำรายการอื่นๆ (ยกเว้น รายการซื้อขายหลักทรัพย์) โดยผู้ใช้บริการจะส่งรายการรับจ่ายเงินของบัญชีที่อยู่ภายในธนาคารเดียวกันให้กับ FinNet ทีละรายการ เพื่อส่งคำสั่งดังกล่าวให้ธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการนำไปดำเนินการหักเงินหรือนำเงินเข้าบัญชีของลูกค้า พร้อมตอบผลลัพธ์กลับในรูปแบบ Real-time


  3. วัตถุประสงค์

    ปัจจุบันรูปแบบการชำระเงินระหว่าง Intermediary ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหลักทรัพย์ (Broker) และนักลงทุน มีความซับซ้อนและมีต้นทุนในการบริหารจัดการที่สูง เนื่องจาก Intermediary ดังกล่าวต่างก็มีรูปแบบในการดำเนินการและขั้นตอนการปฏิบัติงานที่แตกต่างกันออกไป แต่ละแห่งต่างก็มีช่องทางในการหักโอนชำระเงินกับธนาคารพาณิชย์เป็นของตนเองเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนที่ต้องการจะลงทุนในตลาดทุน ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ระบบงานการชำระเงินของตลาดทุนมีความยุ่งยากเพิ่มมากขึ้นตามช่องทางการรับ-ส่งข้อมูลระหว่าง Intermediary และธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามรูปแบบในการรับ ส่งข้อมูลที่แต่ละธนาคารกำหนด อีกทั้งยังก่อให้เกิดต้นทุนในการบริหารจัดการตามบัญชีที่เปิดไว้กับแต่ละธนาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ที่บริษัทหลักทรัพย์ยังมีต้นทุนในการจัดเตรียมเงินที่สูงเพิ่มเติมอีกด้วย เนื่องจากต้องมีการสำรองเงินเพื่อจ่ายให้ผู้ขายหลักทรัพย์ไปก่อนในช่วงเช้า ขณะที่จะตัดเงินค่าซื้อจากลูกค้าในช่วงบ่าย

    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จึงจัดตั้ง บริษัท ฟินเน็ต อินโนเวชั่น เน็ตเวิร์ค จำกัด (FinNet) เพื่อพัฒนาระบบการชำระเงินของตลาดทุน เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวของการหมุนเวียนเงินในระบบ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อการรับ-ส่งคำสั่ง รวมทั้งจัดการด้านข้อมูลก่อนส่งคำสั่งเพื่อดำเนินการชำระเงินสำหรับบริษัทหลักทรัพย์ (Broker) ไปยังแต่ละธนาคารพาณิชย์ (Bank) แทนบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งได้เริ่มให้บริการระบบชำระเงินรายการซื้อขายหลักทรัพย์ในธนาคารเดียวกันไปแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 ต่อมาได้พัฒนาต่อยอดไปในรูปแบบ Real-time และรองรับการชำระเงินแบบข้ามธนาคาร


    FinNet Services




  4. คุณสมบัติและเงื่อนไขสำหรับผู้ใช้บริการการชำระเงินรายการซื้อขายหลักทรัพย์แบบ Batch ข้ามธนาคาร

    การรับเข้ามาเป็นสมาชิก


    ในปัจจุบัน ผู้ที่จะขอใช้บริการระบบชำระเงินสำหรับตลาดทุนของ FinNet จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    (1) เป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวม หรือเป็นตัวแทนหรือนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

    (2) เป็นบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

    (3) เป็นธนาคารพาณิชย์ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย


    การออกจากการเป็นสมาชิก

    ในกรณีที่ผู้ใช้บริการขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดในปัจจุบัน กล่าวคือ

    (1) ไม่เป็นบริษัทหลักทรัพย์ หรือไม่เป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือถูกเพิกถอนการจัดการกองทุนรวม หรือไม่เป็นตัวแทนหรือนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์


    (2) เป็นบริษัทจดทะเบียนที่ขอเพิกถอนหลักทรัพย์ของตนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือถูกเพิกถอนหลักทรัพย์จากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

    (3) ไม่เป็นธนาคารพาณิชย์
    FinNet อาจจะพิจารณาระงับการให้บริการระบบชำระเงินสำหรับตลาดทุนของ FinNet กับผู้ใช้บริการที่ขาดคุณสมบัติรายนั้นก็ได้ โดยการยกเลิกสัญญาตามวิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญา


  5. จำนวนและรายชื่อผู้เข้าร่วมดำเนินการโครงการการชำระเงินรายการซื้อขายหลักทรัพย์แบบ Batch ข้ามธนาคาร

    ปัจจุบันมีบริษัทผู้เข้าร่วมดำเนินการจำนวน 31 บริษัทหลักทรัพย์ และ 12 ธนาคาร ดังนี้



    รายชื่อบริษัทหลักทรัพย์
    1 บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด
    2 บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
    3 บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
    4 บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
    5 บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน)
    6 บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด
    7 บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด
    8 บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
    9 บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
    10 บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน)
    11 บริษัทหลักทรัพย์ แอพเพิล เวลธ์ จำกัด (มหาชน)
    12 บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน)
    13 บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
    14 บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด
    15 บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด
    16 บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
    17 บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)
    18 บริษัทหลักทรัพย์ ไอ วี โกลบอล จำกัด (มหาชน)
    19 บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด
    20 บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
    21 บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน)
    22 บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน)
    23 บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด
    24 บริษัทหลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด
    25 บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
    26 บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน)
    27 บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
    28 บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
    29 บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด
    30 บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
    31 บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)

     
    รายชื่อธนาคาร
    1 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
    2 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
    3 ธนาคารซีไอเอ็มบี จำกัด (มหาชน)
    4 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
    5 ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
    6 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
    7 ธนาคารแลนด์แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
    8 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
    9 ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
    10 ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
    11 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)
    12 ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)

 

 

 

 

เว็บไซต์ในกลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
SET Contact Center
X
SET Chatbot : ถามตอบเรื่องการลงทุน 24 ชั่วโมง
สอบถามข้อมูลอื่นๆ กับเจ้าหน้าที่ ในวันทำการ เวลา 8.00 - 18.00 น.