ผ่านสงกรานต์มาไม่นาน นอกจากกลุ้มเรื่องค่าไฟแล้ว ยังต้องมากลุ้มกับฝุ่น PM2.5 และโควิด19 โดยเฉพาะโควิด19 ที่คงกลัวคนไทยจะลืม ก็เลยออกมาเตือนความจำกันซะหน่อยว่า “ฉันยังอยู่นะจ๊ะ” ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูล Covid19 ระหว่างวันที่ 16 - 22 เมษายน 2566
ผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาล เฉลี่ยรายสัปดาห์ อยู่ที่ 1,088 ราย เท่ากับ 155 ราย/วัน และมีผู้เสียชีวิต เฉลี่ยรายสัปดาห์ อยู่ที่ 5 ราย เท่ากับ 1 ราย/วัน ยอดผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล สะสม 6,571 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2566)
ผู้เสียชีวิต สะสม 278 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2566) โดยโควิด19 ที่กำลังอาละวาดตอนนี้เป็นลูกผสมสายพันธุ์โอมิครอน XBB.1.5 กับ XBB.1.16 (รายละเอียดตามภาพ)
ช่วงนี้เราจึงเห็นหน่วยงานภาครัฐออกมารณรงค์ให้ฉีดวัคซีนโควิดกัน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเช่น กลุ่ม 608 ฯลฯ แต่ก็เป็นประเด็นในวงกว้างเช่นกันว่า ควรฉีดดีหรือไม่ คุ้มมั้ยที่จะฉีด ที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องการพิจารณาข้อดี ข้อเสียของการฉีด และไม่ฉีด ว่าอย่างไหนดีกว่ากัน
จริงๆ แล้ว การพิจารณาว่า “คุ้มมั้ย” เป็นเรื่องที่เราพิจารณากันทุกครั้งที่ต้องตัดสินใจเลือก อย่างเช่น จะออกกำลังกายดีมั้ย จะซื้อมือถือใหม่ดีมั้ย ฯลฯ
การลงทุนก็เช่นกัน เราก็ควรพิจารณาทุกครั้งที่ตัดสินใจลงทุนว่า “คุ้มมั้ย” เพราะการลงทุน คือ “การจ่ายเงินในวันนี้ เพื่อผลตอบแทนในอนาคต” เมื่อเราตัดสินใจลงทุน เราเสียเงินเท่ากับราคาหุ้นที่เราซื้อ ส่วนจะคุ้มหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าผลตอบแทนที่จะได้ในอนาคตมีมากน้อยแค่ไหน
อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน ถ้ามองในด้านลบ ก็คือ ความเสี่ยง ถ้ามองในด้านบวก ก็คือ ผลตอบแทนที่คาดหวัง จะเป็นผลตอบแทนที่คาดหวัง หรือความเสี่ยง หลักคิดเหมือนกัน คือ
ผลตอบแทนที่คาดหวัง (ความเสี่ยง) = โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์นั้น x ขนาดของผลตอบแทน (ความเสียหาย)
ตัวอย่างเช่น หากเราประเมินโอกาสที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจแต่ละอย่าง พร้อมผลตอบแทนที่คาดในแต่ละภาวะเศรษฐกิจใน 1 ปี ตามตาราง เราก็จะได้ผลตอบแทนที่คาดอยู่ที่ 7.50%
เมื่อเราพิจารณาลึกลงไป เราจะพบว่าโอกาสที่เราจะได้ผลตอบแทนที่มากกว่าหรือเท่ากับ 8% มีสูงถึง 70% (โอกาส 40% ที่เศรษฐกิจดี + โอกาส 30% ที่เศรษฐกิจปานกลาง) เทียบกับโอกาสเพียง 30% ที่เศรษฐกิจแย่ ซึ่งหากเกิดจริงๆ เราคาดว่าจะขาดทุนเพียง 3% เท่านั้น
การพิจารณาความคุ้มค่าในการลงทุนจึงเป็นเรื่องของการพิจารณาโอกาสที่จะกำไร (ขาดทุน) กับขนาดของกำไร (ขาดทุน) นั้นเอง
แต่เนื่องจากเรามีทางเลือกในการลงทุนมากมาย การพิจารณาว่าผลตอบแทนจากการลงทุนครั้งนี้คุ้มหรือไม่ เราจึงจำเป็นต้องเปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น โดยเฉพาะการลงทุนเดิมที่เราลงทุนอยู่ ตัวอย่างเช่น หากเทียบกับผลตอบแทนที่เราได้อยู่ในปัจจุบันมากกว่าหรือน้อยกว่า เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป อย่างเช่น หากเราฝากแบงค์ได้ดอกเบี้ย 7%/ปี แต่ถ้ามาลงทุนได้เพียง 7.50% มากกว่าเพียง 0.50% และมีโอกาส 30% ที่เราอาจจะขาดทุน 3% การลงทุนนี้ก็ไม่น่าจะคุ้ม
การพิจารณาตัดสินใจลงทุนซึ่งผลลัพธ์จะเกิดขึ้นในอนาคต เราจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบระมัดระวัง ปัจจัยที่จะช่วยให้เราตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ก็คือ ความรู้ ทัศนคติ และข้อมูล
บทความที่เกี่ยวข้อง


