ร่วมสร้างองค์ความรู้เรื่องดิจิทัล ดึงศักยภาพบริษัทจดทะเบียน

โดย SET
คุณพชร

ร่วมสร้างองค์ความรู้เรื่องดิจิทัล ดึงศักยภาพบริษัทจดทะเบียน

คุณพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บลูบิคก่อตั้งมาได้ 10 ปี และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เป็นธุรกิจที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ การจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี และธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง

"จุดมุ่งหมายของบลูบิคในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ คือ 1. การเติบโต เพราะบริษัทต้องการเงินทุน โดยเงินทุนที่ได้ นำมาเสริมในด้าน Working Capital ทั้งเรื่องการลงทุน การทำ R&D เพิ่มเติม และยังมีการทำ M&A ด้วย 2. ความน่าเชื่อถือ การอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วยเสริมในเรื่องความน่าเชื่อถือของบริษัทได้จริง เพราะบริษัทต้องมีการปรับระบบให้มีมาตรฐาน มีกระบวนการตรวจสอบจำนวนมาก ทั้งคณะกรรมการบริษัท และผู้ตรวจสอบต่าง ๆ แล้วยังมีหน่วยงานกำกับดูแล อย่างสำนักงาน ก.ล.ต. ด้วย"

บริษัทมองว่าการ transformation นั้น ไม่ใช่เพียงนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเดียว แต่ต้องมีองค์ความรู้ด้านอื่นด้วย เช่น การบริหารธุรกิจ บริหารบุคลากร บริหารกระบวนการต่าง ๆ สิ่งที่บลูบิคทำจึงไม่ใช่เรื่อง tech อย่างเดียว เป็นการ transformation ครบวงจร ตั้งแต่ธุรกิจ มาจนถึงเรื่องของ tech เรื่อง adoption เรื่องบริการ post implementation support เพื่อให้ระบบที่วางไว้มีความเสถียรต่อเนื่อง

 

สำหรับในอนาคต บลูบิคมีแผนที่จะเติบโตแบบก้าวกระโดดโดยภายใน 3 ปี ตั้งเป้าเข้าไปอยู่ใน SET100 การเติบโตแบบก้าวกระโดดนั้นต้องเติบโตหลายรูปแบบพร้อมกัน เวลานี้ บลูบิคมีธุรกิจบริการที่ครบวงจร จุดแข็งคือ สามารถทำ transformation ได้เร็วมาก แต่สำหรับลูกค้าบางรายที่ต้องการพาร์ทเนอร์ ไม่ใช่แค่การให้บริการ ซึ่งก็สามารถ engage กับลูกค้าในรูปแบบ Joint venture ได้ นับเป็นโมเดลใหม่ ขณะที่ด้านบริการจะขยายไปต่างประเทศด้วย

 

ในเรื่องความยั่งยืนหรือ Sustainability ที่ตีคู่มากับกระแส Transform นั้นเป็นเรื่องสำคัญ และมองว่าเป็นโอกาส ย้ำว่าเรื่องดิจิทัลกับความยั่งยืนเป็นเรื่องที่ไปด้วยกันได้ ถ้ามองความยั่งยืนเป็น 3 แกนคือ ESG ได้แก่

1. Environment การเป็นดิจิทัลช่วยได้อยู่แล้ว ทั้งลดกระดาษ ลดการเดินทาง ลดการใช้น้ำมัน ขณะที่เทคโนโลยีที่สูงกว่านั้นที่ใช้ AI และ data มาช่วยในการตัดสินใจ ก็จะช่วยลดกระบวนการการทำงาน ลดการปล่อยพลังงานได้

2. Social การใช้ดิจิทัล ทำให้เข้าถึงคนจำนวนมากได้ เช่น จะเผยแพร่ Knowledge หรือ Knowhow ต่าง ๆ ก็ขยายไปสู่ผู้รับชมจำนวนมาก ด้วยต้นทุนที่ลดลง

3. Governance ดิจิทัลเข้ามาช่วยเสริมเรื่องความโปร่งใส การบริหารจัดการที่มีธรรมาภิบาล ลองนึกภาพบริษัทที่ไม่มีระบบควบคุม ไม่มีระบบ ERP (Enterprise Resource Planning หรือ ซอฟต์แวร์และระบบที่ใช้ในการวางแผนจัดการ) จะควบคุมอย่างไรให้เกิดความโปร่งใส มีการเปิดเผยข้อมูลได้ดีขึ้น สามารถตรวจพบตรวจจับการทุจริต เป็นต้น
อ่านบทสัมภาษณ์เต็มได้จากหนังสือที่ระลึกตลาดหลักทรัพย์ฯ  ครบรอบ 50 ปี ได้ที่ https://50th-anniversary.setgroup.or.th/
 
แท็กที่เกี่ยวข้อง: Make it Work for Every Future SET50th Anniversary


บทความที่เกี่ยวข้อง