ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องทำ Data analytics เพื่อเป้าหมาย ‘พัฒนาและป้องกัน’

โดย SET
26.SET-Source-Q-คุณณภัทร-จาตุศรีพิทักษ์

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องทำ Data analytics เพื่อเป้าหมาย ‘พัฒนาและป้องกัน’

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีข้อมูลเยอะมาก ควรมี Data strategy หยิบข้อมูลต่าง ๆ ไปทำ Data analytics เพื่อทำให้ภารกิจต่าง ๆ สำเร็จ อาทิ มีการทำวิจัย ไม่ใช่แค่เรื่องสินทรัพย์ประเภทใหม่ๆ อย่าง Digital Asset, Cryptocurrency, Token แต่มีเรื่อง Business Model ของบริษัทที่เปลี่ยนไป มีเรื่อง Generation ของคนรุ่นใหม่ที่พฤติกรรมการลงทุนไม่เหมือนคนรุ่นเก่า รวมถึง ESG ที่ทำให้เกิดความท้าทายในหลายแง่ และในอนาคตอาจจะมีวิจัยเรื่อง Digital Asset Policy ซึ่งทั่วโลกให้ความสำคัญมาก และยังมีความคิดเห็นไม่ตรงกันทั่วโลก ว่าจะพัฒนาหรือกำกับดูแลอย่างไร

ตลาดทุนมีความสำคัญ เปรียบเหมือนหัวใจที่ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดในระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรทุนหรือเงินอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และช่วยผลักดันสิ่งใหม่ ๆ และธุรกิจใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น และถูกคาดหวังมากขึ้นด้วย เช่น คาดหวังให้ทุกคนเข้าถึง หรือคาดหวังเป้าหมายความยั่งยืน ยังไม่รวมเรื่อง Digital Assets หรือ Token ที่ยังไม่มีข้อสรุป

กระแสของโลกเวลานี้มีหลากหลายมาก แต่ที่กระทบเรามากที่สุดคือ Business Model ของโลก จากเดิม ซื้อมาผลิตแล้วก็จบ แต่เวลานี้ บริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่จะมาจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงอยู่ในจุดตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรที่จะขับเคลื่อนไปต่อ ลักษณะธุรกิจแบบไหนที่คิดว่าจะมาอยู่ในอันดับต้นๆ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ

“ถ้าตลาดหลักทรัพย์ฯ อยากไปต่อ ต้องมี volume มากกว่านี้ มีผลิตภัณฑ์ คือ บริษัทจะต้องดี แต่คำว่า “ดี” ในอีก 5 ปีข้างหน้า นิยามยาก โดยเฉพาะไทยที่ไม่มีประสบการณ์ที่ดีกับการทำ tech company ไม่มีสตาร์ทอัพที่ไปถึงจุดบริษัทที่ดี ขณะที่เศรษฐกิจจะเติบโตได้ ต้องผลิตสินค้าที่คนอื่นยังไม่มี ต้องขายสิ่งใหม่ที่มีมูลค่ามากกว่าเดิม นี่เป็นบริษัทที่อยากได้มาอยู่ในตลาดทุน ซึ่งต้องใช้เวลา ต้องวางแผนและปูฐานให้เกิดขึ้น”

นอกจากคุณภาพบริษัทจดทะเบียนแล้ว ยังมีคุณภาพของการตั้งกฎกติกาและการรักษากฎกติกาในตลาดทุน เรื่อง Governance ตั้งแต่การเมืองการปกครอง ตลาดทุน บริษัทจดทะเบียน ไปจนถึง Governance ของผู้กำกับดูแล

ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯ มี data อยู่มาก ต้องคิดให้ถูกว่าจะใช้ข้อมูลไปเพื่ออะไร จุดแรก อาจจะดูว่าพฤติกรรมนักลงทุนเป็นอย่างไร เพื่อวางแผนให้คนลงทุนมากขึ้น วางแผนการ matching product เพราะบางครั้งคนเข้าไม่ถึง product ที่ตัวเองชอบ ถ้าทำได้ดีขึ้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็จะได้ volume

นอกจากนี้ การนำข้อมูล Big data มาช่วยดำรงกติกาในการเทรด หรือในการ disclose ให้ดีกว่าเดิม เพราะตลาดหลักทรัพย์ฯ มีความท้าทายหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการกำกับดูแลการซื้อขาย จึงเป็นโอกาสในการใช้ข้อมูลมาช่วยในการ detect หรือทำให้กระบวนการนี้เร็วขึ้น

ส่วนงานวิจัยที่สถาบันอนาคตไทยศึกษา ทำร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ มุมแรก การเข้าถึงตลาดทุนโดยตรงยังต่ำมาก จากการสำรวจ 1 หมื่นราย มีน้อยมากที่รู้ว่าหุ้นคืออะไร และมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่มากว่าลงทุนไปทำไม เช่น อยากได้ผลตอบแทน 200% ภายใน 3 เดือน เพราะไม่มีความรู้ ไม่มีข้อมูล ทำให้ถูกหลอก ฉะนั้นต้องเริ่มดูกันใหม่ว่า segment ของคนที่อยากให้เข้าถึงตลาดทุนแบบทางตรงคือใคร และควรเข้าหาแบบทางตรงจริงหรือเปล่า หรือจริง ๆ ควรเข้าผ่านกองทุนหรืออะไรอย่างอื่น นี่เป็นเรื่องสำคัญ

มุมที่สอง เรื่องประสิทธิภาพ อยากให้การแลกเปลี่ยนเงินทำได้โดยต้นทุนต่ำสุด ซึ่งมีเรื่องภาษีที่มีผลกระทบเยอะ ทางทฤษฎีจึงควรจะเก็บต่ำสุด หรือไม่ควรจะเก็บด้วยซ้ำ

มุมที่สาม ความยั่งยืน อยากให้ตลาดทุนเป็นตัวผลักดัน ESG บริษัทไหนทำได้ดีจะได้รางวัลบางอย่างจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ผ่านการเก็บ data แบบ objective มีการสร้างมาตรฐาน สามารถประเมินได้ว่าบริษัทใดควรสนับสนุน และผ่อนปรนบางอย่างสำหรับรายที่ทำ ESG เช่น การคัดเลือกหุ้น ESG ที่เข้มข้น กลุ่มนี้อาจจะได้สินเชื่อจากธนาคารในอีกรูปแบบหนึ่ง หรือจะมี discount หรือกองทุนคนรุ่นใหม่ที่อาจจะชอบหุ้น ESG เป็นต้น

สำหรับอนาคต ต้องการเห็นตลาดหลักทรัพย์ฯ 1. ความชัดเจนว่าจะพัฒนาตลาดอย่างไร มาตรการที่ออกมาเพื่ออะไร เป็นเรื่องของหน่วยงานไหน 2. คุณภาพ ที่ต้องใส่ใจมากที่สุด เพราะถ้าเงินไปกองใน Asset Security ที่ไม่ดี จะมีตลาดหลักทรัพย์ฯ ไปทำไม และ 3. การเชื่อมต่อของโลก Digital Asset ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ตอนนี้ยังไม่รู้ Digital Asset และ Tokenization จะออกมารูปแบบไหน แล้วกระทบตลาดทุนทั้งหมดอย่างไร

“ผมมีความรู้สึกว่านิยามของตลาดทุนกำลังจะเปลี่ยนไป ไม่รู้ว่าจะถูกหรือเปล่า แต่ว่ามีหลายคนคิดว่าในอนาคตมันจะมีการเชื่อมต่อของตลาดแบบค่อนข้างไร้พรมแดนกว่าเดิม ตอนนี้ Cryptocurrency มันไปแล้ว ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่สินค้าทุกอย่างในโลกจะค้นพบตลาดทุน และมีราคาของมัน แปลว่าไม่ใช่แค่ภายในระบบเศรษฐกิจเท่านั้น ขอบเขตมันอาจจะขยายที่อาจจะถูก tokenize แล้วกลายเป็นที่ tradable ค่อนข้างง่าย ฟังดูแล้วอาจจะหลุดโลก ถ้ามันเกิดจะเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดทุนในทุกประเทศ”

อ่านบทสัมภาษณ์เต็มได้จากหนังสือที่ระลึกตลาดหลักทรัพย์ฯ  ครบรอบ 50 ปี ที่ห้องสมุดมารวย
 


บทความที่เกี่ยวข้อง