การคุ้มครองผู้ลงทุน
     
 

ภาพรวม
กองทุนคุ้มครองผุ้ลงทุนในหลักทรัพย์ (SIPF)

ภาพรวม

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ลงทุน เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนที่ได้ลงทุนหรือต้องการที่จะลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นการขยายฐานของผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกด้วย ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ออกมาตรการหลายรูปแบบเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน อาทิ กฎเกณฑ์ ข้อบังคับต่างๆ ตลอดจนการกำกับดูแลบริษัทหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนให้มีการปฏิบัติตามระเบียบและ กฎเกณฑ์ของระบบการซื้อขาย การชำระราคา การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทให้มีความน่าเชื่อถือและมีความเท่าเทียมกัน ในการรับรู้ถึงข้อมูลข่าวสาร

นอกจากนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้ร่วมกับโบรกเกอร์จำนวนหนึ่งจัดตั้ง กองทุนคุ้มครองผู้ลงทุนในหลักทรัพย์ ( Securities Investor Protection Fund หรือ SIPF) ขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุนที่ซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านโบรกเกอร์ที่เป็น สมาชิกกองทุน ว่าทรัพย์สินของผู้ลงทุนที่มอบไว้ในความดูแลของโบรกเกอร์ที่เป็นสมาชิกกองทุนนั้นจะได้รับความคุ้มครอง จากกองทุน โดยกองทุนจะจ่ายเงินชดเชยให้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

กฎระเบียบและเกณฑ์ข้อบังคับต่างๆ
  บริษัทสมาชิก บริษัทหลักทรัพย์อื่นๆ ผู้ดูแลบัญชีของต่างด้าว และบริษัทจดทะเบียนจะต้องปฏิบัติตามกฎและ ระเบียบที่วางไว้อย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ (สำนักงาน ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะทำหน้าที่ในการกำกับดูแลบริษัทดังกล่าวอย่างใกล้ชิด แต่ผู้ลงทุน ก็ควรระมัดระวังดูแลรักษาผลประโยชน์ของตนเอง โดยการติดตามข้อมูลการซื้อขายอย่างสม่ำเสมอ และหากพบ เหตุการณ์ที่น่าสงสัยว่าจะเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ควรจะรายงานไปที่สำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
   
ระบบการซื้อขายที่มีประสิทธิภาพ
  ตลาดหลักทรัพย์ฯ ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการซื้อขายนับแต่ปี พ.ศ. 2534 ซึ่งช่วยรองรับปริมาณการซื้อขายได้สูงขึ้น มาก อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและความโปร่งใส โดยระบบการซื้อขายดังกล่าวมีความสามารถ ในการรองรับคำสั่งซื้อขายถึงวันละ 600,000 รายการ
   
การชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์
  มีความสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ( ประเทศไทย) จำกัด ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์แต่ผู้เดียว รวมทั้งยังทำหน้าที่เป็นนายทะเบียน ให้กับบริษัทอีกด้วย ระยะเวลาของการส่งมอบและชำระราคา ปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 3 วันหลังการซื้อหรือขาย แล้วเสร็จ ( T +3) ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ ยังได้นำมาตรการการบริหาร ความเสี่ยงมาใช้ โดยเริ่มที่การจัดตั้งกองทุนในการชำระราคาหลักทรัพย์ เพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ในกรณีที่มีการผิดนัดชำระราคา
   
การกำกับดูแลตลาด
 

นับแต่ปี พ.ศ. 2538 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบการเคลื่อนไหวของการซื้อขาย หลักทรัพย์ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ATOMS ในการตรวจสอบการซื้อขายหลักทรัพย์ระบบ ATOMS ประกอบด้วย 3 ระบบหลักคือ

  1. ระบบตรวจสอบและส่งสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบการซื้อขายที่ผิดปกติ
  2. ระบบในการดึงข้อมูล เพื่อค้นหาสาเหตุของความผิดปกติ และ
  3. ระบบการวิเคราะห์และรายงานผลการตรวจสอบ
   
ข้อมูลต่างๆ จากตลาดหลักทรัพย์ฯ
  ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยึดหลักเกณฑ์ของการเปิดเผยข้อมูลว่าการเปิดเผยจะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส เพื่อผู้ลงทุนจะได้ใช้ข่าวสารข้อมูลในการตัดสินใจและสามารถใช้ประเมินสถานการณ์ และปกป้องผลประโยชน์ของตนเองได้ ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 0-2229-2222 หรือที่ Contact Us