การซื้อขายตราสารหนี้้
     
 

ระบบการซื้อขายตราสารหนี้ (Bond Electronic EXchange) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีความสะดวกและ ดำเนินการได้โดยง่าย โดยนักลงทุนติดต่อซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ หรือที่เรียกว่าบริษัทนายหน้าค้าหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ โดยขั้นตอนหลักๆของการซื้อขาย มีดังนี้

  1. เปิดบัญชีซื้อขาย ผู้ลงทุนติดต่อโบรกเกอร์เพื่อเปิดบัญชีการซื้อขาย ท่านที่เป็นลูกค้าเดิมที่มีบัญชีการซื้อขายตราสารทุนอยู่แล้ว ให้แจ้งความจำนงว่าต้องการ ซื้อขายตราสารหนี้เพิ่มขึ้น ท่านอาจต้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้โบรกเกอร์ไปดำเนินการในรายละเอียดด้านระบบปฏิบัติงานภายใน

  2. การส่งคำสั่งซื้อขายและการยืนยันการซื้อขาย เมื่อนักลงทุนพิจารณาความต้องการลงทุนและประเมิน ความเสี่ยงของหุ้นกู้แล้ว ให้แจ้งคำสั่งการซื้อขายผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดตราสารหนี้ ที่บริษัทโบรกเกอร์ เจ้าหน้าที่จะส่งคำสั่งซื้อขายเข้าสู่ระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ และแจ้งยืนยันผลของการซื้อขายให้ลูกค้าทราบ

  3. หลักเกณฑ์และวิธีการซื้อขาย ก. วิธีการจับคู่อัตโนมัติ (Automatic Order Matching หรือ AOM) เป็นวิธีการเดียวกับการซื้อขายหุ้นสามัญบนกระดานของ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวคือ คำสั่งซื้อหรือขายที่นำส่งเข้ามาในระบบ จะจับคู่กับคำสั่งที่ขายหรือซื้อที่นำส่งเข้ามาในระบบเช่นกัน โดยเรียงลำดับตามเวลา ราคา และปริมาณของแต่ละคำสั่ง เมื่อตรงกันแล้วระบบจะจับคู่คำสั่งซื้อขายดังกล่าว ผู้ซื้อ ผู้ขาย ไม่ทราบชื่อคู่ค้าของตน โดยนักลงทุนสามารถรับทราบถึงผลการซื้อขายทันที่เมื่อรายการซื้อขายนั้นจับ คู่แล้วจากโบรกเกอร์ของตน

    เกณฑ์การซื้อขายหุ้นกู้สำหรับ AOM ได้แก่

    ราคาซื้อขาย
    เป็นราคาหุ้นกู้ต่อหน่วยโดยมีทศนิยม 2 ตำแหน่ง เป็นราคาของหุ้นกู้ที่รวมดอกเบี้ยค้างรับไว้ด้วยแล้ว
    หน่วยการซื้อขาย (Board Lot)
    กำหนดให้ 1 หน่วยการซื้อขาย เท่ากับ หุ้นกู้ 100 หน่วย มูลค่าการซื้อขายขั้นต่ำจึงเท่ากับหุ้นกู้ 100 หน่วย และจำนวนหน่วยที่ซื้อขายเป็นจำนวนทวีคูณของหุ้นกู้ 100 หน่วย เช่น 2, 3 และ 10 หน่วยการซื้อขาย เท่ากับ หุ้นกู้ 200, 300 และ 1000 หน่วย เป็นต้น
    มูลค่าการซื้อขายต่อคำสั่ง
    กำหนดมูลค่าสูงสุดต่อคำสั่งไม่เกิน 10,000 หน่วยหรือ 10 ล้านบาท
    ช่วงราคา (Spread)
    ช่วงราคาที่ใช้ปรับเปลี่ยนในการกำหนดราคาซื้อขายคือ 0.01 บาท ดังนั้น ราคาที่นักลงทุนส่งคำสั่งนั้น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ โดยปรับขึ้นหรือลงอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 1 สตางค์ เช่น ราคาล่าสุดที่ 1,050.25 บาทต่อหน่วย ราคาที่ตั้งใหม่อาจเท่ากับ 1,050.26 บาทต่อหน่วย หรือ 1,050.24 บาทต่อหน่วย
    ราคาต่ำสุดและสูงสุด (Ceiling และ Floor)
    การขึ้นลงของราคาในระหว่างวันไม่มีข้อกำหนดเรื่องราคาต่ำสุดและราคาเพดานขั้นสูง
    อัตราค่าธรรมเนียม (Commission)
    ที่โบรกเกอร์เรียกชำระจากนักลงทุน เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างนักลงทุนและโบรกเกอร์ โดย ตลาดหลักทรัพย์ฯมิได้มีข้อกำหนดนี้


  4. การกำหนดเครื่องหมายแสดงสิทธิประโยชน์และการกำกับดูแล ตลาดหลักทรัพย์ฯจะขึ้นเครื่องหมายหลักๆ ดังนี้ - เครื่องหมาย XI (Ex-Interest) เครื่องหมายที่แสดงว่าผู้ซื้อจะไม่มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยที่บริษัทกำหนดจ่ายในงวดนั้น - เครื่องหมาย XP (Ex-Principal) ผู้ซื้อจะไม่มีสิทธิได้รับเงินต้นที่บริษัทผู้ออกหุ้นกู้กำหนดจ่ายในงวดนั้น ในกรณีนี้มักเป็นหุ้นกู้ ที่ทยอยจ่ายคืนเงินต้นก่อนวันที่ครบกำหนดไถ่ถอน โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะขึ้น เครื่องหมายทั้งสองล่วงหน้า 2 วันทำการก่อนวันแรก ของการปิดสมุดทะเบียน - สำหรับเครื่องหมายเพื่อการกำกับดูแลนั้น จะใช้เครื่องหมายประเภทเดียวกับที่ใช้ในตราสารทุน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักลงทุน ได้รับทราบข้อมูลและความเคลื่อนไหว และเป็นการกำกับดูแลจากฝ่ายงานกำกับตลาดเครื่องหมายเหล่านี้ ได้แก่ เครื่องหมาย NP, NR, SP, H

  5. การชำระราคาและส่งมอบ การ ชำระราคาและส่งมอบของการซื้อขายหุ้นกู้ ในระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ จะดำเนินการโดยบริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด Thailand Clearing House Co.,Ltd. (TCH) โดยกำหนดให้ให้ส่งมอบหุ้นกู้ และชำระเงินในวันทำการที่ 2 หลังจากวันที่การซื้อขาย (T+2) ในด้านนักลงทุนนั้นจะได้รับความสะดวก และปราศจากความเสี่ยง ในการไม่ได้รับหุ้นกู้ เมื่อซื้อขายผ่านระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยท่านแน่ใจว่าจะได้รับหลักทรัพย์เมื่อท่านชำระเงินแน่นอน และไม่ต้องดำเนินการ ในเรื่องการส่งมอบหุ้นกู้และรับชำระเงินกันเองระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ เนื่องจาก TCH จะเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้ และรับประกันรายการซื้อขาย