บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด ("บริษัทจัดการ") ในฐานะบริษัทจัดการของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี (SUPEREIF) ("กองทุนฯ") ได้รับแจ้งจากบริษัท 17 อัญญวีร์ โฮลดิ้ง จำกัด ("บริษัทฯ") เกี่ยวกับเหตุการณ์ฝนตกหนักและฝนตกสะสมต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของโครงการบางพลวง 1 และโครงการบางพลวง 2 (ซึ่งมีกำลังการผลิตโครงการละ 6 เมกะวัตต์) ตั้งอยู่ที่ตำบลบางพลวง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี บริษัทจัดการจึงขอสรุปรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบดังนี้ เหตุแห่งความเสียหาย : น้ำท่วม ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ : วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. (ฝนที่ตกหนักและสะสมต่อเนื่องในช่วงดังกล่าว ทำให้ระดับน้ำบริเวณโดยรอบโครงการสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และไหลเข้ามาเต็มพื้นที่โครงการ) ผลกระทบในเบื้องต้น : ระดับน้ำยังไม่ได้สูงถึงระดับของอาคารควบคุม อาคาร Powerhouse และแผงพลังงานแสงอาทิตย์ในโครงการ อย่างไรก็ดี ระดับน้ำเริ่มสูงเข้าใกล้มิเตอร์ซื้อขายไฟฟ้าของโครงการซึ่งเชื่อมต่ออยู่กับระบบไฟฟ้าแรงสูงภายในโครงการ บริษัทฯ จึงได้ตัดสินใจปลดการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าบริเวณมิเตอร์ซื้อขายไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย รวมถึงเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับมิเตอร์ซื้อขายไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในระบบไฟฟ้ าแรงสูง การดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้บริษัทฯ ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 สถานการณ์ล่าสุด : จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานโดยบริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้บริหารโครงการ คาดว่าระดับน้ำจะถึงจุดสูงสุดในช่วง 1-2 วันนี้ และจะทยอยลดลง ทั้งนี้ ภายหลังน้ำลดแล้ว บริษัทฯ จะเข้าสำรวจความเสียหายและเร่งซ่อมแซมในส่วนที่สามารถดำเนินการได้ เพื่อให้โครงการสามารถกลับมาผลิตไฟฟ้าตามปกติโดยเร็วที่สุด บริษัทจัดการขอเรียนว่า กองทุนฯ ได้ทำกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน และกรมธรรม์ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าทั้ง 2 โครงการ ซึ่งมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 โดยบริษัทรับประกันภัยมีเงื่อนไขจำกัดความรับผิดในกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินต่อภัยน้ำท่วม ในวงเงินร้อยละ 20 ของทุนประกันภัยของกรมธรรม์ดังกล่าว (วงเงินจำกัดความรับผิดดังกล่าวใช้ร่วมกันระหว่างกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน และกรมธรรม์ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก) ซึ่งทุนประกันภัยของกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินของโครงการบางพลวง 1 เท่ากับ 258,700,000 บาท และโครงการบางพลวง 2 เท่ากับ 255,100,000 บาท ทั้งนี้ ค่าความเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินต่อ ภัยน้ำท่วมคือร้อยละ 10 หรือ ขั้นต่ำ 100,000 บาท แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า สำหรับความสูญเสียหรือเสียหายที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งอันเนื่องมาจากภัยดังกล่าว ในขณะที่ทุนประกันภัยของกรมธรรม์ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักของโครงการบางพลวง 1 และโครงการบางพลวง 2 เท่ากับ 50,000,000 บาทต่อโครงการ โดยมีระยะเวลาไม่คุ้มครอง 21 วันนับจากวันแรกของการเกิดความเสียหาย (ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 โครงการโรงไฟฟ้าบางพลวง 1 และบางพลวง 2 สามารถสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 100,000 บาทต่อวันต่อโครงการ (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)) ปัจจุบัน บริษัทรับประกันภัยได้รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าอีก 17 โครงการที่กองทุนฯ เข้าลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิ ยังคงผลิตไฟฟ้าได้ตามปกติ โดยมิได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ข้างต้นแต่อย่างใด โดยหากมีความคืบหน้าที่สำคัญเพิ่มเติม บริษัทจัดการจะรายงานให้ผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"