วันที่/เวลา 10 ส.ค. 2569 08:22:15

หัวข้อข่าว

แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 8/2569 เรื่อง การทำรายการเกี่ยวโยงกัน การล้างขาดทุนสะสม การเพิ่มทุนจดทะเบียน การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น และการกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2569 (แก้ไข)

หลักทรัพย์ PRECHA
แหล่งข่าว PRECHA
กำหนดการประชุมผู้ถือหุ้น เรื่อง : กำหนดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น วันที่คณะกรรมการมีมติ : 06 ส.ค. 2569 วันที่ประชุมผู้ถือหุ้น : 14 ก.ย. 2569 เวลาเริ่มประชุม (hh:mm) : 10 : 30 วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมประชุม (Record : 20 ส.ค. 2569 date) วันที่ไม่ได้รับสิทธิเข้าประชุม : 19 ส.ค. 2569 วาระการประชุมที่สำคัญ (แก้ไข) : - รายการที่เกี่ยวโยงกัน รูปแบบการประชุม : รูปแบบ Physical meeting สถานที่ประชุม : ณ โรงแรมดิเอมเมอรัล ชั้น 14 ห้อง แกรนด์ พาโนราม่า เลขที่ 99/1 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400 วาระที่ : 1 หัวข้อวาระ (แก้ไข) : พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 ประเภทวาระ : เพื่อพิจารณา ความเห็นคณะกรรมการ (เพิ่มเติม) : คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณารายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 แล้ว และเห็นสมควรเสนอรายงานการประชุมดังกล่าวต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและรับรองต่อไป วาระที่ : 2 หัวข้อวาระ (แก้ไข) : พิจารณาอนุมัติการทำรายการเกี่ยวโยงกัน กรณีเข้าซื้อที่ดินจากบุคคลเกี่ยวโยงกัน ประเภทวาระ : เพื่อพิจารณา ความเห็นคณะกรรมการ (เพิ่มเติม) : ที่ประชุมซึ่งไม่รวมกรรมการที่มีส่วนได้เสีย มีมติอนุมัติการทำรายการเกี่ยวโยงกัน กรณีเข้าซื้อที่ดินจากบุคคลเกี่ยวโยงกัน เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยฯ มีแผนพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรหลายพื้นที่ ได้แก่ 1) พิมลราช นนทบุรี 2) บางแสน ชลบุรี 3) ระยอง หลังสนามกีฬา และ 4) ปัญฐิญา สุวินทวงศ์ เพื่อเพิ่มแหล่งการสร้างรายได้ของบริษัท ที่ดินดังกล่าวมีศักยภาพด้านทำเลและการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทแนวราบ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินมีความสัมพันธ์เข้าข่ายเป็น "บุคคลที่เกี่ยวโยงกัน" ตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) วาระที่ : 3 หัวข้อวาระ (แก้ไข) : พิจารณาอนุมัติการโอนทุนสำรองตามกฎหมายจำนวน 13,287,118.97 บาท และส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญ จำนวน 88,750,822.16 บาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมตามงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ประเภทวาระ : เพื่อพิจารณา ความเห็นคณะกรรมการ (เพิ่มเติม) : อนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติการโอนทุนสำรองตามกฎหมายจำนวน 13,287,118.97 บาท และนำส่วนเกินมูลค่าหุ้นจำนวน 88,750,822.16 บาท มาชดเชยผลขาดทุนสะสมของบริษัทตามงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท สำหรับระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 จำนวน 253,826,261.28 บาท ทั้งนี้ ภายหลังการโอนส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญเพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมดังกล่าว บริษัทจะมีผลขาดทุนสะสมจำนวน 151,788,320.15 บาท และจะไม่มีส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญคงเหลือใน งบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท วาระที่ : 4 หัวข้อวาระ (แก้ไข) : พิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทและการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท ประเภทวาระ : เพื่อพิจารณา ความเห็นคณะกรรมการ (เพิ่มเติม) : อนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จำนวน 840,000,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 336,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 1,176,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 840,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) และพิจารณาอนุมัติการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4. ของบริษัทเพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท นอกจากนี้ อนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2569 พิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท รวมถึงการมอบอำนาจให้ คณะกรรมการบริษัท และ/หรือ คณะกรรมการบริหาร และ/หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ/หรือ บุคคลอื่นใดซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท และ/หรือ คณะกรรมการบริหาร และ/หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้มีอำนาจในการลงนามในคำขอหรือในเอกสารใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท และการยื่นจดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ การดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงคำขอหรือข้อความในเอกสารดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียน แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทที่ต้องยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งมอบอำนาจในการดำเนินการใด ๆ ตามที่จำเป็นและเกี่ยวเนื่องกับการดำเนินการดังกล่าวตามที่เห็นสมควร และเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และการตีความของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตามคำแนะนำหรือคำสั่งของนายทะเบียน หรือเจ้าหน้าที่ วาระที่ (เพิ่มเติม) : 5 หัวข้อวาระ (เพิ่มเติม) : พิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทเพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้ น (Right Offering) ประเภทวาระ (เพิ่มเติม) : เพื่อพิจารณา ความเห็นคณะกรรมการ (เพิ่มเติม) : อนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 เพื่อพิจารณาและอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท ไม่ว่าในครั้งเดียวหรือหลายคราว จำนวนไม่เกิน 840,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) ในอัตราส่วน 1 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 2.5 หุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยหากมีเศษหุ้นจากการคำนวณตามสัดส่วน ให้ปัดเศษหุ้นดังกล่าวทิ้ง และกำหนดราคาเสนอขายหุ้นละ 0.20 บาท เนื่องจากบริษัทมีผลขาดทุนสะสมปรากฏในงบฐานะการเงินเฉพาะกิจการประจำปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และงบฐานะการเงินเฉพาะกิจการสำหรับไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ซึ่งผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต บริษัทจึงสามารถกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ซึ่งกำหนดให้บริษัทที่ดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีและมีผลขาดทุน สามารถเสนอขายหุ้นต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นและกำหนดอัตราส่วนลดไว้อย่างแน่นอน การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้จะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยผู้ถือหุ้นเดิมมีสิทธิจองซื้อหุ้นเกินกว่าสิทธิของตน (Oversubscription) ทั้งนี้ หุ้นที่จองซื้อเกินสิทธิจะได้รับการจัดสรรต่อเมื่อมีหุ้นเหลือจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่จองซื้ อตามสิทธิครบถ้วนแล้ว โดยบริษัทจะจัดสรรหุ้นส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จองซื้อเกินสิทธิในราคาเดียวกันกับหุ้นที่ไ ด้รับจัดสรรตามสิทธิ จนกว่าจะไม่มีหุ้นเหลือหรือไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดประสงค์จองซื้อหุ้นดังกล่าวอีกต่อไป ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติกำหนด Record Date ในวันที่ 21 กันยายน 2569 และกำหนดระยะเวลาจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนระหว่างวันที่ 5-9 ตุลาคม 2569 รวม 5 วันทำการ อย่างไรก็ดี สิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนยังไม่มีความแน่นอน เนื่องจากต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติมอบอำนาจให้คณะกรรมการบริษัท และ/หรือ คณะกรรมการบริหาร และ/หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ/หรือ บุคคลอื่นที่ได้รับมอบหมายจากบุคคลดังกล่าว มีอำนาจพิจารณา กำหนด แก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน รวมถึงดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นและสมควรอันเกี่ยวเนื่องกับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าว วาระที่ (เพิ่มเติม) : 6 หัวข้อวาระ (เพิ่มเติม) : พิจารณาวาระอื่นๆ ประเภทวาระ (เพิ่มเติม) : เพื่อพิจารณา ______________________________________________________________________ การเพิ่มทุนจดทะเบียน สถานะ : ยกเลิก เหตุผล : ในการออกและเสนอหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกและเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) ในครั้งนี้ บริษัทมีวัตถุประสงค์และแผนการใช้เงินดังนี้ วัตถุประสงค์การใช้เงิน จำนวนเงินทุนที่จะนำไปใช้ โดยประมาณ ระยะเวลาการใช้เงิน 1. เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนวียน และเสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจของบริษัทและ/หรือบริษัทย่อย รวมทั้งเพื่อรองรับการดำเนินงานปกติในธุรกิจหลัก ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รวมถึงการต่อยอดและขยายธุรกิจของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจของบริษัท ไม่เกิน 68 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 18 เดือน นับจากวันที่ได้รับเงินเพิ่มทุน 2. เพื่อใช้ชำระคืนหนี้ของบริษัท และ/หรือบริษัทย่อย ไม่เกิน 100 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 18 เดือน นับจากวันที่ได้รับเงินเพิ่มทุน รวมประมาณ ไม่เกิน 168 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะทยอยใช้เงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนภายในระยะเวลา 18 เดือน นับจากวันที่ได้รับเงินจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์การใช้เงินและจำนวนเงินทุนที่จะนำไปใช้ข้างต้นอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความจำเป็นและความเห มาะสมของแผนการดำเนินธุรกิจ แผนการลงทุน แผนการพัฒนาโครงการ และแผนการบริหารสภาพคล่องของบริษัท โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะอยู่ภายใต้กรอบวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น ในกรณีที่บริษัทได้รับเงินจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ เนื่องจากมีผู้ใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนไม่ครบตามจำนวนที่เสนอขาย บริษัทจะพิจารณาปรับแผนการใช้เงินให้เหมาะสมกับจำนวนเงินที่ได้รับจริง โดยยังคงใช้เงินภายใต้วัตถุประสงค์ที่ได้เปิดเผยไว้ข้างต้น หมายเหตุ แผนการใช้เงินดังกล่าวเป็นเพียงประมาณการเบื้องต้น ซึ่งจัดทำขึ้นจากแผนธุรกิจและข้อมูลที่มีอยู่ ณ วันที่จัดทำสารสนเทศนี้ จำนวนเงินที่ได้รับจริง ระยะเวลาการใช้เงิน และจำนวนการใช้เงินเพิ่มทุนของบริษัทอาจแตกต่างไปจากแผนการใช้เงินที่ระบุไว้ข้างต้น ทั้งนี้ ตามภาวะเศรษฐกิจ สภาวะตลาด โอกาสในการลงทุน และความเหมาะสมในการดำเนินธุรกิจ แต่จะยังคงอยู่ภายใต้กรอบวัตถุประสงค์การใช้เงินตามที่ได้เปิดเผยไว้ข้างต้น เรื่อง : การเพิ่มทุนแบบกำหนดวัตถุประสงค์ในการใช้เงินทุน วันที่คณะกรรมการมีมติ : 06 ส.ค. 2569 จำนวนหุ้นสามัญที่เพิ่มทุน (หุ้น) : 840,000,000 จำนวนรวมของหุ้นที่เพิ่มทุน (หุ้น) : 840,000,000 มูลค่าที่ตราไว้ (Par)(บาทต่อหุ้น) : 1.00 ประเภทหลักทรัพย์ที่จัดสรร : หุ้นสามัญ จัดสรรให้กับ : ผู้ถือหุ้นสามัญทั้งหมด จำนวนหุ้นที่จัดสรร (หุ้น) : 840,000,000 อัตราส่วน (หุ้นเดิม : หุ้นใหม่) : 1.00 : 2.50 ราคาจองซื้อ (บาทต่อหุ้น) : 0.20 วันจองซื้อและชำระค่าหุ้น : วันที่ 05 ต.ค. 2569 ถึงวันที่ 09 ต.ค. 2569 วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น : 21 ก.ย. 2569 ที่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน (Record date) วันที่ไม่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน (XR) : 18 ก.ย. 2569 ______________________________________________________________________ รายการที่เกี่ยวโยงกัน การพิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกัน วัน เดือน ปี ที่คาดว่าจะทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน กันยายน 2569 - กุมภาพันธ์ 2571 วันที่คณะกรรมการมีมติ 6 สิงหาคม 2569 คู่สัญญาที่เกี่ยวข้อง ลักษณะความเกี่ยวโยง และลักษณะของรายการ 1.ที่ดินพิมลราช นนทบุรี ผู้ซื้อที่ดิน: บริษัท ปรีชา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และหรือบริษัทย่อยฯ ผู้ขายที่ดิน: นายปัญญา ถิรกิจพงศ์ ลักษณะความเกี่ยวโยง: กรรมการผู้มีอำนาจเป็นบุคคลเกี่ยวโยงตามมาตรา 258 (1)-(7) ของ พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ฉบับเดิม ลักษณะความสัมพันธ์ - บริษัท ปรีชากรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีนางสาวฐิติมา ถิรกิจพงศ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ร้อยละ 30.98 (การถือหุ้นทางตรง: 20,445,162 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 6.09, การถือหุ้นโดยบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง โดยถือหุ้นในบริษัท เนแอ็ค จำกัด: 83,658,837 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 24.90) - นายปัญญา ถิรกิจพงศ์ เป็นพี่ชายของนางสาวฐิติมา ถิรกิจพงศ์ และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ร้อยละ 30.77 (การถือหุ้นทางตรง: 19,731,364 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 5.87, การถือหุ้นโดยบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง โดยถือหุ้นในบริษัท เนแอ็ค จำกัด: 83,658,837 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 24.90) รายละเอียดทรัพย์สิน - จำนวนโฉนดที่ดิน : 2 โฉนด - พื้นที่รวม : 4,455 ตารางวา (11 ไร่ 0 งาน 55 ตารางวา) - ราคาซื้อที่ดินรวม : ไม่เกิน 66.83 ล้านบาท - ราคาซื้อที่ดิน: 15,000 บาทต่อตารางวา ลักษณะของรายการ - บริษัทและหรือบริษัทย่อยฯเข้าซื้อที่ดินพิมลราช นนทบุรี จำนวนไม่เกิน 2 โฉนด เนื้อที่ดิน รวม 11 ไร่ 0 งาน 55 ตารางวา มูลค่าซื้อขายที่ดินจากการตกลงร่วมกันไม่เกิน 66.83 ล้านบาท - โดยที่ดินมีราคาประเมินราชการ 2,000-26,500 บาทต่อตารางวา, ราคาประเมินจาก บริษัท ที.เอ.มาเนจเม้นท์ คอร์โปเรชั่น (1999) จำกัดซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในรายชื่อของสำนักงาน กลต. อยู่ที่ประมาณ 16,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งประเมินมูลค่าเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 2.ที่ดินบางแสน ชลบุรี ผู้ซื้อที่ดิน: บริษัท ปรีชากรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และหรือบริษัทย่อยฯ ผู้ขายที่ดิน: นางสาวฐิติมา ถิรกิจพงศ์ ลักษณะความเกี่ยวโยง: กรรมการผู้มีอำนาจเป็นบุคคลเกี่ยวโยงตามมาตรา 258 (1)-(7) ของ พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ฉบับเดิม ลักษณะความสัมพันธ์ - บริษัท ปรีชากรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีนางสาวฐิติมา ถิรกิจพงศ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ร้อยละ 30.98 (การถือหุ้นทางตรง: 20,445,162 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 6.09, การถือหุ้นโดยบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง โดยถือหุ้นในบริษัท เนแอ็ค จำกัด: 83,658,837 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 24.90) - นางสาวฐิติมา ถิรกิจพงศ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ร้อยละ 30.98 (การถือหุ้นทางตรง: 20,445,162 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 6.09, การถือหุ้นโดยบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง โดยถือหุ้นในบริษัท เนแอ็ค จำกัด: 83,658,837 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 24.90) รายละเอียดทรัพย์สิน - จำนวนโฉนดที่ดิน : 3 โฉนด - พื้นที่รวม : 3,157.1 ตารางวา (7 ไร่ 3 งาน 57.1 ตารางวา) แบ่งเป็น ที่ดินกลุ่มที่ 1: 1,651.4 ตารางวา (4 ไร่ 0 งาน 51.4 ตารางวา) ที่ดินกลุ่มที่ 2: 1,505.7 ตารางวา (3 ไร่ 3 งาน 5.7 ตารางวา) - ราคาซื้อที่ดินรวม : ไม่เกิน 60.11 ล้านบาท - ราคาซื้อที่ดิน: ที่ดินกลุ่มที่ 1: 25,000 บาทต่อตารางวา ที่ดินกลุ่มที่ 2: 12,500 บาทต่อตารางวา ลักษณะของรายการ - บริษัทและหรือบริษัทย่อยฯเข้าซื้อที่ดินบางแสน ชลบุรี จำนวนไม่เกิน 3 โฉนด เนื้อที่ดิน รวม 7 ไร่ 3 งาน 57.1 ตารางวา ไร่ มูลค่าซื้อขายที่ดินจากการตกลงร่วมกันไม่เกิน 60.11 ล้านบาท - โดยที่ดินมีราคาประเมินราชการ 7,000-14,000 บาทต่อตารางวา, ราคาประเมินจากบริษัท ที.เอ.มาเนจเม้นท์ คอร์โปเรชั่น (1999) จำกัดซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในรายชื่อของสำนักงาน กลต. อยู่ที่ประมาณ 25,000 และ 16,000 บาทต่อตารางวา สำหรับที่ดินกลุ่มที่ 1 และที่ดินกลุ่มที่ 2 ตามลำดับ ซึ่งประเมินมูลค่าเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 3.ที่ดินระยอง หลังสนามกีฬา ผู้ซื้อที่ดิน : บริษัท ปรีชากรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และหรือบริษัทย่อยฯ ผู้ขายที่ดิน : บริษัท ไทเฮา จำกัด ลักษณะความเกี่ยวโยง: กรรมการผู้มีอำนาจเป็นบุคคลเกี่ยวโยงตามมาตรา 258 (1)-(7) ของ พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ฉบับเดิม ลักษณะความสัมพันธ์ - บริษัท ปรีชากรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีนางสาวฐิติมา ถิรกิจพงศ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ร้อยละ 30.98 (การถือหุ้นทางตรง: 20,445,162 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 6.09, การถือหุ้นโดยบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง โดยถือหุ้นในบริษัท เนแอ็ค จำกัด: 83,658,837 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 24.90) - บริษัท ไทเฮา จำกัด ("บริษัทไทเฮาฯ") มีนางสาวฐิติมา ถิรกิจพงศ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามและเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทไทเฮาฯ ร้อยละ 50 รายละเอียดทรัพย์สิน - จำนวนโฉนดที่ดิน : 39 โฉนด - พื้นที่รวม : 3,189.8 ตารางวา (7 ไร่ 3 งาน 89.8 ตารางวา) - ราคาซื้อที่ดินรวม : ไม่เกิน 35.89 ล้านบาท - ราคาซื้อที่ดิน: 11,250 บาทต่อตารางวา ลักษณะของรายการ - บริษัทและหรือบริษัทย่อยฯเข้าซื้อที่ดินระยอง หลังสนามกีฬา จำนวนไม่เกิน 39 โฉนด เนื้อที่ดินรวม 7 ไร่ 3 งาน 89.8 ตารางวา มูลค่าซื้อขายที่ดินจากการตกลงร่วมกันไม่เกิน 35.89 ล้านบาท - โดยที่ดินมีราคาประเมินราชการ 4,000-16,000 บาทต่อตารางวา, ราคาประเมินจากบริษัท ที.เอ.มาเนจเม้นท์ คอร์โปเรชั่น (1999) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในรายชื่อของสำนักงาน กลต. เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 11,371 บาทต่อตารางวา ซึ่งประเมินมูลค่าเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 4.ที่ดินปัญฐิญา สุวินทวงศ์ ผู้ซื้อที่ดิน: บริษัท ปรีชากรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และหรือบริษัทย่อยฯ ผู้ขายที่ดิน: - บริษัท บรรลือ รีสอร์ท จำกัด - บริษัท ไอ.เอ็สเตท จำกัด - บริษัท ซีไซด์ รีสอร์ท จำกัด - บริษัท ปยุต จำกัด - บริษัท พี.ซี.เอ็น เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด ลักษณะความเกี่ยวโยง: กรรมการผู้มีอำนาจเป็นบุคคลเกี่ยวโยงตามมาตรา 258 (1)-(7) ของ พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ฉบับเดิม ลักษณะความสัมพันธ์ - บริษัท ปรีชากรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีนางสาวฐิติมา ถิรกิจพงศ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ร้อยละ 30.98 (การถือหุ้นทางตรง: 20,445,162 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 6.09, การถือหุ้นโดยบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง โดยถือหุ้นในบริษัท เนแอ็ค จำกัด: 83,658,837 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 24.90) - บริษัท บรรลือ รีสอร์ท จำกัด ("บริษัทบรรลือฯ") มีนางสาวฐิติมา ถิรกิจพงศ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามและเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทบรรลือฯ ร้อยละ 49.97 - บริษัท ไอ.เอ็สเตท จำกัด ("บริษัทไอ.เอ็สเตทฯ") มีนางสาวฐิติมา ถิรกิจพงศ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามและเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทไอ.เอ็สเตทฯ ร้อยละ 47.50 - บริษัท ปยุต จำกัด ("บริษัทปยุตฯ") มีนางสาวฐิติมา ถิรกิจพงศ์ เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทปยุตฯ ร้อยละ 50 - บริษัท ซีไซด์ รีสอร์ท จำกัด ("บริษัทซีไซด์ฯ") มีนางสุรภา เมฆศรี (เป็นมารดาของนางสาวฐิติมา ถิรกิจพงศ์) กรรมการผู้มีอำนาจลงนามและเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทซีไซด์ฯ ร้อยละ 98 - บริษัท พี.ซี.เอ็น เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด มีนางสาวฐิติมา ถิรกิจพงศ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม รายละเอียดทรัพย์สิน - จำนวนโฉนดที่ดิน: 36 โฉนด - พื้นที่รวม : 1,688.7 ตารางวา (4 ไร่ 0 งาน 88.7 ตารางวา) - ราคาซื้อที่ดินรวม: ไม่เกิน 30.40 ล้านบาท - ราคาซื้อที่ดิน: 18,000 บาทต่อตารางวา ลักษณะของรายการ - บริษัทและหรือบริษัทย่อยฯ เข้าซื้อที่ดินปัญฐิญา สุวินทวงศ์ จำนวนไม่เกิน 36 โฉนด เนื้อที่ดิน รวม 4 ไร่ 0 งาน 88.7 ตารางวา มูลค่าซื้อขายที่ดินจากการตกลงร่วมกันไม่เกิน 30.40 ล้านบาท - โดยที่ดินมีราคาประเมินราชการ 16,000 บาทต่อตารางวา, ราคาประเมินจากบริษัท ที.เอ.มาเนจเม้นท์ คอร์โปเรชั่น (1999) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในรายชื่อของสำนักงาน กลต. เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 18,882 บาทต่อตารางวา ซึ่งประเมินมูลค่าเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 วัตถุประสงค์การทำรายการ - เพื่อเพิ่มแหล่งการสร้างรายได้ของบริษัทและบริษัทย่อยฯ - ที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพและเหมาะสมสำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทแนวราบ มูลค่ารวม รายการเกี่ยวโยงที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบัน บริษัท ปรีชา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และหรือบริษัทย่อยฯ มีความประสงค์เข้าทำรายการซื้อที่ดินจำนวน 4 แปลง จากบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน โดยมีมูลค่ารวมของรายการซื้อที่ดินไม่เกิน 193.22 ล้านบาท การชำระราคา เงื่อนไขการชำระเงิน; ชำระในคราวเดียว ณ วันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยชำระเป็นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายในนามผู้จะขาย 10% ของราคาที่ตกลงจะซื้อจะขายที่ดิน ส่วนที่เหลือชำระเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5.50 ต่อปี อายุตั๋ว 1 ปี โดยคำนวณเป็นมูลค่าดอกเบี้ยทั้งสิ้น 9.57 ล้านบาท (อิงอัตราดอกเบี้ยที่ปัจจุบันบริษัทกู้ยืมธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงิน โดยอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดที่ร้อยละ 6.60) ขนาดของรายการและเกณฑ์ที่ใช้กำหนดมูลค่ารวมของรายการ เกณฑ์การคำนวณมูลค่ารายการกรณีทั่วไป เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยฯ ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จึงถือว่าการจัดซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการและจำหน่ายเป็นการดำเนินธุรกิจตามปกติ โดยถือเป็นการจัดซื้อวัตถุดิบในการประกอบธุรกิจ เมื่อคำนวณขนาดรายการ โดยอ้างอิงงบการเงินรวมของบริษัทและบริษัทย่อยที่ผ่านการสอบทาน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 พบว่ารายการดังกล่าวมีมูลค่ารวมของรายการเท่ากับ 193.22 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 100.34 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ เท่ากับ 192.56 ล้านบาท) ดังนั้น รายการดังกล่าว จึงจัดเป็นรายการขนาดใหญ่ ตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เนื่องจากมีมูลค่ามากกว่า 20 ล้านบาทหรือมีขนาดมากกว่าร้อยละ 3 ของสินทรัพย์สุทธิ (NA) (มากกว่า 5.78 ล้านบาท) เพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.46/2568 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน ลงวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน (Related Party Transaction: RPT) ของบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบันและมาตรฐานสากล รวมทั้งยกระดับการคุ้มครองสิทธิของผู้ลงทุน โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ดังนั้น บริษัทและบริษัทย่อยฯ ไม่มีการตกลงเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน ซึ่งเป็นรายการกับบุคคลเดียวกัน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องและญาติสนิทของบุคคลดังกล่าวในช่วงเวลาดังกล่าว แหล่งเงินทุนที่ใช้ในการซื้อที่ดิน - เงินทุนหมุนเวียนของบริษัทและหรือบริษัทย่อยฯ - เงินกู้ยืมในรูปแบบตั๋วสัญญาใช้เงินแทนการชำระเป็นเงินสด โดยคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราที่บริษัทสามารถกู้ยืมจากสถาบันการเงิน จึงช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดต้นทุนทางการเงิน และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น แผนการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำรายการ นโยบายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำรายการ บริษัทและบริษัทย่อยฯมีนโยบายมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการอยู่อาศัยในทำเลที่มีศักยภาพและมีความต้องการของตลาด โดยให้ความสำคัญกับการจัดหาที่ดินที่มีศักยภาพในด้านทำเล การคมนาคม และโอกาสในการพัฒนาโครงการ เพื่อสร้างรายได้และผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว การเข้าซื้อที่ดินในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดหาที่ดิน (Land Bank) เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการในอนาคต ได้แก่ พื้นที่พิมลราช จังหวัดนนทบุรี พื้นที่บางแสน จังหวัดชลบุรี พื้นที่ระยอง และพื้นที่ปัญฐิญา สุวินทวงศ์ ซึ่งเป็นทำเลที่สอดคล้องกับแผนการขยายธุรกิจของบริษัท โดยบริษัทและบริษัทย่อยฯ มีแผนทยอยพัฒนาโครงการตามความเหมาะสมของสภาวะตลาด ความพร้อมด้านเงินทุน และความพร้อมของการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ ดังนี้ 1. โครงการพิมลราช นนทบุรี - คาดว่าจะเข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน: กันยายน 2569 - คาดว่าจะเริ่มเปิดขายโครงการ: กรกฎาคม 2570 2. โครงการบางแสน จังหวัดชลบุรี - คาดว่าจะเข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน: กันยายน 2569 - คาดว่าจะเริ่มเปิดขายโครงการ: ธันวาคม 2569 3. โครงการระยอง หลังสนามกีฬา - คาดว่าจะเข้าทำสัญญาซื้อที่ดิน: กันยายน 2569 - คาดว่าจะเริ่มเปิดขายโครงการ: กรกฎาคม 2570 4. โครงการปัญฐิญา สุวินทวงศ์ - คาดว่าจะเข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน: กันยายน 2569 - คาดว่าจะเริ่มเปิดขายโครงการ: กุมภาพันธ์ 2570 กลยุทธ์และเหตุผลในการเข้าซื้อที่ดิน การเข้าซื้อที่ดินโครงการปัญฐิญาสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทและบริษัทย่อยฯในการเร่งพัฒนาโครงการที่สามา รถสร้างรายได้และกระแสเงินสดได้ในระยะเวลาอันใกล้ เพื่อเสริมสภาพคล่องและสนับสนุนการเติบโตของผลการดำเนินงาน ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินที่มีความพร้อมสำหรับการพัฒนา โดยกระบวนการการพัฒนาสาธารณูปโภคได้ดำเนินการไว้แล้วในระดับหนึ่ง ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อยฯสามารถลดระยะเวลาในการดำเนินการด้านการขออนุญาตและการประสานงานกับหน่วยงานร าชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงลดระยะเวลาในการเตรียมโครงการเมื่อเปรียบเทียบกับการเริ่มพัฒนาโครงการบนที่ดินเปล่า ด้วยเหตุนี้ บริษัทและบริษัทย่อยฯจึงคาดว่าจะสามารถเริ่มพัฒนาและเปิดขายโครงการได้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยเร่งการรับรู้รายได้และการสร้างกระแส เงินสด รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เงินลงทุนและสนับสนุนแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อยฯในระยะยา ว การพิจารณาความเหมาะสมของการเลือกซื้อที่ดิน บริษัทและบริษัทย่อยฯมีกระบวนการสรรหาและคัดเลือกที่ดินเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นกา รดำเนินธุรกิจตามปกติ โดยมีการศึกษาและพิจารณาที่ดินที่มีศักยภาพจากทั้งบุคคลภายนอกและบุคคลที่เกี่ยวโยงกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปรียบเทียบในด้านทำเลที่ตั้ง ขนาดและลักษณะของที่ดิน ศักยภาพในการพัฒนา ความเป็นไปได้ของโครงการ ราคาและเงื่อนไขการซื้อขาย ตลอดจนผลตอบแทนจากการลงทุน และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น ก่อนคัดเลือกที่ดินที่มีความเหมาะสมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของบริษัทและบริษัทย่อยฯ ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทและบริษัทย่อยฯได้พิจารณาที่ดินหลายแปลงในหลายพื้นที่ รวมทั้งได้เข้าซื้อที่ดินจากบุคคลภายนอก และยังมีที่ดินอีกหลายแปลงที่อยู่ระหว่างการศึกษาและจัดหาแหล่งเงินทุน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทมีการพิจารณาทางเลือกในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง มิได้จำกัดเฉพาะที่ดินที่เป็นทรัพย์สินของบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาเปรียบเทียบที่ดินที่เป็นรายการในครั้งนี้กับทางเลือกอื่นที่อยู่ระหว่างการศึ กษา โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของทำเล ศักยภาพในการพัฒนา ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ราคาและเงื่อนไขของรายการ รวมถึงความสอดคล้องกับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัท และเห็นว่าที่ดินดังกล่าวมีความเหมาะสมและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม ทั้งนี้ การพิจารณาเข้าทำรายการเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และมิได้มีการให้สิทธิประโยชน์เป็นพิเศษแก่บุคคลที่เกี่ยวโยงกันเนื่องจากความสัมพันธ์ดังกล่าว การวิเคราะห์สภาวะตลาดและการแข่งขัน รวมถึงโอกาสทางธุรกิจ แม้ว่าภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่ความต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลที่มีศักยภาพยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการขยายตัวของชุมชน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการเชื่อมต่อระบบคมนาคม ที่ดินที่บริษัทและหรือบริษัทย่อยฯจะเข้าซื้อมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัย เนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลที่สามารถรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย อีกทั้งราคาซื้อขายอยู่ในระดับที่เหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคาประเมินของผู้ประเมินอิสระ จึงช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาโครงการที่สามารถแข่งขันด้านต้นทุนและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่บริษัทและบริษ ัทย่อยฯในอนาคต ปัจจัยความเสี่ยงหรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบให้ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน การดำเนินโครงการอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ - ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว - การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีความรุนแรง - การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน - ความล่าช้าในการขออนุญาตพัฒนาโครงการหรือการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน - การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย ระเบียบ หรือมาตรการภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ - ความผันผวนของต้นทุนค่าก่อสร้างและราคาวัสดุก่อสร้าง - ความเสี่ยงจากสภาพตลาดที่อาจส่งผลให้การเปิดขายหรือการโอนกรรมสิทธิ์ไม่เป็นไปตามแผน แผนรองรับกรณีไม่สามารถเข้าทำรายการได้สำเร็จ รวมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากบริษัทและหรือบริษัทย่อยฯไม่สามารถเข้าทำรายการได้สำเร็จ บริษัทและหรือบริษัทย่อยฯจะดำเนินการพิจารณาจัดหาที่ดินแปลงอื่นที่มีศักยภาพและมีคุณลักษณะใกล้เคียงกัน เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาโครงการและการขยายธุรกิจ รวมทั้งอาจปรับลำดับการพัฒนาของโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา หรือเร่งพัฒนาโครงการที่บริษัทมีที่ดินรองรับอยู่แล้ว ทั้งนี้ การไม่สามารถเข้าทำรายการดังกล่าวอาจส่งผลให้แผนการขยายโครงการใหม่ของบริษัทและหรือบริษัทย่อยฯล่าช้า และอาจกระทบต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคตบางส่วน อย่างไรก็ตาม บริษัทและหรือบริษัทย่อยฯยังมีโครงการและที่ดินในมือที่สามารถรองรับการดำเนินธุรกิจได้ จึงคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินหรือผลการดำเนินงานโดยรวมของบริษัทและบริษัทย่อยฯ คดีความหรือข้อเรียกร้องที่มีสาระสำคัญซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ บริษัทและบริษัทย่อยฯไม่มีคดีความหรือข้ อเรียกร้องที่มีสาระสำคัญซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการและอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ สรุปสาระสำคัญของสัญญาที่สำคัญในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทและบริษัทย่อยฯไม่มีสัญญาที่มีสาระสำคัญ นอกเหนือจากสัญญาที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจปกติ ข้อมูลอื่นที่อาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ (ถ้ามี) -ไม่มี- ความเห็นของคณะกรรมการบริษัท ความสมเหตุสมผลและผลประโยชน์ของการทำรายการ โดยมีการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับการทำรายการกับบุคคลภายนอก คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การเข้าซื้อที่ดินในครั้งนี้ มีความสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและบริษัทย่อยฯเนื่องจากปัจจุบันบริษัทและบริษัทย่อยฯมีข้อจำกั ดด้านสภาพคล่องและมีความจำเป็นต้องสร้างแหล่งรายได้เพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างฐานะทางการเงินและผลการดำเนิ นงานในระยะยาว การเข้าซื้อที่ดินดังกล่าวจึงเป็นการจัดหาที่ดินเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อยฯโดยที่ดินแต่ละแปลงตั้งอยู่ในทำเลที่ มีศักยภาพและเหมาะสมต่อการพัฒนาโครงการ ทั้งนี้ ราคาซื้อขายไม่สูงกว่าราคาประเมินของผู้ประเมินราคาอิสระที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. และเป็นราคาที่เหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคาตลาดในทำเลเดียวกันหรือใกล้เคียง คณะกรรมการบริษัทจึงเห็นว่าการเข้าทำรายการดังกล่าวเป็นไปตามราคาตลาด มีความสมเหตุสมผลและจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาโครงการเพื่อสร้างรายได้และผลตอบแทนให้แก่บริษัทและผู้ถือ หุ้นในอนาคต ความเสี่ยงหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการทำรายการ คณะกรรมการบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่า ความเสี่ยงจากการทำรายการอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ ความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ต้นทุนการก่อสร้าง และความล่าช้าในการพัฒนาโครงการหรือการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม บริษัทและบริษัทย่อยฯ มีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ และมีการวางแผนบริหารความเสี่ยง รวมทั้งทยอยพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด จึงคาดว่าความเสี่ยงดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทและ บริษัทย่อยฯ ความเหมาะสมของราคาและเงื่อนไขในการทำรายการ คณะกรรมการบริษัทเห็นว่า ราคาซื้อขายและเงื่อนไขการเข้าทำรายการมีความเหมาะสมและเป็นธรรม เนื่องจากราคาซื้อขายอยู่ในระดับไม่สูงกว่าราคาประเมินของผู้ประเมินราคาอิสระ และเป็นราคาที่คู่สัญญาตกลงร่วมกันภายใต้เงื่อนไขทางการค้าปกติ นอกจากนี้ เงื่อนไขการชำระราคาซื้อขาย ซึ่งประกอบด้วยการชำระเงินมัดจำบางส่วนและชำระส่วนที่เหลือด้วยตั๋วสัญญาใช้เงินที่มีอัตราดอกเบี้ยใกล้เค ียงกับต้นทุนทางการเงินของบริษัทและบริษัทย่อยฯ เป็นเงื่อนไขที่เหมาะสม ไม่ทำให้บริษัทเสียประโยชน์เมื่อเปรียบเทียบกับการทำรายการกับบุคคลภายนอก คำรับรองของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริษัทขอรับรองว่า คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณา ตรวจสอบข้อมูล และกลั่นกรองรายละเอียดของรายการดังกล่าวด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยเห็นว่าการเข้าทำรายการมีความสมเหตุสมผล เป็นไปตามราคาตลาดและเงื่อนไขทางการค้าปกติ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม ความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณารายละเอียดของรายการ เอกสารประกอบการทำรายการ รวมถึงความเห็นเกี่ยวกับราคาประเมินจากผู้ประเมินราคาอิสระแล้ว เห็นว่า การเข้าทำรายการดังกล่าวมีความสมเหตุสมผล เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อยฯ สอดคล้องกับแผนการจัดหาที่ดินเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการในอนาคต และเป็นรายการที่ดำเนินการภายใต้เงื่อนไขทางการค้าปกติ โดยราคาซื้อขายมีความเหมาะสมและไม่สูงกว่าราคาประเมินของผู้ประเมินราคาอิสระ จึงมีความเห็นสอดคล้องกับคณะกรรมการบริษัทในการอนุมัติการเข้าทำรายการดังกล่าว กรรมการที่มีส่วนได้เสียในรายการที่เกี่ยวโยงกันครั้งนี้ ได้แก่ นางสาวฐิติมา ถิรกิจพงศ์ ซึ่งเป็นคู่รายการและ/หรือเป็นผู้มีความเกี่ยวโยงกับคู่สัญญาตามหลักเกณฑ์ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุ น ได้งดเข้าร่วมพิจารณาในวาระดังกล่าว และไม่ได้เข้าร่วมออกเสียงลงคะแนนในการประชุมคณะกรรมการบริษัทที่พิจารณาอนุมัติรายการ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นอิสระ และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมทั้งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเมื่อรวมขนาดของรายการทั้งหมดแล้วเข้าข่ายเป็นรายการขนาดใหญ่ บริษัท จึงได้อนุมัติให้นำเสนอรายการดังกล่าวต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ และมีหน้าที่เปิดเผยสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) (บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด) เพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับการเข้าทำรายการดังกล่าว ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 46/2568 มีผลใช้บังคับ บริษัท ไม่ได้มีการตกลงเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันกับบุคคลเดียวกัน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงญาติสนิทของบุคคลดังกล่าว ก่อนการเข้าทำรายการในครั้งนี้ ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"