ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข่าวหรือข้อมูล เรื่อง : ชี้แจงข่าวหรือข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม รายละเอียด : เลขที่ XBIO-AD041/2569 วันที่ 29 มิถุนายน 2569 เรื่อง การชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลขาดทุนในงบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (แก้ไขครั้งที่ 1) เรียน กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ("ตลาดหลักทรัพย์ฯ") ได้มีหนังสือถึงบริษัท เอ็กซ์ ไบโอไซเอนซ์ จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") เกี่ยวกับผลการดำเนงานไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (เพิ่มขึ้น 437%) สาเหตุสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายการบริหารใน โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้บริษัทฯ ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมและเผยแพร่ข้อมูลผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ดังนี้ 1. การลงทุนในธุรกิจอาหาร 1.1 สาเหตุที่บริษัทฯ บันทึกด้อยค่าเงินลงทุนและค่าความนิยมในบริษัท โฮชิ จำกัด สืบเนื่องมากจากข้อตกลงที่จะซื้อหุ้นกลับคืนในราคาทุน ซึ่งสูงกว่าส่วนของทุน (Book Value) ณ ปัจจุบัน ทางด้านผู้สอบบัญชีมองว่าเงินลงทุนที่จ่ายไปสูงกว่านั้นถือเป็นค่าความนิยม แต่ในด้านการเป็นที่รู้จักในชื่อร้าน "KOKO" ร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทโอมากาเสะนั้นยังไม่แน่ชัด ประกอบกับธุรกิจมีผลขาดทุนสะสมจนเกินทุน แม้ว่าบริษัทฯ จะมีนโยบายเกี่ยวกับการตลาดเพื่อเชื่อมลูกค้ากลุ่มธุรกิจชาบู และโอมาเสะ แต่ก็ต้องมีช่วงเวลากว่าจะเห็นผลลัพธ์ ทางผู้ตรวจสอบจึงเห็นสมควรให้ตั้งด้อยค่าทั้งค่าความนิยมและเงินลงทุน 1.2 บริษัทฯ พิจารณาเห็นถึงความจำเป็นในการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการครัวกลาง เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจร้านอาหารที่บริษัทฯ มีแผนดำเนินการภายใต้ชื่อ "Kizuna" โดยการลงทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารจัดการวัตถุดิบ ลดต้นทุนการดำเนินงาน และสร้างความมั่นคงด้านคุณภาพการผลิตอาหาร อันจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจหลัก นอกจากนี้ การลงทุนดังกล่าวยังมีส่วนช่วยสนับสนุนการปรับโครงสร้างธุรกิจให้มีขนาดที่เหมาะสม โดยคงไว้ซึ่งสาขาที่มีศักยภาพและความเข้มแข็ง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกลยุทธ์การจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันโครงการครัวกลางนี้โดนระงับไปโดยปริยาย เนื่องจากการมีมติประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างสำหรับจัดทำโครงการครัวกลาง และให้ดำเนินการขอรับเงินมัดจำคืนตามเงื่อนไขของสัญญา โดยได้รับเงินมัดจำดังกล่าวครบถ้วน 10 ล้านบาทเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 การยุติสัญญาดังกล่าวเป็นผลมาจากการแผนการรีโนเวทและจัดสรรกระแสเงินสดสำหรับการดำเนินการเปลี่ยนแปลงสิ่ง ปลูกสร้าง ซึ่งทางบริษัทฯ เพิ่งมีโครงการรีโนเวทใหม่ไป 2 รายการคือ ร้านอาหาร Le Boeuf และ ร้านอาหารโอมากาเสะ "KOKO" 1.3 ตามที่บริษัทแจ้งว่าการลาออกของประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ด้านอาหารของบริษัทนั้นไม่มีผลกระทบต่อส่วนงานธุรกิจด้านอาหาร เนื่องจากผู้บริหารระดับจัดการยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ อีกทั้งกระบวนการทำงานยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเหตุขัดข้องในการประสานงานระหว่างฝ่ายบริหารจัดการกับส่วนงานหน้าร้าน บริษัทขอยืนยันว่าการบริหารจัดการในภาพรวมยังคงมีความเข้มแข็งและมีระบบรองรับที่ชัดเจน ทั้งในด้านการวางแผน การควบคุมคุณภาพ และการให้บริการลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจอาหารของบริษัทสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องตามเป้าหมายที่ว างไว้ โดยไม่เกิดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียและผู้ถือหุ้น 2. นโยบายการประกอบธุรกิจในอนาคตของบริษัท ขอเรียนชี้แจงแผนการประกอบธุรกิจว่า บริษัทฯ ได้ลงทุนในธุรกิจก่อสร้าง ซึ่งมีการบันทึกรับรู้รายการทางบัญชีเกิดขึ้นแล้วในงบการเงินไตรมาส 1 ปี 2569 อีกทั้งมีแผนการลงทุนในธุรกิจอาหารเพิ่มในชื่อ "โชคดี ติ่มซำ" ที่มีการจ่ายเงินจองซื้อหุ้นไว้แล้วมูลค่า 288 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นบริษัทย่อยที่เพิ่มขึ้นในงบการเงินไตรมาส 2 ปี 2569 เป็นธุรกิจจำหน่ายอาหารที่มีชในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 เช่นกัน ในส่วนของธุรกิจก่อสร้างในไตรมาส 2 ปี 2569 มีการลงนามโครงการเพิ่มอีก 2 โครงการรวมทั้งสิ้นในไตรมาส 2 จะมีโครงการก่อสร้าง 7 โครงการ บริษัทฯ มีการวางแผนธุรกิจในอนาคตดังนี้ - บมจ.เอ็กซ์ ไบโอไซเอนซ์ เดิมเป็นธุรกิจโฮดิ้ง จะดำเนินธุรกิจในสายงานก่อสร้าง - บจก.โชคดี ติ่มซำ เป็นบริษัทย่อยรายใหม่ของบริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจด้านอาหารมีสาขา 8 สาขา และมีโรงงานผลิตสำหรับต่อยอดธุรกิจผลิตสินค้า (OEM) - บจก.เครป แอนด์ โค ดีเวล็อปเม้นท์ ยังคงดำเนินธุรกิจร้านอาหารฝรั่งเศสชื่อ "Le Boeuf" ภายหลังการย้ายสาขาและรีโนเวทครั้งใหญ่ - บจก.โฮชิ ยังคงดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นประเภท "โอมากาเสะ" - บจก.อีสเทิร์นควีซีน (ประเทศไทย) ประกอบธุรกิจบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นภายใต้ชือ "Kagonoya" ปัจจุบันมีสาขาจำนวน 4 สาขา ซึ่งมีมติประชุมคณะกรรมการบริหารอนุมัติการขายสาขาทั้ง 4 สาขา และได้มีการทำสัญญาซื้อขายพร้อมรับชำระเงินแล้วในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 - บจก.ฟรุตต้า ไบโอเมด อยู่ในระหว่างการทำสัญญาซื้อขายเพื่อขยายเวลาออกไป 1 ปี และในกรณีนี้ยังอยู่ในระหว่างการต่อรองเกี่ยวกับเงื่อนไขของการดำเนินจัดสรรการซื้อหุ้นคืนของ บจก.ฟรุตต้า ไบโอเมด - บจก.เฟรช เอ็นเนอร์จี ฟิวชั่น ระงับการประกอบธุรกิจ - บจก.จัวร์ คูซีน แอนด์ บาร์ ระงับการประกอบธุรกิจ - 3. รายละเอียดของค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เกี่ยวกับการด้อยค่าความนิยมและด้อยค่าสินทรัพย์ บมจ.เอ็กซ์ ไบโอไซเอนซ์ เงินลงทุน 117,328,309.01 Software 14,362,007.48 บจก. อีสเทิร์นควีซีน ประเทศไทย ค่าความนิยม 111,301,008.36 แบรนด์ 45,091,263.09 บจก.เครปส์ แอนด์ โค ดีเวล๊อปเม้นท์ ค่าความนิยม 12,084,272.14 แบรนด์ 7,971,355.83 บจก.โฮชิ ค่าความนิยม 10,961,241.65 บจก.จัวร์ คูซีน แอนด์ บาร์ เงินลงทุน 800,000.00 ยอดรวม: เงินลงทุน 118,128,309.01 ค่าความนิยม 134,346,522.15 แบรนด์ 53,062,618.92 Software 14,362,007.48 บริษัทฯ ขอชี้แจงถึงปัจจัยที่ใช้พิจารณาการตั้งด้อยค่าของทรัพย์สินตามตารางข้างต้นดังนี้ ? เงินลงทุนในสินทรัพย์เพื่อขายและบริษัทย่อย พิจารณาจากมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ถืออยู่ มูลค่าบริษัทย่อยนั้นๆ โดยได้ทำการประเมินมูลค่าบริษัทย่อยโดยใช้วิธี Discounted Cash Flow (DCF) เพื่อสะท้อนศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคตหากผลการประเมินพบว่ามูลค่าตลาดต่ำกว่ามูลค่าที่บันทึกไว้ บริษัทจะดำเนินการบันทึกการด้อยค่าและเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นและตลาดหลักทรัพย์อย่างโปร่งใส หรือมูลค่าบริษัทย่อยนั้นๆ ? การพิจารณา ค่าความนิยม (Goodwill) และ แบรนด์ (Brand Value) ในการบันทึกด้อยค่า (Impairment) จำเป็นต้องอ้างอิงจากปัจจัยเชิงธุรกิจที่สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างรายได้และการรักษาส่วนแบ่งตลาด หากธุรกิจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันหรือการรับรู้ในตลาดลดลง ย่อมส่งผลให้มูลค่าของ Goodwill และแบรนด์ต้องถูกปรับลดลง ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการพิจารณาด้อยค่า - ส่วนแบ่งการตลาด เนื่องจากมีการลดจำนวนสาขาจาก 14 สาขาเหลือเพียง 4 สาขา ทำให้เกิดการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดอย่างมีนัยสำคัญ - การยุติธุรกิจบางประเภท คือ ธุรกิจขนมอบและบาร์ที่ยุติการประกอบกิจการ ส่งผลให้แบรนด์สูญเสียการรับรู้ในตลาด - ผลประกอบการและกระแสเงินสด ผลกระทบจากการลดจำนวนสาขาและยุติประกอบกิจการทำให้รายได้และกำไรลดลงต่อเนี่อง อาจสะท้อนว่ามูลค่าที่คาดว่าจะได้รับในอนาคตไม่สอดคล้องกับมูลค่าที่บันทึกไว้ ปัจจุบันบริษัทฯ ได้ตั้งด้อยค่าทรัพย์สินบางส่วนเต็มจำนวนแล้ว แต่ยังคงมีความเสี่ยงในอนาคตที่สำหรับการด้อยค่าเงินลงทุนเพื่อขาย บจก.ฟรุตต้า ไบโอเมด ที่มีการขอขยายเวลาการซื้อขายจากเดิมสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569 ออกไปอีก 1 ปี เป็น 30 มิถุนายน 2570 มูลค่าตามบัญชีคงเหลืออยู่ที่ 165 ล้านบาท 4. นโยบายการจ่ายเงินทดรองจ่ายและการวางเงินมัดจำของบริษัท 4.1 ตามที่บริษัทฯ ได้วางเงินมัดจำจำนวน 10,000,000 บาท เพื่อให้มีสิทธิเข้าศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าลงทุนในบริษัท เจริญสุข แพชชั่น จำกัด นั้น ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบข้อมูล การประเมินความเหมาะสมของการลงทุน การเจรจาเงื่อนไขของรายการ รวมถึงการพิจารณาการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การเข้าลงทุนดังกล่าวยังไม่มีข้อยุติ และยังขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบข้อมูลและการเจรจาระหว่างคู่สัญญา บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถสรุปผลการพิจารณาได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และจะแจ้งความคืบหน้าหรือผลการพิจารณาผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป บริษัทฯ ได้จ่ายเงินเงินมัดจำดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการและหลักการของบริษัทฯ ซึ่งผ่านการอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ให้เป็นอำนาจของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือผุ้รับมอบอำนาจช่วง ซึ่งบริษัทได้มีการจัดทำมอบอำนาจช่วงให้บุคคลภายนอกเป็นผู้ดำเนินการในครั้งนี้ มิใช่กรรมการของบริษัท 4.2 บริษัทฯ ได้ชำระเงินมัดจำจำนวน 10 ล้านบาท ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยมีเงื่อนไขให้บริษัทฯ มีสิทธิยกเลิกการทำรายการและขอรับเงินมัดจำคืนได้ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 หากไม่ประสงค์ดำเนินการตามแผนธุรกิจ ต่อมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ได้มีมติอนุมัติให้ยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และให้ดำเนินการขอรับเงินมัดจำคืนตามเงื่อนไขของสัญญา ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้รับเงินมัดจำคืนจำนวน 10 ล้านบาทครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และรายการดังกล่าวได้สิ้นสุดลง โดยไม่มีภาระผูกพันใด ๆ ระหว่างคู่สัญญา 4.3 เงินจ่ายล่วงหน้าสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างและปรับปรุงตกแต่งภายใน บริษัท โฮชิ ("HOSHI") บริษัทฯ มีแผนการปรับปรุงร้านอาหารในส่วนของร้านอาหารฝรั่งเศส LeBouef เนื่องจากสัญญาเช่าพื้นที่เดิมใกล้สิ้นสุดลง จึงมีความจำเป็นต้องย้ายสถานที่ใหม่เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องและรองรับการให้บริการแก ่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับบริษัทฯ ได้เข้าลงทุนซื้อหุ้นในบริษัท โฮชิ ("HOSHI") ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จึงมีแผนโครงการปรับปรุงร้านอาหารดังกล่าวด้วย การก่อสร้างและปรับปรุงตกแต่งภายในมีการทำเอกสารสัญญาการว่าจ้าง ระบุเกี่ยวกับเงื่อนไขการจ่ายเงินและผลงานก่อสร้างมีการระบุ Timeline ของงานอย่างชัดเจน กำหนดการส่งมอบของร้านอาหาร "KOKO" ภายใน 15 กรกฎาคม 2569 บริษัทฯ มีหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินทดรอง เงินมัดจำดังนี้ 1. เงินทดรองจ่าย (Advance Payment) - ผู้เบิกต้องกรอกแบบฟอร์มใบเบิกเงินทดรองจ่าย ระบุวัตถุประสงค์ รายการค่าใช้จ่าย และจำนวนเงิน - ต้องได้รับการอนุมัติจากหัวหน้างานหรือผู้จัดการฝ่ายการเงินก่อนการเบิกจ่าย - ผู้เบิกต้องเคลียร์เงินทดรองภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับเงิน พร้อมแนบหลักฐานการใช้จ่าย - หากใช้เงินน้อยกว่าที่เบิก ต้องคืนส่วนต่าง หากใช้มากกว่า บริษัทจะจ่ายคืนส่วนที่เกินตามหลักฐานจริง - กำหนดวงเงินสูงสุดตามตำแหน่ง 2. การวางเงินมัดจำ (Deposit) - ใช้สำหรับการทำสัญญาซื้อขาย เช่าบริการ หรือการดำเนินธุรกรรมที่จำเป็น - ต้องมีเอกสารสัญญาและใบเสร็จรับเงินจากคู่ค้าเป็นหลักฐานประกอบ - การคืนเงินมัดจำต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา - การอนุมัติการวางเงินมัดจำต้องผ่านคณะกรรมการหรือผู้บริหารที่มีอำนาจ 5.ความสมเหตุสมผลของการจ่ายเงินมัดจำ บริษัทฯ ขอชี้แจงว่า ในการว่าจ้างทุกครั้งจะต้องผ่านการสรรหาและมีการเทียบราคา และเงื่อนไขของการทำงานและการจ่ายเงินต้องสอดคล้องกัน มีกำหนดการทำงานส่งมอบงานที่ชัดเจน ตลอดจนการจ่ายเงินมัดจำไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับมูลค่ารวมของสัญญา และอยู่ในระดับที่เป็นที่ยอมรับในธุรกิจประเภทเดียวกัน ดังนั้น บริษัทฯ เห็นว่าการจ่ายเงินมัดจำดังกล่าวมีความเหมาะสมตามข้อตกลง และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญากับคู่สัญญา โดยมีรายละเอียดดังนี้ - เงินมัดจำที่จ่ายให้แก่ บริษัท เจริญสุข แพสชั่น จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการศึกษาธุรกิจร้านอาหาร "Kizuna" ซึ่งกำหนดระยะเวลาศึกษาธุรกิจนานถึง 4 เดือน และมีกรอบระยะเวลาการตัดสินใจจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ในเชิงการตลาด การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก เช่น รูปแบบการดำเนินธุรกิจหรือสูตรอาหาร ถือเป็นสิ่งที่บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย การจ่ายเงินมัดจำจึงเป็นกลไกที่เหมาะสมเพื่อให้บริษัทฯ ได้สิทธิในการศึกษาธุรกิจอย่างรอบด้าน ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงมีสิทธิในการ ยกเลิกการลงทุนและขอรับเงินมัดจำคืน หากผลการศึกษาธุรกิจไม่เป็นไปตามที่คาดหวังหรือบริษัทฯ เห็นว่าไม่ควรดำเนินการต่อ ณ ปัจจุบัน บริษัทฯ ยังคงดำเนินการศึกษาร้านอาหาร "Kizuna" ตามแผนธุรกิจที่วางไว้เดิม และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของแผนงานคือ 31 กรกฏาคม จะมีการสรุปและนำเสนอเพื่อตัดสินใจอีกครั้ง - เงินมัดจำที่จ่ายให้แก่ บริษัท ไลท์ คอร์ปอเรท จำกัด สำหรับสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง มีการกำหนดข้อตกลงในสัญญาอย่างชัดเจนจากมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้ให้บริษัทชำนาญการเข้ามาดำ เนินการตีราคาทรัพย์สิน และปัจจุบันมีการยกเลิกสัญญาฉบับนี้และได้รับเงินคืนเต็มจำนวน 10 ล้านบาทครบตามข้อตกลงแล้ว จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ขอแสดงความนับถือ บริษัท เอ็กซ์ ไบโอไซเอนซ์ จำกัด (มหาชน) -ลงนาม- (นางสาวเสาวณีย์ ขาวอุบล) กรรมการ / รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร / รองประธานกรรมการบริษัท ลงลายมือชื่อ ___________________________ ( นางสาวเสาวณีย์ ขาวอุบล ) กรรมการ / รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร / รองประธานกรรมการบริษัท ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"