ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข่าวหรือข้อมูล เรื่อง : ชี้แจงข่าวหรือข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม รายละเอียด : TWZ011/2569 วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมโครงการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ตามที่ตลาดหลักทรัพย์สอบถาม ตามที่บริษัทมีแผนลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงมีการออกเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนนั้น โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. ที่ดินที่ TWZ ลงทุนซื้อมีแผนนำไปพัฒนาทำอะไร มีผลกระทบต่อโครงสร้างรายได้ในอนาคตอย่างไร บริษัทได้อธิบายหลักการและเหตุผลของการซื้อที่ดิน และความจำเป็นในการขายเหมาสินค้า โดยมีรายละเอียดปรากฏ ในรายงานสารสนเทศที่เกี่ยวกับการได้มาซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 และชี้แจงข้อมูลในงบการเงินประจำปี 2568 ในวันที่ 7 เมษายน 2569 โดยคณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้ลงทุนซื้อที่ดิน ซึ่งบริษัทได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการ และในเบื้องต้นจะเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยเป็นหลัก โดยจะแบ่งการทยอยพัฒนาที่ดินออกเป็นเฟสๆ และในแต่ละเฟสจะมีที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับทำเลที่ตั้งของโครงการและราคาบ้านของแต่ละเฟส โดยสินค้าจะมีประเภทบ้านเดี่ยว 1-2 ชั้น บ้านแฝด 1-2 ชั้น ทาวน์เฮ้าส์ 1-2 ชั้น เป็นต้น ซึ่งในเฟสแรกจะพัฒนาให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 โดยคาดว่าจะแบ่งขายที่ดินด้านหน้าโครงการเป็นแปลงๆ เป็นโซนพาณิชย์ และที่อยู่อาศัยในแปลงด้านหน้าเป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดซึ่งจากการประมาณการรายได้ในเฟสแรกอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท มีเงินลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท มีอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 37 และกำไรสุทธิประมาณร้อยละ 16 โดยระยะเวลาของโครงการทั้งหมดในเฟสแรกจะมีระยะเวลาประมาณ 3-4 ปี ทั้งนี้ ผู้บริหารของบริษัทมีความพร้อมในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากได้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาแล้วหลายโครงการ ทั้งโครงการบ้านจัดสรร เช่น โครงการบ้านพุทธชาต, คอนโดมิเนียม เช่น เดอะเพเซอร์พัทยา และอาคารพาณิชย์ เช่น โครงการ the wiz รัชดา ซึ่งถึงแม้ว่าโครงการลงทุนในครั้งนี้จะเป็นโครงการบนที่ดินขนาดใหญ่หรือโครงการขนาดใหญ่กว่าที่ผ่านมา แต่แผนการพัฒนาของบริษัทมีนโยบายการลงทุนเพื่อพัฒนาที่ดินแบบทยอยพัฒนาเป็นเฟสๆ ในแต่ละช่วงเวลา เพื่อลดความเสี่ยงของโครงการและเพื่อให้เหมาะกับขนาดเงินลงทุนที่บริษัทสามารถลงทุนได้ เพื่อค่อยๆ พัฒนาที่ดินในโครงการให้มีความเจริญมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การพัฒนาในเฟสแรกจะเป็นการพัฒนาเพื่อทดสอบความต้องการตลาดในเบื้องต้น ว่าควรเป็นสินค้าประเภทใดที่เป็นความต้องการของลูกค้ามากที่สุด หลังจากนั้นบริษัทจึงจะทยอยพัฒนาที่ดินในเฟสถัดๆ ไปตามลำดับ เพื่อลดความเสี่ยงของโครงการและให้สอดคล้องกับความสามารถในการหาสินเชื่อของโครงการในแต่ละเฟสด้วย ซึ่งผลกระทบต่อโครงสร้างรายได้ของบริษัทหากพิจารณาจากตัวเลขยอดขายในการซื้อขายธุรกิจมือถืออาจจะกระทบไม่ มากในช่วง 3-4 ปีแรก เนื่องจากรายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นการเริ่มพัฒนาโครงการและขนาดของที่ดินที่พัฒนาก็ไม่มาก การรับรู้รายได้อาจต้องรอการพัฒนาที่ดินให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งบริษัทคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ได้ในช่วง 2-3 ปีแรกประมาณ 200-300 ล้านบาทต่อปีซึ่งจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างรายได้ไม่มาก 1.1 ความพร้อมพัฒนา ความจำเป็นในการซื้อที่ดิน และศักยภาพที่ดิน บริษัทมีความพร้อมในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยผู้บริหารและทีมงานมีประสบการณ์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาแล้วหลายโครงการในอดีต ทั้งโครงการบ้านจัดสรร เช่น โครงการบ้านพุทธชาต โครงการคอนโดมิเนียม เช่น โครงการคอนโดพัทยา และโครงการอาคารพาณิชย์ เช่น โครงการ The Wiz รัชดา ซึ่งล้วนเป็นโครงการ ที่บริษัทมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการ การพัฒนา และการจำหน่ายมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ แม้โครงการหรือที่ดินที่จะเข้าพัฒนาอาจเป็นโครงการขนาดใหญ่ บริษัทมีนโยบายในการทยอยพัฒนาโครงการเป็นระยะ (Phase Development) ตามความเหมาะสมของสภาวะตลาดและศักยภาพด้านการลงทุนของบริษัท เพื่อลดความเสี่ยงด้านการลงทุนและบริหารสภาพคล่องของบริษัทให้มีประสิทธิภาพ สำหรับการพัฒนาในระยะแรก บริษัทมีแผนดำเนินการพัฒนาเพื่อทดสอบความต้องการของตลาด (Market Testing) และประเมินศักยภาพเชิงพาณิชย์ของโครงการในเบื้องต้น หากผลตอบรับเป็นไปในทิศทางที่ดี บริษัทจึงจะทยอยพัฒนาในระยะถัดไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มมูลค่าและศักยภาพของโครงการในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทเห็นว่าที่ดินดังกล่าวมีศักยภาพในการพัฒนา เนื่องจากมีทำเลที่เหมาะสม สามารถรองรับการพัฒนาโครงการในอนาคต และมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทในระยะยาว อันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจและผลตอบแทนของบริษัทต่อไป 1.2 เหตุผลและความจำเป็นในการเข้าซื้อที่ดิน 1. ความจำเป็นในการปรับโครงสร้างธุรกิจ บริษัทมีความจำเป็นในการปรับโครงสร้างธุรกิจ เพื่อกระจายแหล่งที่มาของรายได้ และลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจหลักเดิมเพียงประเภทเดียว อันจะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางธุรกิจของบริษัทในระยะยาว 2. การเพิ่มธุรกิจใหม่เพื่อสร้างรายได้ในระยะยาว การเข้าลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการพัฒนาที่ดิน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และผลตอบแทนในระยะยาว รวมถึงช่วยเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ของบริษัท และรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต 3. บริษัทมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัทและผู้บริหารมีประสบการณ์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาแล้วหลายโครงการ อาทิ โครงการอาคารพาณิชย์ The Wiz รัชดา และโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่พัทยา รวมถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น จึงมีความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมในการบริหารและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ 4. เหตุผลในการปรับลดการพึ่งพาธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารมีการแข่งขันทางการตลาดค่อนข้างสูง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทมีความจำเป็นต้องพึ่งพาตลาดค้าส่งเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่าการจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีก ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจเดิมลดลงเมื่อเทียบกับในอดีต 5. ศักยภาพของที่ดินและแนวทางการพัฒนาโครงการ บริษัทเห็นว่าที่ดินดังกล่าวมีศักยภาพในการพัฒนาในอนาคต และสามารถต่อยอดเป็นโครงการที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทได้ ทั้งนี้ บริษัทมีแผนทยอยพัฒนาโครงการเป็นระยะ (Phase Development) ตามความเหมาะสมของสภาวะตลาดและศักยภาพด้านการลงทุน เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านการลงทุนและรักษาสภาพคล่องของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาในระยะแรกจะเป็นการพัฒนาเพื่อทดสอบความต้องการของตลาดในเบื้องต้น ก่อนทยอยพัฒนาในระยะถัดไปต่อไป 1.3 ศักยภาพที่ดิน 1. ศักยภาพด้านทำเล (Location Potential) 1.1 ที่ตั้งทรัพย์สิน : ทรัพย์สินที่ประเมินมูลค่าตั้งอยู่ถนนเลียบคลองหลวงสหกรณ์ (ฝั่งคลองคลวงสหกรณ์) และติดคลองสหกรณ์ แยกจากซอยสาริน ถนนเจษฎาวิถี (สค.5031) ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร 1.2 การคมนาคม : การคมนาคมไปยังที่ตั้งทรัพย์สิน เริ่มต้นจากถนนเจษฎาวิธี (สค.5031) แยกเข้าถนนเลียบคลองสหกรณ์ ระยะทางประมาณ 2,600 เมตร ถึงที่ตั้งทรัพย์สิน โดยทรัพย์สินตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของถนนผ่านด้านหน้าฯ โดยทรัพย์สินตั้งอยู่ฝั่งคลองสหกรณ์ และอยู่ทางทิศใต้ของคลองสหกรณ์สาย 2 อย่างไรก็ตามทรัพย์สิน ยังสามารถเข้าออกได้ทางซอยไม่ปรากฏชื่อ ถนนสหกรณ์ - สันดาบ โดยมีรายละเอียดดังนี้ - ถนนเจษฏาวิถี (สค.5031) เป็นทางสาธารณประโยชน์ มีผิวการจราจรเป็นพื้นลาดยาง ขนาด 2 ช่องทางจราจร (ด้านละ 1 ช่องทางจราจร) กว้าง 8.00 เมตร ปัจจุบันอยู่ในสภาพปานกลาง เขตทางกว้างประมาณ 20.00 เมตร - ถนนสายรองผ่านบริเวณนี้ คือ ซอยสาริน ทางสาธารประโยชน์ มีผิวการจราจรเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 2 ช่องจาราจร กว้าง 12.00 เมตร ปัจจุบันอยู่ในสภาพพอใช้ เขตทางกว้างประมาณ 20.00 เมตร - ถนนผ่านหน้าทรัพย์สิน คือ ถนนเลียบคลองหลวงสหกรณ์ (คลองสหกรณ์) ทางสาธารณประโยชน์ มีผิวการจราจรเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 2 ช่องจราจร กว้าง 6.00 เมตร ปัจจุบันอยู่ในสภาพพอใช้ เขตทางกว้างประมาณ 20.00 เมตร - ถนนผ่านหน้าทรัพย์สิน คือ ซอยไม่ปรากฏชื่อ ทางสาธารณประโยชน์ มีผิวการจราจรเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 2 ช่องจราจร กว้าง 6.00 เมตร ปัจจุบันอยู่ในสภาพพอใช้ เขตทางกว้างประมาณ 12.00 เมตร 1.3 ทางเข้าออก : ทางเข้าออกทรัพย์สินตามกฎหมายไม่มีปัญหาเรื่องทางเข้าออก เนื่องจากเป็นถนนสาธารณประโยชน์ (ตรวจสอบแปลงทรัพย์สินและระวางแผนที่) 1.4 สภาพแวดล้อม : ทรัพย์สินตั้งอยู่ในทำเล "ตำบลโคกขาม" สภาพแวดล้อมโดยทั่วไปส่วนใหญ่มีการใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรม และที่อยู่อาศัยปลูกสร้างรูปทรงอิสระ กระจายอยู่ทั่วไป ตลอดจนโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ นอกจากนี้ ในบริเวณใกล้เคียง ยังมีสถานที่สำคัญๆ เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลโคกขาม โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์ ศาลพันท้ายนรสิงห์ โรงเรียนอัสสัมชัญแคมปัส พระราม 2 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสมุทรสาคร และนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร เป็นต้น 1.4 ข้อกฎหมายที่มีผลกระทบ 1. ข้อกำหนดผังเมือง : ตามประกาศผังเมืองรวมจังหวัดสมุทรสาคร (พ.ศ.2560) พบว่าทรัพย์สินตั้งอยู่ในเขตที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (พื้นที่สีเขียว) ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัย สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ดำเนินการ หรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่ไม่ใช่อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่ เว้นแต่การก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ในระยะตั้งแต่ 100 เมตร จนถึงระยะ 500 เมตร จากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้ (1) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้ (2) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุม น้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย เว้นแต่คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ที่มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของแปลงที่ดินยื่นขออนุญาตและมีที่ว่างโดยรอบภายในแนวเขต ของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาตเพื่อเป็นแนวป้องกันไม่น้อยกว่า 50 เมตร (3) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุสถานที่ บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เว้นแต่คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุ ก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุสถานที่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่ เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ที่มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของแปลงที่ดิน ที่ยื่นขออนุญาตและมีที่ว่างโดยรอบภายในแนวเขตของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาตเพื่อเป็นแนวป้องกัน ไม่น้อยกว่า 50 เมตร (4) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม (5) จัดสรรคที่ดินเพื่อประกอบกาณิชยกรรม เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด (6) การอยู่อาศัยประเภทอาคารขนาดใหญ่ เว้นแต่ในระยะตั้งแต่ 100 เมตร จนถึงระยะ 500 เมตร จากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งคลองมหาชัย คลองสุนัขหอน และคลองพิทยาลงกรณ์ ให้มีที่ว่าง ตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของคลองไม่น้อยกว่า 6 เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้าง เพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค ทั้งนี้ หากเป็นการดำเนินการหรือประกอบกิจการ ในอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่ ให้มีระยะห่างตามแนวขนานริมฝั่งตามธรรมชาติของคลอง ไม่น้อยกว่า 50 เมตร 2. กฎหมายควบคุมอาคาร : ตั้งอยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร การขออนุญาตปลูกสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนอาคาร ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานข้างต้นก่อน 1.5 การวิเคราะห์ที่ดิน 1. ประโยชน์สูงสุดและดีที่สุด : จากการพิจารณาถึงลักษณะทางกายภาพของที่ดินที่ทำการประเงินมูลค่า เช่น ทำเล ที่ตั้ง ลักษณะทากายภาพ ศักยภาพในการพัฒนาที่ดิน สภาพการใช้ที่ดินในบริเวณข้างเคียง เงื่อนไขและข้อจำกัดทางกฎหมาย การใช้ประโยชน์ในที่ดินที่มีความเหมาะสม และให้ประโยชน์สูงสุดและดีที่สุด (Highest & Best Use) ของทรัพย์สิน คือ เพื่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย 2. สภาพคล่อง : ทรัพย์สินตั้งอยู่ในองค์การบริหารส่วนตำบลโคกขาม ปัจจุบันสภาพโดยรวมปานกลาง และในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีปริมาณการซื้อขายระดังปานกลาง มีสภาพคล่องระดังปานกลาง 3. การพัฒนาของรัฐ : ทรัพย์สินตั้งอยู่ตำบลโคกขาม ปัจจุบันมีโครงการในอนาคตเพื่อการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม ดังนี้ 3.1 กรมทางหลวง มีแนวคิดที่จะก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 สายธนบุรี - ปากท่อ (ถนนพระราม 2) ในลักษณะรูปแบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) ประมาณ 40 กิโลเมตร โดยมีการก่อสร้างขนายเป็นทางขนาด 8.12 ช่องจราจรแล้วในบางช่วง 3.2 โครงการรถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดงเข้ม ส่วนต่อขยายหัวลำโพง - มหาชัย (ในอนาคตจะเกิดขี้น ปี 2572) 1.6 ตลาดโครงการที่อยู่อาศัย 2. ทิศทางการดำเนินธุรกิจต่อไป (มีการเปลี่ยนแปลงธุรกิจเดิมหรือไม่) การดำเนินธุรกิจในระยะสั้นนี้ บริษัทยังไม่มีนโยบายที่จะเปลี่ยนแปลงธุรกิจเดิม บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจเดิมในการซื้อขายโทรศัพท์มือถือของบริษัทต่อไป แต่บริษัทต้องมีการปรับรูปแบบตามกระแสและแนวโน้มของธุรกิจตามที่ได้ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ไปแล้วในหัวข้อแล ะเหตุผลในการปรับเชิงกลยุทธ์ธุรกิจ ซึ่งรายละเอียดปรากฎในการชี้แจงข้อมูลในงบการเงินประจำปี 2568 และยังมีธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ดำเนินการควบคู่ไปด้วยเพื่อเสริมรายได้และกำไรในอนาคตให้มีความมั่นคง มากยิ่งขึ้น ซึ่งบริษัทกำลังที่จะหาธุรกิจเสริมที่มีรายได้และกำไรที่แน่นอนในระยะสั้นมาเสริมธุรกิจของบริษัท ซึ่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นสามารถทำให้รายได้และกำไรของบริษัทมีความแน่นอนทั้งระยะสั้นและระยะยาว หากมีความคืบหน้าประการใดบริษัทจะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ทราบต่อไป 3. ถ้าระดมทุน RO ได้ไม่ครบตามแผน ทำให้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์การใช้เงินเพิ่มทุน บริษัทจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร บริษัทใคร่ขอเรียนชี้แจงว่า ในการวางแผนวัตถุประสงค์ในการใช้เงินของบริษัทนั้น บริษัทได้วางแผนวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1. เงินที่ได้จากการขายเหมาสินค้า คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาเหตุผล 2 ประการในการขายเหมาสินค้า คือ 1.1 ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่หากบริษัทมีการปรับตัวช้าอาจจะก่อให้เกิดผลเสียกับบริษัทเป็นอย่างมากในอนาค ตได้ เนื่องจากปัจจุบันตลาดมีแนวโน้มที่จะแข่งขันสูงมากขึ้นเรื่อยๆ อัตรากำไรลดต่ำลงมาก เศรษฐกิจภายในประเทศที่ชะลอตัว และกำลังซื้อลด ต้องพึ่งตลาดขายส่งมากขึ้น ส่งผลให้ความเสี่ยงของบริษัทเพิ่มมากขึ้น ทั้งความเสี่ยงของราคาโทรศัพท์เคลือนที่ที่เป็นสินค้าคงเหลืออาจลดลงอย่างรวดเร็วตามเทคโนโลยีและการตลาด และความเสี่ยงในการขายส่งในอนาคต หากเศรษฐกิจและแนวโน้มธุรกิจมือถือชะลอตัวมากในอนาคตจะมีความเสี่ยงให้ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น จึงเป็นเหตุผลประการแรกที่คณะกรรมการบริษัทพิจารณาขายเหมาสินค้าออกไปทั้งที่ขาดทุน 639 ล้านบาท 1.2 เหตุผลประการที่สอง ในหัวข้อความจำเป็นในการใช้เงินทุน ในการชี้แจงข้อมูลในงบการเงินประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ไปแล้วว่า ฝ่ายบริหารและคณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาเปรียบเทียบส่วนที่ขาดทุนจากการขายเหมาสินค้าจำนวน 639 ล้านบาท กับผลประโยชน์จากส่วนลดที่บริษัทได้รับจากการต่อรองซื้อที่ดิน โดยฝ่ายบริหารและคณะกรรมการบริษัทเห็นว่าเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วการขายเหมาสินค้าเป็นประโยชน์กับบริษัทม ากกว่า จึงพิจารณาอนุมัติการขายเหมาสินค้า ซึ่งฝ่ายบริหารและคณะกรรมการบริษัทมีนโยบายอย่างชัดแจ้งที่จะนำเงินที่ได้จากลูกหนี้จากการขายเหมาทั้งหมด จำนวน 1,491 ล้านบาทไปชำระค่าที่ดินจำนวน 1,600 ล้านบาท จึงได้ปรากฏในสารสนเทศเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสินทรัพย์ในข้อ 8 แหล่งเงินทุนที่ใช้คือ เงินทุนหมุนเวียนของกิจการ ทำให้ที่ผ่านมาฝ่ายบริหารของบริษัทได้ตระหนักถึงวัตถุประสงค์การใช้เงินดังกล่าว จึงดำเนินการใช้เงินตามวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการบริษัทที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดโดยได้นำเงินที่ได้รับช ำระจากลูกหนี้การค้าดังกล่าวไปจ่ายชำระมัดจำที่ดิน และจะนำเงินที่ได้รับชำระจากลูกหนี้การค้าที่เหลือจ่ายชำระค่าที่ดินส่วนที่เหลือภายในปี 2569 นี้ด้วย เพื่อให้บริษัทสามารถชำระค่าที่ดินได้ครบถ้วนและสามารถที่จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ สำหรับส่วนที่เหลืออีกที่จะต้องชำระค่าที่ดินอีกประมาณ 109 ล้านบาท บริษัทจะนำเงินส่วนหนึ่งของการเพิ่มทุน หรือเงินที่ได้รับจากลูกหนี้ที่คงค้างรายอื่นๆ นำมาชำระค่าที่ดินเพิ่มเติมเพื่อให้ครบตามจำนวนเงินที่ต้องชำระค่าที่ดินทั้งหมด 2. เงินที่ได้จากเงินเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม เงินเพิ่มทุนจะแบ่งออกเป็น 2.1 เงินจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 595.83 ล้านบาท กำหนดการจองซื้อภายในวันที่ 15 - 19 มิถุนายน 2569 และมีเงินจากการแปลงสภาพ TWZ W10 จำนวน 297.91 ล้านบาทซึ่งมีอายุ 5 ปี จะได้รับเงินหากผู้ถือหุ้นนำมาใช้ในปี 2574 2.2 เงินเพิ่มทุนจากการจัดสรรการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไปจำนวน 59.58 ล้านบาท ภายในปี 2569 - เมษายน 2570 ฝ่ายบริหารและคณะกรรมการของบริษัทเห็นว่า เมื่อบริษัทได้รับเงินจากการจองซื้อหุ้นในข้อที่ 1 บริษัทจะนำเงินบางส่วนไปชำระหนี้สถาบันการเงินเพื่อปรับโครงสร้างเป็นหนี้ระยะยาว แต่ทั้งนี้การจัดสรรเงินเพิ่มทุนนั้นบริษัทจะคำนึงถึงความจำเป็นของการชำระค่าที่ดินส่วนที่เหลือเป็นอันด ับแรก ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะชำระค่าที่ดินนอกจากลูกหนี้การค้าข้างต้นแล้วยังมีส่วนที่เหลืออีกประมาณ 109 ล้านบาทหรือเท่ากับอัตราร้อยละ 18.29 ของเงินจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนเท่านั้น ซึ่งฝ่ายบริหารและคณะกรรมการของบริษัทพิจารณาถึงความคุ้มค่าของผู้ถือหุ้นที่จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนในครั้งน ี้ที่ราคาจองซื้อเท่ากับราคาตลาดและบริษัทยังมี TWZ W10 ตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นที่จองซื้อด้วย ปัจจุบันในตลาดหลักทรัพย์ยังมีการเสนอซื้อ-ขายหุ้นของบริษัทในราคาจองซื้อหุ้นในครั้งนี้ บริษัทจึงคาดว่าจะมีผู้ถือหุ้นที่ใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน และจากการสอบถามผู้ถือหุ้นในเบื้องต้นมีผู้ถือหุ้นให้ความสนใจในการจองซื้อหุ้นในครั้งนี้ ประกอบกับบริษัทยังมีช่องทางการจัดสรรเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไปอีก 59.58 ล้านบาท ดังนั้น หากการเพิ่มทุนไม่ได้ตามแผน บริษัทยังคงคาดว่าจะสามารถชำระค่าที่ดินทั้งหมดได้อย่างแน่นอน ส่วนวัตถุประสงค์การชำระหนี้สินให้กับสถาบันการเงินนั้นบริษัทจะพิจารณาชำระหนี้ตามเงินเพิ่มทุนที่ได้รับ หรือเงินเพิ่มทุนคงเหลือ ซึ่งถือได้ว่าเป็นความจำเป็นในระยะสั้นของบริษัทที่ต้องดำเนินการให้สำเร็จ สำหรับวัตถุประสงค์การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นการลงทุนระยะยาว บริษัทจะพิจารณาในการระดมทุนในอนาคตต่อไป ลงลายมือชื่อ ___________________________ ( นายพุทธชาติ รังคสิริ ) กรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"