วันที่/เวลา 21 เม.ย. 2569 17:31:22

หัวข้อข่าว

SEC News :ก.ล.ต. สั่งการให้ FVC ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการขายหุ้น KTMS ให้กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ภายในวันที่ 28 เมษายน 2569 พร้อมเตือนผู้ถือหุ้นไปใช้สิทธิออกเสียงในวันที่ 30 เมษายน 2569

หลักทรัพย์ FVC
แหล่งข่าว SEC
ฉบับที่ 83/2569 วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569 ก.ล.ต. สั่งการให้ FVC ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการขายหุ้น KTMS ให้กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ภายในวันที่ 28 เมษายน 2569 พร้อมเตือนผู้ถือหุ้นไปใช้สิทธิออกเสียงในวันที่ 30 เมษายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งการให้บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) (FVC) ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการขายหุ้นบริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (KTMS) ให้กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน และให้เปิดเผยข้อมูลผ่านระบบ SETLink ภายในวันที่ 28 เมษายน 2569 พร้อมทั้งเตือนผู้ถือหุ้น FVC ไปใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 30 เมษายน 2569 เนื่องจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเห็นว่า ธุรกรรมดังกล่าวไม่เหมาะสมและไม่ควรอนุมัติ สืบเนื่องจากคณะกรรมการบริษัท FVC เสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 30 เมษายน 2569 พิจารณาอนุมัติรายการจำหน่ายไปซึ่งหุ้นสามัญของ KTMS จำนวน 159,225,200 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 53.08 ของหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของ KTMS ในราคาหุ้นละ 1.10 บาท รวมมูลค่า 175.15 ล้านบาท ให้แก่นางสาวกาญจนา พงศ์พัฒนะเดชา ซึ่งบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน โดยเป็นถือหุ้นใหญ่ กรรมการ และผู้บริหารของ KTMS และเป็นภรรยาของนายวิจิตร เตชะเกษม ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ กรรมการ และผู้บริหารของ FVC เพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยลดการพึ่งพาธุรกิจศูนย์ฟอกไตซึ่งมีความเสี่ยงจากการกำกับดูแลของภาครัฐที่มีแนวโน้มเข้มงวดมากขึ้น และจะนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายไปใช้ในโครงการ WIE1 จำนวน 50 ล้านบาท และเป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัทรองรับการขยายตัวธุรกิจในอนาคต จำนวน 125.15 ล้านบาท สำหรับ IFA ให้ความเห็นว่า การเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวไม่เหมาะสมและที่ประชุมผู้ถือหุ้นไม่ควรอนุมัติ เนื่องจากราคาขายหุ้น KTMS ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมที่ประเมินด้วยวิธี Discounted Cash Flow ซึ่งอยู่ที่ 1.71-2.07 บาทต่อหุ้น หรือต่ำกว่าร้อยละ 35.67-46.90 และการจำหน่ายหุ้น KTMS ในช่วงนี้มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงจากการที่ KTMS เป็นแหล่งรายได้และกำไรที่สำคัญและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจอาจมีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น แต่ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนและยังไม่ได้ประกาศหรือบังคับใช้อย่างเป็นทางการ รวมทั้งปัจจุบัน FVC มีเงินสดเพียงพอสำหรับการลงทุนในโครงการ WIE1 และแผนการลงทุนในอนาคตยังไม่ชัดเจน จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินที่ได้รับจากการขายหุ้น KTMS ทั้งจำนวนโดยทันที นอกจากนี้ สัญญาจะซื้อจะขายหุ้น KTMS มีข้อด้อย เช่น เงื่อนไขการชำระเงินงวดแรก 10 ล้านบาท ต่ำกว่าเงื่อนไขการค้าทั่วไปไม่สอดคล้องกับมูลค่าธุรกรรม และส่วนที่เหลือจะชำระภายใน 180 วันนับแต่วันที่ได้รับมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นระยะเวลาค่อนข้างนาน ตลอดจน IFA ยังไม่ได้รับหลักฐานหรือหลักประกันยืนยันความสามารถชำระเงินของนางสาวกาญจนา FVC จึงอาจมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับชำระค่าหุ้นได้ ส่วนคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ ยังคงเห็นว่าธุรกรรมดังกล่าวมีความเหมาะสม และผู้ถือหุ้นของ FVC ควรพิจารณาอนุมัติรายการ แม้ IFA ไม่เห็นด้วยกับการเข้าทำธุรกรรม เนื่องจากการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจจะลดการพึ่งพาธุรกิจศูนย์ฟอกไตซึ่งมีความเสี่ยงจากการกำกับดูแล ของภาครัฐที่มีแนวโน้มเข้มงวดมากขึ้น และขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ในการพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้และผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาวและช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินของ FVC แม้ราคาขายจะต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม แต่ FVC จะได้รับกำไรจากการขายหุ้นละ 0.14 บาทต่อหุ้น หรือมูลค่า 22.83 ล้านบาท คิดเป็นผลตอบแทนร้อยละ 14.58 (ต้นทุน 0.96 บาทต่อหุ้น) และทำให้ FVC สามารถขายหุ้น KTMS ที่ถืออยู่ได้ทั้งหมด จำนวน 159,225,200 หุ้น ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบจึงเห็นว่า การทำเข้ารายการมีความเหมาะสม สมเหตุสมผลและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของ FVC และผู้ถือหุ้นในอนาคต ทั้งนี้ ก.ล.ต. มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการกำหนดราคาขายหุ้น KTMS ซึ่งต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมที่ประเมินโดย IFA ค่อนข้างมาก และต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีและราคาซื้อขายหุ้น KTMS ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งมีประเด็นเกี่ยวกับความจำเป็นสมเหตุสมผลของการขายหุ้น KTMS ดังกล่าวและเงื่อนไขการชำระเงินค่าหุ้น และเนื่องจาก FVC อาจยังเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวไม่ชัดเจนและไม่ครบถ้วน และอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจในการลงทุน ก.ล.ต. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 58(2) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 สั่งให้ FVC ชี้แจงข้อมูลและนำส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายในวันที่ 28 เมษายน 2569 พร้อมทั้งให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ระบบ SETLink) ด้วย เนื่องจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเห็นว่า ธุรกรรมดังกล่าวไม่เหมาะสมและไม่ควรอนุมัติ ก.ล.ต. จึงขอให้ผู้ถือหุ้น FVC ไปใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 30 เมษายน 2569 และศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นในการรักษาประโยชน์ของตนเอง ตลอดจนสอบถามผู้บริหาร FVC ถึงข้อมูล ต่าง ๆ เพื่อให้มีข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับประกอบการตัดสินใจออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นด้วย _______________________________ ______________________________________________________________________