วันที่/เวลา 20 เม.ย. 2569 08:56:05

หัวข้อข่าว

ชี้แจงข่าวหรือข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม

หลักทรัพย์ TWZ
แหล่งข่าว TWZ
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข่าวหรือข้อมูล เรื่อง : ชี้แจงข่าวหรือข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม รายละเอียด : TWZ005/2569 7 เมษายน 2569 เรื่อง ชี้แจงข้อมูลในงบการเงินประจำปี 2568 (แก้ไข) เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามที่บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("บริษัท") ได้นำส่งงบการเงินประจำปี 2568 บริษัท ใคร่ขอเรียนชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความชัดเจน ครบถ้วน และเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ดังนี้ สรุปข้อมูลสำคัญในงบการเงินประจำปี 2568 และข้อมูลที่ให้ชี้แจงเพิ่มเติม 1. ผลขาดทุนขั้นต้น 639 ลบ. จากสัญญาซื้อขายแบบเหมาจำนวน 6 ราย : บริษัทมีการนำสินค้าคงเหลือเกือบทั้งหมดขายให้แก่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ของบริษัทที่มีความประสงค์เข้าร่วมเส นอราคาโดยบริษัทได้ขายสินค้า ที่แบ่งออก เป็นกลุ่มๆ ผสมแต่ละประเภทของสินค้าและคละกันไป ในราคาทุนของสินค้าที่จำนวน 2,130 ล้านบาทและ ราคาขายต่ำกว่าทุนในราคา 1,491 ล้านบาทส่งผลให้เกิดขาดทุนขั้นต้นในปีเป็นจำนวนมาก ซึ่งบริษัทมีเหตุผลและความจำเป็นในการขายเหมาในคราวนี้เด้วยเหตุผลหลัก 2 เรื่อง คือ 1.) เหตุผลในการปรับเชิงกลยุทธ์ธุรกิจ จากการดำเนินธุรกิจในรูปแบบเดิมที่ผ่านมา บริษัทเน้นมีสินค้าครบทุกรุ่น ทุกสีโชว์หน้าร้าน ให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อ มีสินค้าสินค้าจำนวนมากไว้ส่งมอบให้ผู้ซื้อได้ทันทีเมื่อซื้อสินค้า แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ จะเน้นใช้โทรศัพท์มือถือที่อิงเทรนด์ตามกระแส จะขายเครื่องเก่าออกไปในราคาที่ถูกทันทีเพียงเพื่อจะได้เงินบางส่วนไปซื้อสินค้ารุ่นใหม่ๆที่ออกสู่ตลาด ส่งผลให้โทรศัพท์มือถือตกรุ่นเร็วมาก เครื่องใหม่ที่ค้างสต็อกเริ่มขายได้ยากขึ้น ราคาลดลง ยิ่งปล่อยทิ้งเนิ่นนานราคาจะลดลงมากกว่าร้อยละ50 และจากข้อมูลที่ได้รับจากลูกหนี้การค้าของบริษัท หลายรายประสบปัญหายอดจำหน่ายลดลง มีสินค้าค้างสต็อกและเริ่มผิดนัดชำระหนี้หรือขอขยายระยะเวลาชำระหนี้การค้า บริษัทเองก็ประสบปัญหาในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 รายได้จากการขายตกลงอย่างมีนัยสำคัญ มียอดรายได้รวมประมาณ 880 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าในทุกๆ ปี และยังมีแนวโน้มที่ลดลงอีกในอนาคตจากการแข่งขันที่สูงขึ้น มีคู่แข่งทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น อัตรากำไรลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ Operator รายใหญ่ยังจัดโปรโมชั่นแข่งกับบริษัท ทั้งการรับเทรดเครื่องเก่า และการจัดแคมเปญผ่อนชำระ เป็นต้น ส่งผลให้บริษัทมีความเสียเปรียบในธุรกิจ หากบริษัทปล่อยให้ระยะเวลานานออกไป สินค้าคงเหลือของบริษัทจะขายสร้างรายได้ลดลง และอาจจะมีสินค้าที่ขายไม่ได้เลยค้างในสต็อก ดังนั้นเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของบริษัท ฝ่ายบริหารจึงพิจารณาปรับแผนธุรกิจ โดยการขายแบบเหมาเพื่อระบายสต็อกสินค้าเปลี่ยนมาเป็นเงินสด และปรับวิธีการขายใหม่โดยมีสินค้าโชว์หน้าร้านน้อยลง จะขายโดยรับจองสินค้าและส่งมอบสินค้าภายหลัง และผู้จัดจำหน่ายสินค้าสามารถจัดส่งสินค้าให้ในเวลารวดเร็ว เพียง 2-5 วัน จึงไม่กระทบต่อยอดขายมากนัก หากพิจารณาจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ฝ่ายบริหารได้ดำเนินนโยบายการขายเหมาดังกล่าวเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมแล้วซึ่งเป็นกลยุทธ์เอาตัวรอดและย อมขาดทุนเพื่อรีเซ็ตธุรกิจใหม่ 2.) ความจำเป็นในการใช้เงินทุน ตามที่ทางบริษัทได้รายงานสารสนเทศการซื้อที่ดิน ด้วยที่ดินตามบันทึกข้อตกลงการยืมที่ดิน เพื่อเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินฉบับลงวันที่ 3 เมษายน 2567 จะครบกำหนดวันที่ 2 เมษายน 2569 โดยมีข้อกำหนดว่า บริษัทต้องไถ่ถอนที่ดินจากสถาบันการเงินคืนให้เจ้าของที่ดิน บริษัทต้องหาเงินสดไปชำระหนี้หรือหาหลักประกันอื่นไปวางเป็นหลักประกันต่อสถาบันการเงินแทน เป็นความยากลำบากของบริษัท ที่จะดำเนินการได้ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ถดถอย ทางเจ้าของที่ดินเสนอว่ายินดีที่จะขายที่ดินให้บริษัทในราคา 1,600 ล้านบาท ต่ำกว่าราคาประเมินที่ดินที่บริษัทผู้ประเมินอิสระประเมินประมาณ 200 ล้านบาทและต่ำกว่าราคาซื้อขายปัจจุบัน ด้านค่าธรรมเนียมการซื้อขายประมาณ 200 ล้านบาทเป็นภาระของผู้ขาย จากข้อตกลงเดิมค่าธรรมเนียมในการซื้อขายเป็นภาระของบริษัท โดยบริษัทจะต้องมีการวางมัดจำค่าที่ดินบางส่วน บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องใช้แหล่งเงินจากการขายสินค้าแบบเหมาทั้งหมดมาวางมัดจำ บริษัทพิจารณาแล้วการซื้อที่ดินครั้งนี้ จะมีกำไรนำมาชดเชยผลขาดทุนจากการขายเหมาได้ การขายเหมาดังกล่าว ฝ่ายบริหารได้มีการพิจารณาการขายอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว โดยพิจารณาเปรียบเทียบทั้ง 2 สถานการณ์คือ การขาย กับ ไม่ขาย กรณีเลือกการขายเหมาโดยยอมการตัดขาดทุนทันทีในปัจจุบัน 639 ล้านบาท แต่บริษัทได้ชดเชยคืนมาจากนำเงินที่ได้จากการขายเหมาไปเจรจาต่อรองซื้อที่ดินลดลงประมาณ 400 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกรณีบริษัทไม่สามารถขายสต็อกออกไป สต็อกสินค้าที่มีอยู่ประมาณ 2,130 ล้านบาท มีมูลค่าลดลงเฉลี่ย ร้อยละ 50 ของสินค้าทั้งหมด คือ 1,065 ล้านบาท ดังนั้นพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันทางฝ่ายบริหารเชื่อว่าการตัดสินใจขายเหมาดังกล่าวเป็นการตัดสินใจที่ส มเหตุสมผล การขายสินค้าดังกล่าวในลักษณะขายเหมา เป็นรูปแบบการค้าที่เป็นรูปแบบปกติการค้าของบริษัทมาตลอด ที่ผ่านมาบริษัทดำเนินธุรกิจมีลักษณะการขายเป็น 2 ลักษณะ คือ ขายปลีก และ ขายส่งหรือขายเหมา เพียงแต่ที่ผ่านมาการขายส่งจะเป็นลักษณะที่มีขนาดของรายการไม่ได้มากในคราวเดียวเหมือนกับกรณีนี้ และคู่ค้ากับบริษัทที่ขายในคราวนี้ก็เป็นคู่ค้าเดิมของบริษัทที่มีการค้าขายกับบริษัทมายาวนาน และที่ผ่านมาก็มีประวัติการชำระค่าสินค้าตรงเวลามาด้วยดีตลอด หลังจากนี้บริษัทจะดำเนินธุรกิจขายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เสริมโดยการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือในจ ำนวนที่ไม่มาก ให้เหมาะสมกับการค้าปลีกและค้าส่งในปัจจุบันเท่านั้น รวมทั้งการขายส่งจะเน้นขายสินค้าเป็นเงินสดเป็นหลัก สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจปัจจุบัน ความเห็นของคณะกรรมการสอดคล้องกับความเห็นของฝ่ายบริหารที่กล่าวมาข้างต้น คณะกรรมการพิจารณาแล้วว่าความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจจะมีน้อยกว่าในระยะยาว รวมถึงบริษัทจะมีเงินทุนในการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ควบคู่มาโดยตลอด ทั้งโครงการคอนโดบนที่ดินพัทยา โครงการสิทธิการเช่าการรถไฟบนที่ดินรัชดา รวมทั้งโครงการที่ดินเขาใหญ่ เป็นต้น แนวทางการดำเนินธุรกิจข้างต้นมีความเหมาะสมกับสภาพการณ์ของบริษัทซึ่งเป็นการปรับตัวทางธุรกิจเพื่อให้บริ ษัทสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ได้อย่างเหมาะสม 2. ผลขาดทุนจากการด้อยค่าต่ำมาตรฐานบัญชี TFRS9 จากรายการลูกหนี้การค้า 1,013.26 ล้านบาท : บริษัทมีลูกหนี้การค้า 3,187.40 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 91 จากรายการลูกหนี้ตามสัญญาซื้อขายแบบเหมา 1,595.03 ล้านบาทและมีรายการค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 1,013.26 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 32 ของลูกหนี้การค้าทั้งหมด ซึ่งเกิดจากค่าเผื่อลูกหนี้ฟ้องร้อง 2 รายซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกันและ ไม่ใช่ลูกหนี้จากสัญญาซื้อขายแบบเหมา เป็นจำนวน 1,011.50 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าที่บริษัทฟ้องร้องจำนวน 2 ราย เกิดขึ้นจากบริษัทได้ขายสินค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้กับลูกหนี้การค้าทั้ง 2 รายแบบมีเครดิตตามการขายสินค้าปกติของบริษัท แต่เนื่องจากลูกหนี้ทั้ง 2 รายแจ้งประสบปัญหายอดขายลดลง มีสต็อกสินค้าค้าง เป็นเหตุให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามวันที่กำหนด และบริษัทได้ติดตามทวงถามการจ่ายชำระหนี้กับลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง ได้มีการออกเอกสารติดตามทวงถามหนี้เป็นลายลักษณ์อักษรตามขั้นตอนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินจากลูกหนี้ทั้ง 2 ราย บริษัทจึงพิจารณาดำเนินคดีกับลูกหนี้ดังกล่าวในคดีแพ่งในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระเงินที่ค้างชำระกับบริษัททั้งจำนวน พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ของเงินต้นที่ค้างชำระหนี้รวมถึงให้ลูกหนี้จ่ายชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความทั้งหมด กระบวนการคัดเลือกลูกค้ารายใหม่สำหรับการขายแบบขายส่งหรือขายเหมา บริษัทจะมีการคัดเลือกที่เข้มงวดขึ้น เน้นการขายสินค้าแบบเงินสด และขายปลีกมากกว่า ดังนั้น มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงว่าบริษัทจะไม่มีการฟ้องร้องหรือการผิดนัดชำระจากการขายสินค้าหลังจากนี้ ความเห็นคณะกรรมการสอดคล้องกับการดำเนินนโยบายตามที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งมีความเหมาะสมเพียงพอ ที่เกิดจากการปรับตัวทางธุรกิจของบริษัท หากดำเนินตามแนวทางดังกล่าวก็จะไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต 3. ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการธุรกิจโรงไฟฟ้าระบบพลาสม่า 3.1 ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนอื่น 447 ล้านบาท : บริษัทมีสัญญา 2 ฉบับ ที่ได้มาจากการเข้าซื้อธุรกิจพลังงานพลาสม่าเมื่อปี 2562 จำนวน 447 ล้านบาท จากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และการนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศที่บริษัทได้ชำระเงินจ่ายล่วงหน้าค่าเครื่องจักรและตั้งด้อยค่าไปแล ้ว 69.67 ล้านบาท เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.67 ด้วยบริษัทประเมินมีความเป็นไปได้ว่าผู้ผลิตเครื่องจักรไม่น่าจะส่งมอบเครื่องจักรได้ ส่งผลให้บริษัทต้องจัดหาเครื่องจักรใหม่ อย่างไรก็ตามเมื่อประเมินกับระยะเวลากำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ตามสัญญาซื้อขายไฟ (SCOD) ที่ขอขยายเวลายังไปแล้วยังไม่มีการแจ้งตอบรับการขยาย จึงส่งผลกระทบต่อมูลค่าของสินทรัพย์ประกอบด้วยสัญญา ดังนี้ 1.) สัญญารายได้จากการรับซื้อวัตถุดิบเพื่อนำมาแปรสภาพเป็นเชื้อเพลิงจากผู้ขายวัตถุดิบ 3 ราย 255 ล้านบาท 2.) สัญญาขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 192 ล้านบาท 3.2 ผลขาดทุนจากการด้อยค่าความนิยม 26.19 ล้านบาท: ส่วนใหญ่เกิดจากการพิจารณาทบทวนความเป็นไปได้ของ SCOD ของโครงการโรงไฟฟ้าและประเมินว่ามูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนลดลง จึงต้องด้อยค่าความนิยม 24.13 ล้านบาท 3.3 ผลขาดทุนจากการด้อยค่าที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 85.59 ล้านบาท: ส่วนใหญ่เกิดจากบริษัทย่อยที่ดำเนิน ธุรกิจโรงไฟฟ้าระบบพลาสม่า 83.74 ล้านบาท ประกอบด้วย ด้อยค่าที่ดิน 50.73 ล้านบาท และงานระหว่างก่อสร้าง 33.01 ล้านบาท 3.4 ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินค้าโครงการขยะ 77.20 ล้านบาท: บริษัทมีขยะอุตสาหกรรมสำหรับเป็นเชื้อเพลิงในโครงการธุรกิจโรงไฟฟ้าระบบพลาสม่า จากประมาณทางการเงินพบว่ายังไม่มีโครงการรองรับเพื่อนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ประกอบกับมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนจากการขายต่ำกว่าราคาทุนอย่างมีนัยสำคัญ จึงมีการด้อยค่าสินค้าคงเหลือเต็มจำนวน จากผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการธุรกิจโรงไฟฟ้าระบบพลาสม่าทั้งหมดข้างต้นนั้น ก่อนบริษัทได้เข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าระบบพลาสม่า บริษัทได้พิจารณาถึงความเสี่ยงในการลงทุนตามปกติของการลงทุน บริษัทบริหารจัดการให้มีความเสี่ยงในการลงทุนและประกอบธุรกิจน้อยที่สุด การลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าบริษัทพิจารณาจากการมีสัญญาขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เท่ากับบริษัทมีผู้ซื้อไฟฟ้าที่แน่นอน ส่งผลต่อรายได้ของบริษัท ที่แน่นอนหากบริษัทขายไฟฟ้าได้ตามกำหนดเวลา และโครงการยังมีเงินจ่ายล่วงหน้าค่าเครื่องจักรซึ่งถือเป็นมูลค่าเงินลงทุนของโครงการของผู้ร่วมทุนก่อนที ่บริษัทจะเข้าไปลงทุน โดยเงินมัดจำจ่ายล่วงหน้านั้นรวมอยู่ในมูลค่าที่บริษัทลงทุนไปแล้ว ถือเป็นความพร้อมที่จะดำเนินธุรกิจเพื่อให้ทันกับกำหนดเวลาการ SCOD โดยบริษัทได้มีการตรวจสอบประวัติของผู้ขายเครื่องจักรแล้ว พบว่าเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจในด้านนี้ แต่เนื่องจากระบบไฟฟ้าพลาสม่าเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ค่อยแพร่หลาย มีผู้ขายเครื่องจักรจำนวนน้อยราย ส่งผลให้บริษัทโรงไฟฟ้าจึงมีทางเลือกในการพิจารณาได้น้อยและไม่มี Supplier ในประเทศที่ดำเนินการ ทั้งนี้การดำเนินการของบริษัทโรงไฟฟ้านั้น กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมซึ่งถือเป็นผู้บริหารหลักได้ติดตามความคืบหน้าและฝ่ายบริหารได้สอบถามความคืบหน้าและต ิดตามอยู่เป็นระยะๆ แต่ยังไม่ได้รับแผนการจากผู้ขายเครื่องจักรว่าจะชดเชยเงินดังกล่าวอย่างไร หรือชดเชยในรูปแบบใด สำหรับแนวทางที่ผ่านมาบริษัทได้เรียกกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมมาเจรจาเพื่อที่จะขายหุ้นในส่วนของบริษัทออกไปให ้กับกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมทางกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมอยู่ในระหว่างพิจารณา คณะกรรมการพิจารณาการเข้าร่วมลงทุนการเข้าทำรายการ โดยมีความสมเหตุสมผล จากบริษัทมีสัญญาขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีผู้ซื้อที่แน่นอนและมีความมั่นคง จะมีรายได้ที่แน่นอน และก่อนเข้าลงทุนมีการวางมัดจำเพื่อซื้อเครื่องจักร มีแนวโน้มการดำเนินธุรกิจสามารถดำเนินการได้ และราคาได้มาที่กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมนำมาเสนอเป็นราคาที่สมเหตุสมผลมีการประเมินมูลค่าหุ้นจากที่ปรึกษาทาง การเงินที่ กลต.ให้ความเห็นชอบ หากไม่เป็นไปตามแผน กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมยืนยันว่า สามารถขยายระยะเวลา SCOD ได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการขยายอายุ SCOD มาโดยตลอด บริษัทได้ทำการศึกษา Due Diligence ทั้งทางด้านบัญชี กฎหมาย อย่างครบถ้วนเรียบร้อย และที่สำคัญที่สุดที่คณะกรรมการพิจารณา คือ การที่บริษัทโรงไฟฟ้าจะมีสัญญาขายไฟฟ้าได้ ทางสำนักงาน กกพ.ได้พิจารณาความพร้อมของบริษัท 5 ด้าน คือ 1. ความพร้อมด้านเทคนิค คือโรงไฟฟ้าต้องเดินเครื่องได้จริงและต่อเนื่อง 2. ความพร้อมด้านเชื้อเพลิง กรณีโรงไฟฟ้าพลาสม่า คือ โรงงานขยะพลาสม่าซึ่งเป็นวัตถุดิบในการประกอบ ธุรกิจโรงไฟฟ้า 3. ความพร้อมด้านระบบไฟฟ้า คือ การเชื่อมต่อกับระบบสายส่ง มี Grid line และ Grid Capacity จะต้องมีพร้อม 4. ความพร้อมด้านกฎหมายและสัญญา มีสัญญาเช่าที่ดินหรือเป็นเจ้าของกรรมสิทธิที่ดินที่ตั้งโรงไฟฟ้า 5. ความพร้อมด้านการเงิน สถาบันการเงินจะต้องออกหนังสือรับรองว่า จะพิจารณาให้แหล่งเงินทุนสำหรับ โครงการนี้ เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาแล้ว โรงไฟฟ้าได้ผ่านการพิจารณาจากสำนักงาน กกพ.แล้วว่า มีความพร้อมครบถ้วน คณะกรรมการสามารถเชื่อได้ในเบื้องต้นว่าบริษัทสามารถประกอบธุรกิจและดำเนินธุรกิจได้จริง จึงมีการพิจารณาการเข้าทำรายการ แต่ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเป็นการเกิดจากการประสบปัญหาของปัญหาโรคโควิดและสงครามรัสเชีย-ยูเครน เป็นปัญหาของ Supplier เครื่องจักร และการอนุมัติปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เข้มงวดโดยเฉพาะกับเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าระบบพลาสม่าในภายหลัง ทำให้ธุรกิจของบริษัทโรงไฟฟ้าไม่สามารถดำเนินการต่อได้ 4. ผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนบริษัทย่อย และบริษัทร่วม 74.27 ล้านบาท : บริษัทพิจารณาด้อยค่าเงินลงทุนใน ธุรกิจรถยนต์ EV สำหรับให้บริการ Taxi และรถ VIP ตามแผนของรัฐบาลให้ทยอยเปลี่ยนรถยนต์ที่หมดอายุมาเป็นรถไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งต่อมาบริษัทได้ปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อขอเข้าร่วมประมูล ในโครงการของหน่วยงานราชการ หน่วยงานเอกชน และภาคขนส่งต่างๆ แทน แต่ประสบปัญหาการแข่งขันด้านราคากับผู้ประมูลรายอื่น เเละติดปัญหาสัญญาที่มีผลผูกพันเรื่องการนำเข้ารถยนต์ ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถสร้างรายได้ เพิ่มเติมตามแผนที่วางไว้ และฝ่ายบริหารได้พิจารณาแผนการดำเนินงานในอนาคตว่าไม่สามารถดำเนินการต่อ ณ ปัจจุบัน ดังนั้นจึงตั้งค่าเผื่อด้อยค่าเงินลงทุนบริษัท แอดวานซ์ โมบิลิตี จำกัด เป็นจำนวนเงิน 74.27 ล้านบาท ทั้งนี้ สัญญาซื้อเงินลงทุนในอดีต มีผลผูกพันที่บริษัทจะต้องชำระค่าหุ้นในส่วนที่เหลือ 150 ล้านบาท และปัจจุบันยังไม่ได้ถูกเรียกชำระนั้น และเนื่องจากบริษัทได้เรียกกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมมาเจรจาเพื่อที่จะขายหุ้นในส่วนของบริษัทออกไปให้กับกลุ่ม ผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมอยู่ในระหว่างพิจารณา ดังนั้นบริษัทจึงไม่มีแผนการในการจ่ายชำระค่าหุ้นในส่วนที่เหลือ ตามที่บริษัทได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมทุน (MOU) กับ บริษัท ผลบุญ โฮลดิ้ง จํากัด ("ตัวแทนผู้ถือหุ้นเดิม") เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2563 เพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจยานยนต์ พลังงานไฟฟ้า โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้ บริษัท อิเลคตร้า โมทีฟ จํากัด ("บริษัทย่อย" หรือ "ELME") ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 99.99 ของทุนจดทะเบียนนั้น บริษัทได้พิจารณาหลักการ เหตุผล และความสมเหตุสมผล ดังนี้ 1. ธุรกิจยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เป็นธุรกิจที่มีความเติบโตในอนาคต ประกอบกับกลุ่มธุรกิจมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่ง ณ ปัจจุบันส่งผลให้การนําเข้ายานยนต์พลังงานไฟฟ้า และ/หรือ อุปกรณ์เพื่อประกอบเป็นยานยนต์พลังงานไฟฟ้า มีความได้เปรียบคู่แข่ง 2. ภายใต้สัญญาจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทนั้น เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของ BOI ไว้มีความจำเป็นต่อการดําเนินงาน และรักษาไว้ซึ่งความได้เปรียบในการแข่งขัน (Core Competencies) ของกลุ่มบริษัท ดังนั้น การลงทุนของบริษัทจึงมีความจําเป็นและสมเหตุสมผล เพราะเป็นการเพิ่มตามมูลค่าที่ตราไว้ 3. ภายใต้สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นมีการเปิดช่องให้ผู้ถือหุ้นกลุ่ม ก (กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม) และ ผู้ถือหุ้นกลุ่ม ข (บริษัท) สามารถ EXIT โดยการซื้อ-ขายหุ้นระหว่างกัน และมีการบริหารจัดการที่ถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน ภายใต้หลักการ Arm Length Basis เนื่องจากผู้ถือหุ้นทั้งสองกลุ่ม โดยผู้ถือหุ้นกลุ่ม ก มีบริษัท และผู้ถือหุ้นกลุ่ม ข มีบริษัท ริช เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในขณะที่ทำรายการขณะนั้น จึงต้องอยู่ภายใต้หลักการธรรมาภิบาล สัญญาดังกล่าวจึงมีความสมเหตุสมผล แนวทางการบริหารความเสี่ยง 1. ภายใต้สัญญาจองซื้อหุ้นได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ทุนชําระแล้วทั้งสิ้นร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมดของบริษัทจะถูกใช้ไปเพื่อชําระหนี้ให้แก่ SKY-TH ซึ่งเป็นบริษัทย่อยและอยู่ภายใต้อำนาจควบคุมของบริษัท ส่งผลให้บริษัทสามารถตัดสินใจบริหารจัดการกระแสเงินสดจำนวนนี้ได้อย่างเต็มที่ เช่น TWZ สามารถออก B/E หรือ P/N ให้แก่บริษัทย่อย เพื่อปล่อยกู้กลับมาที่ TWZ ได้ 2. ภายใต้สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ระบุอย่างชัดเจนว่าผู้ถื่อหุ้นกลุ่ม ก ตกลงจะดำเนินการนําเข้า ผลิต หรือประกอบรถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนชิ้นส่วน อะไหล่ และส่วนประกอบของรถไฟฟ้าดังกล่าวให้ได้ตามจำนวน และ ปริมาณที่งบประมาณทางการเงินที่คู่สัญญาได้ตกลงกันไว้ ภายใต้การสนับสนุนทางการเงินของบริษัท โดยระบุเพิ่มเติมว่า กรณีที่ผู้ถือหุ้นกลุ่ม ก ไม่สามารถดําเนินงานได้ตามแผนงานที่กำหนด ผู้ถือหุ้นกลุ่ม ข หรือบริษัทสามารถ ขายหุ้นคืนให้กับ ผู้ถือหุ้นกลุ่ม ก ได้ 3. นอกจากนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบิดพลิ้วในการรับซื้อหุ้นคืน ฝ่ายบริหารได้มีการจัดทำสัญญาซื้อขายหุ้นระหว่าง ELME กับ บริษัท สกายเวลล์โฮลดิ้ง จํากัด (ผู้ลงทุนที่จัดหาโดยผู้ถือหุ้นกลุ่ม ก) ที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจผลิตรถยนต์ และความสนใจจะร่วมทุนโดยมีนายทุนหนุนหลังจากประเทศจีนหลายรายที่แสดงเจตจํานงเบื้องต้นในการเข้าร่วมทุน เนื่องจากบริษัทได้สำรองการด้อยค่าเงินลงทุนทั้งจำนวนแล้ว และไม่มีการพิจารณาการลงทุนเพิ่มในธุรกิจนี้และในขณะนี้บริษัทกำลังพิจารณาขายเงินลงทุนดังกล่าวออกไปให้ก ับกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณา ดังนั้น ภาระการลงทุนทั้งหมดในอนาคตจะเป็นภาระของกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม 5. ผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินให้กู้ยืม 20 ลบ.: บริษัทรับรู้ค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่โครงการ ร่วมทุนกับ บริษัท เอเอ ไบโอ จำกัด (AABIO) ทั้งจำนวน 20 ลบ. เนื่องจากฝ่ายบริหารคาดว่าจะไม่ได้รับคืนเงินต้น ดังกล่าว โดยคณะกรรมการได้มีเงื่อนไขการให้กู้ยืมเงิน ดังนี้ กระบวนการควบคุมการใช้เงินกู้จำนวน 20 ล้านบาท ของบริษัทต้องเป็นการใช้ในโครงการส่วนขยาย มิให้นำไปใช้ในโครงการที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้าที่บริษัทจะเข้าลงทุน และก่อนการเบิกจ่ายเงินกู้ต้องมีการตรวจสอบและจัดทำรายละเอียดของโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และรายละเอียดของโครงการที่จะดำเนินการต่อไป และแผนการเบิกจ่ายเงินให้ชัดเจน และต้องกำหนดเงื่อนไขห้าม AABIO คืนเงินกู้ยืมกรรมการสำหรับหนี้สินเดิมของ AABIO ก่อนการคืนหนี้ให้กับบริษัทเว้นแต่ได้รับการยินยอมจากบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีหลักประกันตามสัญญาเงินกู้ ให้นำหุ้น AABIO ทั้งหมดมาค้ำประกันเงินกู้ รวมทั้งให้กรรมการที่มีอำนาจลงนามของ AABIO มาร่วมค้ำประกันเงินกู้ด้วย ซึ่งมีเงื่อนไขในการอนุมัติดังต่อไปนี้ 1. เนื่องจากเงินกู้บริษัทปล่อยเงินกู้ไปที่ AABIO ดังนั้น จึงต้องเปิดบัญชีชื่อ AABIO เป็นบัญชี ESCROW แยกต่างหากจากบัญชีบริษัท โดยกำหนดให้ลงนามการเบิกเงินร่วมกันระหว่างบริษัทกับ AABIO โดยแผนการใช้เงิน จะเป็นไปตามที่ FA กำหนดในสมมุติฐาน และบัญชี ESCROW ดังกล่าวทั้งสองฝ่ายจะต้องใส่เงินมาตามจำนวนที่กำหนดไว้พร้อมกันทั้ง 2 ฝ่าย 2. จัดตั้งคณะกรรมการในการลงทุนและการตรวจผลงาน ในการใช้เงินตามแผนการลงทุนตามข้อ 1.1 โดยให้มีคณะกรรมการลงทุนและการตรวจผลงานประกอบไปด้วย ฝ่ายของบริษัทและฝ่ายของ AABIO ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหาร่วมกันทั้งการจัดซื้อ จัดจ้างหรือเจรจาต่อรองเงื่อนไขต่างๆ กับ SUPPLIER เพื่อให้สามารถได้งานตามที่ต้องการและมีต้นทุนที่ต่ำที่สุด พร้อมทั้งมีหน้าที่ในการตรวจรับงานต่างๆ ก่อนที่จะดำเนินการจ่ายเงิน ดังนั้น ก่อนที่จะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างใดๆ ต้องให้คณะกรรมการเห็นชอบก่อนทุกครั้ง ทั้งนี้ ตามที่บริษัทมีการให้ AABIO กู้ยืมเพื่อใช้ในการลงทุนก่อสร้างและจัดหาเครื่องมือ สำหรับธุรกิจปลูกพืช และผลิตสารสกัดกัญชง เช่น ค่าที่ดิน ค่าก่อสร้างโรงสกัด ค่าเครื่องจักร และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก เช่น ค่าทดลองการเตรียมดินสำหรับการเพาะปลูก รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการดำเนินการ บริษัทได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการอนุมัติข้างต้นทุกประการก่อนการอนุมัติเงินกู้ให้กับ AABIO แต่เนื่องจากติดปัญหาเรื่องกฎหมายทำให้ไม่สามารถดำเนินกิจการได้ตามแผนที่วางไว้ จึงได้มีการตั้งด้อยค่าเงินกู้ยืมดังกล่าวทั้งจำนวน เนื่องจากหากบริษัทดำเนินการต่ออาจขัดกับกฎหมายและหลักการธรรมาภิบาล แต่หากในอนาคตมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องออกมาอย่างชัดเจน บริษัทอาจพิจารณาดำเนินการต่อ แต่ทั้งนี้ต้องไม่ขัดกฎหมายและหลักการธรรมาภิบาลของบริษัท ซึ่งปัจจุบันเงินกู้ดังกล่าวยังไม่ถึงกำหนดชำระ และหากบริษัทไม่ได้รับเงินกู้ยืมคืนตามกำหนดในสัญญา บริษัทจะดำเนินการตามกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิความเป็นเจ้าหนี้ไว้ทันที โดยการผ่อนชำระหรือประนอมหนี้จะอยู่ในขั้นตอนการไกล่เกลี่ยต่อไป ลงลายมือชื่อ ___________________________ ( นายพุทธชาติ รังคสิริ ) กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"