วันที่/เวลา 10 เม.ย. 2569 17:12:43
การแจ้งต่อวาระกรรมการตรวจสอบและแบบแจ้งรายชื่อและขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ (F24-1)
หลักทรัพย์ CRC
แหล่งข่าว CRC
แบบแจ้งรายชื่อและขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ (F24-1)
วันที่ผู้ถือหุ้น/คณะกรรมการมีมติ : 10 เม.ย. 2569
รายชื่อคณะกรรมการตรวจสอบ มีดังนี้
ลำดับ : 1
ตำแหน่งคณะกรรมการตรวจสอบ : ประธานกรรมการตรวจสอบ
ชื่อ-นามสกุล : นางปรารถนา มงคลกุล
วาระการดำรงตำแหน่งคงเหลือ (ปี) : 3 ปี
ลำดับ : 2
ตำแหน่งคณะกรรมการตรวจสอบ : กรรมการตรวจสอบ
ชื่อ-นามสกุล : นายสมพงษ์ ตัณฑพาทย์
วาระการดำรงตำแหน่งคงเหลือ (ปี) : 3 ปี
ลำดับ : 3
ตำแหน่งคณะกรรมการตรวจสอบ : กรรมการตรวจสอบ
ชื่อ-นามสกุล : นางสาวพรรณสิรี อมาตยกุล
วาระการดำรงตำแหน่งคงเหลือ (ปี) : 1 ปี
ลำดับ : 4
ตำแหน่งคณะกรรมการตรวจสอบ : เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ
ชื่อ-นามสกุล : นายพิสูจน์ สุขแสงทิพย์
ลำดับที่ กรรมการตรวจสอบที่มีความรู้และประสบการณ์ เพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความ
น่าเชื่อถือของงบการเงิน :
1-3
คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทมีขอบเขต หน้าที่ และความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัท ดังต่อไปนี้ :
(1) สอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ เชื่อถือได้
และทันเวลา
โดยประสานงานกับผู้สอบบัญชีและผู้บริหารที่รับผิดชอบจัดทำรายงานทางการเงินทั้งรายไตรมาสและประจำปี
รวมทั้ง สอบทานความสอดคล้องของข้อมูลในรายงานทางการเงินกับข้อมูลอื่น เช่น
ข้อมูลคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (Management Discussion & Analysis) รายงานประจำปี
และข่าวสารสนเทศของบริษัท เป็นต้น
(2) สอบทานรายการที่มิใช่รายการปกติซึ่งมีนัยสำคัญที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา (ถ้ามี)
โดยพิจารณาความสมเหตุสมผลของการทำรายการดังกล่าว
ผลกระทบต่อฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานและความถูกต้องครบถ้วน ของการเปิดเผยข้อมูล
(3) สอบทานให้บริษัทมีระบบควบคุมภายใน (Internal Control) และระบบการตรวจสอบภายใน (Internal Audit)
ที่มีความเหมาะสมและมีประสิทธิผล รวมทั้ง มีการทบทวนและปรับปรุงระบบควบคุมภายในของบริษัทและบริษัทย่อย
ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงและการขยายธุรกิจ
ให้สามารถตรวจสอบสิ่งผิดปกติและป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นจากรายการหรือธุรกรรมของบริษัทในต่างประเท
ศได้
(4) สอบทานให้บริษัทฯ มีมาตรการและระบบบริหารความเสี่ยง
(5) กำกับดูแลความเป็นอิสระของฝ่ายตรวจสอบภายใน โดยจะต้องมีการดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้
- กำหนดสายการรายงานโดยตรงกับหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน และฝ่ายตรวจสอบภายใน
โดยกำหนดให้หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายในอยู่ในตำแหน่งที่ช่วยให้การปฏิบัติ
งาน ตรวจสอบภายใน เป็นไปโดยไม่มีการแทรกแซงจากผู้บริหาร
- พิจารณาแต่งตั้งและถอดถอนหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน
โดยพิจารณาทบทวนข้อกำหนดที่จำเป็นสำหรับหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายในการบริหารฝ่ายตรวจสอบภายใน
และอนุมัติบทบาท ภาระหน้าที่ และระบุคุณสมบัติประสบการณ์
และความสามารถของหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน
- ให้ข้อมูลกับผู้บริหารระดับสูง เพื่อสนับสนุนการประเมินผลงาน
และค่าตอบแทนของหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน
- ให้โอกาสหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายในหารือเรื่องที่มีนัยสำคัญ และละเอียดอ่อนกับคณะกรรมการ
รวมทั้งการประชุมที่ไม่มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม
- ร่วมกับผู้บริหารระดับสูง
และหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายในในการจัดให้มีมาตรการป้องกันอย่างเหมาะสม
- ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงในการทำให้แน่ใจว่าฝ่ายตรวจสอบภายในเป็นอิสระจากการแทรกแซง
(6) พิจารณาและให้ความเห็นชอบงบประมาณประจำปี อัตรากำลัง
และทรัพยากรที่จำเป็นในการปฏิบัติงานของฝ่ายตรวจสอบภายใน
โดยร่วมกับผู้บริหารระดับสูงในการจัดหาทรัพยากรที่เพียงพอให้กับฝ่ายตรวจสอบภายใน
อนุมัติแผนการตรวจสอบประจำปี
รวมถึงการพิจารณาอนุมัติการทบทวนปรับเปลี่ยนแผนงานตรวจสอบในส่วนที่มีนัยสำคัญ
รวมถึงกำกับดูแลการปฏิบัติงานของฝ่ายตรวจสอบภายในให้สอดคล้องตามแผนการตรวจสอบประจำปีที่ได้รับอนุมัติ
และเป็นไปตามมาตรฐานสากลในการปฏิบัติงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน
และประเมินคุณภาพการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในเป็นประจำทุกปี รวมทั้ง
การประเมินคุณภาพการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในจากบุคคลที่มีความเป็นอิสระจากองค์กรภายนอก อย่างน้อยทุกๆ ห้า
(5) ปี โดยผู้ประเมินอย่างน้อยหนึ่งคนมีวุฒิบัตรผู้ตรวจสอบภายในที่ได้รับการรับรอง (CIA)
และเข้าร่วมประชุมกับหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน เพื่อหารือประเด็นที่มีความสำคัญ อย่างน้อยปีละหนึ่ง (1)
ครั้ง โดยไม่มีฝ่ายจัดการอยู่ด้วย
(7) สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ข้อบังคับและประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งมีผลใช้บังคับกับบริษัท
และ/หรือ ธุรกิจของบริษัท
และรับทราบรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับประเด็นสำคัญในการปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างสม
่ำเสมอ
โดยกรณีได้รับรายงานจากผู้สอบบัญชี ในเรื่องพฤติการณ์อันควรสงสัยของกรรมการ ผู้จัดการ
หรือบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินการของบริษัทคณะกรรมการตรวจสอบต้องพิจารณาในเรื่องต่อไปนี้
เป็นอย่างน้อย เช่น
(ก) พิจารณาความมีนัยสำคัญและความเสี่ยงของเรื่องต่อบริษัทและผู้ลงทุน เช่น
ผลกระทบต่อฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน ผลกระทบต่อความ
น่าเชื่อถือของการจัดทำรายงานทางการเงินของบริษัท เป็นต้น
หากกรรมการตรวจสอบพิจารณาแล้วเห็นว่า อาจกระทบกับสิทธิของผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญหรือมีประเด็น
ที่ผู้ถือหุ้นควรได้รับทราบโดยทันที
ให้กรรมการตรวจสอบควรเร่งดำเนินการให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลในเบื้องต้นให้ผู้ลงทุนทราบโดยเร็ว
(ข) พิจารณาบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ดังกล่าว
โดยในกรณีที่พบว่ากรรมการและผู้บริหารของบริษัทอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ข้างต้น กรรมการ
ตรวจสอบต้องดำเนินการใด ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า
กระบวนการตรวจสอบนั้นมีความเป็นอิสระและไม่อยู่ภายใต้อำนาจควบคุมของกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติการณ
์อัน
ควรสงสัย
(ค) พิจารณากำหนดมาตรการหรือแนวทางในการยับยั้งพฤติการณ์อันควรสงสัย
เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทั้งตัวบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม
(ง) พิจารณากำหนดมาตรการในการยกระดับระบบควบคุมภายในของบริษัท
เพื่อป้องกันและป้องปรามพฤติการณ์อันควรสงสัยเพื่อไม่ให้เกิดพฤติการณ์ข้างต้นขึ้นอีก ใน
อนาคต
และให้รายงานความคืบหน้าให้สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้สอบบัญชี
ทราบเป็นระยะจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ โดยเนื้อหารายงานให้สะท้อนถึงการพิจารณาตามข้างต้น
(8) พิจารณา คัดเลือก และเสนอแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท
พร้อมทั้งเสนอค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี โดยพิจารณาขอบเขตการจ้างงาน และระยะเวลาการทำหน้าที่ผู้สอบบัญชี
รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละหนึ่ง (1) ครั้ง
ตลอดจนพิจารณาเสนอเลิกจ้างผู้สอบบัญชี
(9) พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการที่อาจจะมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และรายการ
MTที่มีนัยสำคัญซึ่งต้องขออนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วย
ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
รวมทั้งข้อบังคับและประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ
กฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งมีผลใช้บังคับกับบริษัท และ/หรือ ธุรกิจของบริษัท อย่างน้อยในประเด็น เช่น
(ก) ความสมเหตุสมผลของการเข้าทำรายการ
(ข) รายละเอียดและความมีตัวตนของคู่สัญญา
(ค) ผลตอบแทนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะความเสี่ยงในด้านข้อกฎหมาย
(ง) ผลกระทบต่อฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน
(จ) การเข้าทำรายการ MT & RPT บ่อยครั้ง
(ฉ) การเข้าทำรายการในต่างประเทศ
(ช) การเปลี่ยนธุรกิจหลัก และการขยายธุรกิจใหม่อย่างมีนัยสำคัญ
รวมถึงพิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายในการดำเนินธุรกิจว่ามีความเหมาะสมหรือไม่
และแผนการลงทุนและสภาพคล่อง เป็นต้น
ทั้งนี้ รายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการที่อาจจะมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และรายการ MT
ซึ่งฝ่ายจัดการเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติ
ให้คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาให้มีระบบหรือกระบวนการให้ฝ่ายจัดการรายงานการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าว
พร้อมทั้งวิเคราะห์ความสมเหตุสมผลของการทำรายการให้ทราบอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ภายหลังที่ได้รับอนุมัติในการเข้าทำรายการรายการที่เกี่ยวโยงกัน
หรือรายการที่อาจจะมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และรายการ MT
ควรมีการติดตามและสอบถามถึงความคืบหน้าของการเข้าทำรายการกับฝ่ายจัดการ พร้อมทั้งติดตามการเข้าลงทุน
และให้มีการเปิดเผยและรายงานความคืบหน้าต่อผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสมด้วย
อย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้
(ก) ความคืบหน้าของการเข้าทำรายการ
โดยต้องพิจารณาให้เป็นไปตามแผนที่ได้มีการเปิดเผยไว้ตอนขออนุมัติคณะกรรมการบริษัทหรือผู้ถือหุ้น
(ข) หากไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามแผนที่เปิดเผยไว้ได้
ต้องเปิดเผยปัจจัยหรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบ พร้อมทั้งวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการ
ไม่สามารถ
เข้าทำรายการได้ตามแผนที่เปิดเผยไว้
(ค) หากมีการระดมทุนโดยการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ เพื่อนำไปลงทุนในรายการ MT & RPT
ไม่ว่าจะเป็นการออกเสนอขายหุ้นหรือหุ้นกู้ ให้รายงานการใช้เงิน ระดมทุน
ดังกล่าวเพื่อให้ผู้ลงทุนทราบด้วย
(ง)
กรณีที่การดำเนินการที่เกิดขึ้นจริงไม่เป็นไปตามแผนงานหรือประมาณการทางการเงินที่คาดการณ์ไว้แตกต่างจากท
ี่ได้เคยเปิดเผยไว้ต่อผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยคณะกรรมการตรวจสอบควรติดตามความคืบหน้าโดยพิจารณาร่วมกับข้อมูลต่างๆ
เพื่อสอดส่องความผิดปกติในภาพรวม
เพื่อไม่ให้เกิดกรณีที่บริษัทใช้การเปิดเผยข้อมูลเป็นช่องทางในการสร้างราคาหุ้นของบริษัทเพื่อประโยชน์ขอ
งกลุ่มบุคคลใด
(10) จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานกรรมการตรวจสอบ
และต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(ก) ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัท
(ข) ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัท
(ค) ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ข้อบังคับและประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่ง
มีผลใช้บังคับกับบริษัท และ/หรือ ธุรกิจของบริษัท
(ง) ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
(จ) ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
(ฉ) จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
(ช) ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตาม กฎบัตร
(Charter)
(ซ) รายการอื่นใดที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นของบริษัทและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบภายใต้ขอบเขตอำนาจ
หน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
(11) ตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องภายใต้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ
และมีอำนาจในการว่าจ้างหรือนำผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาช่วยในงานตรวจสอบ โดยบริษัทรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
(12) หากพบหรือมีข้อสงสัยว่ามีรายการหรือการกระทำดังต่อไปนี้
ซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท
ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอ
บเห็นสมควร
(ก) รายการที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
(ข) การทุจริตหรือมีสิ่งผิดปกติหรือมีความบกพร่องที่สำคัญในระบบควบคุมภายใน
(ค) การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ข้อบังคับและประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งมีผลใช้บังคับกับบริษัท
และ/หรือ ธุรกิจของบริษัท
หากคณะกรรมการบริษัทไม่ดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาข้างต้น
กรรมการตรวจสอบรายใดรายหนึ่งอาจรายงานว่ามีรายการหรือการกระทำตามข้างต้นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักท
รัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
(13) สอบทาน
ให้บริษัทมีกระบวนการดำเนินการเพื่อการต่อต้านคอร์รัปชันสอดคล้องตามแนวทางของหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ
เช่น แนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) และสถาบันส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
รวมถึงสอบทานแบบประเมินตนเองเกี่ยวกับมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันที่ใช้ยื่นขอรับรองหรือขอต่ออายุการรับรอง
ต่อ CAC
(14) พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการใช้สิทธิหรือปฏิเสธการใช้สิทธิเกี่ยวกับโอกาสในการเข้าลงทุนในธุรกิจ
ค้าปลีกทั้งในประเทศ
และต่างประเทศที่มีสภาพอย่างเดียวกันและอาจเข้าข่ายเป็นการแข่งขันกับธุรกิจของบริษัท
ซึ่งรวมถึงการเข้าลงทุนแต่เพียงบางส่วนในโอกาสทางธุรกิจดังกล่าวภายใต้ Flagship Company Letter of
Undertakings ระหว่าง บริษัท และบริษัท ห้างเซ็นทรัล ดีพาทเมนท์สโตร์ จำกัด ซึ่งเป็น
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ในเรื่องความเหมาะสมในการเข้าลงทุน โดยพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น
ความเสี่ยง ผลตอบแทนการลงทุน และความสมเหตุสมผลของรายการ เป็นต้น
ก่อนการเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
(15) พิจารณารายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินระดมทุน อย่างน้อย เช่น
ความเป็นไปได้ของการลงทุนในโครงการ ความเหมาะสมของมูลค่าและช่องทางการระดมทุน โครงสร้างเงินทุนของบริษัท
สัญญาการเข้าลงทุน ความเพียงพอของเงินที่ได้จากการระดมทุนที่ใช้สำหรับลงทุนในโครงการ
และดำเนินการให้บริษัทมีกลไกในการดูแลและติดตามการใช้เงินระดมทุนอย่างถูกต้องและเหมาะสม
และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้มีการเปิดเผยไว้ โดยหากมีการใช้เงินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์
ต้องรีบดำเนินการให้มีการแก้ไขพร้อมทั้งกำหนดมาตรการเพื่อยับยั้งและป้องกัน
อีกทั้งต้องดำเนินการให้บริษัทมีการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการใช้เงินที่ได้รับจากการระดมทุนต่อผู้ถือหุ้
นทราบอย่างเหมาะสม สม่ำเสมอและเป็นไปตามกรอบระยะเวลาการรายงานที่หลักเกณฑ์กำหนด
และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทฯ ทราบ
(16) สามารถเรียกขอข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ของบริษัท และบริษัทย่อย
เพื่อประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมในเรื่องต่างๆ ได้
(17) หารือกับหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน และผู้บริหารระดับสูงถึงอำนาจ บทบาท
และภาระหน้าที่ที่เหมาะสมของฝ่ายตรวจสอบภายใน และ ประเด็นอื่นที่ควรรวมไว้ในกฎบัตรฝ่ายตรวจสอบภายใน
(18) สนับสนุนฝ่ายตรวจสอบภายในให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามจุดมุ่งหมายของการตรวจสอบภายใน
และดำเนินการให้บรรลุกลยุทธ์ และวัตถุประสงค์ที่วางไว้
(19) สื่อสารกับหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายในเพื่อทำความเข้าใจว่าฝ่ายตรวจสอบภายในปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่
รวมถึงสื่อสารมุมมองของคณะกรรมการเกี่ยวกับกลยุทธ์ วัตถุประสงค์ และความเสี่ยงขององค์กร
เพื่อช่วยหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายในจัดลำดับความสำคัญของงานตรวจสอบภายใน
รวมถึงกำหนดความคาดหวังกับหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน
(20) ทบทวนและเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาแก้ไขกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบให้สอดคล้องกับสภาวการณ์
หรืออย่างน้อยปีละหนึ่ง (1) ครั้ง
(21) ประเมินผล
และทบทวนผลการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมาโดยจัดทำรายงานการปฏิบัติงานและเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปี
ละหนึ่ง (1) ครั้ง
(22) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ตรวจสอบ
______________________________________________________________________
บริษัทขอรับรองต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนี้
1. กรรมการตรวจสอบมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด
2. ขอบเขต หน้าที่ ความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้างต้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด
ลงลายมือชื่อ _________________
( นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ )
กรรมการ
กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท
ลงลายมือชื่อ _________________
( นางสาวสุกุลยา เอื้อวัฒนะสกุล )
กรรมการ
กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท
______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้
หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"