เจาะหุ้นกลุ่มน้ำมัน Sector ใหญ่กำหนดอนาคต SET Index

หมดไตรมาสแรกของปี 2559 หุ้นกลุ่มพลังงานสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่า SET Index หลังจากปีที่แล้วถูกกดดันตามทิศทางของราคาน้ำมัน จนทำให้นักลงทุนกลับมาจับตาหุ้นพลังงานกลุ่มนี้ ว่าจะฟื้นตัวได้ดีเพียงใดในปี 2559 ท่ามกลางความเห็นที่ยังดูแตกต่างกันระหว่างนักวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ต่างๆ


น้ำหนักของหุ้นกลุ่มนี้ ยังสามารถชี้นำทิศทางตลาดหุ้นไทย ถ้าดูจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือ market cap ของตลาดหุ้นไทย ที่ 13,431,835.09 ล้านบาท ตามข้อมูลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (30 มี.ค.) โดยในจำนวนนี้เป็น market cap ของหุ้นกลุ่มพลังงานถึง 2,159,735.74 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 16.08 % ของมูลค่าตลาดรวม ซึ่งถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของตลาดหุ้นไทย


ถ้าเจาะลงไปดูเฉพาะหุ้นที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับน้ำมันโดยตรง พบว่ามีจำนวน 11 บริษัท ประกอบด้วย BAFS , BCP , ESSO , IRPC , PTG , PTT , PTTEP , RPC , SPRC , SUSCO และ TOP โดยแต่ละบริษัทยังมีความแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการขุดเจาะน้ำมันจากแหล่งต่างๆ โรงกลั่น ธุรกิจค้าปลีกที่ทำผ่านช่องทางของสถานีน้ำมันต่างๆ ไปจนถึงค้าส่งให้กับบริษัททั้งในและต่างประเทศ ความเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มนี้ เกี่ยวโยงกับทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งเห็นได้ชัดจากในปีที่ผ่านมา ที่ราคาน้ำมันลดลงจนฉุดราคาหุ้น แต่ในทางกลับกัน หากในอนาคต ราคาน้ำมันกลับมาฟื้น ก็มีความเป็นไปได้ว่าราคาหุ้นกลุ่มนี้ก็มีโอกาสที่จะฟื้นขึ้นด้วยเช่นกัน

ดังนั้น หากผู้ลงทุนทำการบ้าน ศึกษา และติดตามธุรกิจน้ำมันเป็นอย่างดี ก็น่าจะช่วยในการตัดสินใจลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ได้ดียิ่งขึ้น แม้ในจังหวะที่ราคาหุ้นปรับตัวลง โดยไม่ต้องกังวลกับความผันผวนของราคาหุ้นที่เกิดขึ้นตามกระแสข่าวรายวัน ถ้าแบ่งหุ้นพลังงานตามประเภทธุรกิจ จะพบว่ามีตั้งแต่บริษัทที่ทำธุรกิจในลักษณะครบวงจร อย่างกลุ่มปตท. มาจนถึงบางบริษัทที่ทำธุรกิจเฉพาะด้าน เช่น BAFS ที่เติมน้ำมันเครื่องบิน

มาดูประเภทธุรกิจของหุ้นพลังงาน ที่แยกเป็นภาพย่อยได้ดังนี้:
*ธุรกิจโรงกลั่นปิโตรเลียม ได้แก่ หุ้น BCP ,ESSO ,IRPC ,PTT ,SPRC ,TOP
*บริการสถานีน้ามัน ได้แก่ BCP ,ESSO ,PTG ,PTT ,RPC ,SUSCO
*สารวจและผลิตปิโตรเลียม ได้แก่ PTTEP , PTT
*บริการเติมน้ามันเชื้อเพลิงอากาศยาน ได้แก่ BAFS

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาน้ำมันในประเทศไทย ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน Simex (Singapore international Monetary Exchange) ซึ่งเป็นราคากลางการซื้อขายน้ำมันในเอเชียแปซิฟิค โดยมีความเคลื่อนไหวตามความต้องการใช้น้ำมันดิบ และดีมานด์ในการผลิตน้ำมันดิบ

STOCK Price(Baht) P/E(Times) P/BV(Times) Dividend
Yield(%)
BAFS 32.5 21.63 3.83 3.38
BCP 29.25 9.7 1.14 6.84
ESSO 5.25 10.69 1.32 -
IRPC 5.05 10.98 1.36 4.36
PTG 13.8 35.42 5.76 1.45
PTT 287 41.12 1.18 3.48
PTTEP 70.75 - 0.69 4.24
RPC 0.72 9.37 0.69 -
SPRC 10.9 5.74 1.29 2.42
SUSCO 2.58 18.3 0.91 3.1
TOP 69 11.56 1.52 3.91
*ที่มา SETSMART 30/3/2559
สูตรการคำนวณ
  • อัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไรสุทธิ (P/E) : {ราคาปิดของหุ้นสามัญ * [(จำนวนหุ้นสามัญ + จำนวนหุ้นบุริมสิทธิ) – จำนวนหุ้นซื้อคืน]} / กำไรสุทธิ
  • อัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (P/BV): {ราคาปิดของหุ้นสามัญ * [(จำนวนหุ้นสามัญ + จำนวนหุ้นบุริมสิทธิ) – จำนวนหุ้นซื้อคืน]} / ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท
  • อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield): มูลค่าเงินปันผลรวมยึดตามรอบผลประกอบการประจำปี (ล่าสุด) / [ราคาปิดของหุ้นสามัญ * (จำนวนหุ้นสามัญ - จำนวนหุ้นที่ซื้อคืน)]