รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
21 ต.ค. 2564 18:41:00
หัวข้อข่าว
การอนุมัติตีทรัพย์ชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน (BE) ของบจก. เพลนเน็ตฯ การลดทุน การเพิ่มทุน การออกใบสำคัญแสดงสิทธิจะซื้อหุ้นสามัญ และกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564 (แก้ไข)
หลักทรัพย์
AQ
แหล่งข่าว
AQ
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                กำหนดการประชุมผู้ถือหุ้น                                

เรื่อง                                               : กำหนดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น
วันที่คณะกรรมการมีมติ                                  : 30 ก.ย. 2564
วันที่ประชุมผู้ถือหุ้น                                     : 08 พ.ย. 2564
เวลาเริ่มประชุม (h:mm)                                : 14 : 00
วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมประชุม (Record              : 15 ต.ค. 2564
date)
วันที่ไม่ได้รับสิทธิเข้าประชุม                             : 14 ต.ค. 2564
วาระการประชุมที่สำคัญ                                 :
  - การเพิ่มทุน
  - การได้มาหรือจำหน่ายสินทรัพย์
  - การออกหลักทรัพย์แปลงสภาพ
สถานที่ประชุม                                         : ประชุมอีเลคโทรนิกส์
หมายเหตุ                                            :
ประชุมผ่านสื่ออีเลคทรอนิกส์
______________________________________________________________________

ที่ ตล.026/2564                                
วันที่ 30 กันยายน 2564
เรื่อง    การอนุมัติตีทรัพย์ชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน (BE) ของบจก. เพลนเน็ต เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง พีทีอี 
การลดทุน การเพิ่มทุน การออกใบสำคัญแสดงสิทธิจะซื้อหุ้นสามัญ และกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น
ครั้งที่ 1/2564
เรียน    กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สิ่งที่ส่งมาด้วย    :     1.    สารสนเทศเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสินทรัพย์ บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด 
(มหาชน)
2.    แบบรายงานการเพิ่มทุน (F53-4)
3.    สรุปสาระสำคัญของข้อกำหนดและเงื่อนไขของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอคิว เอสเตท 
จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 5 (AQ-W5)
บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") ขอแจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 6/2564  
ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ได้มีมติที่ประชุมที่สำคัญ ดังนี้
1.    มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เข้าทำธุรกรรมตีทรัพย์ชำระหนี้ตามตั๋วแลกเงิน (BE) ของบจก. เพลนเน็ต 
เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง พีทีอี ("บจก. เพลนเน็ตฯ") รายละเอียด BE ปรากฏตามเอกสารแนบ ("BE") โดยบจก.
เพลนเน็ตฯ ได้เสนอให้นำหุ้นสามัญของบริษัท กรีนเอิร์ธ พาวเวอร์ ไทยแลนด์ จำกัด ("GEP Thailand") จำนวน
2,252,716 หุ้น (คิดเป็นร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียนของ GEP Thailand) มูลค่า 533.78 บาทต่อหุ้น
หรือมีจำนวนรวมเท่ากับ 1,202,454,746.48  บาท มาตีทรัพย์ชำระหนี้ตาม BE จำนวน 1,202,449,223.38  บาท
ทั้งนี้ มูลค่า 533.78 บาทต่อหุ้นดังกล่าวเป็นมูลค่าอยู่ในช่วงมูลค่า 271 - 597 บาทต่อหุ้น 
หรือมีจำนวนรวมเท่ากับ 609,436,080  - 1,344,090,213 บาท ซึ่งอ้างอิงจากราคาประเมินหุ้น GEP Thailand ณ
วันที่ 7 มิถุนายน 2564 ที่ประเมินโดยบริษัท โอไรอ้อน แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ภายหลังการรับโอนหุ้น GEP
Thailand  แล้วบริษัทฯ จะถือหุ้นสามัญใน GEP Thailand จำนวน 2,252,716 หรือ คิดเป็นร้อยละ 10
ของทุนจดทะเบียนของ GEP Thailand
อนึ่ง ยอดหนี้ที่ค้างชำระตาม BE ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 มีจำนวนเท่ากับ 1,202,449,223.38  บาท 
โดยแบ่งออกเป็นหนี้เงินต้นจํานวน 1,072,160,010.50 บาท และหนี้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6.50 ต่อปี จํานวน
130,289,212.88 บาท ทั้งนี้ ภายใต้ผลสำเร็จเงื่อนไขบังคับก่อนที่สำคัญ คือ
1)    บจก. เพลนเน็ตฯ จะต้องได้รับโอนหุ้น GEP Thailand จำนวน 2,252,716 หุ้น 
ซึ่งเป็นหุ้นที่ชำระเต็มมูลค่าแล้ว จากบริษัท โนเบิล เพลนเน็ต พีทีอี แอลทีดี
เพื่อนำมาตีทรัพย์ชำระหนี้ตามตั๋ว BE และ
2)    การโอนหุ้น ต้องได้รับความยินยอม การผ่อนผัน หรือการอนุมัติจากคู่สัญญา 
หรือบุคคลภายนอกภายใต้เอกสารสัญญาสำคัญใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าทำรายการในครั้งนี้
การเข้าทำรายการตีทรัพย์ชำระหนี้ตาม BE 
ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นรายการได้มาซึ่งทรัพย์สินตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 20/2551 เรื่อง
หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน
(ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม)
และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติของบริษัทจดทะเบียนใ
นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ พ.ศ. 2547 (ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม)
(รวมเรียกประกาศทั้งสองฉบับว่า "ประกาศเรื่องการได้มาหรือจำหน่ายไป")
ซึ่งเพื่อพิจารณาขนาดของรายการดังกล่าวด้วยวิธีการคำนวณตามเกณฑ์ต่าง ๆ
ภายใต้ประกาศเรื่องการได้มาหรือจำหน่ายไป โดยคำนวณจากงบการเงินรวมประจำปี สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน
2564 ของบริษัทฯ ซึ่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้สอบทานแล้ว มีมูลค่าสูงสุดเท่ากับร้อยละ 19.17
ตามเกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน
และเมื่อพิจารณานับรวมรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์รายการอื่นที่เกิดขึ้นในระหว่าง 6
เดือนก่อนวันที่คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ในครั้งนี้
จะทำให้ขนาดของรายการรวมสูงสุดเท่ากับร้อยละ 24.15 ตามเกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน
การเข้าทำรายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นรายการประเภทที่ 2 ตามประกาศเรื่องการได้มาหรือจำหน่ายไป
โดยมีมูลค่าของรายการเท่ากับร้อยละ 15 หรือสูงกว่า แต่ต่ำกว่าร้อยละ 50 บริษัทฯ
จึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการเปิดเผยสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับรายการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
("ตลาดหลักทรัพย์ฯ") และจัดส่งหนังสือแจ้งผู้ถือหุ้นภายใน 21 วัน
นับแต่วันที่เปิดเผยรายการต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ
อย่างไรก็ดี การเข้าทำรายการดังกล่าวข้างต้น ไม่ใช่การเข้าทำรายการระหว่างบริษัทฯ 
กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ ดังนั้น จึงไม่ถือเป็นรายการเกี่ยวโยงกัน
ตามที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 21/2551 เรื่อง
หลักเกณฑ์ในการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน (ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม)
และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง
การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ. 2546
(ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม)
รายละเอียดสารสนเทศเกี่ยวกับการได้มาซึ่งทรัพย์สินของบริษัทฯ ปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 1.
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ 
อนุมัติการเข้าลงนามในสัญญาตีทรัพย์ชำระหนี้และ/หรือเอกสารสัญญาอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการเข้าทำรายการตี
ทรัพย์ชำระหนี้ตาม BE ในครั้งนี้ และอนุมัติการมอบอำนาจให้แก่ คณะกรรมการบริหาร และ/หรือ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ/หรือ บุคคลอื่นใดซึ่งได้รับการมอบหมายจากคณะกรรมการบริหาร และ/หรือ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารให้เป็นผู้มีอำนาจในการดำเนินการใด ๆ
เกี่ยวกับการเข้าทำรายการตีทรัพย์ชำระหนี้ตาม BE ซึ่งรวมถึงการดำเนินการ ดังนี้
(ก)    การกำหนด แก้ไข เพิ่มเติม รายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าทำรายการภายใต้กรอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(ข)    เจรจาต่อรองสัญญา แก้ไข และลงนามในสัญญารวมทั้งเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้อง
(ค)    การลงนาม แก้ไข เปลี่ยนแปลง การติดต่อ ในเอกสารคำขออนุญาตต่าง ๆ 
และหลักฐานที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการเข้าทำรายการต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรั
พย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หน่วยงานราชการหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
และมีอำนาจในการดำเนินการอื่นใดอันจำเป็นรวมทั้งการมอบอำนาจช่วง และ
(ง)    ดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นและเห็นสมควรเพื่อความสำเร็จลุล่วงของการดำเนินการดังกล่าวข้างต้นทุกประการ
2.    มีมติอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 
104,343,606,929.50 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 147,006,012,651.50 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน
42,662,405,722 บาท โดยการตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้ออกจำหน่ายของบริษัทฯ จำนวน 208,687,213,859 หุ้น
มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
ทั้งนี้ 
หุ้นสามัญที่ถูกตัดทิ้งในครั้งนี้เป็นหุ้นที่จัดสรรไว้เพื่อรองรับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้
นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ครั้งที่ 4 (AQ-W4) ในส่วนที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรจำนวน 56,327,213,859 หุ้น
และจัดสรรเพื่อรองรับการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม(Right Offering) จำนวน
125,000,000,000 หุ้นและ
จัดสรรเพื่อรองรับการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ต่อบุคคลในวงจำกัด(Private Placement) จำนวน
27,360,000,000 หุ้น
3.    มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมผุ้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาการแก้ไขข้อ 4 
ของหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทฯ เพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียน
โดยให้บุคคลที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายในการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทฯ
ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มีอำนาจแก้ไขและเพิ่มเติมถ้อยคำ
เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งของนายทะเบียน
4.    มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 
38,396,165,150.50 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 42,662,405,722 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 81,058,570,872.50
บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 76,792,330,301 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
เพื่อรองรับการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) และ/หรือ
เสนอขายต่อบุคคลในวงจำกัด (Private Placement) แบบมอบอำนาจทั่วไป
รวมถึงเพื่อรองรับการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ
ครั้งที่ 5 (AQ-W5)
เนื่องจากบริษัทฯ มีแผนขยายธุรกิจไปยังธุรกิจพลังงาน 
ธุรกิจอื่นที่สนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักของบริษัทฯ และขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีโครงการที่อยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนในโครงการพลังงานหลายโครงการ โดยบริษัทฯ
มีนโยบายที่จะดำเนินการจัดหาเงินจากการออกและเสนอขายตราสารหนี้ระยะสั้น และ/หรือ ระยะยาว
ในรูปแบบของตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange: B/E) และ/หรือ หุ้นกู้ (Debenture)
ตามมติผู้ถือหุ้นที่ได้อนุมัติให้ออกและเสนอขายตราสารหนี้ระยะสั้น และ/หรือ ระยะยาว ตั๋วแลกเงิน
และ/หรือ หุ้นกู้ ดังกล่าวมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม
ด้วยคณะกรรมการบริษัทเห็นว่าเพื่อความคล่องตัวในการจัดหาแหล่งเงินทุนจะทำให้เพิ่มโอกาสและศักยภาพในการแข
่งขันจึงเห็นสมควรให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการเพิ่มทุนหุ้นสามัญ
ด้วยพิจารณาแล้วเห็นว่าจะเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์แก่บริษัทฯในอนาคต
ทั้งนี้ การเสนอให้อนุมัติเพิ่มทุนดังกล่าว บริษัทฯ จะพิจารณาโดยยึดถือในประโยชน์ของบริษัทฯ
และผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ ทั้งนี้รายละเอียดปรากฏตามแบบรายงานการเพิ่มทุน (F53-4) (สิ่งที่ส่งมาด้วย 2)
5.    มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมผุ้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาการแก้ไขข้อ 4 
ของหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทฯ เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียน
โดยให้บุคคลที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายในการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทฯ
ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มีอำนาจแก้ไขและเพิ่มเติมถ้อยคำ
เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งของนายทะเบียน
6.    มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสา
มัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 5 (AQ-W5) จำนวนไม่เกิน 42,662,405,722 หน่วย
เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นโดยไม่คิดมูลค่า (ศูนย์บาท)
โดยมีอัตราการจัดสรรเท่ากับ 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ
(ในการคำนวณสิทธิที่จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิของผู้ถือหุ้นแต่ละรายนั้น
หากเกิดเศษจากการคำนวณตามอัตราการจัดสรร ให้ปัดเศษนั้นทิ้ง) โดยใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 3
ปี นับแต่วันที่ได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ และมีอัตราการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ 1
หน่วยต่อหุ้นสามัญเพิ่มทุน 1 หุ้นในราคาใช้สิทธิ 0.028 บาทต่อหุ้น
ทั้งนี้รายละเอียดปรากฏตามแบบรายงานการเพิ่มทุน (F53-4) (สิ่งที่ส่งมาด้วย 2)
และสรุปสาระสำคัญของข้อกำหนดและเงื่อนไขของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอคิว เอสเตท
จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 5 (AQ-W5) (สิ่งที่ส่งมาด้วย 3)
ประเภทหลักทรัพย์ที่เสนอขาย    :    ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท
เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 5 ("ใบสำคัญแสดงสิทธิ" หรือ "AQ-W5")
ชนิดของหลักทรัพย์        ระบุชื่อผู้ถือ และสามารถโอนเปลี่ยนมือได้
จำนวนที่ออก    :    42,662,405,722  หน่วย
ราคาต่อหน่วย    :    0.00  บาท
อัตราการใช้สิทธิ    :    ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น
ราคาการใช้สิทธิ    :    0.028  บาทต่อหุ้น เว้นแต่กรณีมีการปรับราคาการใช้สิทธิตามเงื่อนไขการปรับสิทธิ
Record Date (เพื่อรับสิทธิการจัดสรร AQ-W5)    :    22 พฤศจิกายน 2564
วันออกใบสำคัญแสดงสิทธิ    :    วันที่ 15 ธันวาคม 2564 และ/หรือ วันที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด
อายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ    :    อายุไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ
วิธีการจัดสรร    :    ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทจะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ ในอัตรา 2 หุ้นเดิม ต่อ 1 
ใบสำคัญแสดงสิทธิ
ระยะเวลาการใช้สิทธิ    :    ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิจะเริ่มใช้สิทธิได้ครั้งแรกในวันที่ 31 มีนาคม 2565 
และตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
?    วันที่ 30 มิถุนายน 2565
?    วันที่ 30 กันยายน 2565
?    วันที่ 30 ธันวาคม 2565
?    วันที่ 31 มีนาคม 2566
?    วันที่ 30 มิถุนายน 2566
?    วันที่ 29 กันยายน 2566
?    วันที่ 29 ธันวาคม 2566
?    วันที่ 29 มีนาคม 2567
?    วันที่ 28 มิถุนายน 2567
?    วันที่ 30 มิถุนายน 2567
?    วันที่ 6 ธันวาคม 2567
ในกรณีที่วันกำหนดการใช้สิทธิใด ๆ ตรงกับวันหยุดทำการของบริษัท 
ให้เลื่อนวันกำหนดใช้สิทธิครั้งดังกล่าวเป็นวันทำการก่อนหน้า โดยบริษัทจะไม่ขยายอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ
 และไม่มีข้อกำหนดเรียกให้ผู้ถือใบสำคัญแสดง สามารถใช้สิทธิก่อนครบกำหนด
ตลาดรองของใบสำคัญแสดงสิทธิ        บริษัทจะนำใบสำคัญแสดงสิทธิเข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลัก
ทรัพย์ฯ
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติมอบหมายให้คณะกรรมการบริษัทฯ หรือบุคคลที่คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมาย 
มีอำนาจในการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ AQ-W5
ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการกำหนดหรือแก้ไขหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ข้อกำหนดสิทธิ และรายละเอียดอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้องกับการออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ AQ-W5 วิธีการชำระราคา วันใช้สิทธิ
และข้อกำหนดหรือรายละเอียดอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงการไม่จัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ AQ-W5
ให้แก่ผู้ถือหุ้นรายใด หากการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ AQ-W5
ให้แก่ผู้ถือหุ้นรายนั้นจะทำให้หรืออาจทำให้บริษัทฯ มีหน้าที่ตามกฎหมายต่างประเทศ
และให้บุคคลดังกล่าวมีอำนาจในการเข้าเจรจาตกลงและลงนามในเอกสารและสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งดำเนินการต่างๆ อันจำเป็นเกี่ยวเนื่องกับการออกและการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ AQ-W5
การนำใบสำคัญแสดงสิทธิ AQ-W5
และหุ้นสามัญที่เกิดจากการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวเข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์
จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตลอดจนการดำเนินการขออนุญาตต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และแต่งตั้งและมอบหมายบุคคลอื่นที่มีความเหมาะสมให้เป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงในการดำเนินการดังกล่าวข้างต้น
ทั้งนี้ การจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ AQ-W5 ยังมีความไม่แน่นอน 
เนื่องจากจะต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564 ต่อไป
7.    มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 
34,129,924,579 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 25,597,443,434
หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 30 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ
เพื่อรองรับการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Offering) และ/หรือ จำนวน
8,532,481,145 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ
เพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement)
โดยทั้งสองกรณีเป็นการเพิ่มทุนตามแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) ทั้งนี้
ไม่ว่ากรณีใดก็ตามจะต้องมีจำนวนรวมกันไม่เกิน 25,597,443,434 หุ้น หรือคำนวณรวมไม่เกินร้อยละ 30
ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ
7.1    บริษัทฯ จะออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งเดียวเต็มจำนวนหรือบางส่วนก็ได้ 
โดยเสนอขายเป็นคราวเดียวหรือเป็นคราวๆ ไปก็ได้ ทั้งนี้ การเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering)
จะกำหนดราคาไม่ต่ำกว่า 0.024 บาท ซึ่งเป็นราคาเสนอขายที่ต่ำกว่ามูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของบริษัทฯ
เนื่องจากบริษัทฯ มีผลขาดทุนสะสมปรากฏในงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน
2564 ซึ่งเป็นงบการเงินล่าสุดที่ได้รับการสอบทานโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต อย่างไรก็ตามไม่ว่ากรณีใดๆ
จำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) และ/หรือ บุคคลในวงจำกัด
(Private Placement) ตามแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จะต้องมีจำนวนรวมกันไม่เกิน 25,597,443,434
หุ้น (หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 30 ของทุนชำระแล้วของบริษัทฯ ณ
วันที่คณะกรรมการมีมติอนุมัติการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate))
ทั้งนี้ บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) จะได้รับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนในแบบมอบอำนาจทั่วไป 
(General Mandate) จะต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
และจะต้องไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 21/2551
เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการเกี่ยวโยงกัน และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ เรื่องการเปิดเผยข้อมูล
และการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ. 2546
(ก)    เป็นผู้ลงทุนสถาบันตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่          กจ. 17/2551 
เรื่องการกำหนดบทนิยามเกี่ยวกับการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ หรือ
(ข)    เป็นนักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีฐานะทางการเงินมั่นคง 
และมีศักยภาพในการลงทุนได้จริง รวมทั้งมีความรู้ความสามารถประสบการณ์
หรือศักยภาพในการที่เป็นประโยชน์หรือส่งเสริมการดำเนินงานของบริษัทฯ
ทั้งนี้ ราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อบุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ตามแบบมอบอำนาจทั่วไป 
(General Mandate) นี้จะต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาด (Market Price) และ/หรือ ไม่ต่ำกว่า 0.024
บาทต่อหุ้น
"ราคาตลาด" หมายถึงราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นของบริษัทฯ 
ในตลาดหลักทรัพย์ย้อนหลังไม่น้อยกว่าเจ็ดวันทำการติดต่อกัน แต่ไม่เกินสิบห้าวันทำการติดต่อกัน
ก่อนวันกำหนดราคาเสนอขายหุ้นนั้น
โดยราคาที่นำมาถัวเฉลี่ยดังกล่าวต้องใช้ราคาเฉลี่ยของการซื้อขายหุ้นนั้นในแต่ละวัน ทั้งนี้
วันกำหนดราคาเสนอขายหุ้นต้องย้อนหลังไม่เกินกว่าสามวันทำการก่อนวันแรกที่เสนอขายต่อนักลงทุน
นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติอนุมัติมอบหมายให้คณะกรรมการบริษัทฯ มีอำนาจในการดำเนินการต่าง ๆ 
ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงเรื่องดังต่อไปนี้
(1)    พิจารณากำหนดรายละเอียดการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน เช่น การกำหนดราคาขาย ทั้งนี้ 
การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Offering) จะกำหนดราคาไม่ต่ำกว่า 0.024 บาท
ซึ่งเป็นราคาเสนอขายที่ต่ำกว่ามูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของบริษัทฯ เนื่องจากบริษัทฯ มีผลขาดทุนสะสม และ/หรือ
การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement)
โดยจะกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อบุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ตามแบบมอบอำนาจทั่วไป
(General Mandate) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาด (Market Price) และ/หรือ ไม่ต่ำกว่า 0.024
บาทต่อหุ้น โดยเสนอขายได้เป็นครั้งเดียวหรือเป็นคราว ๆ ระยะเวลาการเสนอขาย การจองซื้อ การชำระค่าหุ้น
เงื่อนไขและรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว
(2)    การเข้าเจรจา ทำความตกลง และลงนามในสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ดำเนินการต่าง ๆ 
อันเกี่ยวเนื่องกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว และ
(3)    ลงนามในเอกสารคำขออนุญาต คำขอผ่อนผันต่าง ๆ 
และหลักฐานที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว
ซึ่งรวมถึงการติดต่อและการยื่นคำขออนุญาตหรือขอผ่อนผัน
เอกสารและหลักฐานดังกล่าวต่อหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และการนำหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
และมีอำนาจในการดำเนินการอื่นใดอันจำเป็นและสมควรเกี่ยวกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว
และแต่งตั้งและมอบหมายบุคคลอื่นที่มีความเหมาะสมให้เป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงในการดำเนินการดังกล่าวข้างต้น
 ทั้งนี้รายละเอียดปรากฏตามแบบรายงานการเพิ่มทุน (F53-4) (สิ่งที่ส่งมาด้วย 2) และ
7.2    จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 42,662,405,722 หุ้น 
เพื่อรองรับการใช้สิทธิของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 5 (AQ-W5)
เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นโดยไม่คิดมูลค่า (ศูนย์บาท)
โดยมีอัตราการจัดสรรเท่ากับ 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ
(ในการคำนวณสิทธิที่จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิของผู้ถือหุ้นแต่ละรายนั้น
หากเกิดเศษจากการคำนวณตามอัตราการจัดสรร ให้ปัดเศษนั้นทิ้ง) โดยใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 3
ปี นับแต่วันที่ได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ และมีอัตราการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ 1
หน่วยต่อหุ้นสามัญเพิ่มทุน 1 หุ้นในราคาใช้สิทธิ 0.028 บาทต่อหุ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติอนุมัติมอบหมายให้คณะกรรมการบริษัทฯ หรือบุคคลที่คณะกรรมการบริษัทฯ 
มอบหมาย มีอำนาจในการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน
ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงเรื่องดังต่อไปนี้
(1)    การกำหนดหรือแก้ไขหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ข้อกำหนดสิทธิ และรายละเอียดอื่นๆ 
ที่เกี่ยวข้องกับการออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ AQ-W5 วิธีการชำระราคา วันใช้สิทธิ
และข้อกำหนดหรือรายละเอียดอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงการไม่จัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ AQ-W5
ให้แก่ผู้ถือหุ้นรายใด หากการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ AQ-W5
ให้แก่ผู้ถือหุ้นรายนั้นจะทำให้หรืออาจทำให้บริษัทฯ มีหน้าที่ตามกฎหมายต่างประเทศ
ระยะเวลาการจองซื้อและการชำระราคาหุ้น เงื่อนไข และรายละเอียดอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการข้างต้น
(2)    การเข้าเจรจา ทำความตกลง และลงนามในสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ดำเนินการต่าง ๆ 
อันเกี่ยวเนื่องกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว และ
(3)    ลงนามในเอกสารคำขออนุญาต คำขอผ่อนผันต่าง ๆ 
และหลักฐานที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว
ซึ่งรวมถึงการติดต่อและการยื่นคำขออนุญาตหรือขอผ่อนผัน
เอกสารและหลักฐานดังกล่าวต่อหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และการนำหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
และมีอำนาจในการดำเนินการอื่นใดอันจำเป็นและสมควรเกี่ยวกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว
ทั้งนี้รายละเอียดปรากฏตามแบบรายงานการเพิ่มทุน (F53-4) (สิ่งที่ส่งมาด้วย 2)
8.    อนุมัติการกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564
และกำหนดวัน เวลา สถานที่ และวาระการประชุมสามัญวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564 โดยมีรายละเอียด
ดังนี้
8.1    กำหนดให้การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564 ของบริษัทฯ จัดขึ้น วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน 
2564 เวลา 14.00 น. โดยวิธีการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-EGM)
ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
8.2    กำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564  (Record
 Date) ในวันที่ 15 ตุลาคม 2564
8.3    กำหนดวาระการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564 ดังต่อไปนี้
วาระที่ 1    เรื่องที่ประธานฯ แจ้งให้ทราบ
วาระที่ 2    พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2564
วาระที่ 3    พิจารณาอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 104,343,606,929.50 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม
147,006,012,651.50 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 42,662,405,722 บาท โดยการตัดหุ้นสามัญจำนวน
208,687,213,859 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
วาระที่ 4    พิจารณาอนุมัติการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 4. ให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียน
วาระที่ 5    พิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 38,396,165,150.50 บาท 
จากทุนจดทะเบียนเดิม 42,662,405,722 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 81,058,570,872.50 บาท
โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 76,792,330,301 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
วาระที่ 6    พิจารณาอนุมัติให้แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4. ให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียน
วาระที่ 7    พิจารณาอนุมัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 5 (AQ-W5) 
จำนวนไม่เกิน 42,662,405,722 หน่วย เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นโดยไม่คิดมูลค่า
 (ศูนย์บาท) โดยมีอัตราการจัดสรรเท่ากับ 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ
วาระที่ 8    พิจารณาอนุมัติจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 76,792,330,301 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 
บาท เพื่อรองรับการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Offering) และ/หรือ
เพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ตามแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate)
และเพื่อรองรับการใช้สิทธิของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 5 (AQ-W5)
วาระที่ 9    พิจารณาเรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)
    ทั้งนี้ เนื่องจากวาระที่ 3 ถึงวาระที่ 8 เป็นวาระที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน ดังนั้น 
ในการพิจารณาอนุมัติวาระดังกล่าวที่มีความเกี่ยวเนื่องกันจะถือเป็นเงื่อนไขซึ่งกันและกัน
โดยหากเรื่องในวาระใดวาระหนึ่งไม่ได้รับการอนุมัติ จะถือว่าเรื่องอื่น ๆ
ที่ได้รับอนุมัติแล้วเป็นอันยกเลิก และจะไม่มีการพิจารณาในวาระอื่น ๆ ต่อไป
โดยถือว่าการพิจารณาอนุมัติในเรื่องต่าง ๆ ไม่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
    จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ
    (นายชำนาญ วังตาล)    (นายไมเคิล อเล็กซานเดอร์ วิลเลียม เฟอร์นันเดซ)
               กรรมการ                                             กรรมการ            
______________________________________________________________________

การเพิ่มทุนจดทะเบียน                                  

เรื่อง                                               : การเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate)
วันที่คณะกรรมการมีมติ                                  : 30 ก.ย. 2564
จำนวนหุ้นสามัญที่เพิ่มทุน (หุ้น)                            : 34,129,924,579
จำนวนรวมของหุ้นที่เพิ่มทุน (หุ้น)                           : 34,129,924,579
มูลค่าที่ตราไว้ (Par)(บาทต่อหุ้น)                          : 0.50
ประเภทหลักทรัพย์ที่จัดสรร                             : หุ้นสามัญ
  จัดสรรให้กับ                                      : ผู้ถือหุ้นสามัญทั้งหมด
     จำนวนหุ้นที่จัดสรร (หุ้น)                           : 25,597,443,434
     %ต่อทุนชำระแล้ว ณ                                : 30.00
วันที่คณะกรรมการมีมติให้เพิ่มทุน
  จัดสรรให้กับ                                      : บุคคลในวงจำกัด
    จำนวนหุ้นที่จัดสรร (หุ้น)                            : 8,532,481,145
    %ต่อทุนชำระแล้ว ณ                                 : 10.00
วันที่คณะกรรมการมีมติให้เพิ่มทุน
หมายเหตุ                                            :
7.    มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 
34,129,924,579 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 25,597,443,434
หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 30 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ
เพื่อรองรับการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Offering) และ/หรือ จำนวน
8,532,481,145 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ
เพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement)
โดยทั้งสองกรณีเป็นการเพิ่มทุนตามแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) ทั้งนี้
ไม่ว่ากรณีใดก็ตามจะต้องมีจำนวนรวมกันไม่เกิน 25,597,443,434 หุ้น หรือคำนวณรวมไม่เกินร้อยละ 30
ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ
7.1    บริษัทฯ จะออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งเดียวเต็มจำนวนหรือบางส่วนก็ได้ 
โดยเสนอขายเป็นคราวเดียวหรือเป็นคราวๆ ไปก็ได้ ทั้งนี้ การเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering)
จะกำหนดราคาไม่ต่ำกว่า 0.024 บาท ซึ่งเป็นราคาเสนอขายที่ต่ำกว่ามูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของบริษัทฯ
เนื่องจากบริษัทฯ มีผลขาดทุนสะสมปรากฏในงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน
2564 ซึ่งเป็นงบการเงินล่าสุดที่ได้รับการสอบทานโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต อย่างไรก็ตามไม่ว่ากรณีใดๆ
จำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) และ/หรือ บุคคลในวงจำกัด
(Private Placement) ตามแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จะต้องมีจำนวนรวมกันไม่เกิน 25,597,443,434
หุ้น (หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 30 ของทุนชำระแล้วของบริษัทฯ ณ
วันที่คณะกรรมการมีมติอนุมัติการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate))
ทั้งนี้ บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) จะได้รับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนในแบบมอบอำนาจทั่วไป 
(General Mandate) จะต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
และจะต้องไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 21/2551
เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการเกี่ยวโยงกัน และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ เรื่องการเปิดเผยข้อมูล
และการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ. 2546
(ก)    เป็นผู้ลงทุนสถาบันตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่          กจ. 17/2551 
เรื่องการกำหนดบทนิยามเกี่ยวกับการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ หรือ
(ข)    เป็นนักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีฐานะทางการเงินมั่นคง 
และมีศักยภาพในการลงทุนได้จริง รวมทั้งมีความรู้ความสามารถประสบการณ์
หรือศักยภาพในการที่เป็นประโยชน์หรือส่งเสริมการดำเนินงานของบริษัทฯ
ทั้งนี้ ราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อบุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ตามแบบมอบอำนาจทั่วไป 
(General Mandate) นี้จะต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาด (Market Price) และ/หรือ ไม่ต่ำกว่า 0.024
บาทต่อหุ้น
"ราคาตลาด" หมายถึงราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นของบริษัทฯ 
ในตลาดหลักทรัพย์ย้อนหลังไม่น้อยกว่าเจ็ดวันทำการติดต่อกัน แต่ไม่เกินสิบห้าวันทำการติดต่อกัน
ก่อนวันกำหนดราคาเสนอขายหุ้นนั้น
โดยราคาที่นำมาถัวเฉลี่ยดังกล่าวต้องใช้ราคาเฉลี่ยของการซื้อขายหุ้นนั้นในแต่ละวัน ทั้งนี้
วันกำหนดราคาเสนอขายหุ้นต้องย้อนหลังไม่เกินกว่าสามวันทำการก่อนวันแรกที่เสนอขายต่อนักลงทุน
นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติอนุมัติมอบหมายให้คณะกรรมการบริษัทฯ หรือบุคคลที่คณะกรรมการบริษัทฯ 
มอบหมาย มีอำนาจในการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน
ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงเรื่องดังต่อไปนี้
(1)    พิจารณากำหนดรายละเอียดการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน เช่น การกำหนดราคาขาย ทั้งนี้ 
การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Offering) จะกำหนดราคาไม่ต่ำกว่า 0.024 บาท
ซึ่งเป็นราคาเสนอขายที่ต่ำกว่ามูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของบริษัทฯ เนื่องจากบริษัทฯ มีผลขาดทุนสะสม และ/หรือ
การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement)
โดยจะกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อบุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ตามแบบมอบอำนาจทั่วไป
(General Mandate) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาด (Market Price) และ/หรือ ไม่ต่ำกว่า 0.024
บาทต่อหุ้น โดยเสนอขายได้เป็นครั้งเดียวหรือเป็นคราว ๆ ระยะเวลาการเสนอขาย การจองซื้อ การชำระค่าหุ้น
เงื่อนไขและรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว
(2)    การเข้าเจรจา ทำความตกลง และลงนามในสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ดำเนินการต่าง ๆ 
อันเกี่ยวเนื่องกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว และ
(3)    ลงนามในเอกสารคำขออนุญาต คำขอผ่อนผันต่าง ๆ 
และหลักฐานที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว
ซึ่งรวมถึงการติดต่อและการยื่นคำขออนุญาตหรือขอผ่อนผัน
เอกสารและหลักฐานดังกล่าวต่อหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และการนำหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
และมีอำนาจในการดำเนินการอื่นใดอันจำเป็นและสมควรเกี่ยวกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว
และแต่งตั้งและมอบหมายบุคคลอื่นที่มีความเหมาะสมให้เป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงในการดำเนินการดังกล่าวข้างต้น
 ทั้งนี้รายละเอียดปรากฏตามแบบรายงานการเพิ่มทุน (F53-4) (สิ่งที่ส่งมาด้วย 2)
______________________________________________________________________

การออกหลักทรัพย์แปลงสภาพ                           

เรื่อง                                               : ออกหลักทรัพย์แปลงสภาพ
วันที่คณะกรรมการมีมติ                                  : 30 ก.ย. 2564
ประเภทหลักทรัพย์ที่จัดสรร                             : ใบสำคัญแสดงสิทธิ
  จัดสรรให้กับ                                      : ผู้ถือหุ้นสามัญเดิม
    จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่จัดสรร (หน่วย)              : 42,662,405,722
    หุ้นเพิ่มทุนที่จัดสรรเพื่อรองรับการใช้สิทธิของ             : หุ้นสามัญ
ใบสำคัญแสดงสิทธิ
    จำนวนหุ้นที่เพิ่มทุน (หุ้น)                             : 42,662,405,722
    อัตราส่วน (หุ้นเดิม : ใบสำคัญแสดงสิทธิ)              : 2 : 1
    วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ได้รับสิทธิซื้อใบส               : 22 พ.ย. 2564
ำคัญแสดงสิทธิ (Record date)
    วันที่ไม่ได้รับสิทธิซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิ                 : 19 พ.ย. 2564
    ราคาเสนอขาย (บาทต่อหน่วย)                        : 0
    ลักษณะของใบสำคัญแสดงสิทธิ                       
      ชื่อย่อใบสำคัญแสดงสิทธิ                           : AQ-W5
      ชื่อใบสำคัญแสดงสิทธิ                             : ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอคิว 
เอสเตท จำกีด (มหาชน) ครั้งที่ 5
      อัตราการใช้สิทธิ (ใบสำคัญแสดงสิทธิ : หุ้น)              : 1 : 1
      ราคาการใช้สิทธิ(บาทต่อหุ้น)                        : 0.028
      อายุใบสำคัญแสดงสิทธิ                            :
    อายุไม่เกิน3 ปีนับแต่วีนที่ออกใบสำคัญแสกงสิทธิ
หมายเหตุ                                            :
7.2    จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 42,662,405,722 หุ้น 
เพื่อรองรับการใช้สิทธิของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 5 (AQ-W5)
เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นโดยไม่คิดมูลค่า (ศูนย์บาท)
โดยมีอัตราการจัดสรรเท่ากับ 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ
(ในการคำนวณสิทธิที่จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิของผู้ถือหุ้นแต่ละรายนั้น
หากเกิดเศษจากการคำนวณตามอัตราการจัดสรร ให้ปัดเศษนั้นทิ้ง) โดยใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 3
ปี นับแต่วันที่ได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ และมีอัตราการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ 1
หน่วยต่อหุ้นสามัญเพิ่มทุน 1 หุ้นในราคาใช้สิทธิ 0.028 บาทต่อหุ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติอนุมัติมอบหมายให้คณะกรรมการบริษัทฯ หรือบุคคลที่คณะกรรมการบริษัทฯ 
มอบหมาย มีอำนาจในการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน
ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงเรื่องดังต่อไปนี้
(1)    การกำหนดหรือแก้ไขหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ข้อกำหนดสิทธิ และรายละเอียดอื่นๆ 
ที่เกี่ยวข้องกับการออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ AQ-W5 วิธีการชำระราคา วันใช้สิทธิ
และข้อกำหนดหรือรายละเอียดอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงการไม่จัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ AQ-W5
ให้แก่ผู้ถือหุ้นรายใด หากการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ AQ-W5
ให้แก่ผู้ถือหุ้นรายนั้นจะทำให้หรืออาจทำให้บริษัทฯ มีหน้าที่ตามกฎหมายต่างประเทศ
ระยะเวลาการจองซื้อและการชำระราคาหุ้น เงื่อนไข และรายละเอียดอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการข้างต้น
(2)    การเข้าเจรจา ทำความตกลง และลงนามในสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ดำเนินการต่าง ๆ 
อันเกี่ยวเนื่องกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว และ
(3)    ลงนามในเอกสารคำขออนุญาต คำขอผ่อนผันต่าง ๆ 
และหลักฐานที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว
ซึ่งรวมถึงการติดต่อและการยื่นคำขออนุญาตหรือขอผ่อนผัน
เอกสารและหลักฐานดังกล่าวต่อหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และการนำหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
และมีอำนาจในการดำเนินการอื่นใดอันจำเป็นและสมควรเกี่ยวกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว
ทั้งนี้รายละเอียดปรากฏตามแบบรายงานการเพิ่มทุน (F53-4) (สิ่งที่ส่งมาด้วย 2)
______________________________________________________________________

การเพิ่มทุนจดทะเบียน                                  

เรื่อง                                               : การเพิ่มทุนแบบกำหนดวัตถุประสงค์ในการใช้เงินทุน
วันที่คณะกรรมการมีมติ                                  : 30 ก.ย. 2564
จำนวนหุ้นสามัญที่เพิ่มทุน (หุ้น)                            : 42,662,405,722
จำนวนรวมของหุ้นที่เพิ่มทุน (หุ้น)                           : 42,662,405,722
มูลค่าที่ตราไว้ (Par)(บาทต่อหุ้น)                          : 0.50
ประเภทหลักทรัพย์ที่จัดสรร                             : หุ้นสามัญ
  จัดสรรให้กับ                                      : เพื่อรองรับการใช้สิทธิของหลักทรัพย์แปลงสภาพ
    จำนวนหุ้นที่จัดสรร (หุ้น)                            : 42,662,405,722
หมายเหตุ                                            :
7.2    จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 42,662,405,722 หุ้น 
เพื่อรองรับการใช้สิทธิของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 5 (AQ-W5)
เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นโดยไม่คิดมูลค่า (ศูนย์บาท)
โดยมีอัตราการจัดสรรเท่ากับ 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ
(ในการคำนวณสิทธิที่จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิของผู้ถือหุ้นแต่ละรายนั้น
หากเกิดเศษจากการคำนวณตามอัตราการจัดสรร ให้ปัดเศษนั้นทิ้ง) โดยใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 3
ปี นับแต่วันที่ได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ และมีอัตราการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ 1
หน่วยต่อหุ้นสามัญเพิ่มทุน 1 หุ้นในราคาใช้สิทธิ 0.028 บาทต่อหุ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติอนุมัติมอบหมายให้คณะกรรมการบริษัทฯ หรือบุคคลที่คณะกรรมการบริษัทฯ 
มอบหมาย มีอำนาจในการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน
ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงเรื่องดังต่อไปนี้
(1)    การกำหนดหรือแก้ไขหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ข้อกำหนดสิทธิ และรายละเอียดอื่นๆ 
ที่เกี่ยวข้องกับการออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ AQ-W5 วิธีการชำระราคา วันใช้สิทธิ
และข้อกำหนดหรือรายละเอียดอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงการไม่จัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ AQ-W5
ให้แก่ผู้ถือหุ้นรายใด หากการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ AQ-W5
ให้แก่ผู้ถือหุ้นรายนั้นจะทำให้หรืออาจทำให้บริษัทฯ มีหน้าที่ตามกฎหมายต่างประเทศ
ระยะเวลาการจองซื้อและการชำระราคาหุ้น เงื่อนไข และรายละเอียดอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการข้างต้น
(2)    การเข้าเจรจา ทำความตกลง และลงนามในสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ดำเนินการต่าง ๆ 
อันเกี่ยวเนื่องกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว และ
(3)    ลงนามในเอกสารคำขออนุญาต คำขอผ่อนผันต่าง ๆ 
และหลักฐานที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว
ซึ่งรวมถึงการติดต่อและการยื่นคำขออนุญาตหรือขอผ่อนผัน
เอกสารและหลักฐานดังกล่าวต่อหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และการนำหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
และมีอำนาจในการดำเนินการอื่นใดอันจำเป็นและสมควรเกี่ยวกับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว
ทั้งนี้รายละเอียดปรากฏตามแบบรายงานการเพิ่มทุน (F53-4) (สิ่งที่ส่งมาด้วย 2)
______________________________________________________________________

รายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์                    

สารสนเทศเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสินทรัพย์ บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน)

ด้วยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") ครั้งที่ 6/2564  
ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ
เข้าทำธุรกรรมตีทรัพย์ชำระหนี้ตามตั๋วแลกเงิน (BE) ของบจก. เพลนเน็ต
เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง พีทีอี ("บจก. เพลนเน็ตฯ") รายละเอียด BE ปรากฏตามเอกสารแนบ ("BE") โดยบจก. 
เพลนเน็ตฯ ได้เสนอให้นำหุ้นสามัญของบริษัท กรีนเอิร์ธ พาวเวอร์ ไทยแลนด์ จำกัด ("GEP Thailand") จำนวน
2,252,716  หุ้น (คิดเป็นร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียนของ GEP Thailand) มูลค่า 533.78 บาทต่อหุ้น
หรือมีจำนวนรวมเท่ากับ 1,202,454,746.48  บาท มาตีทรัพย์ชำระหนี้ตาม BE จำนวน 1,202,449,223.38  บาท
โดยแบ่งออกเป็นหนี้เงินต้นจํานวน 1,072,160,010.50 บาท และหนี้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6.50 ต่อปี จํานวน
130,289,212.88 บาท
ทั้งนี้ การเข้าทำรายการดังกล่าวถือเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ 
ทจ. 20/2551
เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์
(ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม)
และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบี
ยนในการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ พ.ศ.2547 (ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม) (รวมเรียกว่า
"ประกาศเรื่องการได้มาหรือจำหน่ายไป")
ซึ่งเมื่อพิจารณาขนาดของรายการดังกล่าวด้วยวิธีการคำนวณตามเกณฑ์ต่าง ๆ
ภายใต้ประกาศเรื่องการได้มาหรือจำหน่ายไป โดยคำนวณจากงบการเงินรวม สำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่
30 มิถุนายน 2564 ของบริษัทฯ ซึ่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้สอบทานแล้ว มีมูลค่าสูงสุดเท่ากับร้อยละ 19.17
ตามเกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน
และเมื่อพิจารณานับรวมรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์รายการอื่นที่เกิดขึ้นในระหว่าง 6
เดือนก่อนวันที่คณะกรรมการของบริษัทฯ มีมติอนุมัติการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ในครั้งนี้
จะทำให้ขนาดของรายการรวมสูงสุดเท่ากับร้อยละ  24.15  ตามเกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน
การเข้าทำรายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นรายการประเภทที่ 2 ตามประกาศเรื่องการได้มาหรือจำหน่ายไป 
โดยมีมูลค่าของรายการเท่ากับร้อยละ 15 หรือสูงกว่า แต่ต่ำกว่าร้อยละ 50 บริษัทฯ
จึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการเปิดเผยสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับรายการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
("ตลาดหลักทรัพย์ฯ") และจัดส่งหนังสือแจ้งผู้ถือหุ้นภายใน 21 วัน
นับแต่วันที่เปิดเผยรายการต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ
อย่างไรก็ดี การเข้าทำรายการดังกล่าวข้างต้น ไม่ใช่การเข้าทำรายการระหว่างบริษัทฯ 
กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ ดังนั้น จึงไม่ถือเป็นรายการเกี่ยวโยงกัน
ตามที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 21/2551 เรื่อง
หลักเกณฑ์ในการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน (ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม)
และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง
การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ. 2546
(ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม) ("ประกาศรายการที่เกี่ยวโยงกันฯ")
บริษัทฯ ขอแจ้งรายละเอียดการเข้าทำรายการดังกล่าว ดังต่อไปนี้
(1)    วัน เดือน ปี ที่เกิดรายการ
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทในวันที่ 30 กันยายน 2564 ได้มีมติอนุมัติการตีทรัพย์ชำระหนี้ 
โดยมีเงื่อนไขบังคับก่อนที่สำคัญสำหรับการทำรายการตามที่กำหนดในข้อ 3.1
(2)    คู่สัญญาที่เกี่ยวข้องและความสัมพันธ์กับบริษัทจดทะเบียน
เจ้าหนี้    :    บริษัทฯ
ลูกหนี้    :    บจก. เพลนเน็ตฯ
ความสัมพันธ์กับบริษัทจดทะเบียน    :    บจก. เพลนเน็ตฯ ไม่ใช่บุคคลที่มีความเกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ 
ตามประกาศรายการที่เกี่ยวโยงกันฯ
(3)    ลักษณะโดยทั่วไปของรายการประเภทและขนาดของรายการ
3.1    ลักษณะโดยทั่วไปของรายการ
บริษัทฯ เข้าทำธุรกรรมตีทรัพย์ชำระหนี้ตาม BE ของบจก. เพลนเน็ตฯ โดยบจก. เพลนเน็ตฯ 
ได้เสนอให้นำหุ้นสามัญของ GEP Thailand จำนวน  2,252,716  หุ้น (คิดเป็นร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียนของ
GEP Thailand) มูลค่ารวมจำนวน 1,202,454,746.48 บาท มาตีทรัพย์ชำระหนี้ตาม BE จำนวน 1,202,449,223.38
บาท โดยแบ่งออกเป็นหนี้เงินต้นจํานวน 1,072,160,010.50 บาท และหนี้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6.50 ต่อปี
จํานวน 130,289,212.88 บาท
ทั้งนี้ มูลค่า 533.78 บาทต่อหุ้นดังกล่าวเป็นราคาที่บจก. เพลนเน็ตฯ เสนอต่อบริษัทฯ 
เพื่อขอตีทรัพย์ชำระหนี้ ซึ่งเป็นมูลค่าอยู่ในช่วงมูลค่า 271 - 597 บาทต่อหุ้น หรือมีจำนวนรวมเท่ากับ
609,436,080  - 1,344,090,213 บาท ซึ่งอ้างอิงจากราคาประเมินหุ้น GEP Thailand ณ วันที่ 7 มิถุนายน 2564
ที่ประเมินโดยบริษัท โอไรอ้อน แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ภายหลังการโอนหุ้น GEP Thailand  แล้วบริษัทฯ
จะถือหุ้นสามัญใน GEP Thailand จำนวน  2,252,716  หุ้น หรือ คิดเป็นร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียนของ GEP
Thailand คณะกรรมการบริษัทฯ เป็นว่าราคาหุ้นที่เสนอโดย บจก. เพลนเน็ตฯ เป็นราคาที่อยู่ในช่วงมูลค่า 271
- 597 บาทต่อหุ้นตามที่ปรึกษาทางการเงินได้ทำการวิเคราะห์
คณะกรรมการบริษัทฯเห็นว่าเหมาะสมจึงอนุมัติให้เข้าทำรายการ
อนึ่ง ยอดหนี้ที่ค้างชำระตาม BE ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 มีจำนวนเท่ากับ 1,202,449,223.38 บาท 
โดยแบ่งออกเป็นหนี้เงินต้นจํานวน 1,072,160,010.50 บาท และหนี้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6.50 ต่อปี จํานวน
130,289,212.88 บาท ทั้งนี้ ภายใต้ผลสำเร็จเงื่อนไขบังคับก่อนที่สำคัญ คือ
1)    บจก. เพลนเน็ตฯ จะต้องได้รับโอนหุ้น GEP Thailand จำนวน  2,252,716  หุ้น 
ซึ่งเป็นหุ้นที่ชำระแล้วเต็มมูลค่า จากบริษัท โนเบิล เพลนเน็ต พีทีอี แอลทีดี ("บจก. โนเบิลฯ")
เพื่อนำมาตีทรัพย์ชำระหนี้ตามตั๋ว BE (ทั้งนี้ บจก. เพลนเน็ตฯ และบจก. โนเบิลฯ เป็นบริษัทฯ
ที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นบุคคลคนเดียวกัน และบจก. เพลนเน็ตฯ ได้ทำข้อตกลงกับบจก. โนเบิลฯ
เพื่อนำหุ้นที่บจก. โนเบิลฯ ถืออยู่ใน GEP Thailand มานำมาตีทรัพย์ชำระหนี้ตามตั๋ว BE ให้แก่บจก.
เพลนเน็ตฯ) และ
2)    การโอนหุ้น ต้องได้รับความยินยอม การผ่อนผัน หรือการอนุมัติจากคู่สัญญา 
หรือบุคคลภายนอกภายใต้เอกสารสัญญาสำคัญใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าทำรายการในครั้งนี้
3)    ช่วงเวลาที่คาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564

3.2     ประเภทและขนาดของรายการ
การคำนวณขนาดรายการตามเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศเรื่องการได้มาหรือจำหน่ายไป โดยคำนวณจากงบการเงิน สำหรับงวด
6 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 ของบริษัทฯ
ซึ่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ตรวจสอบแล้วมีมูลค่าของรายการสูงสุดเท่ากับร้อยละ 19.17
ตามเกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน
และเมื่อพิจารณานับรวมรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์รายการอื่นที่เกิดขึ้นในระหว่าง 6
เดือนก่อนวันที่คณะกรรมการของบริษัทฯ มีมติอนุมัติการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ในครั้งนี้
จะทำให้ขนาดของรายการรวมสูงสุดเท่ากับร้อยละ 24.15 ตามเกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน
เข้าข่ายเป็นรายการประเภทที่ 2 ตามที่กำหนดในประกาศเรื่องการได้มาหรือจำหน่ายไป
ถือเป็นรายการที่มีมูลค่าเท่ากับร้อยละ 15 หรือสูงกว่า แต่ต่ำกว่าร้อยละ 50 โดยมีรายละเอียดดังนี้
เกณฑ์การคำนวณ    วิธีการคำนวณ
1.    เกณฑ์มูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิ (เกณฑ์ NTA)    =    (สัดส่วนที่บริษัทฯ จะซื้อหุ้น x NTA 
ของเงินลงทุนในบริษัทที่จะซื้อหุ้น) x 100 / NTA ของบริษัทผู้ซื้อ
    =    (10% X 1,763.54 ล้านบาท1/) / 2,693.89 ล้านบาท2/
    =    ร้อยละ 6.55
2.    เกณฑ์กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน    =    (สัดส่วนที่บริษัทฯ จะซื้อหุ้น x 
กำไรสุทธิจากการดำเนินงานของบริษัทที่จะซื้อหุ้น) x 100 / กำไรสุทธิจากการดำเนินงานของบริษัทผู้ซื้อ
    =    ไม่สามารถนำมาคำนวณได้ เนื่องจากบริษัทฯ มีผลการดำเนินงานขาดทุน3/
3.    เกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน    =    (มูลค่ารายการที่จ่าย / มูลค่าสินทรัพย์รวมของบริษัทผู้ซื้อ) x 100
    =    (1,202.45 ล้านบาท / 6,274.18 ล้านบาท) x 100
    =    ร้อยละ 19.17
4.    เกณฑ์มูลค่าหุ้นทุนที่ออกเพื่อชำระค่าสินทรัพย์    =    จำนวนหุ้นที่ออกเพื่อชำระค่าสินทรัพย์ x 100 / 
จำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วของบริษัทผู้ซื้อ
    =    ไม่สามารถนำมาคำนวณได้ เนื่องจากบริษัทฯ ไม่ได้ออกหุ้นเพื่อเป็นสิ่งตอบแทนการได้มาแต่อย่างใด
หมายเหตุ:
1/ สินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของ GEP Thailand = สินทรัพย์รวมจำนวน 3,634.54 ล้านบาท - 
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนจำนวน 72.87 ล้านบาท - หนี้สินรวมจำนวน 1,798.13 ล้านบาท อ้างอิงจากงบเงินรวมของ GEP
 Thailand สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563
2/ สินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัทฯ = สินทรัพย์รวมจำนวน 6,274.18 ล้านบาท - 
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนจำนวน 0.93 ล้านบาท - หนี้สินรวมจำนวน 3,579.33 ล้านบาท -
ส่วนที่ไม่มีอำนาจควบคุมจำนวน 0.03 ล้านบาท อ้างอิงจากงบการเงินรวมของบริษัทฯ สำหรับงวด 6 เดือน
สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564
3/ อ้างอิงจากงบการเงินที่ตรวจสอบแล้วของ GEP Thailand สำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563
4/ อ้างอิงจากงบการเงินสอบทานของบริษัทฯ สำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564
ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องเปิดเผยสารสนเทศการเข้าทำรายการต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ทันที 
และจัดส่งหนังสือเวียนให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ภายใน 21
วันนับแต่วันที่เปิดเผยสารสนเทศการเข้าทำรายการต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ
(4)    รายละเอียดของสินทรัพย์ที่ได้มา
บริษัทฯ เข้าทำธุรกรรมตีทรัพย์ชำระหนี้ตาม BE ของบจก. เพลนเน็ตฯ โดยบจก. เพลนเน็ตฯ 
ได้เสนอให้นำหุ้นสามัญของ GEP Thailand จำนวน  2,252,716  หุ้น (คิดเป็นร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียนของ
GEP Thailand) มาตีทรัพย์ชำระหนี้ตาม BE โดย GEP Thailand มีลักษณะโดยทั่วไปของกิจการ ดังนี้
4.1    ชื่อกิจการ    :    บริษัท กรีนเอิร์ธ พาวเวอร์ ไทยแลนด์ จำกัด
4.2    วันที่จดทะเบียนจัดตั้ง    :    30 เมษายน 2528
4.3    ที่ตั้ง    :    33/4 อาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 36 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง 
กรุงเทพมหานคร
4.4    ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว    :    ทุนจดทะเบียน 2,252,716,300 บาท ทุนชำระแล้ว 1,658,290,058.13 บาท
4.5    จำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้ว    :    22,527,163 หุ้น
4.6    มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ    :    100 บาท
4.7    บุคคลที่เกี่ยวโยงกับบริษัทจดทะเบียน    :    บริษัทฯ GEP Thailand และผู้ถือหุ้นของ GEP Thailand 
ไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกัน นอกจากนี้ GEP Thailand และผู้ถือหุ้นของ GEP Thailand
ไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ ตามประกาศรายการที่เกี่ยวโยงกันฯ แต่อย่างใด
4.8    จำนวนหุ้นที่จะได้มา    :    2,252,716  หุ้น
4.9    สัดส่วนของหุ้นที่ถือหลังการได้มา    :    ร้อยละ 10
4.10     โครงสร้างการดำเนินธุรกิจก่อนและหลังเข้าทำรายการ
รายละเอียดรายชื่อผู้ถือหุ้นของ GEP Thailand ในปัจจุบัน เปรียบเทียบกับหลังการเข้าทำรายการ ดังนี้
ลำดับ    รายชื่อผู้ถือหุ้น    ก่อนเข้าทำรายการ    หลังเข้าทำรายการ
        จำนวนหุ้น (หุ้น)    สัดส่วนการถือหุ้นเทียบกับทุนชำระแล้ว (ร้อยละ)    จำนวนหุ้น 
(หุ้น)    สัดส่วนการถือหุ้นเทียบกับทุนชำระแล้ว (ร้อยละ)
1    บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)    9,010,866    40    9,010,866    40
2    บริษัท โนเบิล เพลนเน็ต พีทีอี แอลทีดี    6,307,604    28    4,054,888      18
3    บริษัท อีซีเอฟ พาวเวอร์ จำกัด    4,505,433    20    4,505,433    20
4    บริษัท เมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)    2,703,260    12    2,703,260    12
5    บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน)    -    -    2,252,716    10
    รวมทั้งหมด    22,527,163    100.00    22,527,163    100.00

 4.11     GEP Thailand มีกรรมการจำนวน 11 คนประกอบด้วย
1.    นายธัญชาติ กิจพิพิธ
2.    นายฤทธี กิจพิพิธ
3.    นายออง ทีฮา    
4.    นายศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์
5.    นายอารักษ์ สุขสวัสดิ์
6.    นางสาลินี วังตาล
7.    นายวิเชียร อุษณาโชติ
8.    นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี
9.    นายตฤบดี อรุณานนท์ชัย
10.    นายไพบูลย์ อรุณประสบสุข และ
11.    นางสาวเยาวโรจน์ กลิ่นบุญ
4.12     ลักษณะการประกอบธุรกิจ
GEP Thailand จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2528 มีลักษณะเป็น Holding Company 
ที่มีวัตถุประสงค์หลักในการลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจพัฒนาและบริหารจัดการโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุน
เวียน โดยเป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 100 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ GEP (Myanmar) Company Limited
("GEP Myanmar") ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเมียนมาร์ในปี 2559 GEP Myanmar
ได้ดำเนินการก่อสร้างและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 220 เมกะวัตต์
ที่เมืองมินบู ประเทศเมียนมา โดยได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement) กับหน่วยงาน
Myanmar Electric Power Enterprise (MEPE) โดยภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Electric Power Generation
Enterprise (EPGE) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงการไฟฟ้าและพลังงาน Ministry of Electricity and Energy
of Myanmar (MOEE) โดยโครงการออกเป็น 4 เฟส โดยเฟสที่ 1 ซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้ง 50 เมกะวัตต์
เริ่มรับรู้รายได้และ เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2562 ส่วนโครงการเฟส 2 และ
เฟส 3 เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อเดือนสิงหาคมและตุลาคม 2563 ตามลำดับ
4.13     ข้อมูลทางการเงิน
 ข้อมูลทางการเงินที่สำคัญของ GEP Thailand มีดังต่อไปนี้
สรุปงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
รายการ    งบกำไรขาดทุน
    2561    2562    2563
    ล้านบาท    ล้านบาท    ล้านบาท
รายได้จากสัญญาสัมปทานภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า       1,312.72           835.83           318.74
ต้นทุนจากสัญญาสัมปทานภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า    1,312.72     759.10     71.73
กำไรขั้นต้น     -                76.73             247.01
รายได้อื่น    0.09              1.59              0.73
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร    40.45     52.32    65.13
กำไร (ขาดทุน) สุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยน    (3.72)     (10.76)              2.13
กำไร(ขาดทุน)ก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้    (44.08)    15.24    184.75
ต้นทุนทางการเงิน    0.32    1.83    2.82
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้    -    23.41    1.97
กำไร(ขาดทุน)สุทธิสำหรับปี    (44.40)    (10.00)    179.96
สรุปงบฐานะการเงิน
รายการ    งบแสดงฐานะการเงิน
    2561    2562    2563
    ล้านบาท    ร้อยละ    ล้านบาท    ร้อยละ    ล้านบาท    ร้อยละ
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด    1.28    0.07%    6.71    0.25%    15.17    0.42%
ลูกหนี้ภายใต้สัญญาสัมปทานและลูกหนี้อื่น    210.53    11.23%    46.64    1.76%    90.01    2.48%
ลูกหนี้ภายใต้สัญญาสัมปทานระยะยาว    1,556.05    83.02%    2,211.16    83.39%    2,147.85    59.10%
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์    7.74    0.41%    5.77    0.22%    76.22    2.10%
สินทรัพย์อื่นๆ    98.71    5.27%    381.47    14.39%    1,305.29    35.91%
รวมสินทรัพย์    1,874.31    100.00%    2,651.74    100.00%    3,634.54    100.00%
เงินกู้ยืมระยะสั้น    5.80    0.31%    24.80    0.94%    197.00    5.42%
เจ้าหนี้ค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้าและเจ้าหนี้อื่นๆ    1,571.42    83.84%    2,258.44    85.17%    1,565.73    43.08%
หนี้สินอื่นๆ    0.47    0.03%    23.64    0.89%    35.39    0.97%
รวมหนี้สิน    1,577.70    84.17%    2,306.88    86.99%    1,798.13    49.47%
ทุนจดทะเบียน    155.76    8.31%    215.76    8.14%    2,252.72    61.98%
ทุนที่ออกและชำระแล้ว    155.76    8.31%    215.76    8.14%    1,658.33    45.63%
ส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญ    364.62    19.45%    364.62    13.75%    206.53    5.68%
กำไร(ขาดทุน) สะสม    (208.43)    (11.12%)    (218.65)    (8.25%)    58.17    1.60%
องค์ประกอบอื่นของส่วนของเจ้าของ    (5.09)    (0.27%)    (16.86)    (0.64%)    (86.63)    (2.38%)
รวมส่วนของเจ้าของ    296.61    15.83%    344.87    13.01%    1,863.40    51.27%
รวมหนี้สินและส่วนของเจ้าของ    1,874.31    100.00%    2,651.74    100.00%    3,634.54    100.00%
หมายเหตุ: สำหรับปี 2561 และ 2562 ตรวจสอบโดยบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชีจำกัด และสำหรับปี 2563 
ตรวจสอบโดยบริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด
(5)    มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน มูลค่าสินทรัพย์ที่ซื้อ เกณฑ์ที่ใช้กำหนดมูลค่ารวมสิ่งตอบแทน 
และเงื่อนไขการชำระราคา
-    มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน มูลค่าสินทรัพย์ที่ซื้อ
หุ้น GEP Thailand  ที่จะนำมาตีทรัพย์ชำระหนี้ดังกล่าวมีมูลค่า 533.78 บาทต่อหุ้น หรือมีจำนวนรวมเท่ากับ
1,202,454,746.48 บาท ซึ่งอ้างอิงจากราคาประเมินหุ้น GEP Thailand ณ วันที่ 7 มิถุนายน 2564
ที่ประเมินโดยบริษัท โอไรอ้อน แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ภายหลังการรับโอนหุ้น GEP Thailand  แล้วบริษัทฯ
จะถือหุ้นสามัญใน GEP Thailand จำนวน 2,252,716  หุ้น หรือ คิดเป็นร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียนของ GEP
Thailand อนึ่ง ยอดหนี้ที่ค้างชำระตาม BE ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 มีจำนวนเท่ากับ 1,202,449,223.38 บาท
โดยแบ่งออกเป็นหนี้เงินต้นจํานวน 1,072,160,010.50 บาท และหนี้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6.50 ต่อปี จํานวน
 130,289,212.88 บาท

-    เกณฑ์ที่ใช้กำหนดมูลค่ารวมสิ่งตอบแทน
มูลค่าสิ่งตอบแทนของการซื้อหุ้นสามัญของ GEP Thailand จำนวน 2,252,716 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10
ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด มูลค่าต่อหุ้นจากการประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดอยู่ที่ 271 - 597 บาท/หุ้น
ซึ่งเป็นมูลค่าที่ได้จากการเจรจาต่อรองระหว่างบริษัทฯ และผู้ขายและ/หรือผู้ที่จะนำทรัพย์มาชำระหนี้
และเปรียบเทียบกับการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ ซึ่งจัดทำโดยที่ปรึกษาการเงินได้แก่ บริษัท
โอไรอ้อน แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด โดยมีรายละเอียดดังนี้
-    อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (EIRR) = ร้อยละ 4.74 -  8.60 ต่อปี
-    ระยะเวลาคืนทุน = 12.83 - 15.66  ปี
ทางบริษัทฯ ซึ่งภายหลังการทำรายการจะถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 10 ของ GEP Thailand 
นั้นจะไม่มีภาระการเพิ่มทุนในอนาคตสำหรับการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 220 เมกะวัตต์ ที่เมืองมินบู ประเทศเมียนมา  เนื่องจากทางบริษัทฯ
จะได้รับการโอนหุ้นของ GEP Thailand ที่ชำระเต็มมูลค่าจากทางผู้ขาย
-    เงื่อนไขการตีทรัพย์ชำระหนี้
เงื่อนไขการชำระราคาของการเข้าทำรายการในแต่ละส่วนเป็นไปตามเงื่อนไขบังคับก่อนที่สำคัญที่จะระบุในสัญญาต
ีทรัพย์ชำระหนี้ รายละเอียดปรากฏตามข้อ 3.1 ลักษณะโดยทั่วไปของรายการ
(6)    ประโยชน์ที่บริษัทฯ คาดว่าจะได้รับจากการทำรายการ
6.1  เป็นการต่อยอดและขยายฐานธุรกิจพลังงานทดแทนประเภทใหม่ 
จากที่ปัจจุบันลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม
6.2  เป็นการขยายฐานการลงทุนของบริษัทฯ ไปยังประเทศใหม่ในภูมิภาค ซึ่งบริษัทฯ 
เล็งเห็นโอกาสในการเจริญเติบโตในอนาคตของธุรกิจพลังงานในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์
6.3  ช่วยสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้จากการลงทุนที่มีอัตราผลตอบแทนที่เหมาะสมต่อเนื่อง 
และการกระจายความเสี่ยงของรายได้จากการดำเนินธุรกิจ
เนื่องจากธุรกิจหลักของบริษัทคือการประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม
ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างมากในช่วงโรคระบาด Covid-19 ซึ่งการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่มีรายได้คงที่
จะเพิ่มสภาพคล่องและศักยภาพทางการเงินของบริษัทฯ
6.4 เพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจในระยะยาวให้กับบริษัทฯ 
โดยธุรกิจด้านพลังงานผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเป็นธุรกิจที่มีความผันผวนต่ำ โดยบริษัทฯ
จะได้รับผลตอบแทนจากการจำหน่ายไฟฟ้าภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement)
ให้แก่รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ รวมทั้งสิ้นเป็นระยะเวลา 30 ปี
นับจากวันเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ระยะที่ 1 ซึ่งจะส่งเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทฯ
และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในธุรกิจของบริษัทฯ ในระยะยาว
6.5 สร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มความน่าสนใจให้กับนักลงทุนต่อบทบาทของบริษัทฯ 
ในการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการดำเนินการดังกล่าวเป็นระดับสากล
ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสในการขยายการลงทุนธุรกิจพลังงานในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องและกว้างขวางยิ่งขึ้น
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
(7)    แหล่งเงินทุนที่ใช้ในการซื้อสินทรัพย์ และรายละเอียดในการออกหลักทรัพย์
บจก. เพลนเน็ตฯ ได้เสนอให้นำหุ้นสามัญของ GEP Thailand จำนวน 2,252,716  หุ้น (คิดเป็นร้อยละ 10 
ของทุนจดทะเบียนของ GEP Thailand) มาตีทรัพย์ชำระหนี้ตาม BE จำนวน 1,202,449,223.38 บาท
โดยแบ่งออกเป็นหนี้เงินต้นจํานวน 1,072,160,010.50 บาท และหนี้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 6.50 ต่อปี จํานวน
130,289,212.88 บาท ทั้งนี้ หุ้น GEP Thailand  ที่จะนำมาตีทรัพย์ชำระหนี้ดังกล่าวมีมูลค่า 533.78
บาทต่อหุ้น หรือมีจำนวนรวมเท่ากับ 1,202,454,746.48 บาท ซึ่งอ้างอิงจากราคาประเมินหุ้น GEP Thailand ณ
วันที่ 7 มิถุนายน 2564 ที่ประเมินโดยบริษัท โอไรอ้อน แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ภายหลังการโอนหุ้น GEP
Thailand  แล้วบริษัทฯ จะถือหุ้นสามัญใน GEP Thailand จำนวน 2,252,716 หุ้น หรือ คิดเป็นร้อยละ 10
ของทุนจดทะเบียนของ GEP Thailand อนึ่ง ยอดหนี้ที่ค้างชำระตาม BE ณ วันที่ 30 กันยายน 2564
มีจำนวนเท่ากับ 1,202,449,223.38 บาท

(8)    เงื่อนไขในการทำรายการ
เนื่องจากรายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นรายการประเภทที่ 2 ตามที่กำหนดในประกาศเรื่องการได้มาหรือจำหน่ายไป 
บริษัทฯ จึงต้องดำเนินการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศการเข้าทำรายการดังกล่าวของบริษัทฯ ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ
และจัดส่งหนังสือแจ้งผู้ถือหุ้นได้รับทราบภายใน 21 วัน นับแต่วันที่เปิดเผยรายการต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ

(9)    ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทฯ เกี่ยวกับการตกลงเข้าทำรายการ
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 6/2564 ของบริษัทฯ ที่จัดขึ้นในวันที่ 30 กันยายน 2564 
ได้มีมติอนุมัติการเข้าทำรายการดังกล่าว เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า บจก. เพลนเน็ตฯ
ยังไม่มีความสามารถที่จะชำระหนี้เป็นเงินสดได้ การตีทรัพย์ชำระหนี้ในครั้งนี้ จะช่วยให้บริษัทฯ
ได้รับชำระหนี้จาก บจก. เพลนเน็ตฯ ซึ่งค้างชำระหนี้มาเป็นระยะเวลานาน
ทั้งยังเป็นการเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจในระยะยาวให้กับบริษัทฯ
ด้านธุรกิจพลังงานผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความผันผวนต่ำและมีรายได้คงที่
จะเพิ่มสภาพคล่องและศักยภาพทางการเงินของบริษัทฯ ทั้งนี้ ราคาหุ้น GEP Thailand ซึ่ง บจก. เพลนเน็ตฯ
เสนอเพื่อตีทรัพย์ชำระหนี้นั้น ที่มูลค่า 533.78 บาทต่อหุ้นนั้นก็เป็นมูลค่าอยู่ในช่วงมูลค่า 271 - 597
บาทต่อหุ้น หรือมีจำนวนรวมเท่ากับ 609,436,080  - 1,344,090,213 บาท ซึ่งอ้างอิงจากราคาประเมินหุ้น GEP
Thailand ณ วันที่ 7 มิถุนายน 2564 ที่ประเมินโดยบริษัท โอไรอ้อน แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด
จึงเป็นช่วงราคาที่คณะกรรมการเห็นว่าเหมาะสมในการเข้าทำรายการ
(10)    ความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบ และ/หรือ กรรมการของบริษัทฯ 
ที่แตกต่างจากความเห็นของคณะกรรมการบริษัทตามข้อ (9) เกี่ยวกับการเข้าทำรายการ
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติการเข้าทำรายการในครั้งนี้ และไม่มีคณะกรรมการตรวจสอบ 
หรือกรรมการบริษัทฯ ที่มีความเห็นแตกต่างจากความเห็นของคณะกรรมการบริษัทฯ ข้างต้น
โดยในการประชุมครั้งนี้มีคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัทฯ เข้าร่วมประชุมครบทุกท่าน
คณะกรรมการบริษัทฯ ขอรับรองว่า ข้อมูลในสารสนเทศฉบับนี้ถูกต้อง ครบถ้วน ไม่เป็นเท็จ 
และไม่ทำให้บุคคลอื่นสำคัญผิดหรือไม่ขาดข้อมูลที่ควรแจ้งในสาระสำคัญ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

                     ขอแสดงความนับถือ

    (นายชำนาญ วังตาล)    (นายไมเคิล อเล็กซานเดอร์ วิลเลียม เฟอร์นันเดซ)
                กรรมการ                                          กรรมการ
______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้