รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
23 ก.ย. 2564 17:25:00
หัวข้อข่าว
ชี้แจงข้อมูลงบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ตามที่ตลาดหลัดทรัพย์ได้สอบถาม
หลักทรัพย์
THL
แหล่งข่าว
THL
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข่าวหรือข้อมูล                 


เรื่อง                                               : ชี้แจงข้อมูลงบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2564 
ตามที่ตลาดหลัดทรัพย์ได้สอบถาม
รายละเอียด                                          :
ที่ ทค.151-030/6/2564

                                    23 กันยายน 2564

เรื่อง    ชี้แจงข้อมูลงบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ตามที่ตลาดหลัดทรัพย์ได้สอบถาม
เรียน        กรรมการและผู้จัดการ
        ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงข้อมูลงบการเงินไตรมาสที่ 2 
ที่ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ตามที่ตลาดหลัดทรัพย์ได้สอบถาม
เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้ทราบผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนี้

1. การประกอบธุรกิจขายหินแอนดีไซด์
ตามที่เดิมบริษัทขายหินแอนดีไซด์แบบขายปลีก และต่อมาในเมื่อเดือนกันยายน 2563 เปลี่ยนเป็นการขายเหมา 
โดยทำสัญญาขายหินกับ "คู่สัญญารายเดิม" และได้รับค่าตอบแทนเป็นการเหมาจ่ายขั้นต่ำเดือนละ 3 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในหนังสือที่อ้างถึง 1  และหมายเหตุประกอบงบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ข้อ 5.1
และ 11 ปรากฏว่าคู่สัญญารายเดิมมีหนี้ค้างชำระรวม 13 ล้านบาท และเมื่อเดือนมิถุนายน 2564
บริษัทได้ยกเลิกสัญญาขายหินกับคู่สัญญารายเดิม และทำสัญญาขายหินกับ "คู่สัญญารายใหม่"
โดยได้รับค่าตอบแทนขั้นต่ำ 2 ล้านบาทต่อเดือน
    1.1 เหตุผลในการเปลี่ยนคู่สัญญาในการขายหินแอนดีไซด์ 
ซึ่งทำให้บริษัทได้รับค่าตอบแทนขั้นต่ำที่ลดลงจากเดิม สรุปสาระสำคัญของสัญญา
การพิจารณาความสามารถในการชำระค่าสินค้า รวมทั้งนโยบายและมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้
    ตอบ ในการเปลี่ยนแปลงคู่สัญญา และเงื่อนไขการค้าที่บริษัทฯ ได้รับผลประโยชน์น้องลง 
เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่บริษัท จำหน่าย ซึ่งเดิมบริษัทฯ
ได้จำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทหินสำเร็จรูปพร้อมใช้ในงานก่อสร้าง
แต่เนื่องจากในช่วงปีที่ผ่านมาโครงการภาครัฐที่บริษัท ได้จัดส่งสินค้าเป็นประจำได้มีการชะลอโครงการ
และไม่มียอดสั่งซื้อในรูปแบบดังกล่าว ซึ่งขณะเดียวกันบริษัทได้รับยอดสั่งซื้อในรูปแบบใหม่
เป็นประเภทหินใหญ่ ไม่ต้องผ่านกระบวนการโม่หิน หรือแปรรูปสินค้า
รวมทั้งปริมาณขั้นต่ำในแต่ละเดือนสูงกว่าเท่าตัวทำให้บริษัท ลดต้นทุนการผลิต ลดต้นทุนการบริหาร
ทำให้อัตรากำไรสุทธิในส่วนธุรกิจดังกล่าวสูงขึ้น
    1.2 ความคืบหน้าในการรับชำระเงินจากคู่สัญญารายเดิม
    ตอบ 
ปัจจุบันคู่สัญญารายเดิมยังคงมีสินค้าที่รอส่งมอบอยู่ในพื้นที่ของบริษัทซึ่งอยู่ระหว่างทะยอยการส่งมอบ
ทั้งนี้เมื่อคู่สัญญารายเดิมมีการส่งมอบสินค้าเสร็จสิ้นแล้วจะดำเนินการชำระเงินให้กับบริษัทตามเดิม
    1.3 
ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับนโยบายการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและกรณีของคู่สัญญารายเดิมดำเน
ินการเป็นไปตามนโยบายหรือไม่ อย่างไร
    ตอบ ในกรณีดังกล่าวบริษัทยังไม่มีนโยบายการตั้งสำรองใดๆ เนื่องจากสินค้าที่คู่สัญญารายเดิมผลิต 
ยังคงอยู่ในพื้นที่ของบริษัทซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าลูกหนี้การค้าที่คงค้าง

2. การขายเงินลงทุนในบริษัท ชลสิน จำกัด
ตามที่คณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2564 มีมติอนุมัติขายเงินลงทุนในบริษัท ชลสิน จำกัด 
(บริษัทย่อย 88%)  ให้แก่ บริษัท บี บาลานซ์ จำกัด "ผู้ซื้อ" มูลค่า 154 ล้านบาท
โดยจะโอนกรรมสิทธิ์หุ้นทั้งหมดให้แก่ ผู้ซื้อ เมื่อได้รับชำระเงิน 15 ล้านบาท ชำระเพิ่ม 15 ล้านบาท
ภายใน 7 วันนับจากวันที่โอนกรรมสิทธิ์ และส่วนที่เหลือ 124 ล้านบาท (81%ของมูลค่าขาย)
จะทยอยรับชำระภายในวันที่ 17 กรกฎาคม 2566 ซึ่งมีหลักประกันเป็นเช็ค 62 ล้านบาท
(50%ของเงินที่จะทยอยได้รับภายในปี 2566) รายละเอียดปรากฏตามหนังสือของบริษัทที่อ้างถึง 2 นั้น
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
2.1 ความเห็นและข้อมูลที่คณะกรรมการบริษัทใช้ในการประกอบการพิจารณา ความสมเหตุสมผลของการเข้าทำรายการ 
ทั้งราคา เงื่อนไขการชำระราคา หลักประกัน
แนวทางและมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระตามเงื่อนไขที่กำหนด
รวมถึงผลกระทบต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทจากการขายเงินลงทุน
ตอบ ในการพิจารณาจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าว บริษัท ได้พิจารณาถึงความสมเหตุสมผล 
รวมไปถึงแนวทางในการประกอบธุรกิจของ บริษัท ชลสิน จำกัด อีกทั้งยังพิจารณาถึงการบริหารทรัพย์สิน
และกระแสเงินสดของบริษัท ในส่วนของราคาและเงื่อนไขการชำระเงิน
บริษัทขอเรียนว่าบริษัทได้พิจารณาเงื่อนไขการชำระเงินจากมูลค่าทรัพย์สินที่จำหน่ายไป
ซึ่งมีความสมเหตุสมผล โดยป้องกันความเสี่ยงโดยการให้ "ผู้ซื้อ" วางเช็คค้ำประกันล่วงหน้าร้อยละ 40
ภายหลังที่ "ผู้ซื้อ" ได้ชำระเงินจำนวนร้อยละ 20 และบริษัทได้โอนสิทธิ หน้าที่ต่างๆเรียบร้อยแล้ว
2.2 ความคืบหน้าการรับชำระค่าหุ้นชลสินและการโอนหุ้นให้กับ "ผู้ซื้อ" รวมทั้งสรุปรายละเอียดของ 
"ผู้ซื้อ" ได้แก่ วันที่จัดตั้งบริษัท การประกอบธุรกิจ ผู้ถือหุ้น คณะกรรมการ ความสัมพันธ์กับบริษัท
ผู้ถือหุ้นใหญ่ และคณะกรรมการบริษัท ความสัมพันธ์ทางธุรกิจของผู้ซื้อกับบริษัท
ตอบ ความคืบหน้าในการรับชำระเงินค่าหุ้นและโอนหุ้น ให้กับ "ผู้ซื้อ" โดยบริษัท ได้ดำเนินการโอนสิทธิ 
ให้กับ "ผู้ซื้อ" แล้วเสร็จในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 และจะครบกำหนดชำระเงินงวดที่ 2
ตามสัญญาให้กับบริษัทในวันที่ 30 กันยายน 2564 โดยมีรายละเอียดของผู้ซื้อดังนี้
ผู้ซื้อ :            บริษัท บี บาลานซ์ จำกัด    
ประเภทธุรกิจ :        ให้คำปรึกษา การสำรวจ วางแผน ควบคุมงานก่อสร้าง
วันที่จัดตั้ง :        05 พ.ย. 2556
โครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการของ บริษัท บี บาลานซ์ จำกัด
ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 10,000 หุ้นๆ ละ 100 บาท
รายชื่อผู้ถือหุ้น    จำนวนหุ้น    สัดส่วน
1.    นายธาริน ปุ้ยตระกูล    9,800    98%
2.    นางทองไพรำ ปุ้ยตระกูล      100    1%
3.    นายสมพร บุญชู    100    1%
รวม    10,000    100%
คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการ 1 ท่านดังนี้
1.นายธาริน ปุ้ยตระกูล
ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างกัน:    ผู้ซื้อไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับผู้บริหาร กรรมการ ผู้ถือหุ้นใหญ่ และ 
ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท และ/หรือ บริษัทย่อย ซึ่งไม่ถือเป็น บุคคลที่เกี่ยวโยงกัน
ตามประกาศคณะกรรมการตลาดทุนที่ ทจ.21/2551 เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน
3. การกู้ยืมเงินและการให้กู้และค้ำประกันแก่บริษัท คลีน แพลนนิ่ง จำกัด
ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ข้อ 3.5, 6 และ 16 
ระบุว่าบริษัทได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่บริษัท เพียวเนอร์จี้ จำกัด (บริษัทย่อย 100%) ในวงเงิน
120 ล้านบาท โดยเพียวเนอร์จีให้เงินกู้ยืมแก่บริษัท คลีนแพลนนิ่ง จำกัด (คลีนแพลนนิ่ง : บริษัทอื่น 19%
) ในวงเงิน 120 ล้านบาท และบริษัทย่อยของบริษัทอีกแห่งหนึ่ง คือ บริษัท 89 แคปริคอร์น ดีเวลลอปเมนท์
จำกัด (89 แคปปริคอร์น : บริษัทย่อย 100%) ได้นำที่ดินที่จังหวัดภูเก็ต รวม 3 แปลงไปจดจำนองลำดับ 3
เพื่อเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันต่อธนาคารให้แก่คลีนแพลนนิ่ง  นอกจากนี้  89 แคปปริคอร์น
ได้กู้เงินระยะสั้นจากบุคคลภายนอก 3 ราย วงเงิน 40 ล้านบาท โดยจดจำนองที่ดินของบริษัท 20
แปลงเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
3.1 วัตถุประสงค์ของการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เพียวเนอร์จี้ แหล่งเงินทุนของบริษัท              
   การติดตามการใช้เงินของเพียวเนอร์จี้ เงื่อนไขการชำระคืนและผลกระทบหากบริษัทไม่ได้รับชำระเงินคืน
ตอบ บริษัทได้จัดตั้งบริษัทเพียวเนอร์จี้ เพื่อ ประกอบธุรกิจพลังงาน 
โดยการให้ความช่วยเหลือทางการเงินดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ ใช้สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียน
และใช้ลงทุนสำหรับโครงการในอนาคต ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2563 คณะกรรมการบริษัทเพียวเนอร์จี้
ได้มีมติเข้าลงทุนในบริษัท คลีน แพลนนิ่ง จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจในการลงทุนในโครงการโรงงานไฟฟ้าชุมชน
โดยบริษัทฯ
ได้ติดตามการใช้เงินดังกล่าวอย่างต่อเนื่องประกอบกับการติดตามความคืบหน้าในการลงทุนในโครงการต่างๆ
อนึ่งเนื่องจากบริษัท เพียวเนอร์จี้ จำกัด เป็นบริษัทในเครือ จึงเป็นการให้ความช่วยเหลือทางการเงินปกติ
3.2 เหตุผลความจำเป็นที่เพียวเนอร์จี้ให้กู้ยืมเงินแก่คลีนแพลนนิ่ง ระยะเวลาและเงื่อนไขสำคัญ 
อัตราดอกเบี้ย แหล่งเงินทุนที่ให้กู้ยืม มูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกัน ผู้อนุมัติรายการ
รวมทั้งผลกระทบหากคลีนแพลนนิ่งไม่ชำระเงินกู้ยืม
ทั้งนี้การทำรายการดังกล่าวเป็นไปตามสัดส่วนการถือหุ้นและเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือไม่ อย่างไร
พร้อมระบุรายละเอียดของคลีนแพลนนิ่ง ได้แก่ วันที่จัดตั้งบริษัท การประกอบธุรกิจ ผู้ถือหุ้น คณะกรรมการ
ความสัมพันธ์กับบริษัท ผู้ถือหุ้นใหญ่ และคณะกรรมการบริษัท ความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท
    ตอบ ตามที่คณะกรรมการบริษัท เพียวเนอร์จี้ ได้มีมติเข้าลงทุนในบริษัท คลีนแพลนนิ่ง จำกัด "CP" 
และได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงิน โดย CP ได้มีโครงการโรงงานไฟฟ้าชุมชน ซึ่งต่อมาคณะกรรมการบริษัท
เพียวเนอร์จี้ได้มีมติให้ความช่วยเหลือทางการเงิน วงเงินกู้ยืมในส่วนของบริษัทประมาณ 120 ล้านบาท
โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.97 ต่อปี
โดยใช้เงินทุนหมุนเวียนของบริษัทในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินดังกล่าว  โดยมีรายละเอียดของ CP ดังนี้
บริษัท คลีน แพลนนิ่ง จำกัด
ประเภทธุรกิจ :        เก็บรวบรวมของเสียที่ไม่เป็นอันตราย บริหารและกำจัดขยะและสิ่งปฏิกูลทุกชนิด
วันที่จัดตั้ง :        6 พฤษภาคม 2558
ทุนจดทะเบียน :        210,000,000 บาท
มูลค่าที่ตราไว้ :        10 บาท
ทุนจดทะเบียนก่อนเพิ่มทุน 60,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 6,000,000 หุ้นๆ ละ 10 บาท
ทุนจดทะเบียนหลังเพิ่มทุน 210,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 21,000,000 หุ้นๆ ละ 10 บาท
ผู้ถือหุ้น ก่อนบริษัท เข้าลงทุน (ก่อนเพิ่มทุน)    ผู้ถือหุ้น ปัจจุบัน (มีการเพิ่มทุน)
รายชื่อผู้ถือหุ้น    จำนวนหุ้น    สัดส่วน    รายชื่อผู้ถือหุ้น    จำนวนหุ้น    สัดส่วน
1.บมจ.ไอที กรีน    1,499,999    24.99%    1.บจก. เอ็มพี เอ็นเนอร์ยี     6,300,000    30.00%
2.นายธนิส สุทธิพันธ์     3,060,000    51.00%    2.นายธนิส สุทธิพันธ์    10,709,997    51.00%
3.นายอดิศร สิงห์ฤาเดช    1    0.00%    3.นายอดิศร สิงห์ฤาเดช    3    0.00%
4.บจก.ตะวัน โซล่าร์ เพาเวอร์    1,440,000    24.00%    4.บจก.เพียวเนอร์จี้    3,990,000    19.00%
รวม    6,000,000    100.00%    รวม    21,000,000    100.00%
คณะกรรมการบริษัทก่อนเข้าลงทุน
1.นายธนิส สุทธิพันธ์
2.นางสิริพันธ์ เขียนสุภาพ
3.นายแดน เหตระกูล    คณะกรรมการบริษัทปัจจุบัน
1.นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ
2.นายวีระเจตนื ว่องกุศลกิจ
3.นายรัชธีพงษ์ พุ่มมาก
4.นางสาวทรัพธยา สายวันดี
ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างกัน:    ผู้ซื้อไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับผู้บริหาร กรรมการ ผู้ถือหุ้นใหญ่ และ 
ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท และ/หรือ บริษัทย่อย ซึ่งไม่ถือเป็น บุคคลที่เกี่ยวโยงกัน
ตามประกาศคณะกรรมการตลาดทุนที่ ทจ.21/2551 เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน

3.3 เหตุผลความจำเป็นและวัตถุประสงค์ของการที่บริษัท 89 แคปปริคอร์น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ("89CAP") 
กู้ยืมเงินจากบุคคลภายนอก  ระยะเวลาและเงื่อนไขสำคัญของการกู้ยืม  ความสมเหตุสมผลของอัตราดอกเบี้ย
(ระยะเวลา 1 ปี อัตราดอกเบี้ย 15%) มูลค่าของหลักประกัน  ผู้อนุมัติรายการและผู้ให้กู้ยืม
ตอบ เงินกู้ยืมของ 89CAP ที่กู้ยืมเงินจากบุคคลภายนอก ได้มีการกู้ยืมเงินดังกล่าวตั้งแต่ปี 2562 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์สร้างสภาพคล่องทางการเงิน และบริหารจัดการกระแสเงินสด ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัท 89CAP
ได้พิจารณาถึงความสมเหตุสมผลรวมไปถึงระยะเวลาในการดำเนินการรับความช่วยเหลือทางการเงิน
และเงื่อนไขการให้สินเชื่อกับบริษัทของสถาบันการเงิน
3.4 ความเห็นคณะกรรมการบริษัทต่อการทำรายการของบริษัทและบริษัทย่อยข้างต้นและข้อมูลที่                 
คณะกรรมการบริษัทใช้ในการพิจารณาอุนมัติ โดยให้พิจารณาประเด็นที่บริษัทย่อยให้เงินกู้ยืมแก่บริษัทอื่น
ในขณะที่บริษัทย่อยอีกแห่งต้องไปกู้ยืมจากบุคคลภายนอกด้วย
ตอบ บริษัทขอเรียนว่าในธุรกรรมการกู้ยืมเงินทั้ง 2 ประเด็นเป็นคนละช่วงเวลา โดยการกู้ยืมเงินของ 89CAP 
เป็นช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมาซึ่งจำเป็นต้องใช้กระแสเงินสดในการหมุนเวียนธุรกิจ ประกอบกับบริษัท
ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน)
ไม่สามารถขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้เนื่องจากไม่เข้าข่ายเงื่อนไขการขอสินเชื่อ
จึงทำให้ต้องกู้เงินจากบุคคลภายนอก ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับบริษัท คลีนแพลนนิ่ง จำกัด
บริษัทพิจารณาว่าเป็นการลงทุนพัฒนาโครงการเพื่อสร้างรายได้ให้กับบริษัทในอนาคต ซึ่งภายหลังที่ บริษัท
คลีน แพลนนิ่ง จำกัด สามารถระดมทุนเพิ่มเติม
และสามารถสร้างรายได้จากโครงการแล้วดำเนินการชำระเงินกู้ยืมต่อไป
4. การลงนามในสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง (หุ้น) และสัญญาซื้อขายข้อมูลผลวิเคราะห์ปริมาณสำรองแร่ในบริษัท 
ลาวงามกวางตุ้ง บ่อแร่ จำกัด
ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ข้อ 10 ระบุว่า ในปี 2559 
บริษัทได้ทำสัญญาซื้อหุ้นบริษัท ลาวงามกวางตุ้ง บ่อแร่ จำกัด (ลาวงาม : ประกอบธุรกิจเหมืองทองแดง) 3
ล้านเหรียญสหรัฐ (105 ล้านบาท) คิดเป็น 70% ของหุ้นทุนจดทะเบียนทั้งหมด
โดยบริษัทได้ชำระเงินค่าหุ้นล่วงหน้าแล้ว 2 ล้านเหรียญสหรัฐ (70 ล้านบาท) ค่าหุ้นส่วนที่เหลืออีก 1
ล้านเหรียญสหรัฐ (35 ล้านบาท) จะชำระภายใน 15
วันนับแต่วันที่ผู้ขายได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ในหุ้นทั้งหมดและส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวกับการโอนหุ้นให้แ
ก่บริษัท รวมทั้งบริษัทมีการจ่ายค่าข้อมูลผลวิเคราะห์ปริมาณสำรองแร่ (ค่าข้อมูล)  50 ล้านบาท
ทำให้บริษัทมีเงินจ่ายล่วงหน้าเพื่อซื้อหุ้นลาวงามและรายจ่ายค่าข้อมูลข้างต้นรวม 120 ล้านบาท
และปัจจุบันบริษัทยังคงบันทึกรายการดังกล่าวเป็นเงินจ่ายล่วงหน้าและรายจ่ายค่าข้อมูลเช่นเดิม
ต่อมาวันที่ 15 มกราคม 2564 บริษัทลงนามในสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง (หุ้น) 
และสัญญาซื้อขายข้อมูลผลวิเคราะห์ปริมาณสำรองแร่ในลาวงามรวม 120 ล้านบาทกับบริษัทแห่งหนึ่งในลาว
และวันที่ 27 มีนาคม 2564 บริษัทได้รับชำระเงินบางส่วนรวม 6 ล้านบาท นั้น
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
4.1 สัญญาซื้อหุ้นลาวงามและการจ่ายค่าข้อมูล
4.1.1 เหตุผลความจำเป็นและประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับจากการทำสัญญาซื้อหุ้นลาวงามและการจ่ายค่าข้อมูล 
ความเห็นและข้อมูลที่คณะกรรมการบริษัทใช้ในการประกอบการพิจารณา รวมถึงความสมเหตุสมผล
ในการจ่ายค่าหุ้นลาวงาม 67%ของมูลค่าซื้อทั้งหมด แต่ยังไม่ได้หุ้นดังกล่าว
เหตุใดบริษัทยังไม่ได้รับโอนหุ้นจากผู้ขาย
ตอบ เหตุผลและความจำเป็นในการซื้อหุ้น บริษัท ลาวงามกวางตุ้งบ่อแร่ จำกัด 
เนื่องจากเป็นการลงทุนในธุรกิจเหมืองแร่ที่บริษัท ได้เข้าไปสำรวจแร่ หน้างาน
ซึ่งบริษัทได้ส่งทีมผู้เชียวชาญของบริษัท และผู้เชียวชาญภายนอก เข้าพื้นที่เพื่อประเมินศักยภาพของสินแร่
ซึ่งพบว่ามีมูลค่าและมีความเป็นไปได้ในการลงทุน ในส่วนของการชำระเงินค่าหุ้น มูลค่า 67%
ของมูลค่าซื้อขาย บริษัทเรียนว่าการชำระเงินดังกล่าวโดยยังไม่ได้รับการโอนหุ้น เป็นเงื่อนไขทางการค้า
และเป็นไปตามกฎหมายของประเทศลาว ที่เกี่ยวโยงกับการขอประทานบัตรเพื่อผลิตแร่
4.1.2 รายละเอียดของสัญญาซื้อหุ้นและการจ่ายค่าข้อมูล แหล่งเงินทุนของบริษัท 
ระยะเวลาในการชำระราคาและการรับโอนหุ้นและข้อมูล
เงื่อนไขสำคัญและข้อห้ามในการขายหุ้นหรือโอนสิทธิการเรียกร้องหุ้นให้กับผู้อื่น (ถ้ามี)
ที่ผ่านมาบริษัทได้รับข้อมูลวิเคราะห์ปริมาณสำรองแร่แล้วหรือไม่ อย่างไร
ตอบ รายละเอียดของสัญญาดังกล่าวเป็นเงื่อนไขสัญญาการซื้อหุ้นตามปกติโดยมีมูลค่าสัญญาตกลง 3 
ล้านเหรียญสหรัฐ โดยต้องชำระเงินในเบื้องต้นมูลค่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ
ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขการขอประทานบัตร ในส่วนของรายงานปริมาณสำรองแร่บริษัทฯ
ได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญของบริษัทร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่บริษัทว่าจ้างเข้าพื้นที่เพื่อประเมินศักยภา
พและได้ผลสำรวจก่อนเข้าทำสัญญาซื้อหุ้นและชำระเงิน
4.2 สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องหุ้นและสัญญาซื้อขายข้อมูลในลาวงาม
4.2.1 เหตุผลความจำเป็นที่บริษัทขายหรือโอนสิทธิเรียกร้องหุ้นและสัญญาซื้อขายข้อมูลในลาวงาม 
ผู้อนุมัติให้เข้าทำรายการ ความเห็นและข้อมูลที่คณะกรรมการบริษัทใช้ในการประกอบการพิจารณา
ผลกระทบที่บริษัทจะได้รับจากการทำรายการดังกล่าว รวมถึงผลกระทบด้านฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน
ตอบ 
เหตุความจำเป็นในการขายหรือโอนสิทธิเรียกร้องในหุ้นและสัญญาขายข้อมูลดังกล่าวเนื่องจากที่ผ่านมาบริษัท
ได้เข้าลงทุนในเหมืองแร่ดังกล่าวมาเป็นระยะเวลานาน
ประกอบกับความจำเป็นในการรักษาสภาพคล่องของบริษัทรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของประเทศลาว
ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกประทานบัตรเพื่อผลิตแร่จึงเป็นเหตุให้โอนสิทธิเรียกร้องในหุ้นและขายข้อมูลโครงการ
อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงติดตามการออกประทานบัตรของเหมืองแร่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้หากในกรณีที่เหมืองแร่ดังกล่าวได้รับประทานบัตร บริษัทอาจจะพิจารณาเข้าลงทุนอีกครั้ง
4.2.2 รายละเอียดของสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องหุ้นและสัญญาซื้อขายข้อมูล ได้แก่ ผู้ซื้อ มูลค่าขาย 
เงื่อนไขการรับชำระและการโอนกรรมสิทธิ์ หลักทรัพย์ค้ำประกัน (ถ้ามี)
หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดมูลค่าสิ่งตอบแทน
การโอนสิทธิเรียกร้องและสัญญาซื้อขายข้อมูลดังกล่าวถือเป็นการผิดเงื่อนไขตามที่ตกลงกับผู้ขายตามข้อ
4.1.2 หรือไม่ อย่างไร
ตอบ บริษัทได้ทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องหุ้น และสัญญาขายข้อมูล 
ให้กับผู้ซื้อซึ่งเป็นนิติบุคคลในประเทศลาว โดยมีมูลค่าขาย 120.20 ล้านบาท
โดยแบ่งชำระเงินเป็นงวดและฝ่ายบริษัทจะส่งมอบข้อมูล
เป็นส่วนตามการชำระเงินและเมื่อดำเนินการชำระเงินครบถ้วนแล้วบริษัท
จะดำเนินการแจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือสิทธิกับผู้ขายตามข้อ 4.1.2
โดยการดำเนินการดังกล่าวไม่ผิดเงื่อนไขตามที่ตกลงไว้ล่วหน้า
5. คำสั่งเพิกถอนการรับชำระหนี้จากบริษัท ทุ่งคำ จำกัด จำนวน 119 ล้านบาท
ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ข้อ 27.6 ระบุว่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564   
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด (อดีตบริษัทย่อย)
ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนการชำระคืนเงินกู้ยืมแก่บริษัทย่อยของบริษัท 3 แห่ง ได้แก่
บริษัท สกายคลิฟฟ์ จำกัด 89 แคปปริคอร์น และบริษัท ทรัพยากรสมุทร จำกัด ในระหว่างการดำเนินคดีล้มละลาย
จำนวน 120 ล้านบาท ซึ่งศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนแล้ว ขณะนี้บริษัทย่อยอยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์
ข้อพิพาททางกฎหมายข้างต้นถือเป็นข้อมูลข้อพิพาทที่สำคัญ โดยมีขนาดรายการ 9%ของส่วนผู้ถือหุ้นของบริษัท 
ซึ่งบริษัทมีหน้าที่ต้องเปิดเผยทันทีเมื่อมีเหตุการณ์ ตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่อ้างถึง 4 ดังนั้น
 ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้บริษัทถือปฏิบัติตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเปิดเผยข้อมูลดังนี้
5.1 ที่มาและสรุปสาระสำคัญของคดีความดังกล่าว โดยแยกอธิบายเป็นรายบริษัท เช่น วันที่เกิดหนี้ระหว่างกัน 
รายละเอียดของหนี้ระหว่างกัน เป็นต้น
ตอบ
1. คดีเพิกถอนการชำระเงินของบริษัท ทรัพยากรสมุทร จำกัด ("SML")  นั้น เดิมบริษัท ทุ่งคำ จำกัด 
ได้กู้ยืมเงินในฐานะผู้ให้กู้ กับ SML งานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้มีหนังสือลงวันที่ 27
เมษายน 2563 แจ้งให้บริษัทฯ ในฐานะผู้ถูกทวงถามหนี้ ให้ชำระหนี้เงินดังกล่าว ต่อมาทาง SML มิได้ชำระหนี้
หรือปฎิเสธหนี้ดังกล่าวภายในระยะเวลาตามมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายกลาง พ.ศ.2438 ทั้งนี้
ก็ด้วยเหตุที่ SML ไม่มีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในเอกสารของบริษัท เพื่อให้ยื่น
และแต่งตั้งผู้ดำเนินการต่อสู้ในคดีดังกล่าวได้  เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงถือว่า SML
เป็นหนี้กองทรัพย์สินของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด
2. คดีเพิกถอนการชำระเงินของบริษัท สกายคลิฟฟ์ จำกัด ("SCL") นั้น 
มีที่มาจากกรณีการกู้ยืมเงินระหว่างกัน ( บริษัท ทุ่งคำ จำกัด   ผู้กู้ และบริษัท สกายคลิฟฟ์ จำกัด
ผู้ให้กู้ ) ซึ่งบริษัทย่อยในเครือของ บมจ.ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน)
ทั้งนี้เพื่อนำเงินกู้ยืมไปใช้ในการดำเนินกิจการของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด  โดยเกิดขึ้นในช่วงระหว่างปี
2557  ซึ่งต่อมาบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้คืนเงินให้แก่ SCL โดยชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยครั้งที่
1.ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 และชำระเงินครั้งที่ 2.วันที่ 25 มีนาคม 2559 ชำระดอกเบี้ยคืนแก่ SCL
ซึ่งกรณีดังกล่าวทางเจ้าหนี้ผู้ฟ้องให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด  ล้มละลาย
ได้ร้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด
ดำเนินการยื่นขอเพิกถอนการชำระเงินดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563
3.คดีเพิกถอนการชำระเงินของบริษัท 89 แคปริคอร์น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ("89CAP") นั้น 
เกิดจากการกู้ยืมเงินตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน 2558 ถึง มีนาคม 2559 โดยต่อมาบริษัท ทุ่งคำ จำกัด
ได้คืนเงินให้แก่ 89CAP โดยชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย ครั้งที่ 1 ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559
และชำระเงินครั้งที่ 2. วันที่ 25 มีนาคม 2559  ได้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในส่วนที่เหลือ
ซึ่งกรณีดังกล่าวทางเจ้าพนักงานพิทักษย์ทรัพย์ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด
ได้ยื่นขอเพิกถอนการชำระเงินดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563
5.2 ความคืบหน้าของคดีความ ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะต้องคืนเงิน 
การตั้งประมาณหนี้สินที่ต้องชำระ
และผลกระทบกรณีต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทกรณีศาลสูงสุดมีคำสั่งให้เพิกถอนการรับชำระหนี้
ตอบ
1.คดีเรียกให้บริษัท ทรัพยากรสมุทร จำกัด ชำระเงินกู้ยืมคืนแก่ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด  
มีที่มาจากกรณีการกู้ยืมเงินระหว่างกันในบริษัทย่อยในเครือของบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน)
ซึ่งบริษัท ทรัพยากรสมุทร จำกัด ยังไม่ได้ชำระหนี้เงินกู้ยืมแต่ประการใด  ปัจจุบัน
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ดำเนินการขอออกหมายคำบังคับ และศาลได้มีการออกคำบังคับให้
และนำส่งให้แก่บริษัทฯ แล้ว ซึ่งบริษัทฯได้รับหมายคำบังคับที่ให้ชำระหนี้ ในมูลหนี้กู้ยืม จำนวน
1,394,771.04 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2563
(วันครบกำหนดระยะเวลาปฎิเสธหนี้) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น
แต่เนื่องจากปัจจุบันกรรมการผู้มีอำนาจและเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารของบริษัท ทรัพยากรสมุทร จำกัด 
ซึ่งเดิมมีกรรมการชาวต่างชาติจำนวน 4 คน และกรรมการชาวไทย 2 คน นั้น ปัจจุบันกรรมการชาวไทยได้ ลาออกไป
1 คน  ประกอบกับการลงนามเพื่อให้มีผลผูกพันบริษัท ต้องให้กรรมการลงนาม 2 คน
แต่จากการประสานงานกับกรรมการชาวต่างชาติ ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะอาศัยอยู่ในต่างประเทศ
ส่วนการเปลี่ยนแปลงกรรมการโดยใช้มติผู้ถือหุ้นของบริษัท  ก็ไม่สามารถดำเนินการได้
เนื่องจากอดีตผู้บริหารได้นำหุ้นสามัญที่บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน)
ถืออยู่ไปดำเนินการขายทอดตลาดและมีนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ซื้อ บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน)
จึงไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้
การดำเนินการทางคดีความ เนื่องจากนิติบุคคลผู้ซื้อหุ้นสามัญที่บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน)  
ถืออยู่ในบริษัท ทรัพยากรสมุทร จำกัด  นั้น ได้ถูกนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทถอนการจดทะเบียน
จึงไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล บริษัทฯ จึงไม่สามารถดำเนินการทางศาลได้
2.ในส่วนของบริษัท สกายคลิฟฟ์ จำกัด และบริษัท 89 แคปริคอร์น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด 
ขณะนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ  ซึ่งหากศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
มีคำพิพากษายืนตามศาลล้มละลายแล้ว บริษัท มีสิทธิตามกฎหมายในการยื่นฎีกา
และในท้ายที่สุดหากศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลล้มละลาย ให้บริษัทย่อย
คืนเงินที่กู้ยืมเข้ากองล้มละลายของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด แล้ว บริษัท
ยังสามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ในส่วนนี้ ( จำนวนเงินที่กู้ยืม) ต่อเจ้าพนักงานพิทกษ์ทรัพย์
กองล้มละลายของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด   เพื่อขอรับชำระหนี้ในส่วนนี้ได้ ความเสียหายที่เกิดขึ้น
จึงไม่มีผลกระทบใด ๆ

    จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ

-สมชาย ไกรสุทธิวงศ์-

นายสมชาย ไกรสุทธิวงศ์
เลขานุการบริษัท
บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน)


                         ลงลายมือชื่อ ___________________________
                                    ( นายสมชาย ไกรสุทธิวงศ์ )
                                    เลขานุการบริษัท
                         ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้