รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
03 ส.ค. 2564 08:19:00
หัวข้อข่าว
ชี้แจงข่าวหรือข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม
หลักทรัพย์
KOOL
แหล่งข่าว
KOOL
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข่าวหรือข้อมูล                 


เรื่อง                                               : ชี้แจงข่าวหรือข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม
รายละเอียด                                          :
ที่ IM1-LE-CS-21-08-01
    
3 สิงหาคม 2564

เรื่อง    ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์
เรียน    กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อ้างถึง    หนังสือเลขที่ บจ. 222/2564 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2564

บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") 
ขอชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับโอนกิจการทั้งหมดของบริษัท สาทรสินทรัพย์ จำกัด
และการซื้อหุ้นบริษัท แคปปิตอล ลิ้งค์ อุดรธานี จำกัด ดังต่อไปนี้
1.    นโยบายการดำเนินธุรกิจที่จะทำให้มั่นใจว่าธุรกิจของบริษัทกับธุรกิจของนายเกรียงไกร ศิระวณิชการ 
จะไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
(1)    กลุ่มลูกค้าแตกต่างกัน
ธุรกิจให้บริการสินเชื่อ ลักษณะธุรกิจที่คล้ายคลึงระหว่างบริษัท แคปปิตอล ลิ้งค์ ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) 
("CLL") กับ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ แคปปิตอล ลิ้งค์ จำกัด ("CLC") ที่ให้บริการด้านสินเชื่อเช่นกัน
ซึ่งนายเกรียงไกร ศิระวณิชการ เป็นกรรมการบริษัท และผู้ถือหุ้นนั้น
การประกอบธุรกิจของทั้งสองบริษัทมีความแตกต่างกันโดย CLL จะให้บริการสินเชื่อแก่บุคคล
ซึ่งมีหลักประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ ที่มักใช้บริการเงินกู้นอกระบบเป็นปกติ
(Non-bank) ไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อ การพิจารณาใช้เวลาไม่นาน
และมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างเหมาะสมตามธุรกิจ Non-Bank
ยอมรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ได้ ในขณะที่ CLC
จะให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมีวัตถุประสงค์ใช้ในการประกอบธุรกิจ
และชำระคืนหนี้สินกับบุคคลอื่น ซึ่งลูกค้าจะต้องมีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันสินเชื่อ
โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
ซึ่งจะมีขั้นตอนจำนวนมากและใช้เวลาในการพิจารณานาน กลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการ CLC
จะเป็นกลุ่มเดียวกับลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ อัตราดอกเบี้ยที่คิดกับลูกค้าจะใกล้เคียงกับธนาคารพาณิชย์
โดยสรุปได้ดังนี้
กลุ่มลูกค้า    
-ผู้ที่ใช้บริการสินเชื่อจากธนาคารเป็นปกติ ที่มีหลักประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์ 
อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 12  CLC
-ผู้ที่ใช้บริการสินเชื่อจากผู้ให้บริการที่มิใช่สถาบันการเงิน ที่มีหลักประกันเป็นสังหาริมทรัพย์ 
หรืออสังหาริมทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย สูงกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 12  CLL
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ลักษณะธุรกิจที่คล้ายคลึงระหว่างบริษัท แคปปิตอล ลิ้งค์ อุดรธานี จำกัด ("CLU") 
กับ บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ("A5") ที่ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ซึ่งนายเกรียงไกรฯ เป็นประธานกรรมการบริษัท และผู้ถือหุ้นนั้น การประกอบธุรกิจทั้งสองบริษัทแตกต่างกัน
โดย A5 เป็นธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยการจัดหาซื้อที่ดินเปล่าเพื่อพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยเพื่อขาย ใน
3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และอุดรธานี ในขณะที่ CLU มีที่ดินเพียง 1 แปลง
ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดอุดรธานี พื้นที่ประมาณ 12 ไร่ บางส่วนได้ให้เช่าระยะยาวเป็นร้านสะดวกซื้อ
และอยู่ระหว่างพัฒนาเป็นอาคาร 1 ชั้น ให้เช่าเพื่อจำหน่ายสินค้าและจำหน่ายอาหาร
สำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ CLU
จะมุ่งเน้นไปที่การซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงินในราคาต่ำ
และนำอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับมาจากการรับชำระหนี้แทนเงินสดของลูกค้า สินเชื่อ
มาพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มก่อนการจำหน่ายออกไป
หรืออาจจะจำหน่ายออกไปโดยที่ยังไม่ได้พัฒนาหากการพัฒนาโครงการจะทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับ A5
 หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน
ลักษณะการประกอบธุรกิจ
-ซื้อที่ดินเปล่าจากบุคคลทั่วไป พัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย เพื่อขาย A5
-นำอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับมาจากการรับชำระหนี้แทนเงินสดของลูกหนี้สินเชื่อ มาพัฒนาเชิงพาณิชย์ 
เพื่อขายหรือให้เช่า CLU
- ซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงิน มาพัฒนาเชิงพาณิชย์ เพื่อขายหรือให้เช่า CLU
บริษัทฯ จะดำรงนโยบายการประกอบธุรกิจนี้ต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการเป็นบริษัทจดทะเบียน 
เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน
(2)    มีกลุ่มผู้ถือหุ้นอื่นที่สามารถคานอำนาจได้
ทั้ง KOOL และ A5 เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีผู้ถือหุ้นใหญ่รายอื่น 
ที่ถือหุ้นมากกว่านายเกรียงไกรฯ มีกรรมการอิสระ มีระบบการถ่วงดุลอำนาจ
มีการกำกับดูแลกิจการตามหลักเกณฑ์ของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่ CLC
แม้ว่าจะไม่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่มีผู้ถือหุ้นจำนวนมาก มีกรรมการอิสระ
มีระบบถ่วงดุลอำนาจ มีการกำกับดูแลกิจการตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยเหตุผลดังกล่าว บริษัทฯ
จึงมีความเสี่ยงต่ำที่จะเสียประโยชน์จากการประกอบธุรกิจที่คล้ายคลึงกันระหว่างบริษัททั้งสาม
อีกทั้งนายเกรียงไกรฯ ไม่ได้เป็นผู้บริหารใน A5 และไม่ได้เป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทย่อย A5
     สัดส่วนการถือหุ้นบริษัท
    ครอบครัวศิระวณิชการ    กรรมการและผู้บริหารอื่น    ผู้ถือหุ้นรายอื่น
KOOL ปัจจุบัน    -    34.51%    65.49%
KOOL หลังทำรายการ    < 18.63%    19.88%    > 61.49%
CLC    30.00%    10.00%    60.00%
A5    26.05%    52.48%    21.47%
สัดส่วนการถือหุ้นของกรรมการและผู้บริหารอื่นของ KOOL และ A5 มากกว่าครอบครัวศิระวณิชการ 
ในการตัดสินใจทางธุรกิจจึงมีการถ่วงดุลอำนาจ ไม่สามารถตัดสินใจได้เพียงลำพัง
    จำนวนกรรมการบริษัท
    ครอบครัวศิระวณิชการ    กรรมการบริหารอื่น    กรรมการอิสระ
KOOL ปัจจุบัน    1    4    3
KOOL หลังทำรายการ    1    4    3
CLC    2    1    4
A5    1    2    3
สัดส่วนกรรมการบริษัทของครอบครัวศิระวณิชการใน KOOL และ A5 คิดเป็น 1/8 และ 1/6 ตามลำดับ 
ในการตัดสินใจทางธุรกิจจึงมีการถ่วงดุลอำนาจ ไม่สามารถตัดสินใจได้เพียงลำพัง

2.    มาตรการหรือกระบวนการในการติดตาม และความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทเพื่อให้บริษัทฯ
 ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว
ด้วยลักษณะกลุ่มลูกค้า และการถ่วงดุลอำนาจ ตามที่กล่าวไว้ในข้อ 1. แล้วนั้น การประกอบธุรกิจการเงิน 
และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ จึงไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
อย่างไรก็ตามคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการตรวจสอบจะติดตามการดำเนินธุรกิจของบริษัท
โดยผ่านกรรมการบริหารและกรรมการของบริษัทฯ
ที่ได้รับการแต่งตั้งเข้าไปเป็นกรรมการหลังการเข้าทำรายการเพื่อติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายของ
บริษัทควบคู่ไปกับระบบการตรวจสอบภายในของกิจการและบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว
หากมีแนวโน้มว่าจะเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ก็จะกำหนดมาตรการหรือแนวทางดำเนินการต่อไป
3.    ความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับมาตรการในการขจัดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต
ามรายละเอียดปรากฏตามหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น
ด้วยลักษณะกลุ่มลูกค้า และการถ่วงดุลอำนาจ ตามที่กล่าวไว้ในข้อ 1. 
ประกอบกับการแต่งตั้งกรรมการของบริษัทฯ เข้าร่วมติดตามนโยบายดำเนินงาน
มาตรการดังกล่าวจึงมีความเพียงพอในการรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นบริษัทแล้ว อย่างไรก็ตามคณะกรรมการบริษัท
และคณะกรรมการตรวจสอบจะติดตามการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทที่เกี่ยวข้องกันดังกล่าว
หากมีแนวโน้มว่าจะเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ก็จะกำหนดมาตรการหรือแนวทางดำเนินการต่อไป
(อ้างอิงตามมติคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2564 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2564)
  
4.    ทิศทางการประกอบธุรกิจในระยะ 1-3 ปี ของบริษัท ทั้งธุรกิจที่เข้าลงทุนใหม่ และธุรกิจปัจจุบัน
ธุรกิจหลักของบริษัทฯ ยังคงเป็นธุรกิจที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน คือ จำหน่ายพัดลมไอน้ำ พัดลมไอเย็น 
พัดลมอุตสาหกรรม โดยมีการพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มประเภทสินค้าใหม่ เช่น
เครื่องฟอกอากาศ  เครื่องฆ่าเชื้อโรคในอากาศ  เครื่องอบโอโซนอเนกประสงค์ และเครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
 เป็นต้น สำหรับจำหน่ายให้ลูกค้ารายย่อย
สำหรับกลุ่มงานองค์กร รูปแบบธุรกิจเป็นลักษณะงานโครงการ บริษัทฯ 
มีแผนในการนำเทคโนโลยีระบบโอโซนมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการด้านพลังงาน
เพื่อความประหยัดและความคุ้มค่าของพลังงานที่ใช้
ตลอดจนการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยสำหรับกลุ่มลูกค้ารายองค์กรผ่านบริษัทย่อย
เน้นการขยายฐานลูกค้าเพื่อสร้างรายได้ให้เติบโต โดยเน้นการให้บริการเช่าใช้ระยะยาว
ธุรกิจใหม่ ซึ่งได้แก่ ธุรกิจการเงิน และอสังหาริมทรัพย์ จะเป็นธุรกิจที่เสริมรายได้ให้แก่บริษัทฯ 
โดยธุรกิจการเงินจะเน้นไปที่การให้สินเชื่อที่มีหลักประกันเป็นสังหาริมทรัพย์ หรืออสังหาริมทรัพย์
ในรูปแบบการรับจำนอง รับจำนำ รับซื้อฝาก หรือให้เช่าซื้อ
ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเป็นการนำอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการให้สินเชื่อ
หรือการซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงิน ไปพัฒนาก่อนการจำหน่ายออกไปให้แก่บุคคลทั่วไป
    จึงเรียนมาเพื่อทราบ

      ขอแสดงความนับถือ
    -นายนพชัย วีระมาน-
(นายนพชัย วีระมาน)    
กรรมการผู้จัดการ


                         ลงลายมือชื่อ ___________________________
                                    ( นายนพชัย วีระมาน )
                                    กรรมการผู้จัดการ
                         ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้