รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
29 เม.ย. 2564 19:10:00
หัวข้อข่าว
ชี้แจงข้อมูลงบการเงินประจำปี 2563 ตามที่ตลาดหลักทรัพย์สอบถาม(เพิ่มเติม)
หลักทรัพย์
AQ
แหล่งข่าว
AQ
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข่าวหรือข้อมูล                 


เรื่อง (แก้ไข)                                        : ชี้แจงข้อมูลงบการเงินประจำปี 2563 
ตามที่ตลาดหลักทรัพย์สอบถาม(เพิ่มเติม)
รายละเอียด (แก้ไข)                                   :
ที่ ตล. 011/2564
                
      27 เมษายน 2564
เรื่อง  ชี้แจงข้อมูลงบการเงินประจำปี 2563 ตามที่ตลาดหลักทรัพย์สอบถาม
เรียน  กรรมการและผู้จัดการ
         ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ได้สอบถามข้อมูลงบการเงินประจำปี 2563 
ที่ปรากฏรายการสำคัญเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาการรับชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน /เงินให้กู้ยืม
และการขยายระยะเวลาค่าซื้อที่ดิน และการรับชำระหนี้เป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน
ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท  ตลาดหลักทรัพย์ฯ
จึงขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทราบข้อมูลสำคัญเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนใ
นหลักทรัพย์ของบริษัท โดยบริษัทขอชี้แจงข้อมูลตามงบการเงินประจำปี 2563 ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯสอบถาม
ดังนี้
1.    การต่ออายุตั๋วแลกเงินของเพลนเน็ต 1,072 ล้านบาท และต่อสัญญาเงินให้กู้ยืมกรุงไทยแลนด์ 412 ล้านบาท
บริษัทได้เคยชี้แจงข้อมูลว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2563 
มีมติให้อนุมัติขยายระยะเวลาการชำระหนี้ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เนื่องจาก
-    จากการเจรจากับกลุ่มคุณศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์ (Ultimate shareholder ของบริษัท เพลนเน็ต 
เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง พีทีอี แอลทีดี (เพลนเน็ต) มีแผนชำระหนี้เป็นเงินสดและทรัพย์สิน
ซึ่งในส่วนของทรัพย์สินบริษัทได้ว่าจ้างที่ปรึกษาภายนอกคือ บจก.โอไรอ้อน แอ๊ดไวเซอรรี่ (โอไรอ้อน)
ซึ่งเป็นบริษัทที่ไม่ได้รับความเห็นชอบจากสนง.กลต. ให้ประเมินราคา
โดยคณะกรรมการมีความเห็นว่าลูกหนี้ดังกล่าวมีความสามารถในการชำระหนี้เนื่องจาก Ultimate shareholder
มีมูลค่าทรัพย์สินมากกว่าภาระหนี้
-    บจก. กรุงไทยแลนด์ (กรุงไทยแลนด์)  มีความสามารถในการชำระหนี้ให้กับบริษัทได้ 
โดยในส่วนทรัพย์สินที่จะนำมาชำระหนี้ บริษัทได้ว่าจ้างโอไรอ้อน ให้ประเมินราคาเช่นกัน
และไม่ได้มีข้อมูลอื่นใดประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม
(รายละเอียดตามข่าวบริษัทวันที่ 22 ตุลาคม 2563 และ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564)
ขอทราบเหตุผลและความจำเป็นในการขยายระยะเวลาการลงทุนใน B/E และเงินให้กู้เป็นภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564
รวมถึงข้อมูลประกอบการพิจารณาการประเมินความเสี่ยงด้านเครดิต (ถ้ามี)
และความเห็นของคณะกรรมการบริษัทในการขยายระยะเวลาดังกล่าว
รวมทั้งปัจจุบันบริษัทได้รับชำระหนี้ครบถ้วนแล้วหรือไม่ อย่างไร

ตอบ  เหตุผล  เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 คณะกรรมการบริษัทฯ 
ได้รับข้อเรียกร้องจากลูกหนี้ว่าประสบปัญหาเรื่องสถานการณ์การระบาด COVIC-19
ยังไม่พร้อมเรื่องการชำระหนี้ขอขยายระยะเวลาออกไป และจะสามารถชำระหนี้ได้ในช่วง พฤษภาคม 2564
โดยมีแผนชำระหนี้คือชำระด้วยเงินสดและทรัพย์สิน ดังนั้นที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม
2563 จึงมีมติขยายระยะเวลาการชำระหนี้ตามตั๋ว BE และเงินให้กู้เป็นภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564
ต่อมาที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564
ได้มอบหมายให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารดำเนินการติดตามให้บจก.เพลนเน็ตฯ ชำระเงินตามตั๋วB/E
และให้บจก.กรุงไทยแลนด์ชำระเงินกู้ยืม ที่ครบกำหนดชำระในวันที่ 31 มีนาคม 2564
โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ จึงได้ออกจดหมายลงวันที่ 22 มีนาคม 2564 ถึง บจก.เพลนเน็ตฯ และ
บจก.กรุงไทยแลนด์ โดยให้ทั้ง 2 บริษัทชำระหนี้ ภายในวันที่ 20 เมษายน 2564 ขณะนี้บริษัทรอจดหมายจากทั้ง
2 บริษัท และบริษัทฯคาดว่าจะได้รับจดหมายตอบกลับมาภายในเดือนเมษายน 2564
โดยบริษัทจะแจ้งความคืบหน้าการรับชำระหนี้ให้ทราบต่อไป
         ข้อมูลประกอบการพิจารณาการประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตสำหรับการขยายระยะเวลาการชำระหนี้ตามตั๋ว
 BE และเงินให้กู้ ของคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 มีดังนี้
Planet Energy Holding Pte.Ltd
-    มีทุนจดทะเบียน 113,997,268.76 เหรียญสหรัฐ เป็นเงินไทยจำนวน 3,533.91 ล้านบาท
(อัตราแลกเปลี่ยน 31 บาท/ 1 US)
-    ถือหุ้น META 6.72 % ตีมูลค่า 86.92 ล้านบาท (คำนวณด้วยวิธี Discounted Cash Flow Approach)
-    ถือหุ้น GEP (Thailand) 28% ตีราคามูลค่า 1,100.07 ล้านบาท (คำนวณด้วยวิธี Discounted Cash Flow 
Approach)
ปัจจุบันบริษัทฯ ยังไม่ได้รับชำระหนี้ตั๋วB/E
บจก. กรุงไทยแลนด์
-     ทุนจดทะเบียน 350. ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม The Portrait ตั้งอยู่ที่ถนนพระราม 4 (ซอยสุขุมวิท
38) มูลค่าประมาณ 725 ล้านบาท บันทึกตามต้นทุน ขณะที่มูลค่าเมื่อแล้วเสร็จประมาณ 2,500 ล้านบาท
(ปัจจุบันมีความคืบหน้าก่อสร้าง 40%)  โดยจำนองสถาบันการเงินซึ่งมีวงเงินกู้ 834 ล้านบาท
(ยอดเบิกเงินกู้ปัจจุบัน จำนวน 328 ล้านบาท)
ปัจจุบันบริษัทฯ ยังไม่ได้รับชำระหนี้จากเงินให้กู้ยืม
คณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้ขยายระยะเวลาในการชำระหนี้เป็นวันที่ 31 มีนาคม 2564 
โดยพิจารณาจากข้อมูลประกอบการพิจารณาข้างต้น เห็นว่าทรัพย์สินของบจก.เพลนเน็ตฯ และ บจก.กรุงไทยแลนด์ฯ
มีเพียงพอที่จะชำระหนี้รวมทั้ง Ultimate Shareholder ของบจก.เพลนเน็ตฯและบจก.กรุงไทยแลนด์
มีศักยภาพในการชำระหนี้
2.    การขยายระยะเวลาการชำระค่าที่ดิน 17.50 ล้านบาท
ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 9.1 ระบุว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 บริษัทย่อย(บริษัท ธานนท์ 
พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด) ทำสัญญาซื้อที่ดินเปล่ากับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องจำนวน 108 ล้านบาท โดย ณ วันที่ 31
ธันวาคม  2563 ได้ชำระเงินแล้ว 90.50 ล้านบาท คงเหลือ 17.50 ล้านบาท ซึ่งจะชำระภายในวันที่ 21
กุมภาพันธ์ 2564 ต่อมาวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ได้ทำหนังสือขอขยายระยะเวลาชำระออกไปอีก 6 เดือน
เป็นภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2564
ขอทราบผู้มีอำนาจอนุมัติการขยายระยะเวลาการชำระค่าที่ดินเป็นภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2564  
หากเป็นการอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัท
ขอทราบข้อมูลประกอบการพิจารณาและความเห็นของคณะกรรมการบริษัทในการขยายระยะเวลาดังกล่าว
ตอบ   เนื่องจากบริษัทได้มีการซื้อที่ดินเปล่าตั้งอยู่ที่ตำบลคลองตันเหนือ อำเภอพระโขนง กรุงเทพ 
จากคุณศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์  จำนวน 108 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม
โดยได้วางเงินมัดจำในการซื้อจำนวน 5 ล้านบาทโดยบริษัทย่อยคือ บริษัทธานนท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
ต่อมาภายหลังได้มีการทำสัญญาจะซื้อจะขายในนามบริษัท อัลลาย เทคโนโลยี่ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ส่วน
ในการขยายระยะเวลาการชำระค่าที่ดินเป็นภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2564 เนื่องจากตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน
บริษัทย่อยจะต้องชำระเงินภายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 โดยยังคงเหลือเงินที่ไม่ได้ชำระจำนวน 17.50
ล้านบาท  แต่เนื่องจากสถานะการการแพร่ระบาดของโควิด-19
มีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นจึงทำให้บริษัทจะต้องคงสภาพคล่องของบริษัทและชะลอแผนการพัฒนาโครงการคอนโด
มิเนียมดังกล่าว คณะกรรมการบริหารเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564
จึงได้ขอขยายระยะเวลาการชำระเงินออกไปจากเดิมไปเป็นวันที่ 15 สิงหาคม 2564
โดยคณะกรรมการบริหารใช้ข้อมูลประกอบในการพิจารณา
คือสภาพคล่องของบริษัทภายใต้ภาวะการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจโควิด-19 นอกจากนี้
ถึงแม้ปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินเนื่องจากยังชำระเงินตามสัญญาไม่ครบถ้วน
(บริษัทได้ชำระไปแล้ว 90.50 ล้านบาท คงเหลือ 17.50 ล้านบาท
โดยสัญญามีเงื่อนการรับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินเมื่อมีการชำระเงินครบตามสัญญา)
แต่เงื่อนไขการผิดสัญญาในสัญญาจะซื้อจะขายระบุว่า ในกรณีที่ผู้ขายผิดสัญญาไม่สามารถโอนที่ดินดังกล่าวได้
ผู้ซื้อสามารถยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขาย และทำหนังสือบอกเลิกสัญญา
ผู้ขายจะทำการคืนเงินที่ได้รับชำระแล้วให้แก่ผู้ซื้อทั้งจำนวน ภายใน 15 วัน
นับจากวันในหนังสือยกเลิกสัญญา
3.    การรับชำระค่าสิทธิการเช่าโครงการบางกอกฟรีเทรดโซนบางส่วนเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน 50 ล้านบาท
บริษัทได้เคยชี้แจงข้อมูลว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2563 
มีมติอนุมัติให้บริษัทย่อย(บริษัท ฟรีโซน แอสเซท จำกัด) ขายสิทธิการเช่า 100 ล้านบาท
ซึ่งมีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชี เนื่องจากเป็นรูปแบบโกดังแบบเก่า
หากต้องมีการปรับปรุงจะใช้เงินในการปรับปรุงและรื้อถอนเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับระยะเวลาในการเช่าที่เหล
ืออยู่ซึ่งจะไม่คุ้มทุน (รายละเอียดตามข่าวบริษัทเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563)
และจากหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 14 ระบุว่าบริษัทย่อยได้รับชำระเงินแล้ว 50 ล้านบาท
ส่วนที่เหลือได้รับเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน 2 ฉบับ ฉบับละ 25 ล้านบาท ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 และ 17
พฤศจิกายน 2564 ตามลำดับ
ขอทราบที่มาของการกำหนดเงื่อนไขการรับชำระค่าสิทธิการเช่าเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน 
ทั้งนี้เงื่อนไขดังกล่าวคณะกรรมการบริษัทเห็นชอบด้วยหรือไม่ อย่างไร
ทั้งนี้ คู่สัญญาของรายการที่ 1-3 มีความสัมพันธ์กันหรือไม่ อย่างไร เช่นมี Ultimate shareholder 
หรือกรรมการร่วมกัน เป็นต้น
ตอบ  ผู้ซื้อเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขดังนี้
3.1    บริษัท ฟรีโซนฯ ต้องดำเนินการยกเลิกสัญญาเช่าเฉพาะหลังคาอาคาร (Solar Loop) 
กับผู้เช่าทุกอาคารให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ลงนามในสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าช่วง ในปัจจุบัน
บริษัทฯเจรจาไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้ แต่บริษัทฯเจรจาเจ้าของ Solar Loop หาข้อสรุปโดยย้ายแผงSolar
ออกจากอาคาร และต้องหาสถานที่ตั้งแผงไว้ชั่วคราวใช้ระยะเวลาในการเจรจา
3.2    ลูกค้าที่เช่าโกดังมี 1 บริษัทฯต้องฟ้องขับไล่ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการฟ้อง
3.3    ลูกค้า 2 บริษัท ติดภาษีศุลกากร โดยทางบริษัทฯต้องเคลียร์เรื่องภาษีศุลกากร ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา
จากเงื่อนไข 3.1-3.3 ดังกล่าว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2564 
ทำให้การโอนสิทธิการเช่าคลังฟรีโซนยังไม่สามารถโอนได้ทันที บริษัทฯ จึงได้ขอมติจากคณะกรรมการบริหาร
(รายการไม่เกิน 100 ล้านบาทอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการบริหาร) โดยประชุมเมื่อวันที่14 สิงหาคม 2563
เพื่อพิจารณาการชำระเงินตามที่ได้ตกลงกับผู้รับโอนสิทธิการเช่าคลังเป็นการชำระเงินจำนวน 50
ล้านบาทและทำเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินอีก 2 ฉบับ ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 และ 17 พฤศจิกายน 2564 ฉบับละ 25
ล้านบาทตามที่ปรากฏในหมายเหตุประกอบงบการเงินประจำปี 2563 ทั้งนี้
บริษัทยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ในสิทธิการเช่าไปยังผู้ซื้อโดยมีเงื่อนไขการโอนคือเมื่อเงื่อนไขข้อ 3.1 -
3.3 ดำเนินการแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ตามสัญญาการโอนสิทธิได้ระบุไว้ว่าสัญญาการโอนสิทธิจะมีผลยกเลิกเมื่อผู้รับโอนไม่สามารถปฏิบัติตาม
เงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ในสัญญาซึ่งรวมถึงเงื่อนไขการชำระเงินตามตั๋วเงิน 2 ฉบับ เมื่อสัญญาโอนสิทธิยกเลิก

ผู้รับโอนยินยอมให้ผู้โอนริบบรรดาเงินที่ได้ชำระมาก่อนหน้าที่ทั้งหมดและชดใช้ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจจำนวน
 100 ล้านบาทให้กับผู้โอนภายใน 30 วันนับแต่วันที่ยกเลิกสัญญาโอนสิทธิ
ตอบ  ความสัมพันธ์ของคู่สัญญาของรายการที่ 1-3
คุณศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์ เป็น Ultimate Shareholder ของเพลนเน็ต ที่บริษัทลงทุนในตั๋ว BE จำนวน 
1,072 ล้านบาท และเป็นผู้ขายที่ดินมูลค่า 108 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้ชำระแล้ว 90.5 ล้านบาท
โดยยังไม่ได้รับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเนื่องจากบริษัทขอขยายระยะเวลาการชำระเป็นภายในวันที่ 15 สิงหาคม
2564

ขอแสดงความนับถือ

    (นายสุทัศน์ จันกิ่งทอง)            (นายวรวุฒิ ไหลท่วมทวีกุล)
                        กรรมการ                              กรรมการ


                         ลงลายมือชื่อ ___________________________
                                    ( (นายสุทัศน์ จันกิ่งทอง )   (นายวรวุฒิ ไหลท่วมทวีกุล) )
                                    กรรมการ    กรรมการ
                         ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้