รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
22 เม.ย. 2564 17:58:00
หัวข้อข่าว
SET News :ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าโครงการ "Happy Money สุขเงิน สร้างได้" ต่อเนื่อง จับมือพันธมิตรสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินแก่ประชาชนทั่วประเทศ
หลักทรัพย์
SET
แหล่งข่าว
SET
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                                                                                                                   
ฉบับที่ 24/2564
                                                                                                22 
เมษายน 2564

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าโครงการ "Happy Money สุขเงิน สร้างได้" ต่อเนื่อง 
จับมือพันธมิตรสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินแก่ประชาชนทั่วประเทศ
 
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เดินหน้าโครงการ "Happy Money สุขเงิน สร้างได้" 
สร้างความรู้ความเข้าใจด้านการวางแผนการเงินให้คนไทยมีสุขภาพการเงินที่ดี โดยได้รับเกียรติจาก นายอาคม
เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
กล่าวปาฐกถาพิเศษถึงความสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน คาดปีนี้ส่งเสริมความรู้ประชาชนครอบคลุม
3 ล้านคนทั่วประเทศ ผ่านการร่วมมือของพันธมิตร ลงนาม MOU เดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินกับ
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนการออมแห่งชาติ
(กอช.) ร่วมฟื้นฟูและสร้างภูมิคุ้มกันด้านการเงินสำหรับคนไทย

นายอาคม  เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ 
"ฟื้นฟูการเงินภาคครัวเรือนไทย ภารกิจร่วมใจสร้างภูมิคุ้มกันด้านการเงิน (financial literacy)" ว่า
สถานการณ์ด้านการเงินของคนไทยเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญและติดตามใกล้ชิด
ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่เพิ่มขึ้น
พื้นฐานความรู้ด้านการเงินของคนไทย รวมทั้งการก้าวเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์  ดังนั้น
การแก้ไขปัญหาจึงต้องทำอย่างต่อเนื่องและบูรณาการ ให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาตลาดเงินและตลาดทุน
ที่เน้นให้ความสำคัญใน 5 เรื่อง ได้แก่
1.การสร้างโครงสร้างและกลไกเพื่อเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้
2.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้มีทักษะจำเป็นที่สามารถดูแลรับผิดชอบตนเองได้
และหนึ่งในทักษะดังกล่าวคือการเพิ่มพูนความรู้การเงิน การออม
3.การสร้างการตระหนักรู้ของประชาชนให้เห็นถึงความสำคัญของจัดการความเสี่ยงในชีวิตจากการวางแผนที่ดีและมี
ข้อมูลความรู้ที่เพียงพอ 4.การเร่งฟื้นฟูและสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน
เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมในเชิงบวกต่อเรื่องการเงินและการออม และ
5.ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ความรู้ทางการเงิน
ดังนั้น โครงการ "Happy Money สุขเงิน สร้างได้"
จึงเป็นโครงการที่เกิดขึ้นในช่วงที่เหมาะสมเพราะการจะฟื้นฟูเศรษฐกิจจะต้องทำควบคู่กับการสร้างศักยภาพของ
ประชาชน โดยร่วมมือกันทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดผลในวงกว้างและรวดเร็ว
เพื่อให้คนไทยสามารถบริหารจัดการชีวิตได้อย่างเหมาะสมท่ามกลางสถานการณ์ไม่แน่นอนได้ต่อไป

ดร. ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ 
มุ่งพัฒนาตลาดทุนให้เป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน
หนึ่งในภารกิจสำคัญที่ได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องคือการส่งเสริมความรู้ด้านการเงินให้แก่ประชาชน
(financial literacy) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการสร้างความมั่นคงแก่ชีวิต ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ดำเนินโครงการ
"Happy Money สุขเงิน สร้างได้" ตั้งแต่ปี 2552 โดยร่วมกับองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนรวมแล้ว 523
แห่ง สร้างพี่เลี้ยงการเงิน 6,003 คน
สร้างพื้นที่เรียนรู้ด้านการออมการวางแผนการเงินให้ทั่วถึงและต่อเนื่อง ครอบคลุมพนักงานในองค์กรต่าง ๆ
แล้ว 2.4 ล้านคน และคาดว่า ณ สิ้นปีนี้จะส่งเสริมความรู้ประชาชนรวมกว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศ

"โครงการ "Happy Money สุขเงิน สร้างได้" 
ที่ดำเนินการต่อเนื่องในปีนี้จะมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการออมและการวางแผนการเงินอย่างเป็นร
ะบบ สนับสนุนองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการให้ส่งต่อความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ
ได้พัฒนาเนื้อหาและรูปแบบการให้ความรู้ผ่านโมเดลพี่เลี้ยงการเงินที่จะช่วยสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรร
ม ทำให้สามารถบริหารรายได้และค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะดำเนินการร่วมกับพันธมิตร
เพื่อนำความรู้ไปสู่กลุ่มคนต่าง ๆ ทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน และประชาชนทั่วไป" ดร. ภากรกล่าว

ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ลงนามต่ออายุ MOU ส่งเสริมความรู้ทางการเงินร่วมกับ 
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนการออมแห่งชาติ
(กอช.) ต่อเนื่อง เพื่อผนึกกำลังขยายการทำงานให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
สร้างความมั่นคงทางการเงินแก่ประชาชนทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ดร. ศรีกัญญา  ยาทิพย์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า 
ภารกิจการดูแลสมาชิก กบข. กว่าล้านคนทั่วประเทศนั้น
นอกเหนือจากการนำเงินออมของสมาชิกไปบริหารสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงสำหรับชีวิตในวัยเกษียณแล้ว กบข.
ยังดำเนินการควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้สมาชิกมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการออมและการลงทุนอย่างแท้จริง
โดยที่ผ่านมา กบข. และ ตลท. ได้ร่วมกันเผยแพร่ความรู้ด้านการวางแผนการเงินให้แก่สมาชิก กบข.
อย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาระบบ e-Learning เพื่อให้สมาชิก กบข. ได้เข้าถึงองค์ความรู้ที่เหมาะสม
รวมทั้งได้จัดทำคู่มือส่งเสริมความรู้ทางการเงินฉบับสมาชิก กบข. และร่วมบรรยายให้ความรู้สมาชิก กบข.
โดยผู้เชี่ยวชาญจากตลาดหลักทรัพย์ฯ สำหรับความร่วมมือในอนาคต กบข.
จะประยุกต์องค์ความรู้และสื่อการเรียนรู้ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้เข้ากับบริบทของสมาชิก กบข. มากยิ่งขึ้น
เพื่อให้สมาชิกสามารถบริหารเงินออมใน กบข. ได้อย่างเข้าใจ
และบรรลุเป้าหมายในการมีเงินออมยามเกษียณที่เพียงพอ

นายชัยณรงค์  กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวว่า 
กองทุนเป็นหน่วยงานของรัฐ
มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาด้วยการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้แก่นักเรียน
นักศึกษาในลักษณะต่าง ๆ โดยกองทุนได้ร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นมา
ในการนำองค์ความรู้และสื่อการเรียนรู้ ได้แก่ e-Learning ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ
จัดทำมาให้ความรู้แก่กลุ่มนักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืม บุคลากรในสถานศึกษา
และผู้ที่สนใจได้เรียนรู้การวางแผนการเงิน การลงทุน และความเป็นผู้ประกอบการ ผ่านระบบ SET e-Learning
ซึ่งมีหลักสูตรให้เลือกเรียนกว่า 15 หลักสูตร เมื่อนักเรียนนักศึกษาผู้กู้ยืมเรียนจบแต่ละหลักสูตร
สามารถนำไปสะสมจำนวนชั่วโมงจิตสาธารณะให้ครบตามหลักเกณฑ์ที่กองทุนกำหนด
ปัจจุบันมีผู้กู้ยืมที่เข้าเรียนหลักสูตร SET e-Learning แล้วจำนวนกว่า 560,000 ราย
ทั้งนี้กองทุนคาดว่าหากผู้กู้ยืมเงินมีความรู้ทางการเงิน จะสามารถบริหารจัดการรายได้
ทรัพย์สินและหนี้สินของตนเองได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนสามารถชำระคืนเงินกู้ยืมให้กองทุนตามกำหนด
เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่รุ่นน้องต่อไป
โดยกองทุนจะเป็นหลักประกันของทุกครอบครัว เพื่อให้บุตรหลานและนักเรียน
นักศึกษาทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน

นางสาวจารุลักษณ์  เรืองสุวรรณ  เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กล่าวว่า กอช. 
มุ่งเสริมสร้างระบบบำนาญให้แก่ผู้ที่เป็นแรงงานนอกระบบ แรงงานอิสระ พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร นักเรียน
นิสิตและนักศึกษา โดยผู้ที่มีสิทธิสมัครต้องมีอายุ 15-60 ปี เริ่มต้นออมตั้งแต่ 50 บาท สูงสุด 13,200
บาทต่อปี ซึ่งผู้ที่เป็นสมาชิก กอช. จะได้รับเงินสมทบเพิ่มจากรัฐตามช่วงอายุของสมาชิก สูงสุดไม่เกิน
1,200 บาทต่อปี และเงินออมสะสมสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน โดยความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ
ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการสร้างวินัยการออม การลงทุน
รวมถึงการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณอายุได้อย่างมีคุณภาพ ผ่านการออมกับ กอช.
ทำให้มีสุขภาพการเงินที่ดี นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังช่วยส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน
ภาคีเครือข่าย พนักงาน สมาชิก กอช. และกลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าจะเป็นสมาชิก กอช.
ผ่านองค์ความรู้และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ อาทิ การจัดอบรม Train the Trainers
การพัฒนาเนื้อหาและสื่อการเรียนรู้เพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กอช.
เพื่อให้ได้องค์ความรู้ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของ กอช. การเผยแพร่สื่อออนไลน์สำหรับแรงงานนอกระบบ
และนักเรียน นักศึกษา โดยมุ่งหวังให้ กอช.
เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างวินัยการออมเพื่ออนาคตสำหรับเยาวชนไทย

พิธีเปิดโครงการ "Happy Money สุขเงิน สร้างได้" จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2564 เวลา 
9.00-12.00 น. พร้อมด้วยเสวนาออนไลน์หัวข้อ "ปฏิบัติการรวมพลัง สร้างคนไทยใส่ใจเรื่องการเงิน" และหัวข้อ
"ส่งต่อความรู้การเงินอย่างไร ให้เกิดวินัยยั่งยืน :
ต้นแบบองค์กรร่วมขับเคลื่อนและเพิ่มพูนทักษะเรื่องการเงิน" โดยผู้สนใจสามารถรับชมย้อนหลังได้ผ่าน
Facebook และ YouTube "SET Thailand" สำหรับองค์กรที่สนใจความรู้ด้านการเงินของตลาดหลักทรัพย์ฯ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/happymoney

                                   "SET...Make it Work for Everyone"
______________________________________________________________________