รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
13 ม.ค. 2564 12:40:00
หัวข้อข่าว
ชี้แจงข่าวหรือข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม (แก้ไขเพิ่มเติม)
หลักทรัพย์
AEC
แหล่งข่าว
AEC
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข่าวหรือข้อมูล                 


เรื่อง                                               : ชี้แจงข่าวหรือข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม
รายละเอียด                                          :
ที่ บล.เออีซี 254/2563
                            วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563

เรื่อง    ขอชี้แจงข้อมูลในงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 (แก้ไขเพิ่มเติม)
เรียน        กรรมการและผู้จัดการ
        ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อ้างถึง    1.     หนังสือของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ บจ. 199/2563 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2563     
        เรื่อง ขอให้ชี้แจงข้อมูลในงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563
               2.    งบการเงินของบริษัทสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563
เอกสารแนบ     1. รายละเอียดการให้กู้ยืมเงินในปี 2562 -2563
    2. สถานะตั๋วแลกเงิน STAR
    3. สถานะการประกอบธุรกิจและแผนดำเนินธุรกิจของบริษัทย่อยทั้ง 3 แห่ง    

ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ("ตลาดหลักทรัพย์ฯ") 
ได้มีหนังสือขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลในงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563
ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
โดยผู้สอบบัญชีให้ข้อสังเกตเรื่องความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกลุ่มกิจกา
รที่มีผลขาดทุนติดต่อกันและมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ
ขอให้บริษัทชี้แจงรายการเงินลงทุนและเงินให้กู้ยืมเงินแก่บริษัยย่อย และ
รายการเงินลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนเพิ่มเติมและเผยแพร่ผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนั้น
บริษัทขอเรียนชี้แจง ดังนี้
1.    รายการเงินลงทุนและเงินให้กู้ยืมเงินแก่บริษัทย่อย
1.1    จากหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 12.2 ระบุว่า บริษัทมีเงินลงทุนในบริษัทย่อย 3 แห่ง คือ
บริษัท เอซ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด O Mobile และ O Money รวม 51 ล้านบาท โดยในงวดไตรมาสที่ 2 ปี 2563 
บริษัทบันทึกด้อยค่าเงินลงทุนของ O Mobile และ O Money รวม 20 ล้านบาท (39% ของเงินลงทุน)
ทำให้เงินลงทุนคงเหลือสุทธิ 31 ล้านบาท รายละเอียดตามตารางด้านล่าง ทั้งนี้
สินทรัพย์หลักของบริษัทย่อยข้างต้นคือเงินให้กู้ยืมแก่กรรมการของบริษัทย่อยและเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทอื่
น โดยแหล่งเงินทุนมาจากเงินกู้ยืมจากบริษัท
บริษัท    ประเภทธุรกิจ    สัดส่วนการถือหุ้น
30 มิ.ย 63    เงินลงทุน (ลบ.)    ค่าเผื่อด้อยค่าเงินลงทุน (ลบ.)    เงินลงทุนสุทธิ (ลบ.)    วันที่เข้าลงทุน
บริษัท เอซ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด    ธุรกิจลงทุน      ในประเทศ    99.60%    1    -    1    20 ธ.ค.61
O Mobile    ธุรกิจสื่อสารคมนาคม ด้านข้อมูล ภาพ เสียง    25.00%*    25    16.5    8.5    12 ต.ค.61
O Money    ธุรกิจซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน ให้กู้ยืมและโอนเงินต่างประเทศ    20.83%*    25    3.5    21.5    12 ต.ค.61
        รวม    51    20    31    

*จากคำชี้แจงของบริษัท ผู้สอบบัญชีพิจารณาว่า O Mobile และ O Money เป็นบริษัทย่อย เนื่องจาก O Mobile 
พึ่งพาเงินลงทุนจาก AEC เพียงแห่งเดียว สำหรับ O Money มีกรรมการร่วมกันกับ O Mobile
ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
1.1.1 ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทในการพิจารณาตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าเงินลงทุน O Money และ O Mobile 
ซึ่งบริษัทเข้าลงทุนเมื่อเดือนตุลาคม 2561 พร้อมทั้งหลักเกณฑ์ในการพิจารณา
        บริษัทขอเรียนตอบชี้แจง ดังต่อไปนี้
บริษัทจะพิจารณาตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าเงินลงทุนก็ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ต่อไปนี้เกิดขึ้นกับบริษัทที่ได้รั
บการลงทุนเป็นอย่างน้อย โดยแบ่งออกเป็นข้อบ่งชี้จากแหล่งข้อมูลภายนอกและแหล่งข้อมูลภายใน ได้แก่
แหล่งข้อมูลภายนอก
เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญที่ส่งผลกระทบทางลบต่อบริษัทที่ได้รับการลงทุนในระหว่างงวด 
หรือในอนาคตอันใกล้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางด้านเทคโนโลยี ตลาด เศรษฐกิจ กฎหมาย
และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า COVID-19 ไปทั่วโลก
แหล่งข้อมูลภายใน
1.    บริษัทที่ได้รับการลงทุนมีแผนงานที่จะปรับขนาดและระยะเวลาของการดำเนินงาน
2.    มีหลักฐานจากการรายงานภายในซึ่งบ่งชี้ว่าผลการดำเนินงานลดลงอย่างเป็นสาระสำคัญและอาจประสบปัญหาการดำเ
นินต่อเนื่อง (Going Concern) อาทิ นักท่องเที่ยวทั่วโลกและการเคลื่อนย้ายแรงงานตามแนวชายแดน
3.    มูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์สุทธิของบริษัทที่ได้รับการลงทุนตามสัดส่วนที่บริษัทถือหุ้นต่ำกว่าราคาทุน
ของเงินลงทุนสุทธิจากค่าเผื่อการด้อยค่า

ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 
บริษัทได้ใช้เกณฑ์ข้างต้นประกอบการพิจารณาตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าเงินลงทุนใน O Money และ O Mobile
เป็นจำนวนเงิน 3.50 ล้านบาท และ 16.50 ล้านบาท ตามลำดับ เนื่องจาก O Money และ O Mobile
ประสบปัญหาขาดทุนจากการดำเนินงานและประสบปัญหาในการดำเนินงานต่อเนื่อง (Going Concern)
จึงทำให้มูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์สุทธิของ O Money และ O Mobile
ตามสัดส่วนที่บริษัทถือหุ้นต่ำกว่าราคาทุนของเงินลงทุนสุทธิจากค่าเผื่อการด้อยค่าในขณะนั้น
บริษัทจึงปรับปรุงมูลค่าเงินลงทุนในบริษัททั้งสองให้สอดคล้องกับมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์สุทธิตามสัดส่
วนที่บริษัทถือหุ้น ดังนั้นคณะกรรมการบริษัทจึงมีความเห็นว่า ค่าเผื่อการด้อยค่าเงินลงทุนใน O Money และ
 O Mobile มีความเพียงพอและเหมาะสมแล้ว
        1.1.2.สถานะการประกอบธุรกิจในปัจจุบันและแผนดำเนินธุรกิจของบริษัทย่อยทั้ง 3 แห่ง
บริษัทขอเรียนตอบชี้แจง ดังต่อไปนี้
    รายละเอียดตามเอกสารแนบ 3
    1.2 จากหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 11 และข้อ 35.1 - 35.4 ระบุว่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 
บริษัทย่อยทั้ง 3 แห่งมีเงินให้กู้ยืมแก่บุคคล/กิจการที่เกี่ยวข้องกันและกิจการอื่นสุทธิ
โดยในงวดครึ่งปี 2563
บริษัทได้ตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั้งในส่วนของเงินให้กู้กับบริษัทย่อย
และในส่วนที่บริษัทย่อยให้กู้กับกรรมการบริษัทย่อย ทั้งนี้ ในปี 2562
บริษัทได้เคยชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าบริษัทให้เงินกู้ยืมแก่ O Mobile และ O Money
เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ สำหรับกรณีที่บริษัทย่อยให้เงินกู้ยืมเงินแก่กรรมการของบริษัทย่อยนั้น
คณะกรรมการบริษัทย่อยได้พิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้จากหน้าที่การงานของผู้กู้
ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทย่อยและเป็นผู้ผลักดันโครงการต่างๆ
ส่วนกรณีบริษัทย่อยให้เงินกู้แก่กิจการอื่น
บริษัทย่อยพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้จากแผนการดำเนินงาน ความเป็นไปได้
และผลตอบแทนของโครงการที่ลงทุน
สรุปรายการเงินให้กู้ยืมดังกล่าวในปี 2562-2563 ได้ ดังนี้
ชื่อบริษัทที่ให้กู้ยืม    เงินให้กู้ยืมสุทธิแก่
(หน่วย : ล้านบาท)    ดอกเบี้ย    30 มิ.ย. 62    31 ธ.ค. 62    30 มิ.ย. 
63    ค่าเผื่อผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในงวดครึ่งปี 63
AEC    1.บริษัทย่อย                    
      1.1 เอซ อินคอร์ปอเรชั่น    6%    77    105    94    11
      1.2 O Mobile    7.25%    40    40    41    -
    รวม (1.1+1.2)        117    145    135    11
O Mobile    2.บุคคล/กิจการที่เกี่ยวข้องกัน                    
       2.1 กรรมการของ
   O Mobile    2%    74    69    68    -
       2.2 กรรมการของ
   O Money    2%    96    97    98    -
    รวม (2.1+2.2)        170    166    166    -
O Mobile  O Money และ บจก.เอซ อินคอร์ปอเรชั่น    3.กิจการอื่น    7.25-15%    61    70    53    26
    รวม (2+3)        231    236    219    26

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
        1.2.1 รายละเอียดของเงินให้กู้ยืมดังกล่าวตามตารางข้างต้น แยกเป็นแต่ละรายการ 
เช่นเงื่อนไขการกู้ยืมเงินและวันครบกำหนดชำระในแต่ละงวด การชำระเงินต้นและดอกเบี้ยที่ผ่านมา เป็นต้น
ทั้งนี้ กรณีเงินให้กู้ยืมครบกำหนดชำระแล้ว ขอให้ชี้แจงการดำเนินการติดตามให้ชำระหนี้ดังกล่าว
เหตุผลที่ขยายระยะเวลาชำระคืน พร้อมทั้งข้อมูลประกอบการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืนในแต่ละครั้ง
บริษัทขอเรียนชี้แจง ดังนี้
รายละเอียดของเงินให้กู้ยืมดังกล่าวปรากฏตามเอกสารแนบ 1

1.2.2 ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทในการขยายระยะเวลาชำระหนี้ดังกล่าว 
และผลกระทบต่อแผนการใช้เงินของบริษัท กรณีบริษัทย่อยไม่ชำระคืนเงินกู้ยืม
บริษัทขอเรียนชี้แจง ดังนี้
คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารติดตามและเจรจาเรียกคืนเงินกู้จากผู้กู้ 
ซึ่งผู้กู้บางรายได้มีการขอขยายระยะเวลาในการชำระหนี้ดังกล่าวออกไป เนื่องจากเกิดวิกฤตไวรัสโคโรน่า 2019
(COVID-19) ทำให้ไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ของผู้กู้ได้
ซึ่งผู้กู้ได้เสนอแผนธุรกิจและประมาณการผลตอบแทนเพื่อสร้างรายได้และนำเงินมาชำระคืนให้แก่บริษัท
โดยคณะกรรมการบริหารได้พิจารณาจากแผนธุรกิจ โอกาสทางธุรกิจ และผลตอบแทน 
ซึ่งที่ผ่านมาผู้กู้ได้มีการทยอยชำระหนี้คืนให้กับบริษัทบางส่วนแล้ว
ประกอบกับผู้กู้มีความตั้งใจจะดำเนินธุรกิจ จึงมีความเห็นให้ขยายระยะเวลาคืนเงินกู้ดังกล่าว
แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการติดตามการชำระหนี้ของผู้กู้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ในกรณีบริษัทย่อยไม่ชำระคืนเงินกู้ยืม จึงไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท 
เนื่องจากบริษัทได้มีการเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นเป็นเงินจำนวน 306.62 ล้านบาทครบตามจำนวน

    1.2.3 หลักเกณฑ์การพิจารณาตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากเงินให้กู้ยืม
บริษัทขอเรียนชี้แจง ดังนี้
บริษัทใช้วิธีพิจารณาค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากฐานะทางการเงิน ผลประกอบการ 
ความสามารถในการชำระหนี้ และแผนธุรกิจเป็นรายบริษัท (Individual assessment) รวมทั้งโอกาสทางธุรกิจ
ตลอดจนสภาพของบรรยากาศการลงทุนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่มีความเชื่อมโยงกัน
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 ผู้กู้ของบริษัทย่อยได้ผิดนัดชำระหนี้และประสบปัญหาความสามารถในการชำระหนี้ 
บริษัทและบริษัทย่อยจึงได้ตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของรายการเงินให้กู้ยืมแก่ผู้กู้กลุ่ม
ดังกล่าว

2.    เงินลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชน
จากหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 10.1 บริษัทมีเงินลงทุนในตั๋วแลกเงินมูลค่า 45 ล้านบาท ที่ออกโดยบริษัท 
สตาร์ ยูนิเวอร์แซล เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) (STAR) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีกรรมการร่วมกันกับ O Mobile และ
O Money คือนายณัฐพงศ์ ตังเดชะหิรัญ โดยเงินลงทุนดังกล่าวมีหลักประกันภายใต้สัญญาจำนำหุ้น คือ
หุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย 23.90 ล้านหุ้น (ราคายุติธรรม ณ วันที่
30 มิถุนายน 2563 เท่ากับ 2.03 ล้านเหรียญออสเตรเรีย หรือ 42.32 ล้านบาท)
ซึ่งหลักประกันดังกล่าวบริษัทไม่ได้จดทะเบียนจำนำทางกฏหมาย เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง
โดยบริษัทได้ตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแล้ว 35 ล้านบาท
แต่ผู้สอบบัญชีให้ข้อสังเกตว่าบริษัทไม่ได้ตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก 68
ล้านบาท ทั้งนี้ ค่าเผื่อผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่ต้องตั้งตามที่ผู้สอบบัญชีให้ข้อสังเกต
คิดเป็น 71% ของมูลค่าเงินลงทุนในตั๋วของ STAR
ทั้งนี้ บริษัทได้เคยชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัทเริ่มลงทุนในตั๋วดังกล่าวตั้งแต่ต้นปี 2561 
จำนวน 3 ฉบับ รวม 145 ล้านบาท (คิดเป็น 15% ของสินทรัพย์รวม)
โดยคณะกรรมการบริหารของบริษัทเป็นผู้อนุมัติให้ต่ออายุตั๋วแลกเงินดังกล่าว รวม 4-7 ครั้ง
ซึ่งครบกำหนดในเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม 2562
จากข้อมูลในหมายเหตุประกอบงบการเงิน บริษัทต่ออายุตั๋วแลกเงินของ STAR ออกไปอีก 
ในขณะที่บริษัทมีภาระที่ต้องชำระเงินกู้ยืมด้อยสิทธิ ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ
จึงขอให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
2.1 สถานะของตั๋วแลกเงินของ STAR ในปัจจุบัน
บริษัทขอเรียนชี้แจง ดังนี้
ปัจจุบันบริษัทมียอดตั๋วแลกเงินคงค้าง จำนวน 99 ล้านบาท ลดลง 46 ล้านบาท จากจำนวน 145 ล้าน
บาท ในไตรมาสที่ 2/2562 สิ้นสุด วันที่ 30 มิถุนายน 2562 รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบ 2
2.2 ผู้มีอำนาจอนุมัติให้มีการต่ออายุตั๋วในแต่ละครั้งเมื่อครบกำหนดยังคงเป็นอำนาจของ คณะกรรมการบริหาร 
ตามที่บริษัทได้เคยชี้แจงหรือไม่ อย่างไร
รวมทั้งเหตุผลและข้อมูลประกอบการพิจารณาของผู้มีอำนาจอนุมัติในการต่ออายุตั๋วในแต่ละครั้งตั้งแต่ปี 2562
 จนถึงปัจจุบัน
บริษัทขอเรียนชี้แจง ดังนี้
    บริษัทมีคณะติดตามความคืบหน้าตั๋วแลกเงินและเงินกู้ยืมเงินเพื่อติดตามสถานะและการดำเนินงาน 
โดยมีฝ่ายกฏหมายออกหนังสือทวงถามการชำระหนี้ตั๋วแลกเงินดังกล่าว
และในการอนุมัติการต่อตั๋วแลกเงินในแต่ละครั้ง คณะกรรมการบริหารยังคงมีอำนาจอนุมัติในการต่อตั๋วแลกเงิน
โดยพิจารณาจากความสามารถในการชำระเงินคืน และแผนธุรกิจที่ผู้กู้ยืมนำเสนอให้พิจารณา คือ บริษัทย่อยของ
STAR ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการขยะ คัดแยกขยะ และกำจัดขยะ โดยการรับขยะจากผู้ประกอบการขยะรายอื่น
ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทเอกชนรายใหญ่รายหนึ่งได้สนใจเข้ามาเจรจาเพื่อขอใช้บริการโรงงานเพื่อดำเนินการกำจัดข
ยะเปียก ซึ่งก่อนหน้าในประเทศออสเตรเรียมีการคัดแยกขยะเพียง 2 ประเภท คือ Recycle ได้ กับ Recycle
ไม่ได้ แต่ปัจจุบันได้มีการเพิ่มการคัดแยกขยะประเภท Food & Organic หรือขยะเปียก ขึ้นมา
ซึ่งเหมาะกับโรงงานเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ STAR ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาธุรกิจตู้กดกาแฟ ภายใต้แบรนด์ "เชิญยิ้ม" 
ซึ่งเป็นการจับมือร่วมกับพาร์ทเนอร์ในการที่จะนำเข้าเครื่องกดกาแฟ จัดจำหน่ายวัตถุดิบ
และให้บริการบำรุงรักษาเครื่อง ให้กับลูกค้าทั่วประเทศไทย คาดว่าจะเริ่มดำเนินธุรกิจภายในสิ้นปี 2563
โดยในปีแรกจะมีแผนการจัดจำหน่ายจำนวน 8,000 เครื่อง โดยรายละเอียดเป็นไปตาม MOU ที่ได้ลงนามเมื่อวันที่
19 ธันวาคม 2562
ซึ่งที่ผ่านมา STAR ได้ชำระเงินคืนมาจำนวน 46 ล้านบาท จากจำนวน 145 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสที่ 2/2563 
สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562  รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบ 2
ทั้งนี้ STAR ได้จัดทำสัญญาจำนำหุ้นสามัญของ Star Shenton Energy Pty Ltd.จำนวน 30 ล้านหุ้น 
และหุ้นสามัญ M8 Sustainable Limited ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศออสเตรเลีย จำนวน
23.9 ล้านหุ้น วางเป็นหลักประกันไว้กับบริษัทเรียบร้อยแล้ว

2.3 ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับ
    2.3.1 เหตุผลที่ต่ออายุตั๋วแลกเงินดังกล่าว ข้อมูลประกอบการพิจารณา 
นโยบายในการดำเนินการกับตั๋วแลกเงินของ STAR ในอนาคต เช่น
การเรียกให้ชำระคืนเพื่อเสริมสภาพคล่องของบริษัท หรือการเรียกให้ชำระเงินเมื่อครบกำหนด
หรือการเรียกหลักประกันเพิ่มเติม เป็นต้น
บริษัทขอเรียนชี้แจง ดังนี้
การต่ออายุตั๋วแลกเงินดังกล่าว เนื่องจาก STAR ได้ขอขยายระยะเวลาการชำระหนี้ และมีแผนการชำระหนี้
ที่ชัดเจน และได้ชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยให้แก่บริษัทตามแผนการชำระ โดยแผนการชำระหนี้มีรายละเอียดดังนี้
งวดที่    วันครบกำหนดชำระ    จำนวนผ่อนชำระ (ล้านบาท)
1    ภายในวันที่ 15 กันยายน 2563    13
2    ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2563    20
3    ภายในวันที่ 15 มกราคม 2564    20
4    ภายในวันที่ 19 เมษายน 2564    20
5    ภายในวันที่ 15 กรกฏาคม 2564    20
6    ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2564    20
7    ภายในวันที่ 14 มกราคม 2565    19
รวมจำนวนเงินทั้งสิ้น    132

ซึ่งปัจจุบันมียอคคงค้างชำระ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 จำนวน 79 ล้านบาท
โดยปกติตั๋วแลกเงินของ STAR จะเป็นตั๋วแลกเงินที่มีส่วนลด โดยจะชำระหนี้ตามหน้าตั๋วแลกเงินเมื่อครบกำหนด
ทั้งนี้ 
หากผิดนัดชำระหนี้บริษัทสามารถใช้สิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ตามกฏหมายและบังคับชำระหนี้จากหลักประกัน
คณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2563  
ได้มีมติมอบหมายให้ฝ่ายบริหารไปติดตามและเจรจาเรียกคืนเงินกู้มาจากลูกหนี้ตามขั้นตอนต่อไป
โดยการส่งหนังสือทวงถามไปยังลูกหนี้เมื่อครบกำหนดชำระ หากลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้
ก็จะดำเนินการบังคับชำระหนี้จากหลักประกันต่อไป
 
    2.3.2 หลักเกณฑ์ในการพิจารณาตั้งค่าเผื่อดังกล่าว 
เหตุผลที่ไม่ได้พิจารณาดำเนินการตามความเห็นผู้สอบบัญชี
และการพิจารณาตั้งค่าเผื่อดังกล่าวเพิ่มเติมในอนาคต
รวมทั้งผลกระทบต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทหากต้องต้องค่าเผื่อเพิ่มเติม
บริษัทขอเรียนชี้แจง ดังนี้
บริษัทพิจารณาค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากเงินลงทุนในตั๋วแลกเงินที่ออกโดยบริษัท 
สตาร์ ยูนิเวอร์แซล เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) (STAR) จากฐานะทางการเงิน ผลประกอบการ
และความสามารถในการชำระหนี้ของ STAR  ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแล้ว
พบว่ามูลค่าที่ลดลงอย่างมากของมูลค่าหลักประกัน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563
เกิดจากความไม่แน่นอนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019     (COVID-19)
ซึ่งส่งผลกระทบทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตาม STAR ได้ผิดนัดชำระหนี้
บริษัทจึงได้ตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นฯ
ให้ครอบคลุมยอดหนี้ที่ผิดนัดในงวดดังกล่าว คือ  20 ล้านบาท
(ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นฯ จำนวนเงินทั้งสิ้น 35 ล้านบาท
ได้รวมรายการอื่นที่ไม่ใช่ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นฯของเงินลงทุนในตั๋วแลกเงินที่อ
อกโดย  STAR เข้าไปด้วย) ดังนั้นบริษัทจึงเห็นว่าค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นฯ
ที่ได้ตั้งไว้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 มีความเพียงพอและเหมาะสมแล้ว
สำหรับการพิจารณาตั้งค่าเผื่อดังกล่าวเพิ่มเติมในอนาคต บริษัทได้ติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ COVID-19
อย่างต่อเนื่องและจะประเมินผลกระทบทางการเงินเกี่ยวกับมูลค่าของเงินลงทุนในตั๋วแลกเงินที่ออกโดย STAR
ควบคู่ไปกับหลักเกณฑ์การพิจารณาที่ได้กล่าวถึงข้างต้น  ดังนั้น
หากมีการตั้งค่าเผื่อเพิ่มขึ้นอาจทำให้ผลประกอบการขาดทุนเพิ่มขึ้น
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
                         ขอแสดงความนับถือ

                                   (นายทวีเดช อุยวงศ์)   (นางรัสม์ชญา คันธมธุพจน์)
                                                          กรรมการ
                                         ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ


                         ลงลายมือชื่อ ___________________________
                                    ( นางรัสม์ชญา คันธมธุรพจน์ )
                                    กรรมการ
                         ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้