รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
08 ม.ค. 2564 18:25:00
หัวข้อข่าว
SET News :ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยแผนกลยุทธ์ปี 64-66 เดินหน้าบูรณาการนวัตกรรม สู่วิถีธุรกิจยุคใหม่ เน้นเพิ่มผลลัพธ์เชิงบวกสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม
หลักทรัพย์
SET
แหล่งข่าว
SET
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                                                                                         ฉบับที่ 1/2564
                                                                          8 มกราคม 2564
                                         
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยแผนกลยุทธ์ปี 64-66 เดินหน้าบูรณาการนวัตกรรม สู่วิถีธุรกิจยุคใหม่ 
เน้นเพิ่มผลลัพธ์เชิงบวกสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยกลยุทธ์ระยะ 3 ปี (2564-2566) ภายใต้แนวคิด "Redefine Thai Capital Market 
Resiliency?ก้าวต่อไปตลาดทุนไทย สู่ความแข็งแกร่งของประเทศ"  บูรณาการด้านนวัตกรรม
สร้างประสิทธิภาพสูงสุดให้กับผู้มีส่วนร่วมในตลาดทุน ภายใต้กรอบการพัฒนาสู่ความยั่งยืน  4 ด้าน ได้แก่
1) สร้างการเติบโตในตลาดทุน ด้วยการเพิ่มหลักทรัพย์ใหม่ และขยายฐานผู้ลงทุน  2) ขยายโครงสร้างพื้นฐาน
ผ่านกลไกการมีส่วนร่วมในตลาดทุน เพิ่มคุณภาพการบริการ และต่อยอดธุรกิจใหม่  3)
ขับเคลื่อนสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยการพัฒนาต่อยอด ESG และการเสริมสร้างพลังทางสังคม และ  4)
เพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจและศักยภาพบุคลากร
ทั้งการขยายตัวด้านธุรกิจและความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน
เพื่อเป็นกลไกในการขยายโอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรมตลาดทุนทั้งระบบ
พร้อมสร้างผลลัพธ์เชิงบวกที่เป็นรูปธรรมสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม
ขับเคลื่อนประเทศไทยให้เกิดการเติบโตอย่างมีสมดุลทั้งธุรกิจและสังคม (Balanced Growth)

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ 
ได้ปรับตัวสู่วิถีธุรกิจใหม่ (Next Normal) พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้ลงทุน
และเป็นแหล่งระดมทุนที่สำคัญของประเทศ ตอบสนองความท้าทายในโลกปัจจุบันที่อยู่บนวิถี VUCA (ความผันผวน
(Volatility) ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ความซับซ้อน (Complexity) และความคลุมเครือ (Ambiguity))
ดังนั้น กรอบการพัฒนาในอีก 3 ปีข้างหน้านี้
จึงมีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตของประเทศอย่างมีสมดุลทั้งธุรกิจและสังคม (Balanced Growth)
รองรับสภาพแวดล้อมของตลาดทุน เทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ตลาดทุนเป็นประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน
ตามวิสัยทัศน์ตลาดหลักทรัพย์ฯ "To make the capital market "Work" for everyone"

กรอบการพัฒนาสู่ความยั่งยืน 4 ด้าน ประกอบด้วย 8 กลยุทธ์หลัก

1.    สร้างการเติบโตในตลาดทุน (Market Growth)
1.1)     การเพิ่มหลักทรัพย์ใหม่ (Boost supply-side opportunities)  ส่งเสริมการระดมทุนของธุรกิจใหม่ อาทิ
เศรษฐกิจกระแสใหม่ (New economy) หลักทรัพย์ต่างประเทศ บริษัทย่อยของบริษัทจดทะเบียน
รวมถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) รวมถึงสตาร์ทอัพ (Startups)
ในรูปแบบที่เหมาะสมตามความเสี่ยงและประเภทของผู้ร่วมลงทุน ขณะเดียวกัน
สนับสนุนการนำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์ในการสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจ
1.2)    การขยายฐานผู้ลงทุน (Rapid investor expansion)  มุ่งเน้นการขยายช่องทางการลงทุนใหม่ๆ 
ที่สามารถเข้าถึงผู้ลงทุนได้กว้างขึ้นและทำให้การลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์
ควบคู่กับการตลาดดิจิทัลเพื่อวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลความรู้ บริการ และผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบโจทย์
ให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว
ขณะที่จะขยายความน่าสนใจของตลาดทุนไทยไปยังกลุ่มผู้ลงทุนต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น
รวมถึงการนำเสนอธีมผลิตภัณฑ์และบริการ (Thematic products and services)
เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนสถาบัน

2.    ขยายโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Expansion)
2.1)    การสร้างการมีส่วนร่วม (Building engagement)   พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับบริษัทจดทะเบียน 
และผู้ประกอบการในตลาดทุน ส่งเสริมรายงานด้าน ESG รวมทั้งปรับปรุงกฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรค
เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม
2.2)    การต่อยอดธุรกิจใหม่ (Venturing new frontiers)  พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำหรับตลาดทุนไทย  
เพิ่มผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงตลาดทุนโลก และให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล
เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและสร้างรายได้ใหม่ให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกันเป็นทางเลือกใหม่ในการลงทุนของผู้ลงทุน

3.    ขับเคลื่อนสังคมและสิ่งแวดล้อม (Environmental Solutions & Social Development)
3.1)    การปลูกฝังการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG cultivation)   
ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนนำหลักการ ESG มาบูรณาการในกระบวนการดำเนินงานตามลักษณะการประกอบธุรกิจ
เพื่อคงความเป็นผู้นำในภูมิภาคในด้าน ESG พร้อมส่งเสริมให้เกิดการลงทุนอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน
ยังสร้างความตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อมเพื่อต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ ผ่านโครงการ Care
 the Bear  Care the Whale และ Care the  Wild โดยทำงานร่วมกับองค์กรในตลาดทุนและพันธมิตร
3.2)    การเสริมสร้างพลังทางสังคม (Social empowerment)   
มีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางด้านความรู้ทางการเงินของประเทศ
โดยพัฒนาทักษะพื้นฐานการบริหารจัดการทางการเงินในชีวิตประจำวันให้กับประชาชน นอกจากนี้
มีแผนพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับงานวิจัยด้านตลาดทุน พัฒนาศักยภาพและขยายโอกาสสำหรับธุรกิจเพื่อสังคมผ่าน
Social digital platform

4.    เพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจและศักยภาพบุคลากร (Continuous Improvement & Talent Empowerment)
4.1)    ความสามารถในการขยายตัวด้านธุรกิจ (Business scalability)   ยกระดับระบบซื้อขายหลักทรัพย์  
และความปลอดภัยทางไซเบอร์โดยยึดหลักมาตรฐานสากล และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรในการสร้างสรรค์บริการอย่างครบวงจรเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจและผู้ลงท
ุน
4.2)    ความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน (Operational excellence) 
ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดขั้นตอนกระบวนการทำงาน โดยศึกษาการนำ Robotic Process
Automation (RPA) มาใช้ ให้ความสำคัญด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงและการสื่อสารในช่วงวิกฤต
รวมทั้งพัฒนาศักยภาพของพนักงาน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานในวิถีชีวิตปกติใหม่

...................................................

สรุปพัฒนาการสำคัญและความสำเร็จปี 2563

ด้านธุรกิจ
-    มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของหลักทรัพย์ IPO 5.55 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 8 ของโลก อันดับ 2
ในเอเชีย และสูงสุดในอาเซียนเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน (อันดับ 2 ในเอเชีย และสูงสุดในอาเซียน ไม่นับรวม
cross-border products) โดย บมจ. เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC)
เป็นหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าระดมทุนใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์
และมีมูลค่าเสนอขายในกลุ่มค้าปลีกสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก
-    สภาพคล่องของตลาดหลักทรัพย์ฯ ครองอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียนติดต่อกันตั้งแต่ปี 2555 โดยในปี 2563 
มีวันที่มูลค่าซื้อขายเกิน 1 แสนล้านบาท ถึง 22 วัน และวันที่ซื้อขายสูงสุดอยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท
และโดยเฉลี่ยมีมูลค่าซื้อขายต่อวัน  67,334.80 ล้านบาท
-    TFEX มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันกว่า 4.94 แสนสัญญา เป็นอันดับที่ 26 ของโลก (ข้อมูล ณ พ.ย. 2563)
-    จำนวนบัญชีใหม่เพื่อซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 662,678 บัญชี จากสิ้นปี 2562 
สรุปตัวเลขบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์รวม 3.43 ล้านบัญชี (ณ พ.ย. 2563)
-    ปรับกฎเกณฑ์เพื่อรองรับความผันผวนของตลาด เช่น มาตรการ Market Disruption และปรับปรุงเกณฑ์ Circuit 
Breaker
-    ยกระดับการให้บริการสู่ Fully Digitalized Services ผ่านการให้บริการ e-Proxy, e-Meeting และ 
e-Conference
-    เชื่อมโยงสินค้าและบริการในตลาดโลก เช่น S&P500 DW, Hang Seng China Enterprises Index (HSCEI) DW, 
Silver Online Futures และ Japanese Rubber Futures
-    ร่วมมือกับ Tech companies พัฒนานวัตกรรมทางการเงิน เช่น M-DAQ: ข้อมูลราคาหุ้น SET50 เทียบราคา 10 
สกุลเงินต่างประเทศแบบเรียลไทม์ และแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจรภายใต้ความร่วมมือกับ KBTG
-    เพิ่มโอกาสการลงทุนผ่านช่องทางใหม่ๆ เช่น Point to Invest โดยร่วมกับ 16 
บริการทางการเงินเปลี่ยนคะแนนสะสมบัตรเครดิตเป็นกองทุนรวม และ Start Invest โดยร่วมกับ บริษัท แอสเซนด์
มันนี่ ให้บริการเปิดบัญชี-ซื้อขายกองทุนรวมผ่าน True Money Wallet บนฐานลูกค้ากว่า 15 ล้านราย
-    ปรับการทำงานสู่ New way of working ด้วยการ Work From Home  
ออกมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนจากการระบาดของ COVID-19 รวมทั้งใช้การสื่อสารภายในกับพนักงาน

ด้านคุณภาพ
-    21 บจ. อยู่ในดัชนีความยั่งยืน DJSI มากที่สุดในอาเซียน โดย 7 บจ. ไทยได้คะแนนสูงสุดเป็นที่ 1 
ของโลกใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรม
-    ยกระดับ LiVE Platform เป็นศูนย์กลางการพัฒนาศักยภาพ SMEs และ Startups 
สู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในทุกมิติ
-    พร้อมรองรับ PDPA และสร้างมาตรฐาน Cybersecurity ของอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและ 
ISO27701
-    เดินหน้าลดโลกร้อน ร่วมกับพันธมิตรดำเนินโครงการ Care the Wild แพลตฟอร์มความร่วมมือปลูกไม้ให้ได้ป่า 
ด้วยกลไกธรรมาภิบาลเปิดเผยข้อมูล ติดตาม-เรียนรู้-ดูแล เป็นโครงการที่ต่อเนื่องจาก Care the Bear และ
Care the Whale


                                    "SET...Make it Work for Everyone"
______________________________________________________________________