รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
25 พ.ย. 2563 17:37:00
หัวข้อข่าว
mai News :บจ. mai เริ่มเห็นการฟื้นตัวในไตรมาส 3 ปี 2563
หลักทรัพย์
SET
แหล่งข่าว
SET
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                                                                              ฉบับที่ 93/2563
                                                              25 พฤศจิกายน 2563

บจ. mai เริ่มเห็นการฟื้นตัวในไตรมาส 3 ปี 2563

บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2563 บจ. มียอดขายรวม 40,889 ลบ.  
กำไรสุทธิรวม 1,610 ลบ. เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ด้านผลประกอบการงวด  9 เดือนแรก ปี 2563
มียอดขายและกำไรสุทธิ ลดลง จากงวด 9 เดือน ปี 2562 เนื่องจากการบันทึกกำไรพิเศษของ บจ. ในกลุ่มทรัพยากร
โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  ได้แก่
กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนใน mai 
จำนวน 167 บริษัท คิดเป็น 95% จากทั้งหมด 176 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ
NC บริษัทที่ปิดงบไม่ตรงงวด บริษัทที่ส่งงบไม่ทันตามกำหนด) นำส่งผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2563
สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 พบว่า บจ. ที่รายงานผลกำไรสุทธิมีจำนวน 110 บริษัท คิดเป็น 66%
ของบริษัทที่นำส่งผลการดำเนินงานทั้งหมด

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2563 ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดย บจ. มียอดขายรวม 40,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 
8.6% กำไรจากการดำเนินงานหลัก 1,732 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.4% และมีกำไรสุทธิ 1,610 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
443.7% ส่วนความสามารถในการทำกำไร อัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin) ลดลงเล็กน้อยจาก 22.3% เป็น
22.0% มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core profit margin) 4.2% เพิ่มขึ้นจาก 3.4%
และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net profit margin) 3.8% เพิ่มขึ้นจาก 0.8%

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 บจ. มียอดขายรวม 121,613 ลบ. ลดลง 8.5% 
กำไรจากการดำเนินงาน 4,640 ล้านบาท ลดลง 5.6% และมีกำไรสุทธิรวม 2,613 ล้านบาท ลดลง 69.4%
จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ในงวด 9 เดือนแรก ปี 2562 มีการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนของ บจ.
แห่งหนึ่งในกลุ่มทรัพยากรมูลค่า 3,376 ลบ. ทำให้กำไรสุทธิรวมของงวด 9 เดือนแรกของปี 2563
ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่หากไม่รวมผลของ บจ.ดังกล่าว กำไรโดยรวมจะลดลง 32.5%
ในส่วนของความสามารถในการทำกำไร มีอัตรากำไรขั้นต้น 22.1% เพิ่มขึ้นจาก 21.8%
มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานหลัก 3.8% เพิ่มขึ้นจาก 3.7% และมีอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 6.0% เป็น 2.1%
ในส่วนของฐานะทางการเงิน บจ. mai มีสินทรัพย์รวม 279,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% จากสิ้นปี 2562
ขณะที่โครงสร้างเงินทุนรวมยังแข็งแรง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 1.09 เท่า ขณะที่สิ้นปี 2562
อยู่ที่ระดับ 1.01 เท่า

"ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรก ปี 2563 ของ บจ. mai ปรับตัวลดลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว 
และจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ยอดขาย และกำไรสุทธิลดลง แต่ยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
และอัตรากำไรจากการดำเนินงานหลักได้ และยังมี 2 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นคือ
กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม" นายประพันธ์กล่าว

ปัจจุบันมี บจ. ใน mai 176 บริษัท (ข้อมูล ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563) ดัชนี mai ปิดที่ระดับ 321.84 
จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) อยู่ที่ 234,927.06  ล้านบาท
มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 1,223.68 ล้านบาทต่อวัน

                                  "SET...Make it Work for Everyone"
______________________________________________________________________