รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
09 พ.ย. 2563 16:53:00
หัวข้อข่าว
SET News :สวทช. จับมือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มขีดความสามารถ SMEs และ Startups นำเทคโนโลยียกระดับธุรกิจ
หลักทรัพย์
SET
แหล่งข่าว
SET
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                                                                                            JOINT RELEASE
                                                                             ฉบับที่ 84 /2563
                                                                       9 พฤศจิกายน 2563

สวทช. จับมือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มขีดความสามารถ SMEs และ Startups  นำเทคโนโลยียกระดับธุรกิจ
 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนาม MOU กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 
ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และ Startups
นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในดำเนินธุรกิจอย่างเหมาะสม
มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและลดขั้นตอนด้วยการเชื่อมโยงผ่านระบบจัดการองค์กรที่สำคัญ
อาทิ ระบบบัญชี ระบบการเงิน ระบบบริหารจัดการทรัพยากรทางธุรกิจ
พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงผลงานวิจัยของ สวทช.  เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจหรือสร้างธุรกิจใหม่
เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความพร้อมให้เติบโตผ่านกลไกตลาดทุน

นายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  กล่าวว่า 
สวทช. มีเป้าหมายในการผลักดันให้ประเทศไทยแข็งแกร่งและเจริญรุ่งเรืองบนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก
โดยนำความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.)
มาช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันให้ผู้ประกอบการทั้งภาคการผลิต ภาคบริการและการค้า
ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมา สวทช. โดย ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC)
ได้ให้บริการผู้ประกอบการ SMEs และ Startups นำ วทน.
ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตมาอย่างต่อเนื่องกว่า 12,000 ราย
ผ่านโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP)
ที่ให้การสนับสนุนด้านผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและด้านงบประมาณ แก่ผู้ประกอบการในแต่ละอุตสาหกรรม
โดยปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลมีความจำเป็นในทุกธุรกิจ ได้แก่ ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning)
ที่ช่วยให้องค์กรเกิดกระบวนการทำงานที่เป็นมาตรฐาน
สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้บนฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันจากทุกแผนก สามารถแจ้งเตือนข้อมูลสำคัญได้แบบ
real time เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยอาศัยเทคโนโลยีอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น IoT, RFID, AI,
Data Analytic หรือการพัฒนา Application เฉพาะทาง
ซึ่งการจะยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทยให้เกิดการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืนได้นั้น
จำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการ SMEs และ Startups
เกิดการปรับเปลี่ยนองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมที่จะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
จนเกิดความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดทุนได้ในอนาคต

"สวทช. เล็งเห็นว่าการจะยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืนได้ 
จำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร และผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและเอกชน
เพื่อช่วยกันผลักดันผู้ประกอบการ SMEs และ Startups
ให้เกิดการปรับเปลี่ยนองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสม โดย สวทช.
จะร่วมสนับสนุนงบประมาณและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในโครงการความร่วมมือครั้งนี้ภายใต้กลไกของโป
รแกรม ITAP" ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ 
มุ่งพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs และ Startups ผ่านการให้องค์ความรู้และทักษะในการดำเนินธุรกิจ
สู่โอกาสการเติบโตและเข้าถึงกลไกตลาดทุน ผ่านโครงการ LiVE Platform ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท
ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด ภายใต้กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมุ่งมั่นเป็น "Transformation Partner: ส่งเสริม
SMEs และ Startups ให้เติบโตไปอีกขั้นผ่านกลไกตลาดทุน" โดยเป็น platform พัฒนา SMEs และ Startups
ตั้งแต่การเสริมรากฐานความรู้สำหรับผู้ประกอบการการสร้างความแข็งแกร่งผ่านการให้ความรู้เชิงลึกและพัฒนาร
ะบบการทำงานสำคัญ และการเติบโตด้วยกลไกตลาดทุน

"ความร่วมมือกับ สวทช. ในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs และ Startups ที่อยู่ภายใต้ LiVE Platform 
ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ โดย LiVE Platform จะเป็นศูนย์รวมผู้ให้บริการระบบ ERP
(Enterprise Resource Planning) ที่จัดการระบบสำคัญภายในองค์กร เช่น ระบบบัญชี ระบบการเงิน
ระบบบริหารจัดการทรัพยากรทางธุรกิจ อย่างเชื่อมโยงและเป็นระบบ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของ SME Startups
ที่จะวางรากฐานความแข็งแกร่งพร้อมสู่การขยายธุรกิจนอกจากนี้ ผู้ประกอบการภายใต้ LiVE Platform
ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลและผลงานวิจัยของ สวทช. เพื่อต่อยอดธุรกิจหรือสร้างธุรกิจใหม่ด้วย
เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เติบโตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
โดยผู้ประกอบการที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือก สามารถใช้บริการ ERP ได้ตั้งแต่ปี 2564

ผู้ประกอบการ SMEs และ Startups ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
www.live-platforms.com หรือ contact@live-platforms.com
______________________________________________________________________