รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
27 พ.ย. 2562 17:10:00
หัวข้อข่าว
รายงานแนวทางและความคืบหน้ากำดำเนินการแก้ไข กรณีที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย "C"
หลักทรัพย์
AQ
แหล่งข่าว
AQ
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                ที่ ตล. 031/2562
   
27 พฤศจิกายน 2562
 
เรื่อง      รายงานแนวทางและความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไข กรณีที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย "C"
    ของบริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน)

เรียน    กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
 
     ตามที่ บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) ได้จัดประชุมเพื่อให้ข้อมูลกับผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้อง 
(Public Presentation) ในการที่หลักทรัพย์ของบริษัทถูกขึ้นเครื่องหมาย "C"
จากการที่บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่าร้อยละ 50 ของทุนชำระแล้ว สำหรับงบการเงินประจำไตรมาส 3 ปี
2562 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 โดยจัดประชุมเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น. ณ
โรงแรมเอลิคซ์ กรุงเทพ อาคาร B ห้องประชุม ชั้น 2 เลขที่ 31 ซอยศูนย์วิจัย 7 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร บริษัทฯ ขอรายงานสรุปผลการประชุม ดังนี้
    สาเหตุจากที่บริษัทฯมีผลขาดทุนจำนวนมากเนื่องจากการตั้งสำรองภาระหนี้สินจากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอ
าญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ต้องชดให้ให้ธนาคารกรุงไทยมีอยู่จำนวน 3,057.62
ล้านบาทเกิดจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งให้บริษัทร่วมรับผิดชอบค่าเสียหาย
จำนวน 10,004.47 ล้านบาท บริษัทฯ จ่ายชำระไปแล้วจำนวน 1,635.74 ล้านบาท
คงเหลือภาระหนี้สินที่ต้องชดใช้จำนวน 8,368.73 ล้านบาท
แนวทางแก้ไข การขายทอดตลาดที่ดินหลักประกัน จำนวน 4,300 ไร่ 
ซึ่งราคาของที่ดินที่ขายทอดตลาดคณะกรรมการกำหนดราคาขายอยู่ที่ ราคา 8,914.07
ล้านบาทซึ่งสูงกว่าจำนวนเงินที่บริษัทต้องชดใช้ โดยเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561
เป็นนัดแรกในการขายทอดตลาด มีผู้ประมูลที่ดินหลักประกันได้ในราคา 8,914.07
ล้านบาทโดยผู้ประมูลได้วางเงินมัดตามระเบียบที่สำนักงานบังคับคดีจำนวน 448.50 ล้านบาท
ส่วนที่เหลือผู้ประมูลได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลาชำระเงินออกไปเป็นวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562
และในวันที่ 24 มกราคม 2562 ผู้ประมูลซื้อได้ชำระเงินจำนวน 3,819 ล้านบาท
ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ประมูลกลุ่มที่ 1 ในส่วนทรัพย์ที่ประมูลกลุ่มที่ 1และ 2 เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท
โกลเด้นท์ฯ ส่วนที่ดินกลุ่มที่ 3 เป็นกรรมสิทธิ์ของบจก.เคแอนด์วี เอส อาร์ เอส การ์เด้นทโฮม
ซึ่งบจก.โกลเด้นฯ ถือหุ้นร้อยละ 99.97 ได้นำที่ดินมาวางค้ำประกันภาระหนี้ให้กับบจก.โกลเด้นฯ
โดยบจก.เคแอนด์วี เอส อาร์ เอส การ์เด้นโฮม ได้ยื่นเรื่องคำร้องเพิกถอนการขายทรัพย์
โดยอ้างว่าเป็นการขายไม่ชอบด้วยกฎหมายมี 4 คดี โดยดังกล่าวศาลได้ยกคำร้อง ขณะนี้มี 1
คดีที่ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์ โดยอยู่ในขั้นตอนรอผลการอุทธรณ์
ขณะนี้ผู้ประมูลซื้อที่ดินดังกล่าวได้ยื่นเรื่องต่อศาลจะจ่ายส่วนที่เหลือเมื่อคดีเสร็จสิ้นโดยมีจำนวนเงิ
นที่ชำระคงเหลือ 4,646.57 ล้านบาท
ภายหลังการชำระเงินส่วนที่เหลือแล้วเสร็จและธนาคารกรุงไทยได้รับชำระเงินเรียบร้อย
สำรองภาระหนี้สินที่ตั้งไว้จะถูกโอนล้างผลขาดทุนสะสมจึงทำให้ผลขาดทุนคงเหลือ 3,421.45 ล้านบาท
ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นมีจำนวน 6,587.00 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับส่วนของทุนที่จดทะเบียนและเรียกชำระแล้วหักส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นมีจำนวนสุทธิ 9,902.86
ล้านบาท ได้อัตราส่วนร้อยละ 66.52 เกินกว่า 50 % ตามเกณฑ์ ดังนั้นบริษัทฯสามารถที่จะแก้ไขเครื่องหมาย C
ได้
    เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด(มหาชน) (โจทก์) ได้ฟ้องธนาคารกรุงไทย 
จำกัด(มหาชน) (จำเลย) ในคดีแพ่งขอให้ธนาคารกรุงไทยฯเปลี่ยนแปลงงบการเงินไตรมาสแรกปี 2562
โดยให้นำเงินที่ได้รับจากการขายทอดตลาดที่ดินหลักประกันจำนวน 3,898.70 ล้านบาท
ไปบันทึกเป็นค่าความเสียหายในคดีของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
โดยศาลได้นัดกำหนดแนวทางการดำเนินคดีหรือสืบพยานโจทก์ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562
ฝ่ายจำเลยทั้งหมดขออนุญาตขยายคำให้การถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2562 โดยศาลอนุญาต

คณะกรรมการเห็นควรให้รอผลของคดีแพ่งดังกล่าวข้างต้น เมื่อมีความคืบหน้าในคดีดังกล่าวบริษัทฯ 
จะรายงานความคืบหน้าให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนรับทราบผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป
     
จึงเรียนมาเพื่อทราบ                            
 
ขอแสดงความนับถือ


        
(นายสุทัศน์ จันกิ่งทอง)    (นางสาวรัญชนา รัชตะนาวิน)
     กรรมการ                    กรรมการ
______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้