รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
07 ส.ค. 2562 17:33:00
หัวข้อข่าว
นำส่งงบการเงินระหว่างกาลสำหรับงวดสามเดือนและหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 และคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ และแบบรายงานที่เกี่ยวข้องของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
หลักทรัพย์
PTTGC
แหล่งข่าว
PTTGC
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                ที่  16-012/2562
7 สิงหาคม 2562
เรื่อง        นำส่งงบการเงินระหว่างกาลสำหรับงวดสามเดือนและหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 
และคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ และแบบรายงานที่เกี่ยวข้องของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล
จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
เรียน        กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สิ่งที่ส่งมาด้วย    
1.    งบการเงินระหว่างกาลของบริษัท พีทีที โกลบอล  เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") และบริษัทย่อย 
สำหรับงวดสามเดือนและหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562
ที่ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแล้ว จำนวน 1 ฉบับ และฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษจำนวน 1 ฉบับ
2.    แบบรายงานสรุปผลการดำเนินงานของบริษัทฯ (แบบ F45-3)
3.    คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการประจำไตรมาส 2 ปี 2562 ของบริษัทฯ
บริษัทฯ  ขอนำส่งงบการเงินระหว่างกาลสำหรับงวดสามเดือนและหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 
ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ซึ่งผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ได้แก่ บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ
ไชยยศ สอบบัญชี จำกัด ผ่านการสอบทานจากคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ แล้ว
(รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 1 และ 2) พร้อมทั้งจัดทำคำอธิบายและบทวิเคราะห์ผลการดำเนินงานไว้ด้วย
(รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 3)
ผลประกอบการในไตรมาส 2/2562 ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") 
มีรายได้จากการขาย 106,748 ล้านบาท ปรับตัวลดลงร้อยละ 5 จากไตรมาส 1/2562 และร้อยละ 17 จากไตรมาส 2/2561
และมีกำไรจากการดำเนินการหลัก
(ไม่รวมผลกำไรจากสต๊อกน้ำมันและรายการปรับลดมูลค่าทางบัญชีของสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได
้รับ และผลกระทบจากการตั้งประมาณการค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้น) จำนวน 4,388 ล้านบาท
ปรับตัวลดลงร้อยละ 13 จากไตรมาสก่อนหน้า และปรับตัวลดลงร้อยละ 47 จากไตรมาส 2/2561
โดยเป็นผลจากราคาผลิตภัณฑ์ที่มีการปรับตัวลดลง
ตามแนวโน้มราคาน้ำมันที่ปรับลดลงและเป็นผลจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจากผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างป
ระเทศสหรัฐฯ และประเทศจีน ประกอบกับปริมาณการขายที่ลดลงของบริษัทฯ
จากการปิดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงอะโรเมติกส์ หน่วยที่ 1 ในไตรมาสนี้
ซึ่งจากผลกระทบในภาพรวมของเศรษฐกิจดังกล่าว ทำให้ราคาผลิตภัณฑ์ธุรกิจโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง
ส่วนต่างของผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์และส่วนต่างของผลิตภัณฑ์โรงกลั่นปรับตัวลดลง
และเมื่อรวมผลกระทบจากรายการอื่น ๆ อาทิ
รายการปรับลดมูลค่าทางบัญชีของสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ
ผลกระทบจากการตั้งประมาณการค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้น
จากกฎหมายที่มีการปรับเพิ่มจำนวนวันชดเชยหลังเกษียณอายุ โดยเริ่มรับรู้ในเดือนพฤษภาคม 2562 เป็นจำนวน
784 ล้านบาท (สุทธิภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี) ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ที่ 2,202 ล้านบาท
(0.49 บาท/ หุ้น) ลดลงร้อยละ 66 จากไตรมาส 1/2562  และลดลงร้อยละ 80 จากไตรมาส 2/2561
สำหรับไตรมาสนี้แม้ว่าส่วนต่างของผลิตภัณฑ์หลักคือน้ำมันดีเซลมีการปรับตัวลดลงแต่ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันมี
ค่าการกลั่น (GRM) ปรับเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ 3.46 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
แต่เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์พลอยได้ประเภทแนฟทา (Naphtha) และรีฟอร์มเมต (Reformate)
มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงส่งผลให้ GRM ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจอะโรเมติกส์
ส่วนต่างผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ปรับตัวลดลงแม้ว่าจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์ปลายน้ำที่
ยังคงมีอัตรากำลังการผลิตอยู่ในระดับสูง
เนื่องจากตลาดมีความกังวลจากกำลังการผลิตใหม่ที่จะเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลัง
ทำให้ส่วนต่างผลิตภัณฑ์พาราไซลีนและเบนซีนกับคอนเดนเสทปรับตัวลงลงอย่างมาก โดยมี BTX P2F
ปรับลดลงมาเหลือ 75 เหรียญสหรัฐต่อตัน สำหรับธุรกิจโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง
ราคาผลิตภัณฑ์โพลีเอทิลีนยังคงได้รับแรงกดดันจากสงครามการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอน
ในขณะที่ธุรกิจเอทิลีนออกไซด์มีผลกำไรดีขึ้นหลังจากการกลับมาเดินเครื่องเต็มที่จากการปิดซ่อมบำรุงก่อนหน
้า ส่งผลให้ Adjusted EBITDA margin
ของธุรกิจโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องยังอยู่ในระดับคงที่ที่ร้อยละ 18 จากเหตุผลดังกล่าวทำให้
Adjusted EBITDA ของบริษัทฯ ในไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 7,582 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 22 จากไตรมาส 1/2562
และลดลงร้อยละ 52 จากไตรมาส 2/2561 ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่
1,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากไตรมาส 1/2562
สาเหตุหลักเป็นผลจากการปรับตัวดีขึ้นของธุรกิจโพลีโพรพิลีน  ทั้งนี้ในไตรมาสนี้บริษัทฯ
มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 692 ล้านบาทจากการปรับตัวแข็งค่าของค่าเงินบาท
อย่างไรก็ตามจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบดูไบและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ส่งผลให้บริษัทฯ
รับรู้ผลกำไรจากสต๊อกน้ำมันและรายการปรับลดมูลค่าทางบัญชีของสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้
รับ (Stock Gain Net NRV) ขาดทุนรวม 1,402 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 2,202 ล้านบาท
ปรับตัวลดลงร้อยละ 66 จากไตรมาส 1/2562 และร้อยละ 80 จากไตรมาส 2/2561

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
 ขอแสดงความนับถือ


                         (น.ส. ดวงกมล เศรษฐธนัง)
        รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี
______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้