รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
09 พ.ค. 2562 20:55:00
หัวข้อข่าว
คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2562
หลักทรัพย์
CGD
แหล่งข่าว
CGD
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ                     

ชื่อบริษัท                                            : บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
ปี                                                  : 2019
ไตรมาส                                             : Quarter 1
สิ้นสุดวันที่                                           : 31 มี.ค. 2562
หมายเหตุ                                            :
บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ("บริษัท") ขอเรียนชี้แจงเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน
ของบริษัทตามงบการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย สำหรับงวดสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2562 ดังนี้
งบการเงินรวม ("กลุ่มบริษัท")
รายได้
ในไตรมาสที่ 1/2562 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 122.78 ล้านบาท ลดลง 158.24 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ
56.31 จากจำนวน 281.02 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปี 2561 ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากรายได้จากการขาย
อาคารชุด โครงการอิลีเม้นท์ ศรีนครินทร์ลดลงอย่างมากเนื่องจากได้ปิดโครงการไปในปี 2561 
โดยรายได้หลักสำหรับ
ไตรมาสที่ 1/2562 มีดังนี้
? รายได้จากการขายอาคารชุดซึ่งเกิดจากการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดของโครงการอิลีเม้นท์ ศรีนครินทร์ในไตร
มาสที่ 1/2562 มีจำนวน 5.43 ล้านบาท ลดลง 112.88 ล้านบาทหรือลดลงร้อยละ 95.41 จากจำนวน 118.31
ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันของปี 2561 สืบเนื่องจากได้ปิดโครงการไปในปี 2561
? บริษัทย่อยในต่างประเทศมีรายได้ค่าเช่าจากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนซึ่งเกิดจากรายได้ค่าเช่า
อสังหาริมทรัพย์ในเมืองไบรตัน ประเทศอังกฤษ ซึ่งในไตรมาสที่ 1/2562 มีจำนวน 12.25 ล้านบาท
ลดลง 0.74 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 5.64 จากจำนวน 12.99 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันปี
2561
? ในไตรมาสที่ 1/2562 กลุ่มบริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจำนวน 98.79 ล้านบาท
ลดลง 43.57 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 30.61 จากจำนวน 142.36 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันปี
2561 ซึ่งสาเหตุที่สำคัญเกิดจากในระหว่างไตรมาสที่ 1/2561 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาก ในขณะที่ใน
ระหว่างไตรมาสที่ 1/2562 เงินบาทแข็งค่าขึ้นน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561
อย่างไรก็ตามบริษัทย่อยในประเทศมีการกู้ยืมเงินในสกุลดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นตามความคืบหน้าของการ
ก่อสร้างโครงการเจ้าพระยาเอสเตทซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก
Page 2 of 5
ค่าใช้จ่าย
ในไตรมาสที่ 1/2562 กลุ่มบริษัทมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 226.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.01 ล้านบาท 
หรือเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 0.01 จากจำนวน 226.01 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันปี 2561 โดยค่าใช้จ่ายหลักสำหรับไตรมาส
ที่ 1/2562 มีดังนี้
? ในไตรมาสที่ 1/2562 กลุ่มบริษัทมีต้นทุนขายอาคารชุดโครงการอิลีเม้นท์ ศรีนครินทร์รวมทั้งสิ้น 3.81 ลา้
 นบาท
ลดลง 64.05 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 94.39 จากจำนวน 67.86 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันปี
2561 ซึ่งลดลงน้อยกว่าอัตราการลดลงของรายได้จากการขายอาคารชุดโครงการอิลีเม้นท์ ศรีนครินทร์ที่
ลดลงในอัตรา ร้อยละ 95.41 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปี 2561 สืบเนื่องจากมีการจัดโปรโมชั่นลดราคา
ขายห้องชุดที่เหลืออยู่ จึงส่งผลให้อัตรากำไรข้างต้นสำหรับไตรมาสที่ 1/2562 คิดเป็นร้อยละ 29.96
ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2561 ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 42.64
? ในไตรมาสที่ 1/2562 กลุ่มบริษัทมีต้นทุนในการจัดจำหน่าย รวมทั้งสิ้น 28.09 ล้านบาท ลดลง 3.93 ล้านบาท
หรือลดลงร้อยละ 12.26 จากจำนวน 32.02 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันปี 2561 ซึ่งสาเหตุหลักเกิด
จากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมทางการตลาด และค่าส่งเสริมการขายของโครงการ อิลีเม้นท์
ศรีนครินทร์ เนื่องจากได้ปิดโครงการไปในปี 2561
? ในไตรมาสที่ 1/2562 กลุ่มบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการบริหาร รวมทั้งสิ้น 83.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.83 
ลา้ นบาท
หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 117.26 จากจำนวน 38.24 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันปี 2561 สาเหตุหลักเกิด
จากการขยายกิจการอย่างต่อเนื่องของกลุ่มบริษัท โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารประกอบด้วยค่าใช้จ่าย
เกี่ยวกับพนักงาน ค่าที่ปรึกษา ค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่นๆ
? ในไตรมาสที่ 1/2562 กลุ่มบริษัทมีต้นทุนทางการเงินรวมทั้งสิ้น 101.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.09 ล้านบาท
หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.62 จากจำนวน 77.97 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันปี 2561 โดยต้นทุนทางการเงิน
ในไตรมาสที่ 1/2562 เกิดจากการออกตั๋วแลกเงิน การออกหุ้นกู้ระยะยาว และการกู้ยืมเงินระยะยาว เพื่อใช้
เป็นเงินทุนหมุนเวียน และใช้เพื่อขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัท
ทั้งนี้ส่งผลให้ในไตรมาสที่ 1/2562 กลุ่มบริษัทมีขาดทุนก่อนภาษีเงินได้ทั้งสิ้น 103.24 ล้านบาท 
ขาดทุนเพิ่มขึ้น 158.25
ล้านบาท หรือขาดทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 287.67 จากกำไรก่อนภาษีเงินได้จำนวน 55.01 ล้านบาท 
ของไตรมาสเดียวกันปี 2561
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้
ในไตรมาสที่ 1/2562 กลุ่มบริษัทมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จำนวน 4.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.27 ล้านบาท 
หรือเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 4,593.72 จากรายได้ภาษีเงินได้จำนวน 0.09 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันปี 2561 เนื่องจากการบันทึก
หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีของต้นทุนในการได้มาซึ่งสัญญาที่ทำกับลูกค้า 
ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการรายงาน
ทางการฉบับฉบับที่ 15 เรื่อง รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกหนี้ 
ซึ่งมีผลบังคับใช้สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือ
หลังวันที่ 1 มกราคม 2562 
ทั้งนี้กลุ่มบริษัทรับรู้ผลกระทบสะสมของการนำมาตรฐานฉบับนี้มาใช้ครั้งแรกโดยการ
ปรับปรุงกำไรสะสม ณ วันที่ 1 มกราคม 2562 โดยมาตรฐานการรายงานทางการเงินดังกล่าวกำหนดให้กลุ่มบริษัท
บันทึกต้นทุนในการได้มาซึ่งสัญญาที่ทำกับลูกค้าเป็นสินทรัพย์และตัดเป็นค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบและสอดคล้
องกับ
รูปแบบการรับรู้รายได้ตามสัญญา
Page 3 of 5
ขาดทุนสุทธิสำหรับงวด
จากผลประกอบการที่ได้กล่าวไปข้างต้นส่งผลให้ในไตรมาสที่ 1/2562 
กลุ่มบริษัทมีขาดทุนสุทธิสำหรับงวดทั้งสิ้น
107.42 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 162.53 ล้านบาท หรือขาดทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 294.94 จากกำไรสุทธิจำนวน 
55.11
ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันของปี 2561 ซึ่งในไตรมาสที่ 1/2562 
ขาดทุนสุทธิของกลุ่มบริษัทสำหรับงวดทั้งสิ้น
107.42 ล้านบาท แบ่งเป็น ขาดทุนส่วนของบริษัทใหญ่จำนวน 108.32 ล้านบาท 
และกำไรส่วนที่เป็นของส่วนได้เสียที่
ไม่มีอำนาจควบคุมจำนวน 0.90 ล้านบาท โดยขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นจำนวน 132.37 
ล้านบาท
หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 550.30 จากขาดทุนสุทธิของส่วนของบริษัทใหญ่จำนวน 24.05 ล้านบาทของไตรมาสเดียวกันปี 
2561
งบการเงินเฉพาะกิจการ ("บริษัท")
รายได้
ในไตรมาสที่ 1/2562 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 40.53 ล้านบาท ลดลง 117.75 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 74.40
จากจำนวน 158.28 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปี 2561 ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของรายได้จากการ
ขายอาคารชุดโครงการอิลีเม้นท์ ศรีนครินทร์ เนื่องจากได้ปิดโครงการตั้งแต่ปี 2561 
อย่างไรก็ตามในไตรมาสที่
1/2562 บริษัทมีกำไรจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนชั่วคราวเพิ่มขึ้น 1.11 ล้านบาท และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 
1.15 ล้านบาท
เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันปี 2561 โดยรายได้หลักสำหรับไตรมาสที่ 1/2562 มีดังนี้
? รายได้จากการขายอาคารชุดซึ่งเกิดจากการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดของโครงการอิลีเม้นท์ ศรีนครินทร์ ใน
ไตรมาสที่ 1/2562 มีจำนวน 5.43 ล้านบาท ลดลง 112.88 ล้านบาทหรือลดลงร้อยละ 95.41 จาก
จำนวน 118.31 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันของปี 2561 สืบเนื่องจากโครงการอิลีเม้นท์ ศรีนครินทร์
ปิดโครงการไปในปี 2561
? รายได้ดอกเบี้ย ในไตรมาสที่ 1/2562 มีจำนวน 19.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.64 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 3.44 จากจำนวน 18.77 ล้านบาทของไตรมาสเดียวกันปี 2561
? ในไตรมาสที่ 1/2562 บริษัทมีรายได้อื่นจำนวน 14.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.15 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 8.56 จากจำนวน 13.42 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันปี 2561 ซึ่งสาเหตุที่สำคัญเกิดจากการ
เพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการจากบริษัทย่อยซึ่งเพิ่มขึ้นตามปริมาณธุรกรรมของบริษัทย่อยที่เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่าย
ในไตรมาสที่ 1/2562 บริษัทมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 136.81 ล้านบาท ลดลง 59.49 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ
30.30 จากจำนวน 196.30 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันปี 2561 สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของต้นทุนขาย
อาคารชุดและการลดลงของต้นทุนในการจัดจำหน่าย ซึ่งสอดคล้องกับรายได้จากการขายอาคารชุดที่ลดลง
Page 4 of 5
? ในไตรมาสที่ 1/2562 บริษัทมีต้นทุนขายอาคารชุดโครงการอิลีเม้นท์ ศรีนครินทร์รวมทั้งสิ้น 3.81 ล้านบาท
ลดลง 64.05 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 94.39 จากจำนวน 67.86 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันปี
2561 ซึ่งลดลงน้อยกว่าอัตราการลดลงของรายได้จากการขายอาคารชุดโครงการอิลีเม้นท์ ศรีนครินทร์ที่
ลดลงใน อัตราร้อยละ 95.41 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปี 2561 สืบเนื่องจากมีการจัดโปรโมชั่นลด
ราคาขายห้องชุดที่เหลืออยู่ จึงส่งผลให้อัตรากำไรข้างต้นสำหรับไตรมาสที่ 1/2562 คิดเป็นร้อยละ 29.96
ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2561 ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 42.64
? ในไตรมาสที่ 1/2562 บริษัทมีต้นทุนในการจัดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 1.40 ล้านบาท ลดลง 9.17 ล้านบาท
หรือลดลงร้อยละ 86.77 จากจำนวน 10.57 ล้านบาทของไตรมาสเดียวกันปี 2561 ซึ่งสาเหตุหลักเกิด
จากการลดลงของค่าส่งเสริมการขายของโครงการ อิลีเม้นท์ ศรีนครินทร์ ซึ่งสอดคล้องกับการลดลงของ
รายได้จากการขายอาคารชุด
? ในไตรมาสที่ 1/2562 บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมทั้งสิ้น 35.50 ล้านบาท ลดลงจำนวน 0.45 ล้านบาท
หรือลดลงร้อยละ 1.25 จากจำนวน 35.95 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันปี 2561 โดยค่าใช้จ่ายใน
การบริหาร ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าที่ปรึกษา ค่าใช่จ่ายสาธารณูปโภค ค่าเสื่อมราคา และ
ค่าใช้จ่าย เบ็ดเตล็ดอื่นๆ
? ในไตรมาสที่ 1/2562 บริษัทมีค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารรวมทั้งสิ้น 9.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
จำนวน 0.08 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.89 จากจำนวน 9.18 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันปี
2561 โดยสอดคล้องกับการขยายการดำเนินงานของบริษัท
? ในไตรมาสที่ 1/2562 บริษัทมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นทั้งจำนวน 6.59 ลา้ 
นบาท
เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันปี 2561 โดยสาเหตุหลักเกิดจากบริษัทมีหนี้สินทางการเงินที่เป็น
เงินตราต่างประเทศมากกว่าสินทรัพย์ทางการเงินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ประกอบกับในระหว่างไตรมาสที่
1/2562 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับ ณ สิ้นปี 2561
? ในไตรมาสที่ 1/2562 บริษัทมีต้นทุนทางการเงินรวมทั้งสิ้น 80.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.52 ล้านบาท
หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.34 จากจำนวน 72.74 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันปี 2561 โดยต้นทุนทาง
การเงินใน ไตรมาสที่ 1/2562 เกิดจากการออกตั๋วแลกเงิน การออกหุ้นกู้ระยะยาว 
เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
และใช้เพื่อขยายธุรกิจของบริษัท
ทั้งนี้ส่งผลให้ในไตรมาสที่ 1/2562 บริษัทมีขาดทุนก่อนภาษีเงินได้ทั้งสิ้น 96.29 ล้านบาท 
ขาดทุนเพิ่มขึ้น 58.28 ล้านบาท
หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 153.30 จากขาดทุนก่อนภาษีจำนวน 38.01 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันปี 2561
รายได้ภาษีเงินได้
ในไตรมาสที่ 1/2562 บริษัทมีรายได้ภาษีเงินได้ทั้งสิ้น 0.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.02 ล้านบาท 
หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ
14.66 จากรายได้ภาษีเงินได้จำนวน 0.09 ล้านบาท ของไตรมาสเดียวกันปี 2561
Page 5 of 5
ขาดทุนสุทธิสำหรับงวด
จากผลประกอบการที่ได้กล่าวไปข้างต้นส่งผลให้ในไตรมาสที่ 1/2562 บริษัทมีขาดทุนสุทธิสำหรับงวดทั้งสิ้น 
96.18 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 58.26 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 153.64 จากขาดทุนสุทธิจำนวน 37.92 
ล้านบาทของไตรมาสเดียวกันของปี
2561
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้