รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
25 เม.ย. 2562 17:04:00
หัวข้อข่าว
ชี้แจงข่าวหรือข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม-เอกสารแนบ1
หลักทรัพย์
AQ
แหล่งข่าว
AQ
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข่าวหรือข้อมูล                 


เรื่อง                                               : ชี้แจงข่าวหรือข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม
รายละเอียด                                          :
ข้อมูลพื้นฐาน
Planet Energy Holdings Pte. Ltd. ("PEH")
วันที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท    :    11 เมษายน 2557
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่    :    1 Raffles Places,#28-02 One Raffles Place, Singapore 048616
สัญชาติ    :    สิงคโปร์
ทุนจดทะเบียน    :    113.997 เหรียญสหรัฐ
ทุนชำระแล้ว    :    113.997 เหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 50,000 หุ้น
การประกอบธุรกิจ    :    PEH ดำเนินธุรกิจในการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยเป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ
18.00 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดใน Green Earth Power (Thailand) Co., Ltd ("GEP") ซึ่งปัจจุบัน
GEP ประกอบธุรกิจออกแบบและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับระบบวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐานและธุรกิจพลังงานทดแทน
ผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อจำหน่ายให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน


คณะกรรมการของ PEH

ลำดับ    รายชื่อกรรมการ    สัญชาติ    ตำแหน่ง
1    TAN LIAN KIOW CHAI BAK HUA    สิงคโปร์    กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
2    AUNG THITA (นาย ออง ทีฮา)    พม่า    กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
3    นายศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์     ไทย    กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ PEH

ลำดับ    รายชื่อผู้ถือหุ้น    สัญชาติ    จำนวนหุ้น    สัดส่วน
1    AVA ASIA LTD    หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน    50,000    100




โครงสร้างกลุ่มบริษัท
 
    จากโครงสร้างกลุ่มบริษัท Noble Planet Pte. Ltd. ("NBP") เป็นบริษัทสัญชาติสิงคโปร์ ที่มีลักษณะเป็น 
Holding Company โดยมี Wealthy Capital (BVI) เป็นผู้ถือหุ้นหลักเพียงรายเดียวจำนวน 50,000 หุ้น
และมีทุนจดทะเบียน 61.67 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีคณะกรรมการบริษัทเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกับ PEH ทั้งนี้ NBP
เป็นบริษัทที่ถือหุ้นสามัญของ GEP ในลำดับเดียวกับ PEH และมีสัดส่วนการถือหุ้นใน GEP ที่ร้อยละ 20.00
ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด

การวิเคราะห์บริษัทย่อย ของ PEH
    เนื่องจาก PEH ดำเนินธุรกิจในลักษณะ Holding Company จึงได้ทำการวิเคราะห์บริษัทย่อย ได้แก่ GEP 
ทั้งนี้ปัจจุบัน GEP ดำเนินธุรกิจในการถือหุ้นในบริษัทอื่น และไม่มีการประกอบธุรกิจเป็นของตนเอง
(Holding Company) โดยถือหุ้นใน GEPM ที่สัดส่วนร้อยละ 100 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด
ซึ่งเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้ GEP โดยมีรายละเอียด ดังนี้


Green Earth Power (Thailand) Co., Ltd ("GEP")
วันที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท    :    30 เมษายน 2528
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่    :    33/4 อาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 36 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง 
กรุงเทพมหานคร
ทุนจดทะเบียน    :    155.76 ล้านบาท
ทั้งนี้ แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,557,558 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท
ทุนชำระแล้ว    :    150.51 ล้านบาท
การประกอบธุรกิจ    :    GEP ดำเนินธุรกิจในการถือหุ้นในบริษัทอื่น และไม่มีการประกอบธุรกิจเป็นของตนเอง 
(Holding Company) โดยเป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 100 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ GEP (Myanmar)
Company Limited ("GEPM")

GEP (Myanmar) Co., Ltd ("GEPM")
วันที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท    :    16 กมภาพันธ์ 2559
สัญชาติ    :    เมียนมาร์
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่    :    Suite 213, 2nd Floor, Pearl Condo, Kabar Aye Pagoda Road, Bahan Township, 
Yangon, Myanmar
ทุนจดทะเบียน    :    500 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 500 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 เหรียญสหรัฐ
ทุนชำระแล้ว    :    6.65 ล้านเหรียญสหรัฐ

การประกอบธุรกิจ    :    GEPM เป็นบริษัทย่อยของ GEP ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเมียนมาร์ ซึ่งปัจจุบัน GEPM 
ประกอบธุรกิจ ดังนี้
1.    ประกอบกิจการเกี่ยวข้องกับเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า และอุปกรณ์ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด 
และพลังงานทดแทนต่าง ๆ เช่น แสงอาทิตย์และลม รวมทั้งให้คำปรึกษา ติดตั้ง ตรวจสอบ ซ่อมแซม บำรุงรักษา
และให้บริการที่เกี่ยวข้อง
2.    ประกอบกิจการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ทั้งนี้ GEPM (บริษัทย่อยของ GEP) 
อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินในพื้นดินที่เมืองมินบู
เขตปกครองมาเกว ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ("โครงการโรงไฟฟ้ามินบู" หรือ "โครงการ")
ซึ่งกำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้ารวม 220 เมกะวัตต์(กระแสไฟฟ้าตรง) เพื่อผลิตไฟฟ้า 170 เมกะวัตต์
(กระแสไฟฟ้าสลับ)
อย่างไรก็ตาม GEPM 
ได้เข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับหน่วยงานภาครัฐของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ที่กำกับดูแลด้านการผลิตและจ
ำหน่ายกระแสไฟฟ้า ได้แก่ Electric Power Generation Enterprise ("EPGE") แล้วเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2559
และโครงการ ทุกเฟส ยังได้รับ MIC Permit ลงวันที่ 12 เมษายน 2560 แล้ว โดยได้รับสัญญารูปแบบ BOT
(Built- Operate-Transfer) ที่มีอายุ 30
ปีนับตั้งแต่วันที่เริ่มเปิดดำเนินการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์(COD) ของเฟส 1 และมีอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่
0.1275 เหรียญสหรัฐต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง
    ทั้งนี้ GEPM คาดว่าเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จครบทั้งหมดแล้ว 
จะสามารถรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าเต็มปีประมาณ 40.77 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีกำไรสุทธิเฉลี่ย 16.38
ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปัจจุบันโครงการระยะที่ 1 ได้เริ่มก่อสร้างไปแล้ว
ซึ่งมีความก้าวหน้าของงานที่ประมาณร้อยละ 70 ของโครงการระยะที่ 1 โดยคาดว่าโครงการระยะที่ 1
จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในวันที่ 30 เมษายน 2562 และ GEP Myanmar
จะได้รับกระแสเงินสดจากการขายไฟฟ้าในทันที

การประเมินมูลค่าหุ้นของ GEP
    การประเมินมูลค่าหุ้น GEP ได้มีการวิเคราะห์ โดยอ้างอิงจากการรายงานการประเมินมูลค่ายุติธรรมของ GEP 
ซึ่งจัดทำโดยที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ณ กุมภาพันธ์ 2562
    ตามที่ที่ปรึกษาทางการเงินได้ทำการประเมินมูลค่าของ GEP ด้วยวิธีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของกระแสเงินสด 
(Discounted Cash Flow Approach)
ซึ่งเป็นการคำนวณหามูลค่าปัจจุบันของประมาณการกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานด้วยอัตราส่วนลดที่เหมาะสม
โดยคำนึงถึงการดำเนินงานของ GEP ในอนาคตโดยอ้างอิงตามสมมติฐานที่ที่ปรึกษาทางการเงินจัดทำ
มูลค่ายุติธรรมของ GEP หลังหักกระแสเงินสดส่วนที่ META
ได้จากการที่ไม่ต้องรับผิดชอบลงเงินทุนเพิ่มสำหรับการลงทุนของ GEP อีก ตามสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น
มีมูลค่าเท่ากับ 3,444.71 ล้านบาท ทั้งนี้ NBP และ PEH มีสัดส่วนการถือหุ้นใน GEP เท่ากับร้อยละ 38.00
ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด  มูลค่าหุ้นสามัญจึงเท่ากับ 1,308.99 ล้านบาท
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEH
ปัจจุบัน นายศุภศิษฎ์ โภคินจารุรัศมิ์ และนายออง  ทีฮา เป็นผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้าย 
(Ultimate Shareholder) ทั้งทางตรงและทางอ้อมสัดส่วนที่เท่ากันที่ร้อยละ 50.00
ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของ Wealthy Capital Consulting Ltd. และ AVA Asia Ltd.
ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นทั้งหมดของ NBP และ PEH ตามลำดับ ทั้งนี้ NBP และ PEH ถือหุ้นใน GEP
ในสัดส่วนร้อยละ 38.00 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ในไตรมาส 2 ปี 2558 Meta Corporation Pcl. ("META") (ชื่อเดิมคือ Vintage Engineering Pcl 
ได้เข้าลงทุนในหุ้นสามัญของ GEP ในสัดส่วนร้อยละ 12.00 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ GEP โดย META
ได้ออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 85,637,713 หุ้น เพื่อชำระการเข้าลงทุนดังกล่าวให้กับผู้ถือหุ้นของ PEH
ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 PEH มีสัดส่วนการถือหุ้นใน META คิดเป็นร้อยละ 6.72
ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2560 PEH และ NBP ได้ขายหุ้นสามัญของ GEP ให้แก่ QTCGP และ ECF-Power ในสัดส่วนร้อยละ
15 และ 20 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ GEP ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561
QTCGP ได้ใช้สิทธิจำหน่ายหุ้นสามัญคืนให้กับทางผู้ขายทั้งจำนวน ที่ร้อยละ 15.00
ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ GEP ต่อมาในช่วงไตรมาส 2 ปี 2561 PEH ได้ขายหุ้นสามัญของ GEP ให้แก่
Scan Inter Pcl. ("SCN") ในสัดส่วนร้อยละ 30 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ GEP
ทำให้ภายหลังจากการขายหุ้นสามัญของ GEP ดังกล่าว PEH และ NBP มีสัดส่วนการถือหุ้นใน GEP
รวมกันที่สัดส่วนร้อยละ 38.00 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ดังนั้น ทรัพย์สินของ นายศุภศิษฎ์ โภคินจารุรัศมิ์ และนายออง ทีฮา ที่ถือรวมกัน สามารถสรุปได้ดังนี้
ลำดับ    รายการ    มูลค่า (ล้านบาท)
1    มูลค่าหุ้นสามัญของ META ที่สัดส่วนร้อยละ 6.72    175.36
2    มูลค่าหุ้นสามัญของ GEP ที่สัดส่วนร้อยละ 38.00    1,308.99
รวมทั้งสิ้น      1,484.35
นอกจากนั้น ผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEH ยังมีเงินสดจากการขายหุ้นสามัญของ GEP 
ให้แก่ ECF-Power และ SCN เท่ากับ 310.05 และ 298.66 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าเงินสดรวมทั้งสิ้น 608.71
ล้านบาท  ซึ่งนำกลับไปลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ GEP
ความเห็นของฝ่ายวิเคราะห์
สำหรับการประเมินทรัพย์สินของผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEH ซึ่งประกอบด้วย 
มูลค่าหุ้นสามัญของ META มูลค่าหุ้นสามัญของ GEP และเงินสดที่ได้รับจากการขายหุ้นสามัญของ GEP ให้แก่
ECF-Power และ SCN
ในส่วนของการประเมินมูลค่าหุ้นสามัญของ META ได้มีการวิเคราะห์ โดยอิงจาก มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ณ
18 กุมภาพันธ์ 2562 และสัดส่วนที่ PEH ถือครอง ที่ร้อยละ 6.72 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ META
ดังนั้นมูลค่าหุ้นสามัญของ META ที่ผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEH
ถือครองอยู่ที่ร้อยละ 6.72 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดจะมีมูลค่าเท่ากับ 175.36 ล้านบาท
และในส่วนของการประเมินมูลค่าหุ้นสามัญของ GEP ได้มีการวิเคราะห์ 
โดยอ้างอิงจากการรายงานการประเมินมูลค่ายุติธรรมของ GEP ซึ่งจัดทำโดย ที่ปรึกษาทางการเงิน
ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ณ กุมภาพันธ์ 2562
ซึ่งประเมินด้วยความระมัดระวังตามสมมติฐานที่สมเหตุสมผล และได้ใช้วิธีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของกระแสเงินสด
ทางฝ่ายวิเคราะห์มองว่ามีความเหมาะสม ดังนั้นมูลค่าหุ้นสามัญของ GEP
ที่ผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEH ถือครองที่ร้อยละ 38.00
ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดจะมีมูลค่าเท่ากับ 1,308.99 ล้านบาท
    นอกจากนี้ ผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEH ยังมีรับเงินสดที่ได้จากการขายหุ้นสามัญของ 
GEP ให้แก่ ECF-Power และ SCN เท่ากับ 608.71 ล้านบาท
ซึ่งนำกลับไปลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ GEP ดังนั้น
ผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEH มีมูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งสิ้นเท่ากับ 2,093.06 ล้านบาท
จึงสามารถสรุปได้ว่า มูลค่าของทรัพย์สินของผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEH
ถือครองอยู่นั้นมีมูลค่าที่สูงกว่าและเพียงพอในการชำระตราสารหนี้ระยะสั้น หรือตั๋วแลกเงิน (BE)
ที่ออกโดย PEH ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 1,066.89 ล้านบาท  ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1.96
เท่าของมูลค่าตราสารหนี้ระยะสั้น หรือตั๋วแลกเงิน (BE) ทั้งนี้เนื่องจาก PEH
มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของบริษัทบ่อยครั้ง ฝ่ายวิเคราะห์จึงมองว่า
ผู้ลงทุนในในตราสารหนี้ระยะสั้นดังกล่าวอาจพิจารณาทยอยเรียกชำระคืนบางส่วน


                         ลงลายมือชื่อ ___________________________
                                    ( นายสุทัศน์ จันกิ่งทอง     นางสาวรัญชนา รัชตะนาวิน )
                                    กรรมการ    กรรมการ
                         ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้