รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
25 เม.ย. 2562 17:03:00
หัวข้อข่าว
ชี้แจงข่าวหรือข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม
หลักทรัพย์
AQ
แหล่งข่าว
AQ
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข่าวหรือข้อมูล                 


เรื่อง                                               : ชี้แจงข่าวหรือข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม
รายละเอียด                                          :
ที่ ตล.011/2562
                                   25 เมษายน 2562

เรื่อง  ชี้แจงข้อมูลตามหนังสือเลขที่ บจ. 120/2562 ลงวันที่ 4 เมษายน 2562
เรียน  กรรมการและผู้จัดการ
        ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อ้างถึง จดหมายที่ บจ.120/2562 ลงวันที่ 4 เมษายน 2562
                 ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ได้มีจดหมายเลขที่ บจ.120/2562 ลงวันที่ 4 เมษายน 2562  
ได้ขอให้บริษัทฯ ชี้แจงข้อมูลงบการเงินประจำปี 2561 ที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
โดยผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไข
โดยเฉพาะประเด็นความเพียงพอของการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของเงินลงทุนในตั๋วแลกเงิน(B/E)
และเงินให้กู้ยืม1,067 ล้านบาทและ 447 ล้านบาท
และการประเมินมูลค่ายุติธรรมของสิทธิการเข่าที่ดินเกาะล้าน ชลบุรี
รวมทั้งปรากฏรายการที่สำคัญคือรายการเงินลงทุนระยะยาวอื่น 900 ล้านบาท
โดยมีลายละเอียดการสอบถามของตลาดหลักทรัพย์มีดังนี้
1.    ความเพียงพอของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเงินลงทุนใน B/E และเงินให้กู้ยืม
ตามที่บริษัทได้เพิ่มทุนให้กับบุคคลในวงจำกัดจำนวน 3,632 ล้านบาท 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้แ
ก่ธนาคารกรุงไทย แต่จากกาชำระค่าเสียหายดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของการขายทอดตลาดที่ดิน
บริษัทนำเงินส่วนหนึ่งป ระมาณ 1,600 ล้านบาทไปลงทุนใน B/Eของบริษัท เพลนเน็ตเอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้งส์
พีทีอี จำกัด (เพลนเน็ต) และให้เงินกู้ยืมระยะสั้นแก่บริษัท กรุงไทย แลนด์ ดีวีลอปเมนท์ จำกัด
(กรุงไทยแลนด์)
โดยคณะกรรมการบริษัทได้ให้นโยบายในการป้องกันความเสี่ยงทั้งการติดตามสถานะการดำเนินงานของบริษัทที่ลงทุน
และให้กู้ยืมระยะสั้นอย่างใกล้ชิด
รวมทั้งให้หาแนวทางในการเจรจาขอหลักประกันและ/หรือการค้ำประกันเพิ่มเติม รายละเอียดตามหนังสือที่อ้างถึง
 2 สรุปมูลค่าคงค้างได้ดังนี้
รายการ    วันที่เริ่มทำรายการ    มูลค่าคงค้าง(ล้านบาท)    วันครบกำหนด
        ณ.วันที่ 31 ธค.61    ณ.วันที่ 28 กพ.62    
เงินลงทุนใน B/E ของเพลนเน็ต    วันที่ 30 พ.ย.60    1,067    1,067    วันที่ 30 มิ.ย.62
เงินให้กู้ระยะสั้นแก่กรุงไทยแลนด์    วันที่ 17 กค.60 1/    447    4122/    วันที่ 30 เม.ย.62
รวม        1,514    1,479    
1/ เริ่มลงทุนในรูปแบบ B/E เปลี่ยนเป็นเงินให้กู้ยืมเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.61 2/ ได้รับชำระหนี้แล้ว 35 
ล้านบาท
    อย่างไรก็ตาม จากรายงานของผู้สอบบัญชีระบุว่ารายการดังกล่าวเปลี่ยนแปลงวันครบกำหนดเรื่อยมา 
โดยที่บริษัทยังไม่ได้รับงบการเงินปี 2560 และ ปี 2561 ของเพลนเน็ต สำหรับกรุงไทยแลน์ได้รับงบการเงินปี
2560 ซึ่งมีส่วนของผู้ถือหุ้น 218 ล้านบาท แต่ปรากฏข้อมูลว่ากรุงไทยแลนด์มีการหยุดการก่อสร้างชั่วคราว
เนื่องจากมีการปรับแบบและทรัพย์สินของโครงการดังกล่าวติดภาระค้ำประกันเงินกู้
    ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
1.1.    ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและความเพียงพอและเหมาะสมของการไม่ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญรายการดัง
กล่าว
โดยที่บริษัทยังไม่มีข้อมูลฐานะทางการเงินที่เป็นปัจจุบันของเพลนเน็ตและการหยุดก่อสร้างโครงการชั่วคราวข
องกรุงไทยแลนด์
ตอบ    คณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาจากข้อมูลดังต่อไปนี้
1.1.1.    เพลนเน็ต ได้ประเมินทรัพย์สินของผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ เพลนเน็ต (PEH) 
ซึ่งประกอบด้วย มูลค่าหุ้นสามัญของบมจ.เมตะ คอร์ปอเรชั่น (META) มูลค่าหุ้นสามัญของ  Green Earth Power
(Thailand) (GEP) และเงินสดที่ได้รับจากการขายหุ้นสามัญของ GEP ให้แก่ ECF - Power  และ บมจ.สแกน
อินเตอร์(SCN)
การประเมินมูลค่าหุ้นสามัญของ META ได้มีการวิเคราะห์โดยอ้างอิงจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ณ วันที่
18 กุมภาพันธ์ 2562 และสัดส่วนที่ PEH ถือครองหุ้นร้อยละ 6.72 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ META
ดังนั้นมูลค่าหุ้นสามัญของ META ที่ผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEH ถือครองหุ้นร้อยละ
6.72 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดจะมีมูลค่า 175.36 ล้านบาท
การประเมินมูลค่าหุ้นสามัญของ GEP ได้มีการวิเคราะห์โดยอ้างอิงจากการรายงานการประเมินมูลค่ายุติธรรมของ 
GEP ซึ่งจัดทำโดยที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ณ
เดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งประเมินด้วยความระมัดระวังตามสมมุติฐานที่สมเหตุสมผล
และได้ใช้วิธีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของกระแสเงินสด
ทางฝ่ายวิเคราะห์มองว่ามีความเหมาะสมดังนั้นมูลค่าหุ้นสามัญของGEP
ที่ผู้มีอำนาจควบคุมและถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEH ถือครองหุ้นที่ร้อยละ 38
ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดมีมูลค่า1,308.99 ล้านบาท
นอกจากนี้ผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEH ได้รับเงินสดจากการขายหุ้นสามัญของ GEP ให้แก่
ECF - Power และ SCN จำนวน 608.71 ล้านบาท
ซึ่งนำกลับไปลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ GEP
ดังนั้นผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEH
ถือครองหุ้นอยู่นั้นมีมูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งสิ้นจำนวน 2,093.06 ล้านบาท
จึงสรุปได้ว่ามูลค่าของทรัพย์สินของผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEH
ถือครองอยู่นั้นมีมูลค่าที่สูงกว่าและเพียงพอในการชำระตราสารระยะสั้น หรือ ตั๋วแลกเงิน(BE) ที่ออกโดย
PEH ซึ่งมีมูลค่า จำนวน 1,067 ล้านบาท  ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1.96
เท่าของมูลค่าตราสารหนี้ระยะสั้นหรือตั๋วแลกเงิน(BE)  ทั้งนี้เนื่องจาก PEH
มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของบริษัทบ่อยครั้ง ฝ่ายวิเคราะห์จึงมองว่า
ผู้ลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้นดังกล่าวอาจพิจารณาทยอยเรียกชำระคืนบางส่วน    
1.1.2.    กรุงไทยแลนด์
ด้วยสถานะปัจจุบันของกรุงไทยแลนด์ มูลค่าสินทรัพย์รวมทั้งหมดทางบัญชีมีมูลค่าเท่ากับ 1,265.59 ล้านบาท 
ซึ่งหากทำการปรับปรุงมูลค่าทางบัญชีตามรายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินซึ่งจัดทำโดย บริษัท
กรุงสยามประเมินค่าทรัพย์สิน จำกัด ประเมินเมื่อวันที่  2 พฤศจิกายน 2560
โดยทำการประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียม ชื่อ "เดอะพอร์ทเทรท พระราม 4"
ซึ่งเป็นโครงการของกรุงไทยแลนด์ มีสินทรัพย์หลังการปรับปรุงทางบัญชีรวมทั้งสิ้นมีมูลค่า 1,434.84
ล้านบาท เมื่อนำมาหักกลบกับหนี้สินรวมของกรุงไทยแลนด์ มูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,047.74 ล้านบาท
มูลค่าของส่วนของผู้ถือหุ้นหลังการปรับปรุงทางบัญชีมีมูลค่า 387.11 ล้านบาท
ทั้งนี้กลุ่มผู้ถือหุ้นของกรุงไทยแลนด์ จำนวน 4 ท่าน 
เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงทางการเมืองและแวดวงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ผู้ถือหุ้นของกรุงไทยแลนด์ดังกล่าวมีการถือครองหุ้นสามัญในสัดส่วนต่าง ๆ ของบริษัทอื่น ๆ จำนวน 4 บริษัท
 ได้แก่
1)    บริษัท ทริปเปิล พี แอสเซท จำกัด
2)    บริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน)
3)    บริษัท กรุงไทยแทรคเตอร์ จำกัด
4)    บริษัท รียูซิท์ (ประเทศไทย) จำกัด
เมื่อพิจารณาตามสัดส่วนของการถือหุ้นในบริษัท 4 แห่งดังกล่าว กลุ่มผู้ถือหุ้นของกรุงไทยแลนด์ 
ถือครองมูลค่าสินทรัพย์ในบริษัทอื่น ๆ เท่ากับ 1,481.01 ล้านบาท และมูลค่าทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว
มีจำนวน 517.14 ล้านบาท
ทั้งนี้ ด้วยมูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นของกรุงไทยแลนด์ มีจำนวน 387.11 ล้านบาท 
รวมถึงความมีชื่อเสียงและมูลค่าทรัพย์สินในบริษัทอื่น ๆ จำนวน 4
บริษัทที่กลุ่มของผู้ถือหุ้นของกรุงไทยแลนด์ถือครองอยู่มีมูลค่าจำนวน 1,481.01 ล้านบาท
แสดงให้เห็นว่ากรุงไทยแลนด์มีกลุ่มมีกลุ่มผู้ถือหุ้นที่มีศักยภาพที่จะชำระคืนเงินกู้ตามสัญญาจำนวน 412
ล้านบาท ด้วยการจำหน่ายสินทรัพย์ของกรุงไทยแลนด์และบริษัทอื่น ๆ ดังกล่าวข้างต้น
ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงกว่ามูลค่าของสัญญาเงินกู้เมื่อมีการทวงถามและให้ชำระคืนให้กับบริษัทฯ(เอกสารแนบ 2)
1.2.    ความคืบหน้าเพื่อให้ได้ข้อมูลฐานะการเงินที่เป็นปัจจุบันของเพลนเน็ต 
การดำเนินการเพื่อพิจารณาตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญให้ครบถ้วน
พร้อมอธิบายผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท
ตอบ  จากข้อมูลของฝ่ายจัดการที่วิเคราะห์เกี่ยวกับเพลนเน็ต และกรุงไทยแลนด์ 
คณะกรรมการยังมีความเชื่อมั่นว่าทั้ง 2 บริษัทมีความสามารถที่จะชำระหนี้คืนตามที่ บริษัทฯ เรียกคืนได้
ตามเอกสารการวิเคราะห์(เอกสารแนบ 1)  ส่วนกรุงไทยแลนด์จะชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยภายในเดือนเมษายน
2562 ในด้านผลกระทบต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทในกรณีที่เพลนเน็ต
และกรุงไทยแลนด์ไม่สามารถชำระได้จะมีผลกระทบดังนี้
ส่วนของผู้ถือหุ้น    ณ 31 ธันวาคม 2561    3,668     ล้านบาท
ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ            1,479    ล้านบาท
คงเหลือ ส่วนของผู้ถือหุ้น            2,189    ล้านบาท
1.3.    ระบุชื่อผู้รับผิดชอบในการป้องกันความเสียงตามนโยบายที่คณะกรรมการกำหนดข้างต้น 
พร้อมระบุผลการดำเนินการว่าเป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้หรือไม่ และผลการติดตามการดำเนินการของบริษัทฯ
ตอบ    คณะกรรมการพิจารณาความเสี่ยงประกอบด้วย
1)    นายสมชาย มีเสน
2)    นายวุฒิพงษ์ อิสระมาลัย
3)    ดร.สรัณยา แสงหิรัญ
นโยบายบริษัท 
ในการไปลงทุนตั๋วแลกเงินและเงินให้กู้ยืมโดยให้ฝ่ายจัดการติดตามผลการดำเนินงานของแต่ละบริษัทอย่างใกล้ชิ
ดรวมทั้งวิเคราะห์ฐานะของบริษัทที่ไปลงทุนและรายงานให้คณะกรรมการบริษัทตลอดมา
ฝ่ายจัดการสามารถที่จะเรียกให้ชำระเงินเมื่อบริษัทต้องการใช้เงิน บริษัททั้ง 2
ดังกล่าวมีศักยภาพที่จะคืนเงินตามที่บริษัทต้องการ ในส่วนดอกเบี้ยไม่มีการผิดนัด
2.    การประเมินมูลค่ายุติธรรมของสิทธิการเช่าที่ดินเกาะล้าน ชลบุรี
ปี 2556 บริษัทย่อยมีสิทธิการเช่าที่ดิน 81 ไร่ ที่เกาะล้าน ชลบุรี ระยะเวลาเช่าคงเหลือ 27 ปี ต่อมาปี 
2559 แผนการพัฒนาโครงการหยุดชะงัก ปี 2560
บริษัทจ้างผู้ประเมินอิสระประเมินมูลค่าสิทธิการเช่ามีราคาประเมิน 79 ล้านบาท (ปี 2561
มีมูลค่าตามบัญชีสุทธิ 71 ล้านบาท)
ด้วยวิธีพิจารณาจากรายได้ของการให้เช่าสิทธิการเช่าในราคาตลาดและคิดลดมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน
ซึ่งอยู่ภายใต้สมมุติฐานที่ไม่ปกติหลายประการ
โดยผู้สอบบัญชีไม่สามารถใช้วิธีการตรวจสอบอื่นให้เป็นที่พอใจในการประเมินมูลค่ายุติธรรมของสิทธิการเช่าด
ังกล่าว
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
2.1.    นโยบายการประเมินมูลค่ายุติธรรมของสิทธิการเช่าที่ดินเพื่อทดสอบการด้อยค่าและสาเหตุที่บริษัทไม่ได้
ประเมินมูลค่ายุติธรรมของสิทธิการเช่าดังกล่าว
ตอบ บริษัทฯ จัดให้มีการประเมินมูลค่ายุติธรรมทุกปี โดยในปีนี้บริษัทฯเปลี่ยนบริษัทประเมินจากบริษัท 
ไนท์ แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็น บริษัท เอส.แอล. สแตนดาร์ด แอพไพรซัล จำกัด
ว่าจ้างเดือนมีนาคม 2561 ประเมินแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 ใช้วิธีการประเมิน 2 วิธีคือ
1)    ราคาประเมินโดยวิธีเปรียบเทียบราคาตลาด (Market Approach) ราคาประเมิน 82 ล้านบาท
2)    ราคาประเมินโดยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow Approch - DCF) ราคาประเมิน 91 ล้านบาท
2.2.    ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับการพิจารณามูลค่ายุติธรรมและการด้อยค่าของสิทธิการเช่าดังกล่า
ว
ตอบ คณะกรรมการบริษัทฯ ได้หาบริษัทประเมินที่อยู่ในรายชื่อที่ กลต. เห็นชอบในการประเมินตลอดมา
3.    เงินลงทุนระยาวอื่น
ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 14 เรื่อง เงินลงทุนระยะยาวอื่น ระบุว่าวันที่ 3 กันยายน 2561 
บริษัททำบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทแห่งหนึ่งจำนวนไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านหุ้น
มูลค่าหุ้นละ 600 บาท รวม 900 ล้านบาท จากบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกัน โดยบริษัทจ่ายค่าหุ้น 730 ล้านบาท
คงเหลือยังไม่ได้ชำระ 96 ล้านบาท และได้รับโอนหุ้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2561
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
3.1.    วันที่คณะกรรมการบริษัทมีมติเข้าลงทุนและความเห็นในการตัดสินใจลงทุน 
พร้อมทั้งระบุข้อมูลที่คณะกรรมการบริษัทใช้ในการพิจารณาลงทุน ผู้ประสานงานหรือแนะนำให้เข้าลงทุน
เกณฑ์การกำหนดราคา แหล่งเงินทุนที่ใช้ในการซื้อเงินลงทุน
กรณีใช้เงินจากการเพิ่มทุนขอให้พิจารณาว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์การเพิ่มทุนหรือไม่
และประโยชน์ที่บริษัทฯจะได้รับจากการลงทุนในบริษัทดังกล่าว
ตอบ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเข้าลงทุนในหุ้นสามัญดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 
โดยบริษัทได้เข้าทำสัญญาซื้อขายในวันที่ 5 ตุลาคม 2561 ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทฯ
พิจารณาตัดสินใจลงทุนจากข้อมูลดังนี้
1)    บริษัทฯ 
ได้รับข้อมูลจากการตรวจสอบสถานะกิจการมาแล้วเป็นส่วนใหญ่(แต่มิได้ตรวจสอบยืนยันข้อมูลกับเอกสารที่เป็นทา
งการ) โดยจากข้อมูลดังกล่าวมูลค่าปัจจุบันของผลตอบแทนที่บริษัทจะได้รับเท่ากับ 979.73 ล้านบาท
หรือคิดเป็นผลตอบแทนการลงทุนที่ได้รับเป็นจำนวน  7.3% ซึ่งเป็นผลตอบแทนที่น่าสนใจในการลงทุน
2)    การเข้าทำสัญญามีการกำหนดเงื่อนไขว่า หากการตรวจสอบสถานะกิจการเสร็จสมบูรณ์แล้ว 
มูลค่าผลตอบแทนไม่เป็นที่พอใจของบริษัท สัญญาซื้อขายจะถือจะถือว่าสิ้นสุดลง
ผู้ขายจะต้องคืนเงินมัดจำพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3
ต่อปีนับจากวันที่ผู้ขายได้รับชำระเงินมัดจำจากบริษัทฯ
3)    บริษัทฯ อยู่ในช่วงแก้ไขเรื่องคดีธนาคารกรุงไทยจึงทำให้ชะลอการลงทุนในด้านอสังหาริมทรัพย์ 
บริษัทฯจึงได้หาทางเลือกการลงทุนในธุรกิจใหม่เพื่อที่จะได้ผลตอบแทนที่ดี
ผู้ขายได้ติดต่อเข้ามาที่บริษัทฯ เพื่อเสนอขายหุ้นบริษัทพลังงานดังกล่าว
ฝ่ายจัดการธุรกิจใหม่จึงได้นำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณาทางเลือกในการลงทุน
ดังนั้นคณะกรรมการจึงได้มีมติให้คุณประพัฒน์ ยอขันธ์(กรรมการ)
เป็นผู้ประสานงานการลงทุนดังกล่าวเพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุน
เนื่องจากบริษัทฯต้องการกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ
โดยบริษัทใช้เงินจากการดำเนินธุรกิจซื้อเงินลงทุน
3.2.    รายละเอียดของบริษัทที่ลงทุนโดยสังเขป ได้ ชื่อบริษัท ลักษณะการประกอบธุรกิจ โครงสร้างผู้ถือหุ้น 
คณะกรรมการบริษัท ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานปี 2559-2561
ตอบ บริษัทฯ ลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด(วินด์ เอนเนอร์ยี่) 
ซึ่งเป็นบริษัทที่มีรายได้จากการถือหุ้นในบริษัทอื่นเป็นหลัก ทั้งนี้ ณ ปัจจุบันวินด์ เอนเนอร์ยี่
มีเงินลงทุนในบริษัทย่อย 8 บริษัท เป็นบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและขายไฟฟ้าจากพลังงานลม
โดยมีโครงสร้างการถือหุ้นดังนี้

 
คณะกรรมการบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด
1)    นายณพ ณรงค์เดช
2)    นายณัฐวุฒิ เภาโบรมย์
3)    นายธันว์ เหรียญสุวรรณ
4)    นายอภิชาต นารถศิลป์
5)    นายวิชัย ทองแตง
6)    นายวิเชฐ ตันติวานิช
7)    นางเอมม่า ลูอิส คอลลินส์
8)    นายกำธร กิตติอิสรานนท์
9)    นางสาวนันทิดา กิตติอิสรานนท์
10)    นางสาวอณิชา อาศิรอโณ
11)    นายอัครรัตน์ ณ ระนอง
ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ และบริษัทย่อย ปี 2559-2561
        หน่วย :  ล้านบาท
รายการ    ปี 2559    ปี 2560     ปี 2561
สินทรัพย์รวม          19,905.04          49,106.73            27,812.31
หนี้สินรวม         12,163.17          40,770.77            19,965.20
ส่วนของผู้ถือหุ้น           7,741.87            8,335.96              7,847.11
รายได้รวม           2,686.93            4,275.00              3,268.61
ค่าใช้จ่ายรวม           1,914.60            2,707.14              2,295.77
กำไรสุทธิ              772.33            1,567.86                972.84

3.3.    รายละเอียดของผู้ขายโดยสังเขป ได้แก่ ชื่อ กรณีเป็นนิติบุคคลให้ระบุชื่อกรรมการและผู้ถือหุ้น 
(Ultimate Shareholder) ความสัมพันธ์ทางธุรกิจและการถือหุ้นกับกลุ่มบริษัท คณะกรรมการ และผู้บริหาร
ตอบ ผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา ชื่อ คุณจาริญา บัวทรัพย์  
ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจและการถือหุ้นกับกลุ่มบริษัท คณะกรรมการ และผู้บริหาร
3.4.    รายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์หรือรายการเกี่ยวโยงกันและบริษัทได้ดำเนินการให
้เป็นไปตามข้อกำหนดที่อ้างถึงในลำดับที่ 3-4 แล้วหรือไม่ อย่างไร
ตอบ รายการซื้อ-ขายหุ้นสามัญดังกล่าวเป็นรายได้ได้มาซื่งสินทรัพย์ตามประกาศคณะกรรมการตลาดทุนที่ 
ทจ.20/2551 เรื่อง
หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์(รวมทั้งที่มีการ
แก้ไขเพิ่มเติม) และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง
การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ พ.ศ.2547
(รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ("ประกาศรายการได้มาหรือจำหน่ายไป")
แต่เมื่อคำนวณขนาดรายการเปรียบเทียบกับสินทรัพย์รวมโดยอ้างอิงจากงบการเงินรวมของบริษัทฯ สิ้นสุดวันที่
30 มิถุนายน 2561 วัดขนาดรายการทั้ง 4 กรณีแล้ว พบว่ามีขนาดรายการที่สูงสุดเท่ากับร้อยละ 12.98
ตามเกณฑ์มูลค่าสิ่งตอบแทน ซึ่งต่ำกว่าร้อยละ 15 บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ในการดำเนินการเปิดเผยข้อมูลต่าง
 ๆ ตามประกาศรายการได้มาหรือจำหน่ายไปกำหนด

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและเผยแพร่ข้อมูลต่อไป


                       ขอแสดงความนับถือ

   (นายสุทัศน์ จันกิ่งทอง)         (นางสาวรัญชนา รัชตะนาวิน)
           กรรมการ                             กรรมการ


                         ลงลายมือชื่อ ___________________________
                                    ( นายสุทัศน์ จันกิ่งทอง  นางสาวรัญชนา รัชตะนาวิน )
                                    กรรมการ          กรรมการ
                         ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้