รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
14 ส.ค. 2561 18:11:00
หัวข้อข่าว
คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2561
หลักทรัพย์
MIT
แหล่งข่าว
MIT
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ                     

ชื่อบริษัท                                            : 
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เอ็มเอฟซีอินดัสเตรียล
ปี                                                  : 2018
ไตรมาส                                             : Quarter 2
สิ้นสุดวันที่                                           : 30 มิ.ย. 2561
หมายเหตุ                                            :
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) 
ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เอ็มเอฟซีอินดัสเตรียล ("กองทรัสต์")
ซึ่งกองทรัสต์นี้ลงทุนในหุ้นสามัญ 100% ของบริษัท เอพียูเค จำกัด
ซึ่งมีทรัพย์สินเพียงชิ้นเดียวคือคลังสินค้า (Data Center)
ตั้งอยู่ที่ประเทศอังกฤษโดยลงทุนเป็นเงินสกุลปอนด์สเตอร์ลิง

สำหรับผลการดำเนินงานของกองทรัสต์ไตรมาส 2 ปี 2561 มีผลการดำเนินงานกำไรจำนวน 5.65 ล้านบาท 
เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปีที่แล้วซึ่งมีผลกำไรจำนวน 30.44 ล้านบาท คิดเป็นการลดลงร้อยละ 81.45
ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการการปรับมูลค่ายุติธรรมจากการลงทุนในบริษัทย่อยโดยไตรมาส 2 ปี 2561 มีขาดทุนจำนวน
18.71 ล้านบาท ในขณะที่งวดเดียวกันปี 2560 มีกำไรจำนวน 32.50 ล้านบาท
 โดยไตรมาส 2 ปี 2561 กองทรัสต์มีรายได้รวมจำนวน 26.54 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2560 จำนวน 
0.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19,978.47 เนื่องจากในระหว่างงวดปี 2561
กองทรัสต์มีรายได้จากเงินปันผลจากบริษัทย่อยจำนวน 26.41 ล้านบาท แต่ในไตรมาสที่ 2 ปี 2560
ไม่มีรายรับดังกล่าว
ส่วนค่าใช้จ่ายมีจำนวน 2.19 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2560 ที่ 2.20 ล้านบาท  
คิดเป็นการลดลงร้อยละ 0.61

เมื่อพิจารณาจากงบการเงินรวมไตรมาส 2 ปี 2561 กองทรัสต์มีกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 10.38  ล้านบาท 
เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2560 ซึ่งมีกำไรจำนวน 9.36 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.95
โดยงบการเงินรวม ไตรมาส 2 ปี 2561 กองทรัสต์มีรายได้รวมจำนวน 22.78 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี
2560 จำนวน 19.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.51
สาเหตุจากการปรับขึ้นอัตราค่าเช่าตามเงื่อนไขในสัญญาเช่า
ส่วนค่าใช้จ่ายมีจำนวน 12.39 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2560 จำนวน 10.53 ล้านบาท  
คิดเป็นการเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.60
โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้นเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนซึ่งมีค่าใช้จ่ายด
อกเบี้ยในอัตราต่ำกว่าปกติในช่วงของการขยายสัญญาเงินกู้เป็นการชั่วคราวระหว่างการ
รีไฟแนนซ์ และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นตามฐานรายได้ค่าเช่าที่ปรับเพิ่มขึ้น
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้