รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
06 ส.ค. 2561 17:25:00
หัวข้อข่าว
คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2561
หลักทรัพย์
BSBM
แหล่งข่าว
BSBM
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ                     

ชื่อบริษัท                                            : บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน)
ปี                                                  : 2018
ไตรมาส                                             : Quarter 2
สิ้นสุดวันที่                                           : 30 มิ.ย. 2561
หมายเหตุ                                            :
    บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) ขอนำส่งงบการเงินสำหรับไตรมาสที่ 2 (สอบทานแล้ว) 
รวมทั้งคำอธิบายของฝ่ายจัดการของบริษัท ฯ สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561 โดยมีผลการดำเนินงานดังนี้
         
          วิเคราะห์งบแสดงฐานะการเงิน สำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายในไตรมาสที่สองของปี 2561 จำนวน 648 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.8 
จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายอันเนื่องมาจากการคาดการณ์ราคาเหล็กภายในประเทศที่ยังมีการปรั
บตัวเพิ่มสูงขึ้น  โดยที่ในไตรมาสที่สองของปีนี้บริษัทมีปริมาณการขายเหล็กเส้นทั้งสิ้น 34,243 ตัน
เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนคิดเป็นร้อยละ 13
ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ยต่อตันก็มีแนวโน้มที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาดและแนวโน้มของราคาเหล็กโลก
ในไตรมาสที่สองของปี 2561 บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น คิดเป็นร้อยละ 3 
ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 6
ทั้งนี้เป็นผลมาจากการลดลงของส่วนต่างระหว่างราคาขายกับต้นทุนวัตถุดิบหลัก-บิลเล็ต(Metal spread)
เนื่องจากต้นทุนของบิลเล็ตมีการปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่สูงกว่าราคาขายของเหล็กเส้น
ซึ่งต้นทุนของบิลเล็ตนี้มีสัดส่วนสูงถึงประมาณร้อยละ 85-90 ของต้นทุนขาย ดังนั้น
การลดลงของส่วนต่างดังกล่าวจึงมีผลอย่างมากต่ออัตรากำไรขั้นต้น ทั้งนี้ Metal spread
ในไตรมาสที่สองของปีนี้ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเฉลี่ยตันละ 250 บาท
ค่าใช้จ่ายในการขายในไตรมาสที่สองของปี 2561 และปี 2560 มีจำนวนเท่ากับ 8.8 ล้านบาท และ 8.3 ล้านบาท 
ตามลำดับ
โดยที่ค่าใช้จ่ายในการขายส่วนใหญ่เป็นค่าขนส่งสินค้าจึงเป็นสัดส่วนที่แปรผันโดยตรงต่อยอดขายในอัตราส่วนป
ระมาณร้อยละ 1.5-2.0
ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานมียอดลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเพ
ียงเล็กน้อย
ในส่วนของรายได้อื่น ในไตรมาสที่สองของปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายเศษซาก 5.4 ล้านบาท 
โดยมีต้นทุนขายอยู่ที่ 1.5 ล้านบาท ในขณะที่ไตรมาสเดียวกันของปีก่อน บริษัทฯ
มีรายได้จากเงินชดเชยความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัยในภาคใต้จำนวน 38.9 ล้านบาท
จากผลที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานในไตรมาสที่สองของปี 2561 เป็นกำไรสุทธิ 9.2 
ล้านบาท ลดลงร้อยละ 79 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2560 ซึ่งมีผลกำไรสุทธิ 43.3 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2561 บริษัทมีผลกำไรสุทธิอยู่ที่ 19.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 76
เมื่อเปรียบเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2560 ที่มีผลกำไรสุทธิที่ 84 ล้านบาท

วิเคราะห์งบแสดงฐานะการเงิน สำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561
สินทรัพย์รวมของบริษัท ณ 30 มิถุนายน 2561 มีจำนวนเท่ากับ 1,986.7 ล้านบาท ลดลงจากตอนสิ้นปี 2560 
ที่มียอดสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 2,012.3 ล้านบาท
โดยที่ยอดลูกหนี้การค้าเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่ยอดเงินสดและสินค้าคงเหลือลดต่ำลง  ทั้งนี้บริษัทฯ
มียอดลูกหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 76 วันของยอดขาย และยอดสินค้าคงเหลือเฉลี่ยที่จำนวน 47 วัน ของต้นทุนขาย
หนี้สินรวมของบริษัท ณ 30 มิถุนายน 2561 มีจำนวนเท่ากับ 84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2560 
ที่มียอดหนี้สินรวมอยู่ที่ 72.8 ล้านบาท
ซึ่งการเพิ่มขึ้นของหนี้สินรวมมาจากการยอดเจ้าหนี้การค้าจากการสั่งซื้อบิลเล็ตที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสสองขอ
งปี 2561
อัตราส่วนสภาพคล่องของบริษัทฯ (สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน) ณ 30 มิถุนายน 2561 
ยังคงอยู่ในอัตราที่สูงคิดเป็น 14.8 เท่า  ในขณะที่อัตราส่วนนี้ ณ 31 ธันวาคม 2560 คิดเป็น 17.5 เท่า
ในขณะเดียวกัน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง โดยคิดเป็น 0.04 เท่า ณ 30
มิถุนายน 2561  และ 31 ธันวาคม 2560
ซึ่งล้วนเป็นผลมาจากการใช้เงินทุนที่มาจากส่วนของทุนหรือผู้ถือหุ้นเป็นหลัก
โดยไม่มีการใช้หนี้สินระยะยาวเลย
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้