รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
12 เม.ย. 2561 09:08:00
หัวข้อข่าว
ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฐานะการเงินและการดำรงสถานะการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามที่ตลาดหลักทรัพย์สอบถาม
หลักทรัพย์
PE
แหล่งข่าว
PE
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข่าวหรือข้อมูล                 


เรื่อง                                               : 
ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฐานะการเงินและการดำรงสถานะการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ตามที่ตลาดหลักทรัพย์สอบถาม
รายละเอียด                                          :
ตามที่ท่านได้มีหนังสือฉบับที่อ้างถึง มายังบริษัท พรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) 
กล่าวถึงงบการเงินประจำปี 2560 ของบริษัทฯ ปรากฎข้อมูลว่าบริษัทมีส่วนผู้ถือหุ้น 63 ล้านบาท
ผลขาดทุนสะสม 340 ล้านบาท หนี้สินหมุนเวียนรวมสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนรวม 562 ล้านบาท
ประกอบกับบริษัทฯ มีข้อพิพาทซึ่งศาลฎีกา/ศาลล้มละลายกลางพิพากษาให้บริษัทฯ ชำระค่าเสียหาย
ตามรายละเอียดที่บริษัทฯ ได้แจ้งข่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ท้ายสุด เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2561 บริษัทฯ
ได้รับหมายบังคับคดีแจ้งการยึดหุ้นสามัญของบริษัท พรีเมียร์ อินเตอร์ ลิซซิ่ง จำกัด (PIL)
ซึ่งเป็นบริษัทย่อย จำนวนร้อยละ 75.53 เพื่อนำหุ้นดังกล่าวไปขายทอดตลาด
และนำเงินที่ขายได้มาชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลฎีกา ทั้งนี้ PIL
ประกอบธุรกิจบริการรถเช่าและสร้างรายได้ให้กับบริษัทอย่างมีนัยยะสำคัญคิดเป็นร้อยละ 94 ของรายได้รวม
จึงขอให้บริษัทฯ ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ
เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนได้ทราบภายในวันที่ 12 เมษายน 2561 นั้น

บริษัทฯ ใคร่ขอเรียนชี้แจงต่อท่าน ตามประเด็นที่ท่านขอให้บริษัทฯ ชี้แจง ดังนี้

1.    ที่บริษัทฯ  มีผลการดำเนินงานขาดทุนต่อเนื่องมาจากปี 2557 จนถึงปี 2560 นั้น ก็เนื่องมาจาก 2 
สาเหตุหลัก ดังนี้
1.1    PIL ซึ่งเป็นบริษัทย่อยมีการตั้งสำรองด้อยค่ายานพาหนะให้เช่าในปี 2557 ปี 2558 และปี 2560 
รวมเป็นจำนวนเงิน 229 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนดังกล่าวเป็นเพียงผลขาดทุนในทางบัญชีเท่านั้น
มิได้ส่งผลให้เกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินแก่บริษัทฯ หรือบริษัทย่อยแต่อย่างใด และ
1.2    บริษัทได้รับรู้ผลเสียหายในคดีตามคำพิพากษาของศาลฎีกาในปี 2559 เป็นจำนวนเงิน 251 ล้านบาท
    ทั้งสองสาเหตุซึ่งมีขนาดของรายการรวมเป็นจำนวนเงิน 480 ล้านบาท 
ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานต่อเนื่องมา และเป็นผลทำให้เกิดผลขาดทุนสะสมจำนวน 340 ล้านบาท
2.    ในส่วนของหนี้สินหมุนเวียนรวมที่สูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนรวมอยู่ 562 ล้านบาทนั้น 
รายการที่แสดงในหนี้สินหมุนเวียนรวม นอกจากรายการหนี้สินจากผลเสียหายคดีภาษีอากรจำนวน 241.74
ล้านบาทแล้ว ยังรวมรายการหนี้สินของบริษัทย่อย
ซึ่งเป็นหนี้สินตามสัญญาเช่าซื้อที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี จำนวน 452 ล้านบาท และ
หนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงินที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี จำนวน 28 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ
ยังมีทรัพย์สินเป็นยานพาหนะให้เช่าและอุปกรณ์ในระยะเวลาเดียวกันจำนวน 1,678 ล้านบาท
ซึ่งเป็นจำนวนที่เพียงพอในการรองรับหนี้สินดังกล่าวอยู่
3.    ตามที่บริษัทฯ ได้รายงานว่า บริษัทฯ ได้รับหมายบังคับคดีแจ้งการยึดหุ้นสามัญของบริษัท พรีเมียร์ 
อินเตอร์      ลิซซิ่ง จำกัด (PIL) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย จำนวนร้อยละ 48,339,869 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ
75.53 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด เพื่อนำไปขายทอดตลาด และนำเงินที่ขายได้มาชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลฎีกานั้น
 บริษัทขอชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้
3.1    หุ้น PIL จำนวนดังกล่าวยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ จนกว่าจะมีบุคคลอื่นมาซื้อจากการขายทอดตลาด 
ดังนั้น ณ ปัจจุบัน PIL จึงยังคงมีฐานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัท
3.2    เจ้าพนักงานบังคับคดีจะเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการขายทอดตลาดหุ้น PIL จำนวนดังกล่าว 
หากราคาที่ขายได้สูงกว่าภาระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกา
เจ้าพนักงานบังคับคดีก็จะคืนจำนวนเงินส่วนต่างให้กับบริษัทฯ
แต่หากราคาที่ขายได้ต่ำกว่าภาระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกา
บริษัทก็ยังคงต้องรับผิดชอบจำนวนเงินส่วนต่างต่อกรมสรรพากร โจทก์ในคดีดังกล่าวอยู่
3.3    ในกรณีที่มีบุคคลมาซื้อหุ้น PIL จำนวนดังกล่าวจากการขายทอดตลาด PIL 
จะพ้นจากการเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ แต่ยังคงมีฐานะเป็นบริษัทร่วม และในงบการเงินรวม
แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย
4.    ปัจจุบัน บริษัทประกอบธุรกิจเพื่อการลงทุน (Holding Company) โดยลงทุนในธุรกิจบริการทางการเงินต่างๆ 
ในบริษัทย่อย 2 บริษัท ได้แก่ ธุรกิจให้บริการเช่ารถเพื่อการดำเนินงาน ผ่าน PIL
และธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยผ่าน บริษัท พรีเมียร์โบรคเคอร์เรจ จำกัด หากมีบุคคลมาซื้อหุ้น PIL
จำนวนดังกล่าวจากการขายทอดตลาด ซึ่งเป็นผลให้พ้นจากการเป็นบริษัทย่อยไปแล้ว
บริษัทก็ยังคงเหลือธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย ซึ่งเป็นธุรกิจหลักหรือธุรกิจแกนอยู่


                         ลงลายมือชื่อ ___________________________
                                    ( นางเพ็ญศรี เดชติ่งเอง )
                                    กรรมการ บริษัท พรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน)
                         ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

______________________________________________________________________

สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้