รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
19 ก.พ. 2561 17:03:00
หัวข้อข่าว
คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2560
หลักทรัพย์
PTTGC
แหล่งข่าว
PTTGC
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ                     

ชื่อบริษัท                                            : บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
ปี                                                  : 2017
ไตรมาส                                             : Yearly
สิ้นสุดวันที่                                           : 31 ธ.ค. 2560
หมายเหตุ                                            :
ผลประกอบการในปี 2560 ของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") 
ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้จากการขาย 436,745 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 24
จากปีก่อนหน้า มี Adjusted EBITDA เท่ากับ 60,622 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิ 39,298 ล้านบาทหรือคิดเป็น 8.79
บาท/หุ้น หรือปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2559 ร้อยละ 35 และร้อยละ 53 ตามลำดับ
โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากปริมาณการขายที่เพิ่มมากขึ้นจากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น
ระดับราคาผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อสินทรัพย์กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีในปีที่ผ่านมาและผลประ
โยชน์จากโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร (MAX) สำหรับในส่วนของผลประกอบการไตรมาส 4/2560 นั้น
กำไรจากการดำเนินการปรับตัวเพิ่มขึ้น
จากปริมาณการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้นและราคาผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นตามระดับราคาน้ำมัน
โดยเฉพาะจากธุรกิจโอเลฟินส์และกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง
แต่เนื่องจากมีการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ จึงส่งผลให้บริษัทฯมีกำไรสุทธิในไตรมาสนี้รวม
 9,559 ล้านบาทหรือคิดเป็น 2.02 บาท/หุ้น
ไตรมาส 4/2560 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 118,743 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2559 ร้อยละ 8 
และเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2560 รายได้จากการขายปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 14
จากปริมาณการขายที่เพิ่มสูงขึ้นตามอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ดีขึ้น
และตามระดับราคาที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ โดยในธุรกิจการกลั่น
ส่วนต่างของราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2559 ร้อยละ 8
จากอุปสงค์น้ำมันเพื่อทำความร้อนที่สูงขึ้นจากสภาพอากาศตามฤดูกาล
ซึ่งในปีนี้มีความหนาวเย็นมากกว่าปกติและยาวนาน แต่อ่อนตัวลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า
เนื่องจากในไตรมาสก่อนหน้าส่วนต่างราคาปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องจากได้รับแรงหนุนจากผลกระทบของพายุเฮอ
ริเคนท์ฮาร์วี่ในพื้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ Market GRM ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 6.76
เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2559 ที่ 6.55 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรลและลดลงจากไตรมาส 3/2560
ที่ 8.08 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล สำหรับธุรกิจอะโรเมติกส์ ส่วนต่างราคาเบนซีนปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาส
4/2559 แต่อ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าเล็กน้อย
เนื่องจากราคาวัตถุดิบคอนเดนเสทที่ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ
และได้รับปัจจัยบวกจากความต้องผลิตภัณฑ์ปลายน้ำอย่างผลิตภัณฑ์สไตรีนโมโนเมอร์ที่ปรับตัวดีขึ้น
สำหรับส่วนต่างราคาพาราไซลีนเฉลี่ยปรับตัวลดลง จากไตรมาส 4/2559 และไตรมาส 3/2560
เนื่องจากโรงอะโรเมติกส์ส่วนใหญ่กลับมาเดินเครื่องตามปกติหลังจากที่เข้าสู่ช่วงการปิดปรับปรุงตามแผนในไต
รมาสก่อนหน้า แม้ว่าความต้องการผลิตภัณฑ์พาราไซลีนโดยเฉพาะอุปสงค์จากโรงงานผลิตกรดเทเรพธาลิกบริสุทธิ์
(Purified Terephthalic Acid: PTA) จะยังคงมีแนวโน้มที่ดี
โดยอัตราการใช้กำลังการผลิตในไตรมาสนี้สูงขึ้นจากไตรมาส 4/2559 และไตรมาส 3/2560
ทำให้กำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ หรือ Market P2F ในไตรมาส 4/2560 อยู่ที่ 194 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน
ลดลงจากไตรมาส 4/2559 ร้อยละ 8 แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2560 ร้อยละ 5
ในส่วนของธุรกิจโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ราคาเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส
4/2559 และไตรมาส 3/2560 ร้อยละ 4 และร้อยละ 5 ตามลำดับ ในขณะที่ราคาผลิตภัณฑ์ MEG
ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากไตรมาส 4/2559 ร้อยละ 30 และไตรมาส 3/2560 ร้อยละ 8
และจากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นจากไตรมาส 4/2559 และจากไตรมาส 3/2560
ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของธุรกิจโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ในไตรมาส 4/2560
Adjusted EBITDA margin ของธุรกิจนี้อยู่ที่ร้อยละ 29 เท่ากับไตรมาส 4/2559 และเพิ่มขึ้นจากไตรมาส
3/2560 ที่ร้อยละ 28
ในไตรมาสนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการที่ควบคุมร่วมกันอยู่ที่ 1,704 ล้านบาท 
โดยส่วนใหญ่มากจากบริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด (HMC) และบริษัท พีทีที อาซาฮี เคมิคอล จำกัด
(PTTAC)  ที่บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นบริษัทในสายธุรกิจปิโตรเคมีรวม 6 บริษัทเมื่อต้นไตรมาส 3/2560
ทั้งนี้ตามมาตรฐานบัญชี บริษัทฯ ต้องจัดทำงบปรับปรุงเสมือนมีการซื้อหุ้นใน 6 บริษัท
โดยปรับปรุงย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เพื่อเป็นเชิงเปรียบเทียบ
นอกจากนี้ยังรับรู้กำไรจากโครงการ MAX
หรือโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วทั้งองค์กรอีกจำนวน 908 ล้านบาท
จากปัจจัยข้างตัน ในไตรมาสนี้บริษัทฯ รายงาน Adjusted EBITDA อยู่ที่ 14,105 ล้านบาท ปรับตัวลดลงร้อยละ 
4 จากไตรมาส 4/2559 และร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อนหน้า รวมทั้งมีการรับรู้ผลกำไรจากมูลค่าสต๊อกน้ำมันและ NRV
 จำนวน 2,488 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทฯ รายงานผลกำไรสุทธิในไตรมาสที่ 4/2560 จำนวน 9,559 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 2 และร้อยละ 4
จากไตรมาส 4/2559 และไตรมาส 3/2560 ตามลำดับ โดยมีการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของบริษัท Myriant 2,004
ล้านบาท กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 292 ล้านบาท และผลกำไรจากสต๊อกน้ำมันและ NRV
สุทธิจากการป้องกันความเสี่ยง (Commodity Hedging)
ทั้งนี้เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานปี 2560 พบว่ามีการปรับตัวดีขึ้น บริษัทฯ มียอดขาย 436,745 ล้านบาทและ
มี Adjusted EBITDA เท่ากับ 60,622 ล้านบาท คิดเป็นการปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 และร้อยละ 35 จากปี 2559
ตามลำดับ จากการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นโดยเฉพาะจากโรงกลั่นและโรงโอเลฟินส์ โดยโรงกลั่นน้ำมัน (CDU)
มีอัตราการใช้กำลังการผลิตร้อยละ 103 และโรงโอเลฟินส์ที่ร้อยละ 96
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มีการใช้กำลังการผลิตร้อยละ 83 และร้อยละ 90 ตามลำดับ
นอกจากนี้ในปี 2560 บริษัทฯยังรับรู้กำไรจากการดำเนินโครงการ MAX จำนวน 2,919 ล้านบาท 
ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กรที่ได้เริ่มดำเนินการมาในช่วงปลายปี 2559
รวมถึงรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทร่วมค้าที่มากขึ้นอยู่ที่ 3,360 ล้านบาท
(เฉพาะส่วนของบริษัทฯ) ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทฯได้เข้าซื้อหุ้นใน 6 บริษัทในสายธุรกิจปิโตรเคมี
สายโพรพิลีน สายเคมีภัณฑ์ชีวภาพ และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง จากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นในวันที่ 3 กรกฎาคม 2560 และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 2,301 ล้านบาท
บริษัทฯมีผลกำไรจากผลการปรับมูลค่าสต๊อกน้ำมัน (Stock gain) ทั้งสิ้น 2,858 ล้านบาท
แต่เมื่อพิจารณาร่วมกับผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง (Commodity Hedging)
แล้วนั้นคิดเป็นผลกำไรสุทธิดังกล่าวเท่ากับ 1,383 ล้านบาท
รวมทั้งมีการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของบริษัท Myriant 2,004 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม
39,298 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 53 จากปีก่อน

คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ                     

ชื่อบริษัท                                            : บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
ปี                                                  : 2017
ไตรมาส                                             : Yearly
สิ้นสุดวันที่                                           : 31 ธ.ค. 2560
หมายเหตุ                                            :
ผลประกอบการในปี 2560 ของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") 
ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้จากการขาย 436,745 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 24
จากปีก่อนหน้า มี Adjusted EBITDA เท่ากับ 60,622 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิ 39,298 ล้านบาทหรือคิดเป็น 8.79
บาท/หุ้น หรือปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2559 ร้อยละ 35 และร้อยละ 53 ตามลำดับ
โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากปริมาณการขายที่เพิ่มมากขึ้นจากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น
ระดับราคาผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อสินทรัพย์กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีในปีที่ผ่านมาและผลประ
โยชน์จากโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร (MAX) สำหรับในส่วนของผลประกอบการไตรมาส 4/2560 นั้น
กำไรจากการดำเนินการปรับตัวเพิ่มขึ้น
จากปริมาณการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้นและราคาผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นตามระดับราคาน้ำมัน
โดยเฉพาะจากธุรกิจโอเลฟินส์และกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง
แต่เนื่องจากมีการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ จึงส่งผลให้บริษัทฯมีกำไรสุทธิในไตรมาสนี้รวม
 9,559 ล้านบาทหรือคิดเป็น 2.02 บาท/หุ้น
ไตรมาส 4/2560 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 118,743 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2559 ร้อยละ 8 
และเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2560 รายได้จากการขายปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 14
จากปริมาณการขายที่เพิ่มสูงขึ้นตามอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ดีขึ้น
และตามระดับราคาที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ โดยในธุรกิจการกลั่น
ส่วนต่างของราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2559 ร้อยละ 8
จากอุปสงค์น้ำมันเพื่อทำความร้อนที่สูงขึ้นจากสภาพอากาศตามฤดูกาล
ซึ่งในปีนี้มีความหนาวเย็นมากกว่าปกติและยาวนาน แต่อ่อนตัวลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า
เนื่องจากในไตรมาสก่อนหน้าส่วนต่างราคาปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องจากได้รับแรงหนุนจากผลกระทบของพายุเฮอ
ริเคนท์ฮาร์วี่ในพื้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ Market GRM ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 6.76
เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2559 ที่ 6.55 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรลและลดลงจากไตรมาส 3/2560
ที่ 8.08 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล สำหรับธุรกิจอะโรเมติกส์ ส่วนต่างราคาเบนซีนปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาส
4/2559 แต่อ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าเล็กน้อย
เนื่องจากราคาวัตถุดิบคอนเดนเสทที่ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ
และได้รับปัจจัยบวกจากความต้องผลิตภัณฑ์ปลายน้ำอย่างผลิตภัณฑ์สไตรีนโมโนเมอร์ที่ปรับตัวดีขึ้น
สำหรับส่วนต่างราคาพาราไซลีนเฉลี่ยปรับตัวลดลง จากไตรมาส 4/2559 และไตรมาส 3/2560
เนื่องจากโรงอะโรเมติกส์ส่วนใหญ่กลับมาเดินเครื่องตามปกติหลังจากที่เข้าสู่ช่วงการปิดปรับปรุงตามแผนในไต
รมาสก่อนหน้า แม้ว่าความต้องการผลิตภัณฑ์พาราไซลีนโดยเฉพาะอุปสงค์จากโรงงานผลิตกรดเทเรพธาลิกบริสุทธิ์
(Purified Terephthalic Acid: PTA) จะยังคงมีแนวโน้มที่ดี
โดยอัตราการใช้กำลังการผลิตในไตรมาสนี้สูงขึ้นจากไตรมาส 4/2559 และไตรมาส 3/2560
ทำให้กำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ หรือ Market P2F ในไตรมาส 4/2560 อยู่ที่ 194 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน
ลดลงจากไตรมาส 4/2559 ร้อยละ 8 แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2560 ร้อยละ 5
ในส่วนของธุรกิจโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ราคาเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส
4/2559 และไตรมาส 3/2560 ร้อยละ 4 และร้อยละ 5 ตามลำดับ ในขณะที่ราคาผลิตภัณฑ์ MEG
ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากไตรมาส 4/2559 ร้อยละ 30 และไตรมาส 3/2560 ร้อยละ 8
และจากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นจากไตรมาส 4/2559 และจากไตรมาส 3/2560
ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของธุรกิจโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ในไตรมาส 4/2560
Adjusted EBITDA margin ของธุรกิจนี้อยู่ที่ร้อยละ 29 เท่ากับไตรมาส 4/2559 และเพิ่มขึ้นจากไตรมาส
3/2560 ที่ร้อยละ 28
ในไตรมาสนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการที่ควบคุมร่วมกันอยู่ที่ 1,704 ล้านบาท 
โดยส่วนใหญ่มากจากบริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด (HMC) และบริษัท พีทีที อาซาฮี เคมิคอล จำกัด
(PTTAC)  ที่บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นบริษัทในสายธุรกิจปิโตรเคมีรวม 6 บริษัทเมื่อต้นไตรมาส 3/2560
ทั้งนี้ตามมาตรฐานบัญชี บริษัทฯ ต้องจัดทำงบปรับปรุงเสมือนมีการซื้อหุ้นใน 6 บริษัท
โดยปรับปรุงย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เพื่อเป็นเชิงเปรียบเทียบ
นอกจากนี้ยังรับรู้กำไรจากโครงการ MAX
หรือโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วทั้งองค์กรอีกจำนวน 908 ล้านบาท
จากปัจจัยข้างตัน ในไตรมาสนี้บริษัทฯ รายงาน Adjusted EBITDA อยู่ที่ 14,105 ล้านบาท ปรับตัวลดลงร้อยละ 
4 จากไตรมาส 4/2559 และร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อนหน้า รวมทั้งมีการรับรู้ผลกำไรจากมูลค่าสต๊อกน้ำมันและ NRV
 จำนวน 2,488 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทฯ รายงานผลกำไรสุทธิในไตรมาสที่ 4/2560 จำนวน 9,559 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 2 และร้อยละ 4
จากไตรมาส 4/2559 และไตรมาส 3/2560 ตามลำดับ โดยมีการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของบริษัท Myriant 2,004
ล้านบาท กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 292 ล้านบาท และผลกำไรจากสต๊อกน้ำมันและ NRV
สุทธิจากการป้องกันความเสี่ยง (Commodity Hedging)
ทั้งนี้เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานปี 2560 พบว่ามีการปรับตัวดีขึ้น บริษัทฯ มียอดขาย 436,745 ล้านบาทและ
มี Adjusted EBITDA เท่ากับ 60,622 ล้านบาท คิดเป็นการปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 และร้อยละ 35 จากปี 2559
ตามลำดับ จากการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นโดยเฉพาะจากโรงกลั่นและโรงโอเลฟินส์ โดยโรงกลั่นน้ำมัน (CDU)
มีอัตราการใช้กำลังการผลิตร้อยละ 103 และโรงโอเลฟินส์ที่ร้อยละ 96
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มีการใช้กำลังการผลิตร้อยละ 83 และร้อยละ 90 ตามลำดับ
นอกจากนี้ในปี 2560 บริษัทฯยังรับรู้กำไรจากการดำเนินโครงการ MAX จำนวน 2,919 ล้านบาท 
ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กรที่ได้เริ่มดำเนินการมาในช่วงปลายปี 2559
รวมถึงรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทร่วมค้าที่มากขึ้นอยู่ที่ 3,360 ล้านบาท
(เฉพาะส่วนของบริษัทฯ) ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทฯได้เข้าซื้อหุ้นใน 6 บริษัทในสายธุรกิจปิโตรเคมี
สายโพรพิลีน สายเคมีภัณฑ์ชีวภาพ และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง จากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นในวันที่ 3 กรกฎาคม 2560 และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 2,301 ล้านบาท
บริษัทฯมีผลกำไรจากผลการปรับมูลค่าสต๊อกน้ำมัน (Stock gain) ทั้งสิ้น 2,858 ล้านบาท
แต่เมื่อพิจารณาร่วมกับผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง (Commodity Hedging)
แล้วนั้นคิดเป็นผลกำไรสุทธิดังกล่าวเท่ากับ 1,383 ล้านบาท
รวมทั้งมีการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของบริษัท Myriant 2,004 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม
39,298 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 53 จากปีก่อน
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้