รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
18 ม.ค. 2560 20:56:00
หัวข้อข่าว
แจ้งสรุปหลักเกณฑ์และข้อมูลเบื้องต้นในการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เป็นกองทรัสต์พร้อมทั้งเอกสารการลงมติเป็นหนังสือแทนการจัดประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อแสดงความประสงค์ให้บริษัทจัดการศึกษาแนวทางในการแปลงสภาพฯโดยไม่มีการลงทุนในทรัพย์สินใหม่เพิ่มเติม
หลักทรัพย์
CPTGF
แหล่งข่าว
CPTGF
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                ที่ บลจ. กท. PIF. 0013/2560
                            วันที่ 18 มกราคม 2560

เรื่อง    แจ้งสรุปหลักเกณฑ์และข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัส
ต์และเอกสารสำหรับการลงมติเป็นหนังสือแทนการจัดประชุมของผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อการแสดงความประสงค์ให้บริษ
ัทจัดการศึกษาแนวทางในการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์โดยไม่มีการลงทุนในทรัพย์สินใ
หม่เพิ่มเติม
และให้บริษัทจัดการเรียกประชุมผู้ถือหน่วยเพื่อพิจารณาการแปลงสภาพเมื่อการศึกษาแนวทางเสร็จสมบูรณ์

เรียน    กรรมการและผู้จัดการ
    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ้างถึง    หนังสือที่ บลจ.กท.0169/2559 
แจ้งวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนเพื่อกำหนดสิทธิและรายชื่อของผู้ถือหน่วยลงทุนในการลงมติเป็นหน
ังสือแทนการจัดประชุมของผู้ถือหน่วยลงทุน
เพื่อการแสดงความประสงค์ให้บริษัทจัดการศึกษาแนวทางในการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัส
ต์โดยไม่มีการลงทุนในทรัพย์สินใหม่เพิ่มเติม
และให้บริษัทจัดการเรียกประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อพิจารณาการแปลงสภาพเมื่อการศึกษาแนวทางเสร็จสมบูรณ์
ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2559
เอกสารแนบ    (1)    ข้อแตกต่างระหว่างกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์
    (2)     ภาระภาษีของผู้ลงทุนสำหรับเงินได้ ประเภทเงินปันผล (Dividend) และประเภทกำไรจากการขายหน่วย 
(Capital Gain)
    (3)     สรุปหลักเกณฑ์การแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์    
    (4)    แบบฟอร์มการลงมติของผู้ถือหน่วยลงทุน        
    (5)        หลักเกณฑ์การใช้แบบฟอร์มลงมติและการนับคะแนนเสียง
    (6) 
ซองเอกสารสำหรับจัดส่งแบบฟอร์มการลงมติและเอกสารแสดงตัวตนของผู้ถือหน่วยลงทุนกลับมายังบริษัทจัดการ
จำนวน 1 ซอง
 
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) 
("บริษัทจัดการ")ในฐานะบริษัทจัดการกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซี.พี.ทาวเวอร์ โกรท (CPTGF)
("กองทุนรวม
CPTGF")ได้จัดทำสรุปหลักเกณฑ์และข้อมูลเบื้องต้นพร้อมทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุนและผู้ลงทุน
ค่าใช้จ่ายในการศึกษาการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(R
eal Estate Investment Trust: REIT) ("กองทรัสต์")
แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ศึกษาข้อมูลและเปิดโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้แสดงความป
ระสงค์ของตนที่จะให้บริษัทจัดการศึกษาแนวทางในการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์โดยไม
่มีการลงทุนในทรัพย์สินใหม่เพิ่มเติม
และดำเนินการเรียกประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อพิจารณาการแปลงสภาพดังกล่าวต่อไปหรือไม่โดยการขอมติจากผู้ถ
ือหน่วยลงทุนอย่างไรก็ดี การขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม CPTGF
ในครั้งนี้มิใช่การขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อการแปลงสภาพตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.
34/2559 เรื่อง
การแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์("ประกาศ ทจ. 34/2559")

แต่เป็นเพียงการขอมติเพื่อแสดงความประสงค์ให้บริษัทจัดการดำเนินการศึกษาแนวทางในการแปลงสภาพกองทุนรวมอสั
งหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์โดยไม่มีการลงทุนในทรัพย์สินใหม่เพิ่มเติมและเพื่อเรียกประชุมผู้ถือหน่วยลง
ทุนต่อไป
ทั้งนี้บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิไม่แสดงความคิดเห็นในเอกสารฉบับนี้ 
เนื่องจากข้อมูลในเอกสารนี้เป็นข้อมูลสรุปที่อ้างอิงจากกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
ตามที่ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 
(รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ("พระราชบัญญัติทรัสต์") รวมทั้งประกาศ และ/หรือ
หลักเกณฑ์ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ("สำนักงาน ก.ล.ต.")
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ("ตลาดหลักทรัพย์")
และ/หรือ กฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับกองทรัสต์
โดยมีจุดมุ่งหมายให้กองทรัสต์เป็นทางเลือกการลงทุนรูปแบบใหม่
และเป็นการพัฒนาโครงสร้างการระดมทุนและการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นไปตามแนวทางสากลที่นิยมใช้กันในต
่างประเทศ อีกทั้งรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านกองทรัสต์
โดยคณะรัฐมนตรีได้ออกมาตรการกระตุ้นการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์
ด้วยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ
ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราวโดยมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 (เมื่อวันที่ 29
พฤศจิกายน2559คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้ขยายระยะเวลามาตรการภาษีแ
ละค่าธรรมเนียม เพื่อส่งเสริมการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านกองทรัสต์ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560
และปัจจุบันร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการพิจารณาและแก้ไขของสำนักงา
นคณะกรรมการกฤษฎีกา) ดังต่อไปนี้
1.    ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ?.
มีหลักเกณฑ์ดังนี้
1.1    ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 
สำหรับเงินได้ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไปเป็นใบทรัสต์โดยให้มีผลบั
งคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560
1.2    ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ 
ให้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์สำหรับมูลค่าของฐานภาษี รายรับ หรือกระทำตราสารที่เกิดขึ้น
หรือเนื่องมาจากการโอนหรือก่อทรัพยสิทธิหรือสิทธิใดๆ
ในทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เป็นกองทรัสต์โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ว
ันที่ 1 มกราคม 2560 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560
2.    กฎกระทรวง 
กำหนดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์สำหรับการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังห
าริมทรัพย์ไปเป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2559
กำหนดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ประเภทมีทุนทรัพย์อันเนื่องมาจาก
การแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์
เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน เฉพาะการจดทะเบียนที่ดำเนินการภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ในอัตราร้อยละ 0.01
แต่อย่างสูงไม่เกิน 100,000 บาท
3.    กฎกระทรวง 
กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารชุดสำหรับการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไปเป็นกองทรั
สต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2559
กำหนดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอาคารชุด
ประเภทมีทุนทรัพย์อันเนื่องมาจากการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหา
ริมทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน เฉพาะการจดทะเบียนที่ดำเนินการภายในวันที่ 31
ธันวาคม 2560 ในอัตราร้อยละ 0.01 แต่อย่างสูงไม่เกิน 100,000 บาท
ดังนั้น ตามกฎกระทรวงข้างต้น และหากร่างพระราชกฤษฎีกาข้างต้นมีผลใช้บังคับ 
และหากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ประสงค์จะแปลงสภาพเป็นกองทรัสต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2560
จะทำให้กองทุนรวมซึ่งแปลงสภาพไปเป็นกองทรัสต์ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและค่าธรรมเนียม อาทิ
ค่าธรรมเนียมการโอนหรือก่อสิทธิในทรัพย์สิน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์
ซึ่งจะเป็นสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับในคราวแปลงสภาพเท่านั้นและหากแปลงสภาพภายหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2560
จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ข้างต้น
เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ทางภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของผู้ถือหน่วยลงทุน
และกองทุนกรณีแปลงสภาพภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2560
สิทธิประโยชน์ทางภาษี /
ประเภทค่าใช้จ่าย    อัตราภาษี / อัตราค่าธรรมเนียม
กรณีแปลงสภาพ ภายใน
31 ธันวาคม 2560 
อัตราภาษี/อัตราค่าธรรมเนียมจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีใดๆในกรณีที่แปลงสภาพภายหลัง 31 ธันวาคม
2560 ดังนั้นต้องมีภาระภาษีตามเกณฑ์ปกติ

สิทธิประโยชน์ทางภาษีของผู้ถือหน่วยลงทุน
ภาษีเงินได้ของผู้ถือหน่วยลงทุนกรณีเปลี่ยนแปลงหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์     
ได้รับยกเว้น    เสียภาษี  X%
ของเงินได้ที่เกิดจากการแปลง
หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์
หมายเหตุ: อัตราภาษีข้างต้นขึ้นอยู่กับฐานภาษีของผู้ถือหน่วยลงทุน
แต่ละราย
สิทธิประโยชน์ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของกองทุน
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7%    ได้รับยกเว้น
ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 60      ไม่ได้รับยกเว้น ต้องเสียภาษี
อัตราปกติ
ภาษีธุรกิจเฉพาะ  (SBT)
3.3%    ได้รับยกเว้น
ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 60    ไม่ได้รับยกเว้น ต้องเสียภาษี
อัตราปกติ
อากรแสตมป์ (SD) 0.5%    ได้รับยกเว้น
ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 60    ไม่ได้รับยกเว้น ต้องเสียอากรแสตมป์อัตราปกติ
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับอสังหาริมทรัพย์    0.01% ของราคาประเมินทุนทรัพย์
แต่ไม่เกิน 100,000 บาท    2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์
หรือราคาซื้อขายอย่างใดอย่างหนึ่งที่
สูงกว่า
ค่าจดทะเบียนการจำนอง    0.01% ของราคาประเมิน
แต่ไม่เกิน 100,000 บาท    1% ของราคาจำนอง
แต่ไม่เกิน 200,000บาท
เหตุแห่งการแปลงสภาพ
ปัจจุบันกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ
่มเติมได้ตามประกาศของสำนักงาน ก.ล.ต.  ที่ สน.25/2552 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข
และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์  (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม)
ซึ่งกำหนดให้ต้องดำเนินการยื่นคำขอความเห็นชอบเพิ่มเงินทุนจดทะเบียนเพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติ
มต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2556
ดังนั้นหากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ประสงค์จะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม
จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้กองทรัสต์เป็นเครื่องมือในการลงทุนโดยดำเนินการการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริ
มทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์เพื่อลดข้อจำกัดในเรื่องที่ปัจจุบันกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ดำเนินการไม่ได้
แต่กองทรัสต์สามารถดำเนินการได้ เช่น
การเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมและเพิ่มขีดความสามารถในการกู้ยืมเงินซึ่งก
องทรัสต์สามารถกู้ยืมเงินได้สูงถึงร้อยละ 35ของมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์ และไม่เกินร้อยละ
60ของมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์ในกรณีที่กองทรัสต์มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงท
ุนได้(Investment Grade) การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้หลากหลายประเภทมากขึ้น
ซึ่งรวมถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ
และเป็นการเปิดให้บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทำหน้าที่บริหารจัดการกองทรัสต์ได้
ทั้งนี้ สามารถสรุปข้อแตกต่างระหว่างกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์ในเบื้องต้นได้ปรากฎ
ตามเอกสารแนบ 1
อย่างไรก็ดี แม้ว่าการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไปเป็นกองทรัสต์จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี 
และค่าธรรมเนียม และสามารถลดข้อจำกัดในเรื่องการลงทุนเพิ่มเติมในอสังหาริมทรัพย์
และลดข้อจำกัดความสามารถในการกู้ยืมเงินได้
แต่การพิจารณาแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไปเป็นกองทรัสต์นั้นผู้ถือหน่วยลงทุนควรตระหนักถึงความจำเ
ป็นในการแปลงสภาพ และพิจารณาถึงปัจจัยสำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยอาทิ
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม (ถ้ามี) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแปลงสภาพ และปัจจัยอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม
ประโยชน์ที่ได้รับเมื่อแปลงสภาพเป็นกองทรัสต์
1.    สามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้หลากหลายขึ้น
    เนื่องจากปัจจุบันกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ถูกจำกัดให้ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศไทยเท่านั้นแต่
กองทรัสต์สามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศได้ ซึ่งถือเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน
และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น
2.    เพิ่มขีดความสามารถในการกู้ยืมเงิน
    กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์สามารถกู้ยืมได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ  
ในขณะที่กองทรัสต์สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการกู้ยืมได้ไม่เกินร้อยละ 35 ของมูลค่าทรัพย์สินรวม
และไม่เกินร้อยละ 60
ของมูลค่าทรัพย์สินรวมในกรณีที่กองทรัสต์มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้
(Investment Grade) ซึ่งจะเพิ่มความยืดหยุ่นในลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้หลากหลาย
และเพิ่มศักยภาพในการลงทุนและขยายธุรกิจได้สูงยิ่งขึ้นซึ่งอาจส่งผลให้ผลตอบแทนต่อผู้ถือหน่วยทรัสต์สูงขึ
้น
3.    ทำให้เป็นมาตรฐานสากลเทียบเท่ากับต่างประเทศ
    กองทรัสต์มีหลักเกณฑ์การลงทุนที่มีความยืดหยุ่นมากกว่ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 
และใกล้เคียงกับมาตรฐานสากล จึงเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างประเทศ
4.    ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและประหยัดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในขั้นตอนแปลงสภาพ ตามมาตรการชั่วคราว
ในกรณีที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ดำเนินการแปลงสภาพฯ เฉพาะการจดทะเบียนที่ดำเนินการภายในวันที่ 31 
ธันวาคม 2560 กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
ตามมาตรการชั่วคราวที่ระบุไว้ตามตารางเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ทางทางภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ  ข้างต้น
ซึ่งภายหลังหากผู้ถือหน่วยลงทุนต้องการแปลงสภาพกองทุนหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2560
จะต้องเสียภาษีและค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิ และค่าจดทะเบียนจำนองในอัตราปกติ
ผลกระทบต่อผู้ถือหน่วยลงทุนบางประเภทและกองทุนภายหลังการแปลงสภาพ
1.    ภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นเมื่อดำเนินการแปลงสภาพสำหรับเงินได้ประเภทเงินปันผล 
เฉพาะผู้ถือหน่วยลงทุนที่เป็นบริษัท/ห้างหุ้นส่วน/นิติบุคคล ต้องนำเงินปันผลมารวมคำนวณเสียภาษีเงินได้
ปรากฎตามรายละเอียด
เอกสารแนบ 2
2.    ภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นเมื่อดำเนินการแปลงสภาพสำหรับเงินได้กำไรจากการขายหน่วยเฉพาะผู้ถือหน่วยลงทุนที่
เป็นบริษัท/ห้างหุ้นส่วน/นิติบุคคล ต่างประเทศ ที่มิได้ประกอบกิจการในไทย  ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย
ปรากฏตามรายละเอียดเอกสารแนบ 2
3.    ค่าใช้จ่ายในการศึกษาข้อมูลเพื่อการแปลงสภาพเป็นกองทรัสต์และการจัดประชุม 
(ไม่ว่ามติที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนจะอนุมัติหรือไม่)
ทั้งนี้การศึกษาข้อมูลและจัดประชุมเพื่อการแปลงสภาพเป็นกองทรัสต์
บริษัทจัดการจำเป็นจะต้องว่าจ้างที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาอิสระ ผู้สอบบัญชี
ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงและเรียกเก็บจากกองทุนเพิ่มเติมจากค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมปกติซึ่งอาจ
จะกระทบกับผลตอบแทนของผู้ถือหน่วยลงทุน
การขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อการแสดงความประสงค์ให้บริษัทจัดการศึกษาแนวทางในการแปลงสภาพฯ
 เพื่อความสะดวกและความคล่องตัวในการดำเนินการ 
และเพื่อไม่เป็นการรบกวนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องเสียเวลาในการเดินทางมาเข้าร่วมประชุม
บริษัทจัดการจึงเห็นชอบให้ดำเนินการให้มีการลงมติครั้งนี้เป็นหนังสือแทนการจัดประชุมของผู้ถือหน่วยลงทุน
ของกองทุนรวม
CPTGFในการนี้บริษัทจัดการใคร่ขอนำส่งเอกสารสรุปหลักเกณฑ์การแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกอง
ทรัสต์ ตามเอกสารแนบ 3 รวมทั้งแบบฟอร์มการลงมติของผู้ถือหน่วยลงทุน ตามเอกสารแนบ 4 มาพร้อมกันนี้
รายละเอียดของมติที่นำเสนอและคะแนนเสียงที่ใช้ในการนับมติของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นไปดังนี้
มติที่นำเสนอ    "อนุมัติให้บริษัทจัดการศึกษาแนวทางในการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นทรัสต์เพื
่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีการลงทุนในทรัพย์สินใหม่เพิ่มเติมและให้บริษัทจัดการเรียกประชุมผู้ถ
ือหน่วยลงทุนเพื่อพิจารณาการแปลงสภาพเมื่อการศึกษาแนวทางเสร็จสมบูรณ์"
คะแนนเสียงที่ใช้    วาระนี้จะต้องได้รับอนุมัติโดยมติโดยเสียงข้างมากของผู้ถือหน่วยลงทุนซึ่งคิดตามจำนวนหน
่วยลงทุนรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวม
    หากได้รับมติอนุมัติจากผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม CPTGF ตามหลักเกณฑ์ข้างต้น 
บริษัทจัดการจะดำเนินการศึกษาแนวทางการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์โดยละเอียด
และดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการแปลงสภาพและการเรียกประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อขอมติในการแปล
งสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์ตามกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องต่อไป
วิธีการและขั้นตอนออกเสียงลงมติ
ผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายที่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในสมุดทะเบียนของกองทุนรวม CPTGFณ วันที่ 10 มกราคม 2560 
(วันที่บริษัทจัดการกำหนดให้เป็นวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนเพื่อกำหนดสิทธิและรายชื่อของผู้ถื
อหน่วยลงทุนที่มีสิทธิออกเสียงลงมติเป็นหนังสือแทนการจัดประชุม) เป็นผู้มีสิทธิออกเสียงลงมติในครั้งนี้
1.    ในการออกเสียงลงมติ ขอให้ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีสิทธิออกเสียง ใช้แบบฟอร์มการลงมติของผู้ถือหน่วยลงทุน
ตามเอกสารแนบ 4  พร้อมทั้งศึกษาหลักเกณฑ์การใช้แบบฟอร์มลงมติและการนับคะแนนเสียง ตามเอกสารแนบ 5
ที่ได้แนบมาพร้อมกับเอกสารการขอมติฉบับนี้และจัดส่งแบบฟอร์มการลงมติดังกล่าวพร้อมด้วยเอกสารแสดงตัวตนของ
ผู้ถือหน่วยลงทุน กลับมายังบริษัทจัดการทางไปรษณีย์ก่อนหรือภายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560
ซึ่งกำหนดให้เป็นวันสุดท้ายที่บริษัทจัดการรับแบบฟอร์มการลงมติเพื่อนำไปนับคะแนนและประกาศให้ผู้ถือหน่วย
ลงทุนทราบต่อไป ทั้งนี้
บริษัทจัดการได้จัดเตรียมซองเอกสารให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนสำหรับการจัดส่งเอกสารดังกล่าวกลับมายังบริษัทจ
ัดการพร้อมกับเอกสารการขอมติฉบับนี้แล้ว
กำหนดระยะเวลาและการประกาศผลการลงมติ
กำหนดระยะเวลา    ขั้นตอนการดำเนินการ
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560    วันสุดท้ายที่บริษัทจัดการรับแบบฟอร์มการลงมติพร้อมเอกสารแสดงตัวตนจาก
ผู้ถือหน่วยลงทุน
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560    บริษัทจัดการแจ้งมติของผู้ถือหน่วยลงทุนในการแสดงความประสงค์ให้บริษัท
จัดการศึกษาแนวทางในการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และการแสดงความประสงค์ให้บริษัทจัดการเรียกประชุ
มผู้ถือหน่วยลงทุนเมื่อศึกษาแนวทางเสร็จสมบูรณ์เพื่อพิจารณาการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นก
องทรัสต์
บริษัทจัดการจะประกาศผลมติให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ (www.set.or.th)
    จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาหลักเกณฑ์ ข้อมูลเบื้องต้น 
และสิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุนเกี่ยวกับการแปลงสภาพของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์
และพิจารณาลงมติให้บริษัทจัดการศึกษาแนวทางในการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์โดยไม่
มีการลงทุนในทรัพย์สินใหม่เพิ่มเติม ทั้งนี้
ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนท่านใดต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกเสียงลงมติข้างต้น
กรุณาติดต่อ บริษัทจัดการได้ที่หมายเลข 02-686-6100 ต่อ 9
ขอแสดงความนับถือ
(นางชวินดา หาญรัตนกูล)
กรรมการผู้จัดการ
หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

กรุณาติดต่อไปยังส่วนงานบริการลูกค้าสัมพันธ์ โทรศัพท์   02-686-6100 ต่อ 9
______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้