รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
16 ม.ค. 2560 08:26:00
หัวข้อข่าว
ชี้แจงสาเหตุของการไม่แสดงความเห็นของผู้สอบบัญชีสำหรับไตรมาส2/2559
หลักทรัพย์
AQ
แหล่งข่าว
AQ
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                ที่ ตล.004/2560    
                            
วันที่ 13  มกราคม 2559

เรื่อง   ชี้แจงสาเหตุของการไม่แสดงความเห็นของผู้สอบบัญชีสำหรับไตรมาส2/2559
           สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2559
เรียน     กรรมการและผู้จัดการ
           ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตามที่ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินสำหรับไตรมาส 2 ปี2559 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน  2559 
นั้น
เนื่องจากบริษัทฯมีความไม่แน่นอนอย่างเป็นสาระสำคัญซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีสาระสำคัญต่อการดำเนินงานต่อเ
นื่องของบริษัทด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1.    เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2558 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองพิพากษาให้บริษัทฯต้องร่วมคืนเงิน 
10,004,467,480 บาท แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน)โดยบริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี่ อินดัสเทรียล พาร์ค
จำกัด(ผู้กู้) และบริษัท เคแอนด์วีเอสอาร์เอส การ์เด้นโฮม จำกัด (บริษัทย่อยของผู้กู้) มีที่ดิน
4,323-1-55.9 ไร่ ตั้งอยู่ตามแนวถนนบางนา-ตราด(ทางหลวงหมายเลข34)
ถนนกรุงเทพ-ชลบุรีสายใหม่(มอเตอร์เวย์)วัดเกาะแก้วเป็นทรัพย์ที่ค้ำประกันการกู้ยืมกับธนาคารกรุงไทย
จำกัด(มหาชน) โดยราคาที่ดินที่เป็นหลักประกันมีราคาประเมิน 12,749 ล้านบาท ตามรายงานของบริษัท
ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์(ประเทศไทย)
จำกัด(ผู้ประเมินราคาอิสระที่ได้รับเห็นชอบจากสำนักงานกำกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 โดยใช้วิธีเปรียบเทียบกับข้อมูลตลาด
และบริษัทคาดว่ามูลค่าบังคับขายของที่ดินจะมีราคา 8,924.30ล้าน บาท
2.    เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2558 บริษัทได้ทำสัญญาจัดการทรัพย์สินและแบ่งผลประโยชน์กับบริษัท โกลเด้น 
เทคโนโลยี่ อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด(บริษัทโกล้เด้นฯ)และผู้ถือหุ้นใหญ่ (ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 68)
บริษัท โกลเด้นฯ โดยตกลงให้บริษัทเป็นผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการประนอมหนี้
รวมถึงการบริหารจัดการในการขายที่ดินที่เป็นหลักประกันแต่เพียงผู้เดียวแบบไม่ยกเลิกเพิกถอนในระยะเวลา 3
ปีนับจากวันลงนามในสัญญา ในการนี้ บริษัทจะเป็นผู้สำรองจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
ที่จำเป็นเพื่อให้สามารถขายที่ดินได้ เช่น ค่าถอนการอายัดที่ดิน การชำระหนี้กรมสรรพากรแทนบริษัท
โกลเด้นฯ  เพื่อมิให้ถูกอายัดที่ดิน การชำระหนี้บางส่วนของบริษัท เคแอนด์วีเอสอาร์เอส การ์เด้นโฮม จำกัด
(บริษัทย่อยของผู้กู้)   และค่าใช้จ่ายในการประเมินราคาที่ดิน เป็นต้น โดยไม่คิดค่าตอบแทน เว้นแต่
กรณีที่บริษัทต้องกู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้ในการนี้ ซึ่งบริษัท โกลเด้นฯ
ตกลงที่จะคืนให้แก่บริษัทเท่ากับต้นทุนทางการเงินที่บริษัทต้องเสียไป
กำไรที่ได้จากการขายที่ดินดังกล่าวหลังหักค่าใช้จ่ายและชำระหนี้แก่ธนาคารกรุงไทยดังกล่าวแล้วจะแบ่งกันใน
สัดส่วน บริษัท โกลเด้นฯ   จะได้รับร้อยละ 70 และบริษัทได้รับร้อยละ 30 อย่างไรก็ตาม
หากกำไรที่ได้จากการขายต่ำกว่า 300 ล้านบาท บริษัทจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท
โกลเด้นฯ  ก่อนทำการขายที่ดิน เมื่อบริษัทและบริษัท โกลเด้นฯ
หลุดพ้นจากความรับผิดกับธนาคารกรุงไทยดังกล่าวแล้ว
ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะไม่เรียกร้องหนี้ที่มีระหว่างกันหรือใช้สิทธิไล่เบี้ยต่อกันอีกต่อไป
เพื่อเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญาและความคล่องตัวในการดำเนินการ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท โกลเด้นฯ
ตกลงที่จะโอนหุ้นและอำนาจของกรรมการของบริษัท โกลเด้นฯ ให้แก่บริษัท แต่เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง
บริษัทจะต้องโอนหุ้นและคืนอำนาจกรรมการให้แก่ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท โกลเด้นฯ จำกัด   ตามเดิม
บริษัทตกลงให้บริษัทวิทูรธนากร จำกัด(บริษัทย่อย AQ)
ให้เงินกู้ยืมแก่เครือญาติของกรรมการของบริษัทโกลเด้นฯ ท่านหนึ่ง จำนวน 30 ล้านบาท ภายในวันที่ 31
ตุลาคม 2558 กำหนดชำระคืนภายใน 3 ปีโดยมีที่ดินเป็นหลักประกัน
บริษัทย่อยได้ให้เงินกู้ยืมดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 ทั้งนี้เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม
2558 ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท โกลเด้นฯ  ได้โอนหุ้นของบริษัท โกลเด้นฯ
ให้แก่บริษัทแล้วและอนุมัติให้กรรมการของบริษัทหนึ่งท่านได้เข้าไปเป็นกรรมการของบริษัท โกลเด้นฯ
อย่างไรก็ตาม บริษัทแลบริษัท โกลเด้นฯ   ไม่ได้รับสัญญายืนยันจากบริษัทย่อยของบริษัท โกลเด้นฯ(บริษัท
เคแอนด์วีเอสอาร์เอส การ์เด้นโฮม จำกัด
)ว่าจะไม่ใช้สิทธิไล่เบี้ยจากการที่จะดำเนินการขายที่ดินดังกล่าวเพื่อชำระค่าเสียหาย เนื่องจากบริษัท
เคแอนด์วีเอสอาร์เอส การ์เด้นโฮม จำกัด  อยู่ระหว่างถูกฟ้องคดีล้มละลาย
3.    จากการตัดสินของศาลฎีกามีผลทำให้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่บริษัทและบริษัทย่อยได้รับเข้าเงื่อนไข
ของหนี้ผิดนัดชำระตามที่กำหนดในสัญญาเงินกู้ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2558 เนื่องจากคุณยงยุทธ
ชัยพรหมประสิทธิ์ประธานกรรมการบริหารและกรรมการบริหารของบริษัทได้ขอลาออก
ทำให้บริษัทและบริษัทย่อยผิดเงื่อนไขเงินกู้จากสถาบันการเงิน 3
แห่งมีเงื่อนไขในการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริหาร   ณ 30 มิถุนายน 2559 มีเงินกู้ยืมที่ผิดนัดดังกล่าว
26.58 ล้านบาท (บริษัทฯได้จัดทำงบโดยแสดงอยู่ในเงินกู้ระยะยาวที่เข้าเงื่อนไขผิดนัดชำระ)
โดยผลของการผิดนัดคือหยุดการให้เบิกวงเงินสินเชื่อ ตั้งแต่วันที่ศาลฎีกาตัดสินพิพากษา
จนถึงปัจจุบันสถาบันการเงินทุกแห่งที่บริษัทและบริษัทย่อยได้รับสินเชื่อได้หยุดการให้เบิกใช้วงเงินสินเช
ื่อทุกประเภทชั่วคราว
อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงประกอบธุรกิจได้ตามปกติโดยใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทโดยโครงการปัจจ
ุบันที่สร้างรายได้หลักให้บริษัท ปัจจุบันประกอบด้วย โครงการ Shadi -รังสิต โครงการกฤษดาแกรนด์พาร์ค -
รังสิต โครงการ AQ Shadi - ชลบุรี-บายพาส โครงการรังสิตบิช พาร์ค -รังสิตและโครงการคอนโดมิเนียม การ์เดน
 -อโศก-พระราม 9
4.    ในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 12/2559 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 
ที่ประชุมรับทราบเรื่องที่บริษัทได้ยื่นหนังสือของแสดงความจำนงในการปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารกรุงไทย
จำกัด(มหาชน) โดยบริษัทยินดีที่จะนำที่ดินที่ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้ในขณะนี้
ไปวางเป็นหลักประกันเพิ่มเติมมูลค่า 1,000 ล้านบาท และขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในระยะเวลา 1 ปี
เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการขายที่ดินที่เป็นหลักประกันเพื่อไปชำระหนี้ให้กับธนาคารดังกล่าวได้
หากมีการซื้อขายที่ดินดังกล่าวและได้เงินมาให้หักชำระเงินต้นก่อน
โดยปัจจุบันบริษัทยังไม่ทราบผลการพิจารณาของธนาคารดังกล่าว
และที่ประชุมรับทราบผลการรายงานการสำรวจพื้นที่ที่เป็นหลักประกัน พบว่า มีผู้บุกรุกที่ดินจำนวน 177 ราย
ในงบการเงินนี้บริษัทจึงประมาณการค่าใช้จ่ายที่จำเป็น
เพื่อให้สามารถขายที่ดินได้ตามสัญญาจัดการทรัพย์สินเพิ่มเติมอีกจำนวน 51.93 ล้านบาท
ผู้บริหารของบริษัทได้ประมาณการค่าเสียหายจากคดีดังกล่าว ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2559 จำนวน
1,683.87ล้านบาท (สุทธิจากมูลค่าหลักประกัน)
เนื่องจากมูลค่าของค่าเสียหายที่บริษัทจะต้องชดใช้จริงขึ้นอยู่กับความสามารถในการขายที่ดินหลักประกันดัง
กล่าวให้ได้ในราคาสุทธิตามที่บริษัทได้ประมาณการไว้และบริษัท เคแอนด์วีเอสอาร์เอส การ์เด้นโฮม จำกัด
(บริษัทย่อยของ บริษัท โกลเด้นฯ) จะไม่ใช้สิทธิไล่เบี้ยต่อบริษัท
ซึ่งปัจจัยนี้เหล่านี้ชี้ให้เห็นความไม่แน่นอนอย่างเป็นสาระสำคัญซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดความสงสัยอย่างมี
สาระสำคัญ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 ที่ประชุมกรรมการบริษัท ครั้งที่ 15/2559 รับทราบว่า เมื่อวันที่ 22
พฤศจิกายน 2559 บริษัทได้เข้าพบและรับทราบความจำนงของธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน)
ที่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้ โดยต้องการให้บริษัท โกลเด้นฯ
ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งที่ยอดเต็มจำนวน (ประมาณสองหมื่นล้านบาท) และวางเงิน 1,000
ล้านบาทไปก่อน  แล้วจึงให้บริษัทร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีแพ่งเพื่อจัดการขายที่ดินหลักประกัน
และที่ประชุมรับทราบด้วยว่า หากบริษัท โกลเด้นฯ
ไม่ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งเต็มจำนวนภายในเดือนพฤศจิกายน 2559
ธนาคารจะดำเนินการส่งเรื่องนี้ให้กับสำนักอัยการ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ,
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและอาจบังคับคดีกับทรัพย์สินของบริษัทด้วย ปัจจุบันบริษัท โกลเด้นฯ
ยังไม่ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความ
และบริษัทยังไม่ได้รับแจ้งถึงการส่งเรื่องกับหน่วยงานที่อ้างอิงดังกล่าวข้างต้น
และยังไม่ได้รับแจ้งบังคับคดีกับทรัพย์สินของบริษัทแต่อย่างใด
และการดำเนินงานต่อเนื่องของบริษัทขึ้นอยู่อย่างมากกับความสามารถของบริษัทในการชำระหนี้สินตามคำพิพากษาข
องศาลฎีกาแสดงให้เห็นว่ามีความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัยอย่างมีนัยสำคัญเกี
่ยวกับความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่องของบริษัท
งบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการสำหรับสามเดือนและหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2559
จัดทำขึ้นตามข้อสมมติฐานว่าบริษัทจะดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
5.    จากความไม่แน่นอนอย่างเป็นสาระสำคัญซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างเป็นสาระสำคัญต่อการดำเนินงานต่อเนื่องของบร
ิษัทซึ่งมีข้อบ่งชี้ว่าสินทรัพย์ของบริษัทอาจเกิดการด้อยค่า ซึ่งมีมูลค่าสุทธิทางบัญชี ณ วันที่ 30
มิถุนายน 2559  ตามงบการเงินรวม 4,903.10
ล้านบาทบริษัทจึงจ้างผู้ประเมินราคาอิสระหลายแห่งเพื่อประเมินราคาสินทรัพย์ใหม่  อย่างไรก็ตาม
ผู้สอบบัญชีไม่สามารถสรุปผลการสอบทานในความเหมาะสมของมูลค่าโครงการดังต่อไปนี้
5.1    สิทธิการเช่าที่ดิน 81 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นรีสอร์ทที่เกาะล้าน จังหวัดชลบุรี ระยะเวลาการเช่า27  ปี  
เดือน กรกฎาคม 2556 บริษัทได้ว่าจ้างบริษัท บรูค เรียลเอสเตท  จำกัด (บริษัทประเมินราคาอิสระ)
ทำการประเมินมูลค่าสุทธิการเช่า โดยมีราคาประเมิน 275 ล้านบาท โดยใช้วิธีพิจารณาจากรายได้(Income
Approach) โดยกำหนดให้ ปี 1 กับปี 2 ยังไม่มีรายได้(เนื่องจากอยู่ขั้นตอนการก่อสร้างพัฒนาเป็นรีสอร์ท)
และ วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 บริษัทได้ทำสัญญารับโอนสิทธิหน้าหาดกับบุคคลไม่เกี่ยวข้อง
ภายใต้เงื่อนไขของเชนต่างประเทศ จำเป็นที่จะต้องมีพื้นที่หน้าหาดด้วย
เพื่อรองรับลูกค้าจากโรงแรมมาลงเล่นที่หาดได้ ดังนั้นบริษัทฯจำเป็นต้องหาพื้นที่มารองรับเงื่อนไข
โดยบริษัทจะต้องจ่ายชำระค่ารับโอนสิทธิดังกล่าวเป็นเงินจำนวน 10 ล้านบาท
และปัจจุบันอยู่ระหว่างการขอโอนสิทธิการเช่าดังกล่าวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและในปี 2558 วันที่ 5
กุมภาพันธ์ 2558  บริษัท บ้านชิดธารา จำกัด (บริษัทย่อยทางอ้อมซึ่งดำเนินโครงการดังกล่าว)
ได้ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงกับ Intercontinental Hotel Group (Asia Pacific)
เพื่อจัดทำสัญญาบริหารการจัดการโรงแรมเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2559
ทางบริษัทต่างประเทศดังกล่าวขอชะลอการลงนามในสัญญาบริหารการจัดการออกไป จนกว่าหุ้นของบริษัท
จะสามารถทำการซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่งผลให้แผนการพัฒนาโครงการหยุดชะงัก
ต่อมาเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2559
บริษัทต่างประเทศดังกล่าวได้ทำหนังสือแจ้งยกเลิกการบริหารจัดการโรงแรมดังกล่าวข้างต้น
และยินดีคืนเงินมัดจำบางส่วนจำนวน 60,000 เหรียญสหรัฐอเมริกา และบริษัท บ้านชิดธารา
จำกัดซึ่งเป็นบริษัททางอ้อมของบริษัท ได้ตั้งค่าเผื่อผลการเสียหายจากการเรียกคืนเงินไม่ได้ จำนวน 2.04
ล้านบาท ในปี 2558 บริษัทได้ว่าจ้างบริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์(ประเทศไทย)
ทำการประเมินมูลค่าสิทธิการเช่า โดยใช้วิธีพิจารณาจากรายได้(Income Approach profit rent method)
ของการให้เช่าสิทธิการเช่า โดยราคามีราคาประเมินเท่ากับ 80.70 ล้านบาท
บริษัทได้บันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าของสิทธิการเช่าจำนวน 143.7 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามผู้สอบบัญชีไม่สามารถสรุปผลการสอบทานว่าการคำนวณประมาณรายได้ของการให้เช่าสิทธิการเช่าเหมาะ
สมหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีอัตราค่าเช่าที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน
และไม่มีอัตราค่าเช่าในราคาตลาดเพื่อเปรียบเทียบได้
โดยสิทธิการเช่ามีมูลค่าสุทธิทางบัญชีตามงบการเงินรวม ณ 30 มิถุนายน 2559  จำนวน 79.88 ล้านบาท
5.2    ในปี 2556 บริษัทรับโอนสินทรัพย์ (โครงการกฤษดาดอย) จากอดีตบริษัทย่อย(บริษัท เค เอ็ม ซี โฮเท็ล 
แอนด์ รีสอร์ท จำกัด) เพื่อชำระหนี้มูลค่ารวม ณ วันที่โอน 165 ล้านบาท
ซึ่งประกอบไปด้วยสิทธิการเช่ามูลค่า 109 ล้านบาท อาคารระหว่างก่อสร้างมูลค่า 45 ล้านบาท
และสินทรัพย์ถาวร (รีสอร์ทที่ดำเนินการแล้ว) มูลค่า 11 ล้านบาท
บริษัทได้ประเมินมูลค่ายุติธรรมของสิทธิการเช่าโดยได้ใช้ราคาประเมินของของผู้ประเมินอิสระประเมินโดยบริษ
ัท บรูค เรียลเอสเตท จำกัด ซึ่งใช้วิธีพิจารณาจากรายได้ (Income Approach) ที่ทำขึ้นในเดือนกันยายน 2556
ภายใต้ข้อสมมติฐานให้บริษัทได้ลงทุนเพิ่มเติมอีก 50 ล้านบาท โดยคำนวณมูลค่าจากรายได้ในอนาคตโดยประมาณ
23.25 ปี แล้วคิดลดเป็นมูลค่าปัจจุบันซึ่งมีมูลค่า 110 ล้านบาท
และประเมินมูลค่าอาคารระหว่างการก่อสร้างในเดือนกรกฎาคม 2556 ประเมินโดยบริษัท บรูค เรียลเอสเตท
จำกัดโดยวิธีต้นทุนทดแทน (Replacement method) มีมูลค่า 45 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าเดียวกัน
และสินทรัพย์ถาวร (รีสอร์ทที่ดำเนินการแล้ว) มูลค่า 11 ล้านบาท ตามราคาประเมินของผู้บริหาร
โดยผู้บริหารของบริษัทชี้แจงว่าผู้ประเมินราคาอิสระไม่สามารถหาราคาตลาดของสิทธิการเช่าอาคารระหว่างก่อสร
้าง และสินทรัพย์ถาวรดังกล่าว ณ วันที่โอนได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2558
บริษัทได้ซื้อที่ดินของโครงการดังกล่าวเพื่อให้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยมีมูลค่าการซื้อ 83.60 ล้านบาท
และบริษัทได้เข้าพัฒนาและปรับปรุงโครงการใหม่
ซึ่งมูลค่าของการลงทุนสูงกว่าที่เคยประมาณการไว้เมื่อเดือนกันยายน 2556 ทั้งนี้ ผู้บริหารได้ให้บริษัท
ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์(ประเทศไทย)ประเมินมูลค่ายุติธรรมของโครงการกฤษดาดอยใหม่ในเดือนมิถุนายน 2559
ซึ่งใช้วิธีพิจารณาจากรายได้ (Income Approach) แล้วคิดลดเป็นมูลค่าปัจจุบันซึ่งมีมูลค่า 438 ล้านบาท
ผู้บริหารของบริษัทคาดว่าโครงการนี้คุ้มค่าต่อการลงทุน และไม่มีข้อบ่งชี้เรื่องการด้อยค่า
โดยโครงการกฤษดาดอยมีมูลค่าสุทธิทางบัญชีตามงบการเงินรวม ณ 30 มิถุนายน 2559 จำนวน 282.61 ล้านบาท
เนื่องจากผลการดำเนินงานของบริษัท เอคิว วิลเลจ
ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ไม่ลงทุนปรับปรุงเพิ่มมีผลขาดทุนจากการใช้สินทรัพย์มาโดยต่อเนื่อง
ปัจจุบันโครงการเริ่มเปิดดำเนินการ
การที่สถาบันการเงินหยุดการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อทุกประเภทชั่วคราวและความไม่แน่นอนอย่างมากเกี่ยวกับควา
มสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่องของบริษัท ปัจจัยเหล่านี้อาจมีผลกระทบทางลบต่อโครงการนี้อย่างมีสาระสำคัญ
5.3    บริษัทฯ ประมาณการหนี้สินที่ต้องจ่ายผู้ถือหุ้นเดิม ของ บริษัท วิลล่า นครินทร์ 
ซึ่งมีเงื่อนไขชำระชำระค่าซื้อหุ้นบางส่วนจากผลการดำเนินงานที่บริษัทตกลงแบ่งให้แก่ผู้ขายในอัตราร้อยละ
80 ของเงินได้สุทธิหลังหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายจำนวน 46.17  ล้านบาท ทั้งนี้
บริษัทอยู่ระหว่างการจัดทำประมาณการรายได้ของโครงการจากสภาพตลาดในปัจจุบัน
ซึ่งผู้สอบบัญชีไม่สามารถสรุปผลการสอบทานว่ามูลค่าประมาณการหนี้สินดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ทั้งนี้
โครงการ AQ  ARBOR  สถานที่ตั้งอยู่ถนนเฉลิมพระเกียรติสวนหลวง ร9. เริ่มเปิดขาย เดือน มีนาคม 2559
ปัจจุบันมียอดขาย 117.20 ล้านบาท
5.4    บริษัทรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าในมูลค่าของเงินให้กู้ยืมแก่บริษัท เอคิว วิลเลจ จำกัด 
เป็นบริษัทย่อย 100% ของบริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด(มหาชน) ได้ปล่อยเงินกู้ยืมให้ บริษัท บ้านชิดธารา
จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย 100%ของบริษัท เอคิว วิลเลจ จำกัด
ในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จเฉพาะกิจการสำหรับงวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2559 จำนวน 227 ล้านบาท
ซึ่งผู้สอบบัญชีไม่สามารถสอบทานเรื่องความเหมาะสมเหตุของการด้อยค่าในมูลค่าของเงินให้กู้ยืม
ซึ่งเป็นผลจาก เรื่องบริษัท บ้านชิดธารา จำกัด ได้ตั้งประมาณการด้อยค่าสิทธิการเช่าจำนวน 143.7 ล้านบาท
โดยที่ผู้สอบบัญชีไม่สามารถสรุปว่าราคาที่ตั้งด้อยค่าเหมาะสมหรือไม่


จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและเผยแพร่ต่อไป


          ขอแสดงความนับถือ


 (นายอภิวุฒิ ทองคำ)                 (ดร.สุทัศน์ จันกิ่งทอง)    
          กรรมการ                             กรรมการ
______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้