รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
27 ธ.ค. 2559 19:00:00
หัวข้อข่าว
แจ้งวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อลงมติเป็นหนังสือให้ศึกษาการแปลงกองอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีการลงทุนเพิ่มและเรียกประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนเมื่อศึกษาเสร็จ
หลักทรัพย์
CPTGF
แหล่งข่าว
CPTGF
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                ที่ บลจ. กท. PIF. 0169/2559

วันที่ 27 ธันวาคม 2559

เรื่อง    แจ้งวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนเพื่อกำหนดสิทธิและรายชื่อของผู้ถือหน่วยลงทุนในการลงมต
ิเป็นหนังสือแทนการจัดประชุมของผู้ถือหน่วยลงทุน
เพื่อการแสดงความประสงค์ให้บริษัทจัดการศึกษาแนวทางในการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัส
ต์โดยไม่มีการลงทุนในทรัพย์สินใหม่เพิ่มเติม
และให้บริษัทจัดการเรียกประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อพิจารณาการแปลงสภาพเมื่อการศึกษาแนวทางเสร็จสมบูรณ์

เรียน    กรรมการและผู้จัดการ
    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ด้วยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ("บริษัทจัดการ") 
ในฐานะบริษัทจัดการกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซี.พี.ทาวเวอร์ โกรท(CPTGF) ("กองทุนรวม
CPTGF")
เห็นควรจัดทำสรุปหลักเกณฑ์และข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นทรัสต์
เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust: REIT) ("กองทรัสต์")
พร้อมทั้งข้อดีและข้อด้อยในการแปลงสภาพดังกล่าวแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ศึกษาข้อม
ูลและเปิดโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้แสดงความประสงค์ของตนที่จะให้บริษัทจัดการศึกษาแนวทางในการแปลงสภาพ
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์โดยไม่มีการลงทุนในทรัพย์สินใหม่เพิ่มเติม
และดำเนินการเรียกประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อพิจารณาการแปลงสภาพดังกล่าวต่อไปหรือไม่ อย่างไรก็ดี
การขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม CPTGF
ในครั้งนี้มิใช่การขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อการแปลงสภาพตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ.
50/2556 เรื่อง การแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
แต่เป็นเพียงการขอมติเพื่อให้บริษัทจัดการดำเนินการศึกษาแนวทางในการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้
เป็นกองทรัสต์เพื่อเรียกประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนต่อไป
1.    หลักการและเหตุผลของการขอให้บริษัทจัดการศึกษาแนวทางในการแปลงสภาพ

โดยที่ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 
(รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ("พระราชบัญญัติทรัสต์") รวมทั้งประกาศ และ/หรือ
หลักเกณฑ์ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ("สำนักงาน ก.ล.ต.")
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ("ตลาดหลักทรัพย์")
และ/หรือ กฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับกองทรัสต์
โดยมีจุดมุ่งหมายให้กองทรัสต์เป็นทางเลือกการลงทุนรูปแบบใหม่
และเป็นการพัฒนาโครงสร้างการระดมทุนและการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นไปตามแนวทางสากลที่นิยมใช้กันในต
่างประเทศ อีกทั้งรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านกองทรัสต์
โดยคณะรัฐมนตรีได้ออกมาตรการกระตุ้นการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์
ด้วยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ
ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราวโดยมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 (เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน
2559
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้ขยายระยะเวลามาตรการภาษีและค่าธรรมเนีย
ม เพื่อส่งเสริมการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านกองทรัสต์ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560
และปัจจุบันร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการพิจารณาและแก้ไขของสำนักงา
นคณะกรรมการกฤษฎีกา)
ดังนั้น หากร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงข้างต้นมีผลใช้บังคับ 
และหากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ประสงค์แปลงสภาพเป็นกองทรัสต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2560
จะทำให้กองทุนรวมซึ่งแปลงสภาพไปเป็นกองทรัสต์ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและค่าธรรมเนียม อาทิ
ค่าธรรมเนียมการโอนหรือก่อสิทธิในทรัพย์สิน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์
 
นอกจากนี้ 
ตามกฎเกณฑ์กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันไม่สามารถเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
เพิ่มเติมได้ ดังนั้น หากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ประสงค์จะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม
จะต้องใช้กองทรัสต์เป็นเครื่องมือในการลงทุน โดยการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์
ซึ่งจะลดข้อจำกัดในเรื่องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม
อีกทั้งสามารถกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้มากขึ้น

อย่างไรก็ดี แม้ว่าการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไปเป็นกองทรัสต์จะสามารถลดข้อจำกัดดังกล่าวได้ 
แต่การพิจารณาแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไปเป็นกองทรัสต์นั้น
ผู้ถือหน่วยลงทุนควรตระหนักถึงความจำเป็นในการแปลงสภาพ และพิจารณาถึงปัจจัยสำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย
อาทิ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม (ถ้ามี) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแปลงสภาพ และปัจจัยอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม

2.    รายละเอียดของมติที่จะนำเสนอเพื่อขออนุมัติจากผู้ถือหน่วยลงทุน และมติที่ใช้และการออกเสียงลงคะแนน

วาระที่เสนอเพื่อพิจารณา    อนุมัติให้บริษัทจัดการศึกษาแนวทางในการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็
นกองทรัสต์โดยไม่มีการลงทุนในทรัพย์สินใหม่เพิ่มเติม
และให้บริษัทจัดการเรียกประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อพิจารณาการแปลงสภาพเมื่อการศึกษาแนวทางเสร็จสมบูรณ์
การลงมติ    วาระนี้จะต้องได้รับอนุมัติโดยมติโดยเสียงข้างมากของผู้ถือหน่วยลงทุนซึ่งคิดตามจำนวนหน่วยลงทุน
รวมกันเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวม
หากได้รับมติอนุมัติจากผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม CPTGF ตามหลักเกณฑ์ข้างต้น 
บริษัทจัดการจะดำเนินการศึกษาแนวทางการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์โดยละเอียด
และดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการแปลงสภาพและการเรียกประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อขอมติในการแปล
งสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์ตามกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องต่อไป

3.    ขั้นตอนและวิธีการในการดำเนินการ

เพื่อความสะดวกและความคล่องตัวในการดำเนินการ 
และเพื่อไม่เป็นการรบกวนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องเสียเวลาในการเดินทางมาเข้าร่วมประชุม
บริษัทจัดการจึงเห็นควรให้มีการลงมติเป็นหนังสือแทนการจัดประชุมของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม CPTGF
โดยบริษัทจัดการจะจัดส่งเอกสารสรุปหลักเกณฑ์และข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทร
ัพย์ให้เป็นกองทรัสต์
รวมทั้งเงื่อนไขการออกเสียงลงมติและเอกสารสำหรับการลงมติของผู้ถือหน่วยลงทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรา
ยที่มีสิทธิในการออกเสียงลงมติตามรายชื่อที่รวบรวมได้ ณ
วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนเพื่อกำหนดสิทธิและรายชื่อของผู้ถือหน่วยลงทุน
และขอให้ผู้ถือหน่วยลงทุนออกเสียงลงคะแนนในแบบฟอร์มการลงคะแนนที่จัดส่งไปพร้อมกัน
พร้อมกับส่งคืนแบบฟอร์มการลงคะแนนและเอกสารแสดงตัวตนของผู้ถือหน่วยลงทุนให้แก่บริษัทจัดการ
โดยเมื่อสิ้นสุดเวลาทำการของวันที่กำหนดให้เป็นวันสุดท้ายที่บริษัทจัดการได้รับแบบฟอร์มการลงคะแนนแล้ว
บริษัทจัดการจะประกาศผลสรุปมติของผู้ถือหน่วยลงทุนให้ทราบต่อไป

กำหนดระยะเวลาเบื้องต้นในการดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนมีดังนี้

กำหนดระยะเวลา    ขั้นตอนการดำเนินการ
10 มกราคม 
2560    ปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนเพื่อกำหนดสิทธิและรายชื่อของผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีสิทธิออกเสียง
ลงมติ
18 มกราคม 
2560    นายทะเบียนจัดส่งเอกสารสรุปหลักเกณฑ์และข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพ
ย์ให้เป็นกองทรัสต์ และแบบฟอร์มการลงคะแนนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายตามรายชื่อที่มีการปิดสมุดทะเบียน
 บริษัทจัดการเผยแพร่เอกสารดังกล่าวบนเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์
21 กุมภาพันธ์ 
2560    วันสุดท้ายที่บริษัทจัดการได้รับแบบฟอร์มการลงคะแนนพร้อมเอกสารแสดงตัวตนจากผู้ถือหน่วยลงทุน
28 กุมภาพันธ์ 
2560    บริษัทจัดการแจ้งมติของผู้ถือหน่วยลงทุนในการแสดงความประสงค์ให้บริษัทจัดการศึกษาแนวทางในการแปลงสภ
าพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และการแสดงความประสงค์ให้บริษัทจัดการเรียกประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนเมื่อศึกษาแ
นวทางเสร็จสมบูรณ์เพื่อพิจารณาการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์
บนเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์

ในการนี้ บริษัทจัดการขอแจ้งวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนในวันที่ 10 มกราคม 2560 
เพื่อกำหนดสิทธิและรายชื่อของผู้ถือหน่วยลงทุนในการลงมติเป็นหนังสือแทนการจัดประชุมเพื่อการพิจารณาอนุมั
ติให้บริษัทจัดการศึกษาแนวทางในการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นกองทรัสต์ตามที่เรียนให้ทราบข
้างต้น

จึงเรียนมาเพื่อทราบ
                  ขอแสดงความนับถือ

            (นางชวินดา  หาญรัตนกูล)
                                                                                                          
       กรรมการผู้จัดการ

หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาติดต่อไปยัง ส่วนงานบริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร.02-686-6100  ต่อ 9
______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้