รายละเอียดข่าว

วันที่/เวลา
25 ก.พ. 2558 18:53:00
หัวข้อข่าว
คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2557
หลักทรัพย์
TCCC
แหล่งข่าว
TCCC
รายละเอียดแบบเต็ม
คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม
                คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ                     

ชื่อบริษัท                                            : บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน)
ปี                                                  : 2014
ไตรมาส                                             : ประจำปี
สิ้นสุดวันที่                                           : 31 ธ.ค. 2557
หมายเหตุ                                            :
ที่    012/2558

        วันที่  25  กุมภาพันธ์  2558

เรื่อง        ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับปี 2557
เรียน        กรรมการผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สิ่งที่ส่งมาด้วย    การวิเคราะห์และคำอธิบายของฝ่ายจัดการ (MD&A)
    

บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) ขอนำส่งการวิเคราะห์และคำอธิบายของฝ่ายจัดการ (MD&A) 
ของผลประกอบการ ณ สิ้นปี 2557 ของบริษัท ตามที่ปรากฎในแนบท้ายหนังสือฉบับนี้


    จึงเรียนมาเพื่อทราบ

         ขอแสดงความนับถือ




   นายชิกาฮิเด โมริ
                                      กรรมการผู้จัดการใหญ่
 
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

ภาพรวมธุรกิจ (Overview)

    บริษัทฯขอรายงานผลกำไรเบ็ดเสร็จรวมจากงบการเงินเฉพาะกิจการ จำนวน 1,940 ล้านบาทและผลกำไรต่อหุ้น 3.32 
บาท สำหรับผลการดำเนินงานในรอบบัญชี 2557 ระหว่าง 1 มกราคม 2557 ถึง 31 ธันวาคม 2557
เปรียบเทียบกับผลกำไรสุทธิ 2,218 ล้านบาทและผลกำไรต่อหุ้น 3.79 บาท สำหรับผลการดำเนินงานในรอบบัญชี 2556
ระหว่าง 1 มกราคม 2556 ถึง 31 ธันวาคม 2556 ซึ่งผลประกอบการปี 2557 ลดลงจากปีก่อนหน้า 278
ล้านบาทหรือร้อยละ 13

    ในปี 2557 นับเป็นปีที่ปัจจัยจากภายนอกเข้ามากระทบการดำเนินงานของบริษัทฯอย่างต่อเนื่อง 
โดยที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังรายงานการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2557 เติบโตได้เพียงร้อยละ 0.7
ซึ่งมาจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองตลอดครึ่งปีแรก ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐติดขัด
ความเชื่อมั่นในการบริโภคและการลงทุนของเอกชนลดลง นโยบายต่างๆของภาครัฐขาดความชัดเจน
โดยเฉพาะเรื่องการเบิกจ่ายเงินจากโครงการจำนำข้าวฤดูกาลผลิต 2556/57
ล่าช้าส่งผลกระทบต่อชาวนาในการลงทุนซื้อปัจจัยการเพาะปลูกฤดูกาลใหม่
ซึ่งทำให้กำลังการซื้อปุ๋ยเคมีลดลงตามไปด้วย และรัฐบาลภายใต้อำนาจของ คสช.
เลือกแนวทางช่วยชาวนาลดต้นทุนการผลิตแทนการประกันราคาหรือการสนับสนุนอื่นๆ
ทำให้เมื่อสิ้นสุดโครงการจำนำข้าวราคาปรับตัวลดลงกว่าร้อยละ 20
จึงต้องออกมาตรการช่วยเหลือชาวนาผ่านการกำกับดูแลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
ขอความร่วมมือผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยลดราคาลง 40 - 50 บาทต่อกระสอบ
ในขณะที่ราคายางพาราและสินค้าเกษตรอื่นๆก็ลดลงอย่างต่อเนื่องอันเนื่องมาจากความซบเซาของเศรษฐกิจโลก

    ในขณะเดียวกัน ปี 2557 ประเทศไทยมีพื้นที่การเพาะปลูกลดลงจากปัญหาภัยแล้งและภาวะฝนทิ้งช่วง 
ซึ่งทำให้เขื่อนเก็บน้ำไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เพียงพอต่อการจ่ายน้ำสำหรับการเกษตรนอกฤดูฝน
พื้นที่การทำนาปรังลดลงความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีจึงลดลงตามไปด้วย
อีกทั้งรัฐบาลยังมีนโยบายการโซนนิ่งการเกษตรใหม่เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชให้เหมาะสมกับดินและสภาพแ
วดล้อม ซึ่งในช่วงแรกอาจมีความสับสนและเกษตรกรต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และปรับตัว
ทำให้อาจมีผลต่อการเลือกใช้สูตรและปริมาณปุ๋ยเคมีที่เปลี่ยนไป

    จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นพอสรุปได้ว่า ความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีของประเทศไทยในปี 2557 
ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาจากกำลังการซื้อและพื้นที่การเพาะปลูกที่ลดลง
ทำให้ฝ่ายบริหารฯต้องปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจให้เข้ากับสถานการณ์ อาทิเช่น
พยายามเพิ่มปริมาณการส่งออกปุ๋ยเคมีไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรักษารายได้
การเลือกใช้สื่อโฆษณา-ประชาสัมพันธ์และกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาตลาด
โดยบริษัทฯยังคงยึดมั่นในนโยบายสำคัญๆ คือ 1) การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า 2)
การรักษาคุณภาพและมาตรฐานสินค้า 3) การบริหารสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม 4)
การบริหารความเสี่ยงโดยไม่เก็งกำไรกับราคาวัตถุดิบและค่าเงิน 5)
การใช้โฆษณาและการส่งเสริมการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ และ 6)
ให้ความร่วมมือกับแนวนโยบายของรัฐบาลในสิ่งที่บริษัทฯสามารถทำได้ ซึ่งตลอดปี 2557
ฝ่ายบริหารฯพยายามสุดความสามารถที่จะบริหารจัดการกิจกรรมต่างๆของบริษัทฯ
เพื่อให้ได้รับผลประกอบการที่ดีและมีผลตอบแทนสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น

ผลการดำเนินงานและความสามารถในการทำกำไร (Results of Operations)

1.    ภาพรวมผลการดำเนินงาน
งบการกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2557 
เปรียบเทียบกับงบการกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2556
 

2.    รายได้จากการขาย Net Sales

 

    สำหรับปี 2557 บริษัทฯสามารถสร้างรายได้จาการขายปุ๋ยเคมีทั้งสิน 14,458 ล้านบาท ลดลง 1,323 
ล้านบาทหรือร้อยละ 8 จากปีก่อน (15,781 ล้านบาท) สาเหตุที่รายได้จากการขายลดลงเกิดจาก 2 สาเหตุสำคัญคือ
1) การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับกำลังการซื้อในประเทศและต้นทุนที่ลดลงจากราคาวัตถุดิบในตลาดโลก 2)
การเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือชาวนาฤดูกาล 2557/58 ด้วยการลดราคา 40 - 50 บาทต่อกระสอบ
ซึ่งการดำเนินการทั้งสองอย่างนั้น
ฝ่ายบริหารฯได้ดำเนินการอย่างรอบคอบโดยคำนึงถึงสถานการณ์ทางการตลาดและศักยภาพในการแข่งขันเป็นสำคัญ
ในที่สุดสามารถเพิ่มปริมาณการส่งมอบสินค้าปี 2557 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้าโดยประมาณ 10,000
เมตริกตัน ซึ่งปริมาณการส่งมอบสินค้านั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555สวนทางกับรายได้ที่ลดลง

 

    ปุ๋ยเคมีที่บริษัทฯจำหน่ายแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือปุ๋ยเคมีปั้นเม็ดที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตของบริษัทฯเอง
กับแบบนำเข้า-บรรจุ บริษัทฯสามารถสร้างรายได้จากการขายปุ๋ยเคมีปั้นเม็ด 11,044 ล้านบาท
ลดลงจากปีก่อนหน้า 955 ล้านบาทหรือร้อยละ 8 ในขณะเดียวกัน บริษัทฯมีรายได้จากการขายปุ๋ยเคมีนำเข้า-บรรจุ
 3,414 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 369 ล้านบาทหรือร้อยละ 10

    เมื่อมองถึงปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีของประเทศไทยในปี 2557 
พบว่ามีปริมาณความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีลดลงจากปริมาณน้ำและสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก
ฤดูฝนทิ้งช่วงฝนตกไม่สม่ำเสมอ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้เมื่อกำลังการซื้อของเกษตรกรลดลงอย่างต่อเนื่อง
ราคาปุ๋ยเคมีจึงต้องปรับตัวลดลงตามไปด้วย
บริษัทฯจึงปรับตัวด้วยการเน้นการเพิ่มปริมาณการขายเพื่อรักษารายได้
ซึ่งในที่สุดสามารถเพิ่มปริมาณการขายปุ๋ยเพื่อการทำนาข้าวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
แม้ว่าราคาข้าวเปลือกจะลดลงและพื้นที่ทำนาน้อยลงก็ตาม
ในขณะเดียวกันสามารถเพิ่มปริมาณการขายปุ๋ยสำหรับพืชไร่และพืชเศรษฐกิจอื่นๆเพื่อทดแทนความต้องการใช้ปุ๋ยส
ำหรับยางพาราที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และยังสามารถเพิ่มปริมาณการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ร้อยละ 8.4
 เพื่อชดเชยตลาดในประเทศที่หดตัวลง
    
3.    ต้นทุนสินค้าขาย Cost of Goods Sold
บริษัทฯมีต้นทุนสินค้าขายสำหรับปี 2557 จำนวน 11,757 ล้านบาท ลดลง 695 ล้านบาทหรือร้อยละ 6 จากปีก่อน 
(12,452 ล้านบาท)
ภาพรวมต้นทุนสินค้าขายปรับตัวลดลงเล็กน้อยตามการอ่อนตัวลงของราคาวัตถุดิบในตลาดโลกจากปี 2555
เรื่อยมาและมาทรงตัวและปรับขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้นปี 2557
เมื่อประเทศแถบละตินอเมริกามีความต้องการวัตถุดิบสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน ปี 2557
บริษัทฯมีการผลิตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าทำให้สามารถกระจายต้นทุนคงที่ได้มากขึ้นทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง
ในขณะที่ต้นทุนการผลิตอื่นๆ เช่น ราคาพลังงาน ค่าแรงงาน และ ค่าขนส่ง
บริษัทฯพยายามปรับปรุงผลผลิตอย่างต่อเนื่องจนสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับต่ำกว่าปีที่ผ่านมา
ทำให้ภาพรวมต้นทุนสินค้าขายตลอดปี 2557 ลดลง
 
    

4.    ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร Selling and Administration Expenses
บริษัทฯมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมทั้งสิ้น 562 ล้านบาท ลดลง 142 ล้านบาท หรือร้อยละ 20 จากปีก่อน
 (704 ล้านบาท) จากสาเหตุหลักๆดังต่อไปนี้
-    การลดลงของค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและส่งเสริมการขายอย่างมีนัยสำคัญ 
กล่าวคือฝ่ายบริหารฯปรับลดการใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายลดลงตามสถานการณ์ทางการตลาด
โดยเน้นการจัดกิจกรรมการขายเฉพาะจุดให้เหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูก ในขณะที่ปี 2557
บริษัทไม่มีการจัดงานฉลองครบรอบ 40
ปีการก่อตั้งบริษัททำให้ไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในปี 2556
-    การปันส่วนค่าใช้จ่ายคงที่ของโรงงานเป็นค่าใช่จ่ายในการบริหารลดลง 
จากที่โรงงานสามารถผลิตได้อย่างต่อเนื่องและมีการหยุดเพื่อซ่อมบำรุงโรงงานตามแผนงานปกติเท่านั้น
จึงทำให้การปันส่วนเกินค่าเฉลี่ยปกติจากค่าใช้จ่ายในการผลิตเป็นค่าใช้จ่ายบริหารลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ
่านมา

5.    การวิเคราะห์ความสามารถในการหากำไร Profitability  Analysis

 

ในปี 2557 บริษัทฯมีกำไรขั้นต้น 2,701 ล้านบาท ลดลง 628 ล้านบาทจากปีก่อน (3,329 ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ
19
มูลค่ากำไรขั้นต้นที่ลดลงมากจากราคาขายที่ปรับลงให้เข้าสถานการณ์ทางการตลาดที่เกษตกรมีกำลังการซื้อลดลง
ทำให้บริษัทฯมีอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับปี 2557 ร้อยละ 18.7 น้อยกว่าที่ปี 2556 ที่ทำได้ร้อยละ 21.1

สำหรับกำไรสุทธิปี  2557 บริษัทฯมีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 1,940 ล้านบาท ลดลง 278 ล้านบาทจากปีก่อน (2,218 
ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 13 อัตราการเปลี่ยนแปลงกำไรสุทธิที่ลดลงเล็กน้อยนั้นมาจาก
การปรับลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางธุรกิจ
บริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนทางการเงินให้ลดลง
และยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนภายใต้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่ว
ม ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลง จาก 13.9 ในปี 2556 เป็น 13.3 ในปี 2557 โดยที่ผลกำไรต่อหุ้นลดลงจาก 3.79
มาเป็น 3.32 บาทต่อหุ้นในปี 2557 ลดลง 0.47 บาทต่อหุ้นคิดเป็นร้อยละ 12

ด้านอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) สำหรับปี 2557 เท่ากับ 25.6 เท่า น้อยกว่าปี 2556 ที่ทำได้ 33.8 เท่า
ในขณะที่อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์รวม (ROA) แสดงในปี 2557 เท่ากับ 20.6 เท่าน้อยกว่าปี 2555 ที่ทำได้
26.4 เท่า แม้ว่าอัตราผลตอบแทนทั้งสองนี้จะปรับตัวลดลง แต่ก็ยังเป็นอัตราผลตอบแทนที่สูง
แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯสามารถรักษาความสามารถในการหากำไรเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นและใช้สินทรัพย์ในการดำเนิน
งานการให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจ
  


?
Liquidity and Capital Resources การวิเคราะห์ฐานะทางการเงิน

1.    ภาพรวมฐานะทางการเงิน


 

2.    สินทรัพย์
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 9,774 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 663 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.3 
จากสิ้นปีก่อน โดยมีรายละเอียดประกอบดังนี้
 

-    บริษัทฯมีเงินสดสิ้นปีเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาในอัตราร้อยละ 6.6 
ขณะที่สินค้าคงเหลือสิ้นปีเพิ่มขึ้นร้อยละ 44.6
มูลค่าสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดจากปริมาณส่งมอบสินค้าที่ลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงปลายปี
2557 ทำให้ปริมาณสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น และยังนับรวมถึงสินค้าระหว่างเดินทาง
ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่บริษัทฯจัดหาในช่วงปลายไตรมาสสุดท้ายของปี 2557 ซึ่งจะมาถึงประเทศไทยในช่วงต้นปี
2558 เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ
ซึ่งบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับนโยบายการรักษาปริมาณสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับต่ำแต่ต้องเพียงพอต่อความ
ต้องการของตลาดเพื่อความสามารถในการแข่งขัน







-    บริษัทฯมียอดลูกหนี้การค้าสุทธิสิ้นปี 2557 เท่ากับ 328 ล้านบาทลดลง 369 ล้านบาทจากปีก่อน (697 
ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 53
สาเหตุของยอดลูกหนี้การค้าลดลงมากนี้มาจากปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมากในช่วงเดือน พฤศจิกายน และ ธันวาคม
2557
เนื่องมาจากพื้นที่ในการทำนาปรังลดลงตามมาตรการจำกัดการจ่ายน้ำจากเขื่อนเพื่อการเพาะปลูกนอกฤดูของจากรัฐ
บาล และกำลังการซื้อของเกษตรกรในการลงทุนฤดูการผลิตใหม่ลดลง
อีกทั้งรอความชัดเจนจากนโยบายช่วนเหลือเกษตรกรและการจัดโครงสร้างการเกษตรใหม่จากภาครัฐ
จึงทำให้ลูกค้าลดคำสั่งซื้อและไม่กักเก็บสินค้าในช่วงสิ้นปี 2557
ในขณะที่บริษัทฯมีระยะเวลาการเก็บหนี้เฉลี่ย 13 วัน ลดลง 2 วันเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
และจากตารางรายละเอียดลูกหนี้การค้าจำนวน 362 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557
มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้จะสูญจำนวน 34 ล้านบาทซึ่งครอบคลุมลูกหนี้ค้างชำระเกินกว่า 12
เดือนขึ้นไปที่มีจำนวน 29 ล้านบาท

 


3.    หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
-    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 บริษัทฯมีหนี้สินรวมทั้งสิน 1,850 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 9 ล้านบาทหรือร้อยละ 0.5
จากสิ้นปี 2556 อยู่ในระดับใกล้เคียงกันกับปีที่ผ่านมา ในภาพรวมปี 2557
บริษัทฯยังคงก่อหนี้น้อยและใช้เงินสดจากการดำเนินงานในการดำเนินธุรกิจ
ซึ่งปรากฏให้เห็นในอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจาก 296.12 เท่าในปี 2556 เป็น
929.43 เท่าในปี 2557
-    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 บริษัทฯมีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 7,924 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 654 
ล้านบาทหรือร้อยละ 9 จากสิ้นปี 2556 อันเป็นผลมาจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
ทำบริษัทฯมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลงจาก 0.25 เท่าในปี 2556 เหลือเพียง 0.23 เท่าในปี
2557 ซึ่งนับว่าเป็นอัตราส่วนที่น้อยมาก



4.    สภาพคล่อง
บริษัทฯมีสภาพคล่องอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก โดยอัตราส่วนสภาพคล่องของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจาก 4.20 เท่า ณ 
สิ้นปี 2556 เป็น 4.60 เท่า ณ สิ้นปี 2557 ในขณะที่อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วนั้นปรับตัวลดลงเล็กน้อย
โดยลดลงจาก 3.14 เท่า เป็น 3.10 เท่า
สาเหตุที่อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วลดลงนั้นเกิดจากบริษัทฯมีปริมาณสินค้าคลังสิ้นปีเพิ่มขึ้น 730
ล้านบาท เป็นผลให้อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วลดลง
     
    ในส่วนของกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานนั้น สำหรับปี 2557 มีจำนวน 1,726 ล้านบาทลดลง 1,708
ล้านบาทจากปีก่อน (3,434 ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 50 ขณะที่เงินสดสุทธิใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงินสำหรับปี
 2557 มีจำนวน 1,292 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 465 ล้านบาทจากปีก่อน (827 ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 56

?
Economic & Business Forecast 2015 แนวโน้มสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ 2558

สำหรับแนวโน้มและสถานการณ์ปี 2558 ฝ่ายบริหารฯมองว่า 
การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นและประเทศในสหภสพยุโรปโดยเฉพาะกรีซจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เศร
ษฐกิจโลกมีเสถียรภาพ
ในขณะที่ความกังวลต่อการลดการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะเศรษฐก
ิจของไทยต้องพึงพาการส่งออกไปยังจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปเป็นสำคัญ
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ เมื่อปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองคลี่คลายลง
นโยบายภาครัฐบาลและมาตรการทางเศรษฐกิจน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น
การใช้จ่ายภาครัฐในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมจะเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ในขณะที่ภาคเอกชนจะมีความเชื่อมั่นในการลงทุนและบริโภคมากขึ้น
ฝ่ายบริหารฯขอวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานในอนาคตไว้ดังต่อไปนี้

1.    ราคาสินค้าเกษตรและกำลังการซื้อของเกษตรกร
ราคาสินค้าเกษตรลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ 
ซึ่งกำลังซื้อของเกษตรกรลดลงอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาสสุดท้ายของปี 2557
ซึ่งหากภาครัฐยังไม่มีมาตรการและความชัดเจนเรื่องการพยุงราคาซื้อสินค้าเกษตรให้สูงขึ้น
อาจส่งผลให้กำลังการซื้อของเกษตรกรลดลงอย่างมีนัยสำคัญและอาจจะส่งผลต่อปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีตลอดปี 2558
ซึ่งฝ่ายบริหารจะติดตามและประเมินผลกระทบอย่างสม่ำเสมอและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

2.    ปัญหาภัยแล้งและพื้นที่ในการเพาะปลูกลดลง
ไตรมาสสุดท้ายของปี 2557 
รัฐบาลออกมาตรการจำกัดการจ่ายน้ำจากเขื่อนเพื่อการเพาะปลูกทำให้เกษตกรลดพื้นที่ในการทำนาปรังลง
ขณะนี้เกษตรกรไทยต้องพึ่งพาฝนเป็นหลักเนื่องจากระบบชลประทานเพื่อการเพาะปลูกนั้นไม่ทั่วถึงในขณะที่รัฐบา
ลพยายามปฏิรูปการเกษตรของไทยโดยศึกษาทั้งระบบเพื่อการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมหรือการจัดโซนนิ่ง
ซึ่งอาจเปลี่ยนโครงสร้างทางการผลิตทางการเกษตรของไทย
ดังนั้นปริมาณน้ำฝนและผลของนโยบายการจัดการพื้นที่เกษตกรรม
จะเป็นอีกปัจจัยที่จะส่งผลต่อปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีในปี 2558

3.    ราคาวัตถุดิบและอัตราและเปลี่ยน
ราคาวัตถุดิบปุ๋ยเคมีปรับตัวตามอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลก 
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลงมากนั้นแทบไม่มีความสัมพันธ์กับราคานำเข้าวัตถุดิบปุ๋ยเคมี
จึงกล่าวได้ว่าราคาวัตถุดิบการผลิตปุ๋ยเคมีนั้นเปลี่ยนอย่างอิสระจากราคาน้ำมัน
บริษัทฯคาดการณ์ว่าตลาดวัตถุดิบปุ๋ยเคมีปี 2558 ว่าจะใกล้เคียงกับปี 2557
และอาจมีวัตถุดิบบางชนิดปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าลงทำให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดีบริษัทฯ
จะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะรับมือกับภาวะผันผวนของราคาวัตถุดิบและพร้อมที่จะหยืดหยุน
ปรับเปลี่ยนการจัดหาวัตถุดิบให้เหมาะสมกับสถานการณ์และะความต้องการของตลาดเพื่อสร้างผลกำไรกลับไปยังผู้ถ
ือหุ้นให้ได้มากที่สุด



    เพื่อให้เตรียมความพร้อมของบริษัทฯให้สามารถฟันฝ่าอุปสรรคจากปัจจัยต่างๆทางธุรกิจที่จะเข้ามากระทบการดำ
เนินงานในปี 2558 ฝ่ายบริหารขอกำหนดแนวนโยบายในการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้
 
-    เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ทางการตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินความต้องการปุ๋ยเคมีให้แม่นยำที่สุดเ
ท่าที่จะทำได้
-    ยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนแผนการผลิตและการจัดหาวัตถุดิบให้สอดคล้องตามความต้องการของตลาด 
และติดตามตรวจสอบปริมาณสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดเวลา
-    สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าและเกษตรกร
-    รักษาคุณภาพของสินค้าให้มีมาตรฐานสูง
-    พัฒนาและปรับปรุงโรงงานอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มผลผลิตอย่างมั่นคง
-    บริหารความเสี่ยงโดยการไม่เก็งกำไรจากการปรับเปลี่ยนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน
-    ใช้สื่อโฆษนาและการส่งเสริมการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ
-    ร่วมมือกับนโยบายต่างๆของภาครัฐเท่าที่สามารถจะทำได้

สุดท้ายนี้ 
ฝ่ายบริหารฯยืนยันว่าจะมุ่งมั่นบริหารจัดการการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯให้เติบโตอย่างต่อเนื่องเพื่อดำรงไ
ว้เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นตลอดไป

หมายเหตุ การวิเคราะห์ทางการเงินใช้ข้อมูลจากงบการเงินเฉพาะกิจการ
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้