Language :

Happy Money Happy Retirement

Happy Money เงินทองต้องวางแผน

บริหารเงินหลังเกษียณ
สไตล์วัยเก๋า

กว่าที่จะเดินทางมาถึง “วันเกษียณ” ประสบการณ์ชีวิตสอนเรามาหมดแล้วว่าจะจัดการกับชีวิตในแต่ละช่วงอย่างไร ทั้งช่วงเวลาที่ยากลำบากและช่วงเวลาที่สุขสบาย แต่สิ่งที่ทุกคนยังไม่เคยเจอ คือ การเปลี่ยนแปลงของชีวิตใน
“วัยเกษียณ”
ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า

Step 1 เตรียมพร้อมสู่ชีวิตหลังเกษียณ

คิดไว้หรือยังว่า อยากใช้ชีวิตแบบไหนในวัยเกษียณ จะทำอะไรบ้างในแต่ละวัน มีกิจกรรมที่สนใจ สำหรับพักผ่อนหย่อนใจหรือยัง อยากไปท่องเที่ยวที่ไหน มีอะไรที่อยากทำแต่ไม่เคยทำมาก่อน หรือไม่ ถ้ายังไม่ได้คิดยังไม่วางแผน ต้องรีบคิดรีบวางแผนกันแล้ว

นั่นก็เพราะ จากสถิติประชากรของประเทศไทย พบว่า โดยเฉลี่ยแล้วเด็กแรกเกิดมีโอกาสอยู่รอดไปจนถึง อายุ 71-78 ปี แต่ถ้ามีชีวิตมาจนถึงอายุ 60 ปีได้แล้วล่ะก็ จะมีโอกาสมีชีวิตต่อไปจนถึงอายุ 81-83 ปี เลยทีเดียว จึงต้องวางแผนชีวิตเผื่อไว้สำหรับช่วงอายุที่มากกว่า 70-80 ปี

เมื่อชีวิตเกษียณยังอีกยาวไกล และแม้จะอยู่ในวัยเกษียณเหมือนกัน แต่ “ไลฟ์สไตล์” ในแต่ละช่วงชีวิต ก็ไม่เหมือนกัน เพราะทุกปีที่ผ่านไปจะทำให้ร่างกายโรยราลงไปเรื่อยๆ ดังนั้น ในการวางแผนชีวิตสำหรับวัยเกษียณก็ต้อง เตรียมพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ สำคัญที่สุดคือ “เงิน” เพื่อตอบโจทย์ไลฟไตล์ที่เราต้องการได้อย่างเต็มที่

Step 2 เทคนิคบริหารเงินหลังเกษียณ

ถ้านี่คือชีวิตวัยเรียน “การบริหารเงินหลังเกษียณ” น่าจะเป็นวิชาสุดท้ายก่อนออกไปใช้ชีวิต ในโลกความเป็นจริง เพื่อที่จะทำให้เงินก้อนใหญ่ที่เก็บออมมาทั้งชีวิตออกดอกออกผลได้อย่าง ต่อเนื่อง มีรายได้พอกินพอใช้ไปตลอดชีวิตและที่สำคัญ คือ เงินออมก้อนนี้จะต้องไม่จากเราไป ก่อนเวลาอันควร

สำหรับคนที่รู้ตัวแน่ๆ แล้วว่าเงินคงไม่เพียงพอ หรือคนที่อยากมีเกษียณสุขทางการเงินมากขึ้นไปอีก สิ่งที่ต้องเร่งทำให้เร็วที่สุด คือ “การปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย” และ “ปลดหนี้” เพื่อให้มีเงินออมเพิ่มมากขึ้นไปอีก

ที่ผ่านมาเราอาจจะมีความเชื่อเดิมๆ ว่า เงินก้อนสุดท้ายของชีวิต ห้ามนำไปลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงสูงๆ เช่น หุ้น เพราะอาจจะขาดทุน หนักๆ ได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าเรายังมีเวลาลงทุนอีกหลายปี ซึ่งนานพอที่จะรับมือกับ ความผันผวนที่จะเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ การฝากธนาคาร หรือ ลงทุนตราสารหนี้ เพียงอย่างเดียว จะให้ผลตอบแทนที่ต่ำมากๆ ซึ่งอาจไม่เพียงพอที่จะรับมือกับเงินเฟ้อ ที่ทำให้เงินของเราด้อยค่าลงทุกวันๆ เลยด้วยซ้ำไป

เพราะฉะนั้น จำเป็นต้องกล้าเสี่ยงบ้าง แต่ให้อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น โดยผสมผสานทั้งการลงทุน ตราสารหนี้ หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะลงทุนด้วยตัวเองก็ทำได้ หรือ ลงทุนผ่านกองทุนรวมก็สะดวกดี เพียงแค่นี้เราก็จะสามารถ บริหารเงินออมให้งอกเงยมากพอให้เราทยอยถอนไปใช้จ่าย ได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการในระยะเวลาที่นานขึ้น

อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่ควรจะกล้าเกินไป หรือ คาดหวังผลตอบแทนที่สูงเกินจริง (เพราะมันไม่มีอยู่จริง) เพราะอาจจะกลายเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ รวมทั้งไม่ควรลงทุนในสิ่งที่ไม่รู้ไม่เข้าใจ เพราะต้องไม่ลืมด้วยว่านี่คือ “เงินก้อนสุดท้ายในชีวิต”

Step 3 จัดพอร์ตลงทุนหลังเกษียณ

วัตถุประสงค์หลักของการ “จัดสรรเงินก้อนสุดท้าย” มีอยู่ 2 เรื่องที่สำคัญ คือ เพื่อให้เพียงพอกับ ค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน และเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในอนาคตที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น จากเงินเฟ้อตลอดระยะเวลา หลังเกษียณ (ขณะที่บางคนอาจจะเพิ่มความต้องการที่จะมีมรดก ทิ้งไว้ให้ลูกหลานด้วยก็ไม่ผิดอะไร)

ถึงเวลาที่เราต้องถามตัวเองแล้วว่า... “ทางเลือกลงทุน” และ “พอร์ตลงทุน” แบบไหน เหมาะกับเรามากที่สุด

อย่างไรก็ตาม หากคิดว่า การจัดพอร์ตลงทุนในรูปแบบต่างๆ มันยุ่งยากเกินไป ก็อาจจะเลือกลงทุนใน กองทุนรวมที่ออกแบบมาเพื่อวัยเกษียณ หรือ กองทุนที่มีเป้าหมายสร้างรายได้ประจำแทนก็ได้

แต่ไม่ว่าจะเลือกลงทุนหรือจัดพอร์ตลงทุนแบบไหน ต้องไม่ลืมกันเงินส่วนหนึ่งไว้เป็น “สภาพคล่องเพื่อ ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน” อย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายประจำของครอบครัวอยู่เสมอ ซึ่งควรเก็บไว้ใน สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หรือกองทุนรวมตลาดเงิน เพราะหากเกิดเหตุ ฉุกเฉินก็สามารถเบิกถอนออกมาใช้ได้อย่างทันท่วงที

Step 4 วางแผนมรดกให้ลูกหลาน

อย่าคิดว่า การคิดถึงเรื่องการ “ส่งมอบทรัพย์สิน” โดยการเขียนพินัยกรรมจะเป็นลางไม่ดี หรือยังไม่ถึงเวลา แต่เราควรทำเพราะการวางแผนมรดกไม่มีคำว่า “เร็วเกินไป”

การวางแผนมรดกจะทำให้เราต้องคิดทบทวน รวบรวม ตรวจสอบรายการทรัพย์สินที่มีอยู่ และนำมา จัดระเบียบให้ชัดเจน ถูกต้อง รวมทั้งต้องศึกษาเรื่องภาษีมรดกควบคู่กันไปด้วย ก่อนจะจัดสรรทรัพย์สิน ทั้งหลายให้แก่คนที่เรารักต่อไป ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือแม้กระทั่งการแบ่งปันให้กับ ผู้อื่นตามที่เราต้องการ

ฉะนั้น ทางออกที่ดีที่สุดในการจัดการกับทรัพย์สมบัติของเรา ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม คือ รู้จักวางแผน มรดกและใช้พินัยกรรมเป็นเครื่องมือ “คุมเกม” เพราะถึงแม้จะเสียชีวิต แต่เราก็ยังมีสิทธิคุมเกมการเงิน ได้ตามกฎหมาย จะยกอะไรให้กับใครก็ได้ที่เราเห็นสมควร

แม้ว่า ชีวิตวัยหลังเกษียณจะเป็นบททดสอบบทใหม่ในชีวิต แต่ถ้าใช้หลักบริหารเงินหลังเกษียณ มาช่วยเราเตรียมพร้อมและจัดการความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็จะทำให้ชีวิตวัยเกษียณมีแต่ความสุขกาย สุขใจ สุขเงินแน่นอน

เว็บไซต์ในกลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
SET Contact Center
X
SET Chatbot : ถามตอบเรื่องการลงทุน 24 ชั่วโมง
สอบถามข้อมูลอื่นๆ กับเจ้าหน้าที่ ในวันทำการ เวลา 8.00 - 18.00 น.