การเชื่อมต่อระบบเข้าสู่ตลท.
     
 
  1. ตลาดตราสารทุน
    - ระบบซื้อขายหลักทรัพย์ (ARMS)
    - ระบบหลังการซื้อขายหลักทรัพย์ (PTI)
  2. ตลาดตราสารอนุพันธ์
    - ระบบซื้อขายและชำระราคาหลักทรัพย์ (OMX System)
  3. การขอเข้าสู่ระบบ (SET Market Access)
  4. ระบบเครือข่าย (SET Network)
    - SETNET1
    - SETNET2.5
  5. มาตรฐานการรักษาความปลอดภัย
  6. มาตรฐานการบริหารจัดการงานบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

ระบบหลังการซื้อขายหลักทรัพย์ (PTI)

PTI: Post Trade Integration
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พัฒนาระบบงานหลังการขายโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ บน Platform ที่เรียกว่า Post Trade Integration “PTI” เพื่อรองรับกระบวนการ Straight Through Processing(STP) ต่อเนื่องตั้งแต่การส่งคำสั่งมายังระบบงานหลังการซื้อขายทั้งหมด ซึ่งหมายรวมถึงการต่อเชื่อมกับระบบงานภายนอกได้โดยอัตโนมัติผ่านมาตรฐานสากล อีกทั้งยังรองรับตราสารทุนและตราสารหนี้ภาครัฐไว้ด้วยกัน เพิ่มประสิทธิภาพ ความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้องในกระบวนการทำงาน (Business Operation) เน้นเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยง นอกจากนั้นระบบงานใหม่ยังถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นในการรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ สามารถรองรับโอกาสทางธุรกิจได้อย่างฉับไว

ระบบ PTI ใหม่จะมาทดแทนและต่อยอดความสามารถของระบบ SDC และ SRG เดิม โดยเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2550 ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากจะให้บริการระบบพื้นฐานของบริการหลังการซื้อขายทั้งหมด (การชำระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์ การรับฝากหลักทรัพย์ นายทะเบียนหลักทรัพย์ และการบริหารความเสี่ยงของสำนักหักบัญชี) ยังรองรับการให้บริการ Value added service ไม่ว่าจะเป็น การเชื่อมโยง Real time กับ ระบบยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL) ของตราสารทุน รวมถึงระบบซื้อคืนพันธบัตร(REPO) ซึ่งเป็นบริการใหม่ของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ ที่ได้พัฒนาและปรับปรุงให้เป็น “บริการกลาง” สำหรับสมาชิกศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ โดยมุ่งเน้นประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายโดยรวมของทั้งอุตสาหกรรม และความเป็นอัตโนมัติอย่างครบวงจร

ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และเป็นมาตรฐานสากล จะช่วยเพิ่มความสามารถของระบบในหลายด้านด้วยกัน ได้แก่

  • ปรับโฉมหน้าจอการใช้งานของสมาชิก ด้วยเทคโนโลยี Open system ที่ใช้ web browser ซึ่งเป็นที่คุ้นเคย ลดเวลาในการเรียนรู้ และยังครอบการใช้งานด้วย CITRIX technology ซึ่งทำให้ใช้การตอบสนองเร็ว ลดค่าใช้จ่ายเรื่อง Bandwidth ให้แก่สมาชิก
  • สื่อสารจากระบบสู่ระบบได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพด้วยมาตรฐาน message รูปแบบมาตรฐาน ISO (ในปัจจุบันใช้ ISO 15022)
  • สะดวกรวดเร็วด้วยการเชื่อมต่อ Realtime กับระบบ BAHTNET ของธนาคารแห่งประเทศไทย และ SWIFTNet เพื่อลดความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับการชำระราคาตามมาตรฐานสากล ได้แก่ การชำระราคา DVP/RVP ในลักษณะ Real time Gross settlement 
  • ปรับปรุงกระบวนการทำงานต่างๆ (Business Process) ให้เป็นไปอย่างอัตโนมัติที่เรียกว่า ”Transaction Automation” เพื่อลดข้อผิดพลาดจาก Human Intervention
  • เพิ่มทางเลือกและความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งาน โดยท่านสามารถ Inquiry ดูรายงานบนหน้าจอ และจัดเก็บรายงานในหลาย Format ได้

พัฒนาการต่อยอดระบบงานของ PTI Platform

พฤษภาคม 2549 บริการงานรับฝากพันธบัตรและตราสารหนี้ภาครัฐ (CSD)
ธันวาคม 2549 เปิดบริการงาน SBL & REPO ตราสารหนี้ภาครัฐ
กันยายน 2550 รองรับงาน Equity ETF กองแรกของประเทศไทย (TDEX)
ตุลาคม 2550 ระบบ PTI เปิดบริการเต็มรูปแบบ รองรับทั้งตราสารทุน ตราสารหนี้เอกชน และตราสารหนี้ภาครัฐระบบงานนายทะเบียนใหม่ (ACA) เริ่มใช้งาน ระบบงาน SBL ในส่วนตราสารทุน เริ่มเปิดให้บริการ และมีสถาบันขนาดใหญ่ เข้ามาเป็นผู้ให้ยืมหลักทรัพย์
ปี 2551 ดำเนินการปรับลดระยะเวลาการชำระราคา จาก T+3 เป็น T+2 และมี Equity ETF บน Sector พลังงาน
ปี 2552 คาดว่าจะเชื่อมต่อระบบงานรับฝากหลักทรัพย์กับศูนย์รับฝากต่างประเทศ (Cross CSD Linkage)

ช้อมูลระบบงาน (ณ. วันที่ 31 มกราคม 2551)

สมาชิกที่ใช้งาน PTI  จำนวน
96
ราย
หลักทรัพย์ที่ใช้บริการงานนายทะเบียน
577
บริษัท
มูลค่าชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (เฉลี่ยต่อวัน)
  ตราสารทุน
3,302
ล้านบาท
  ตราสารหนี้ภาครัฐ
196,509 
ล้านบาท
มูลค่าหลักทรัพย์ในบัญชีรับฝากหลักทรัพย์   (scripless)  
  ตราสารทุน
4,030,748
ล้านบาท
  ตราสารหนี้ภาครัฐ
2,540,153 
ล้านบาท
ทุนจดทะเบียนของงานนายทะเบียน
1,995,157 
ล้านบาท

     

                         

 
 

บทความ Critical Financial Market Infrastructures