ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย : รายละเอียดข่าว

 

 

 
     
 
วันที่/เวลา 04 ส.ค. 2553 09:22:00
  หัวข้อข่าว คำเสนอซื้อหลักทรัพย์ 247-4
  หลักทรัพย์ AMANAH
  แหล่งข่าว AMANAH

 
          คำเสนอซื้อหลักทรัพย์
           (แบบ 247-4)

                ของ

      บริษัท นวลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)

               โดย

      ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย




              ผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อ
        บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด


          ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)

                                                                   สารบัญ
สาระสำคัญของคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ ....................................... 1
ส่วนที่ 1
            รายละเอียดของผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์........................ 6
ส่วนที่ 2
            1. ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ทำคำเสนอซื้อ.............................. 6
            2. ข้อมูลเกี่ยวกับผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อ ....................... 10
            3. ข้อมูลเกี่ยวกับที่ปรึกษาอื่น................................ 10
            4. ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ทำคำเสนอซื้อกับ กิจการ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 
หรือ กรรมการของกิจการ ................. 11
            5. ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องต่อการตัดสินใจของผู้ถือหลักทรัพย์............ 12
            รายละเอียดของกิจการ ................................... 14
ส่วนที่ 3
            1. ข้อมูลเกี่ยวกับกิจการ .................................. 14
            2. แผนการดำเนินการภายหลังการเข้าครอบงำกิจการ............. 22
            รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์................. 24
ส่วนที่ 4
            1. วิธีตอบรับคำเสนอซื้อ ................................. 24
            2. วิธีการรับซื้อหลักทรัพย์.................................. 28
            3. วิธีการชำระราคา ..................................... 29
            4. สิทธิของผู้ถือหลักทรัพย์ที่แสดงเจตนาขายไว้แล้ว ................ 30
            5. เงื่อนไขการยกเลิกการแสดงเจตนาขาย ..................... 31
            6. การกำหนดราคาเสนอซื้อ ................................ 33
            7. การได้ หุ้นก่อนการทําคำเสนอซื้อ (เฉพาะกรณี
การเสนอซื้อหุ้นบางส่วนตามหมวด 5 ของประกาศ
               คณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 53/2545)................... 33
            การรับรองความถูกต้องของข้อมูล .............................. 34
ส่วนที่ 5

เอกสารแนบ 1                เอกสารแสดงแหล่งเงินทุนในการทำคำเสนอซื้อ
เอกสารแนบ 2                งบการเงินของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สำหรับปี
                           สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2552
เอกสารแนบ 3                (1) ขั้นตอนการตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์
                           (2) แบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์
                           (3) หนังสือมอบอำนาจในการตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์
                           (4) แบบแจ้งต้นทุนของหลักทรัพย์ที่นำมาเสนอขาย (กรณี
ผู้แสดงเจตนาขายเป็นนิติบุคคลสัญชาติต่างด้าวซึ่งมิได้ประกอบกิจการในไทย)
                           (5) แบบคำขอแก้ไขข้อมูลผู้ถือหลักทรัพย์
                           (6) แบบคำขอให้ออกใบหลักทรัพย์
เอกสารแนบ 4                (1) ขั้นตอนการยกเลิกการแสดงเจตนาขายหลักทรัพย์
                           (2) แบบคำขอยกเลิกการแสดงเจตนาขายหลักทรัพย์
                           (3) หนังสือมอบอำนาจในการขอยกเลิกการแสดงเจตนาขายหลักทรัพย์
เอกสารแนบ 5                (1) ขั้นตอนการตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์สำหรับ NVDR
                           (2) แบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์สำหรับ NVDR
                           (3) หนังสือมอบอำนาจในการตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์สำหรับ NVDR
                           (4) แบบแจ้งต้นทุนของหลักทรัพย์ที่นำมาเสนอขายสำหรับ NVDR 
(กรณีผู้แสดงเจตนาขายเป็นนิติบุคคลสัญชาติต่างด้าวซึ่งมิได้ประกอบกิจการในไทย)

                                                                 แบบ 247-4

                                            คำเสนอซื้อหลักทรัพย์
                                      ของบริษัท นวลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
                   (ข้อเสนอซื้อและระยะเวลารับซื้อนี้เป็นข้อเสนอสุดท้ายที่จะไม่แก้ไขเพิ่มเติมอีก)


เรียน    ผู้ถือหลักทรัพย์
        ข้าพเจ้า ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ("ผู้ทำคำเสนอซื้อ") ขอเสนอซื้อหลักทรัพย์ของ 
บริษัท นวลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ("NVL" หรือ "กิจการ") ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

                                                      ส่วนที่ 1
                                          สาระสำคัญของคำเสนอซื้อหลักทรัพย์

1. วันที่ยื่นคำเสนอซื้อ
    4 สิงหาคม 2553
2. ชื่อผู้ทำคำเสนอซื้อ
    ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ("ผู้ทำคำเสนอซื้อ")
3. ชื่อผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อ
    บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด ("ผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อ")
4. วัตถุประสงค์ในการทำคำเสนอซื้อ
    ผู้ทำคำเสนอซื้อมีแผนการดำเนินธุรกิจในการให้บริการธุรกรรมทางการเงินที่ถูกต้องตามหลัก
ศาสนาอิสลามอย่างครบวงจร  ให้แก่ลูกค้าของผู้ทำคำเสนอซื้อและประชาชนทั่วไป โดยผู้ทำคำ
เสนอซื้อได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะสามารถขยายการดำเนิน    ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ที่ถูกต้องตามหลักศาสนา
อิสลามผ่านการร่วมลงทุนในกิจการ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางการดำเนิน    ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ของผู้ทำ
คำเสนอซื้อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยผ่านช่องทางการจัด จัดหน่ายที่มีอยู่
ในปัจจุบันของกิจการที่ครอบคลุมทั่วประเทศในรูปแบบของสาขาและตัวแทนในท้องที่ต่างๆ นอกจากนี้กิจการจะ
ได้รับเงินทุนเพิ่มเติมในการเสริมสร้างศักยภาพและการขยายธุรกิจของกิจการ และจะสามารถขยายฐานกลุ่ม
    ลูกค้าเป้าหมายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกิจการ
ได้ในอนาคต
5. ประเภท รุ่น จำนวนหลักทรัพย์ที่เสนอซื้อและอัตราส่วนต่อจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ
   กิจการ กิจการมีหลักทรัพย์ประเภทเดียว คือ หุ้นสามัญ โดยจำนวนหุ้นสามัญของกิจการที่เสนอซื้อในครั้งนี้
มีจำนวน 265,500,000 (สองร้อยหกสิบห้าล้านห้าแสน) หุ้น คิดเป็นร้อยละ 35.4 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่าย
ได้แล้วทั้งหมดของกิจการ และร้อยละ 35.4 ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ (หุ้นสามัญของกิจการ 1 
หุ้น มีสิทธิออกเสียงเท่ากับ 1 เสียง)




                                                            1

                                                                        แบบ 247-4

   อย่างไรก็ดี ภายหลังการทำคำเสนอซื้อ ผู้ทำคำเสนอซื้อจะดำเนินการซื้อหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งกิจการจะเป็นผู้ออกและเสนอขาย
   ให้กับผู้ทำคำเสนอซื้อโดยเฉพาะเจาะจง (Private Placement) จำนวน 200,000,000 (สองร้อยล้าน) หุ้น 
โดยหากในการทำคําเสนอซื้อครั้งนี้มีผู้แสดงเจตนาตอบรับคําเสนอซื้อหลักทรัพย์เท่ากับหรือมากกว่าจํานวนที่มีการเสนอซื้อคื อ
   265,500,000 (สองร้อยหกสิบห้าล้านห้าแสน) หุ้น ภายหลังการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวข้างต้น ผู้ทำคำเสนอซื้อจะถือหุ้น
   ของกิจการจำนวนทั้งสิ้น 465,500,000 (สี่ร้อยหกสิบห้าล้านห้าแสน) หุ้น คิดเป็นร้อยละ 49.0 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระ
   แล้วของกิจการภายหลังการเพิ่มทุน
6. ราคาที่เสนอซื้อ
   ราคาที่เสนอซื้อหุ้นสามัญ เท่ากับหุ้นละ 1.20 (หนึ่งจุดสองศูนย์) บาท โดยที่ผู้แสดงเจตนาขายมีภาระค่าธรรมเนียมในการ
   เสนอขายหุ้นในอัตราร้อยละ 0.25 ของราคาเสนอซื้อ และค่าภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 ของค่าธรรมเนียมในการ
   เสนอขายหุ้น ทั้งนี้ เนื่องจากการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ครั้งนี้ เป็นการเสนอซื้อหลักทรัพย์บางส่วน (Partial Tender 
Offer) ผู้เสนอขายหลักทรัพย์จะได้รับเงินค่าขายสุทธิในแต่ละกรณี ดังนี้
   6.1 หากจำนวนหลักทรัพย์ที่มีผู้เสนอขายมีจำนวนน้อยกว่าจำนวนที่เสนอซื้อ ผู้ทำคำเสนอซื้อจะยกเลิกการทำคำเสนอซื้อ
       ในครั้งนี้ และคืนหลักทรัพย์ที่นำมาเสนอขายให้กับผู้แสดงเจตนาขายทุกราย โดยผู้ทำคำเสนอซื้อจะเป็นผู้รับภาระ
       ค่าธรรมเนียมในการโอนหุ้นคืน จึงเท่ากับว่าผู้แสดงเจตนาขายจะไม่ได้รับการชำระราคาใดๆ เนื่องจากการทำคำเสนอ
       ซื้อถูกยกเลิก พร้อมทั้งได้รับหุ้นที่นำมาเสนอขายคืนทั้งจำนวน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมอีก
    6.2 หากจำนวนหลักทรัพย์ที่มีผู้เสนอขายมีจำนวนเท่ากับจำนวนที่เสนอซื้อ ผู้แสดงเจตนาขายทุกรายจะสามารถขาย
        หลักทรัพย์ได้ทั้งจำนวน โดยราคาเสนอซื้อสุทธิที่ผู้แสดงเจตนาขายจะได้รับ เท่ากับ ราคาที่เสนอซื้อหุ้นสามัญ หุ้นละ
        1.20 (หนึ่งจุดสองศูนย์) บาท หักด้วยค่าธรรมเนียมในการเสนอขายหุ้นในอัตราร้อยละ 0.25 ของราคาเสนอซื้อ และค่า
        ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 ของค่าธรรมเนียมในการเสนอขายหุ้น ดังนั้น ราคาเสนอซื้อสุทธิที่ผู้แสดงเจตนาขาย
        จะได้รับคือ 1.1968 (หนึ่งจุดหนึ่งเก้าหกแปด) บาทต่อหุ้นสามัญ
   6.3 หากจำนวนหลักทรัพย์ที่มีผู้เสนอขายมีจำนวนมากกว่าจำนวนที่เสนอซื้อ ผู้แสดงเจตนาขายทุกรายจะสามารถขาย
       หลักทรัพย์ได้ในจำนวนที่ได้รับการจัดสรรตามเกณฑ์ที่ปรากฏในข้อ 11 โดยราคาเสนอซื้อสุทธิที่ผู้แสดงเจตนาขายจะ
       ได้รับ เท่ากับ ราคาที่เสนอซื้อหุ้นสามัญ หุ้นละ 1.20 (หนึ่งจุดสองศูนย์) บาท หักด้วยค่าธรรมเนียมในการเสนอขายหุ้น
       ในอัตราร้อยละ 0.25 ของราคาเสนอซื้อ และค่าภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 ของค่าธรรมเนียมในการเสนอขายหุ้น
       นอกจากนี้ ผู้แสดงเจตนาขายจะต้องรับภาระค่าธรรมเนียมในการโอนหุ้นคืน รายการละ 50 บาท ในกรณีที่ผู้เสนอขาย
       ประสงค์จะฝากหุ้นไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ในระบบไร้ใบหุ้น (Scripless) หรือรายการละ 100 บาท ในกรณีที่ผู้
       เสนอขายประสงค์จะรับคืนเป็นใบหุ้น ดังนั้น ราคาเสนอซื้อสุทธิที่ผู้แสดงเจตนาขายจะได้รับคือ 1.1968 (หนึ่งจุดหนึ่ง
       เก้าหกแปด) บาทต่อหุ้นสามัญ หักด้วยค่าธรรมเนียมในการโอนหุ้นคืน 50 บาทต่อรายการ หรือ 100 บาทต่อรายการ
       แล้วแต่กรณี
   ซึ่งราคาเสนอซื้อดังกล่าว
   (/)        เป็นราคาเสนอซื้อสุดท้ายที่จะไม่เปลี่ยนแปลงอีก (final offer) (เว้นแต่เข้าเงื่อนไขที่แจ้งตามข้อ 8)
   ()         ไม่ใช่ราคาเสนอซื้อสุดท้าย ผู้ทำคำเสนอซื้ออาจมีการเปลี่ยนแปลงราคาเสนอซื้อได้


                                                                  2

                                                                                     แบบ 247-4

   ในการคำนวณจำนวนเงินค่าขายหลักทรัพย์ที่จะต้องชำระให้แก่ผู้แสดงเจตนาขายแต่ละราย ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์
   จะนำราคาเสนอซื้อสุทธิคูณด้วยจำนวนหลักทรัพย์ที่เสนอขาย แล้วนำมาดำเนินการปัดเศษให้จำนวนเงินค่าขายหลักทรัพย์
   เป็นจำนวนเงินที่มีทศนิยม 2 ตำแหน่ง โดยในกรณีที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 3 มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 5 จะปัดขึ้น แต่ถ้าน้อย
   กว่า 5 จะปัดทิ้ง
   ทั้งนี้ ภายใต้บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์จะหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 ของ
   กำไรจากการขายหลักทรัพย์ (ผลต่างระหว่างราคาเสนอซื้อกับต้นทุนซื้อ) สำหรับผู้แสดงเจตนาขายที่เป็นนิติบุคคลสัญชาติ
   ต่างด้าวที่มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ยกเว้นในกรณีที่ผู้แสดงเจตนาขายสามารถแสดงต่อตัวแทนในการรับซื้อ
   หลักทรัพย์ว่าผู้แสดงเจตนาขายเป็นนิติบุคคลสัญชาติต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซึ่งมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศ
   ไทย และในอนุสัญญาภาษีซ้อนฉบับดังกล่าวมีการยกเว้นภาษีให้แก่กำไรจากการขายหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
   ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งคิดในอัตราร้อยละ 15 ของผลกำไรจากการขายหลักทรัพย์ดังกล่าว ผู้แสดง
   เจตนาขายหลักทรัพย์ต้องกรอกรายละเอียดของต้นทุนของหุ้นสามัญที่นำมาเสนอขายใน "แบบแจ้งต้นทุนของหลักทรัพย์ที่
   นำมาเสนอขาย" พร้อมทั้งแนบเอกสารหลักฐานแสดงราคาต้นทุนดังกล่าว ตามเอกสารแนบ 3 (4) สำหรับหุ้นสามัญ และ
   ตามเอกสารแนบ 5 (4) สำหรับ NVDR ในกรณีที่ผู้แสดงเจตนาขายดังกล่าวไม่แจ้งต้นทุนซื้อให้ตัวแทนในการรับซื้อ
   หลักทรัพย์ทราบหรือไม่ได้แนบหลักฐานแสดงราคาต้นทุนดังกล่าว ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์จะทำการหักภาษี ณ ที่
   จ่าย โดยคำนวณภาษีจากจำนวนเงินค่าขายหลักทรัพย์ทั้งจำนวนที่ผู้แสดงเจตนาขายจะได้รับ
   หมายเหตุ : ผู้แสดงเจตนาขายที่เป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3 ของภาระ
   ค่าธรรมเนียมในการเสนอขายหุ้น และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้กับ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส
   จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์
7. ระยะเวลารับซื้อ
   ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ถึง 16.00 น. ของวันที่ 6 สิงหาคม 2553 ถึงวันที่ 13 กันยายน 2553 เฉพาะวันทำการ
 รวมทั้งสิ้น 25 วันทำการ ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวเป็น
   ( / ) ระยะเวลารับซื้อสุดท้ายที่จะไม่ขยายเวลารับซื้ออีก (final period) (เว้นแต่เข้าเงื่อนไขที่แจ้งตามข้อ 8)
   ( ) ไม่ใช่ระยะเวลารับซื้อสุดท้าย ผู้ทำคำเสนอซื้ออาจขยายระยะเวลารับซื้อได้
8. เงื่อนไขในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำเสนอซื้อ
   ()       ไม่มีเงื่อนไข
   (/)      มีเงื่อนไขในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำเสนอซื้อ ดังนี้
            ( / ) ผู้ทำคำเสนอซื้ออาจลดราคาเสนอซื้อหรือขยายระยะเวลาในการเสนอซื้อ หากมีเหตุการณ์ร้ายแรงต่อ
                       ฐานะหรือทรัพย์สินของกิจการในระหว่างระยะเวลารับซื้อ
            ( / ) ผู้ทำคำเสนอซื้ออาจแก้ไขข้อเสนอหรือขยายระยะเวลาในการเสนอซื้อเพื่อแข่งขันกับบุคคลอื่น หากมี
                       บุคคลอื่นยื่นคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการในระหว่างระยะเวลารับซื้อ




                                                       3

                                                                                       แบบ 247-4

9. เงื่อนไขในการยกเลิกคำเสนอซื้อ
   ผู้ทำคำเสนอซื้ออาจยกเลิกคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการได้ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
   9.1        หากสิ้นสุดระยะเวลารับซื้อที่กำหนดไว้ในคำเสนอซื้อแล้ว ปรากฏว่าจำนวนหุ้นที่มีผู้แสดงเจตนาขายมีจำนวนน้อย
              กว่า 265,500,000 (สองร้อยหกสิบห้าล้านห้าแสน) หุ้น ซึ่งเป็นจำนวนหุ้นที่ผู้ทำคำเสนอซื้อกำหนดเป็นเงื่อนไขใน
              การรับซื้อ
   9.2        มีเหตุการณ์หรือการกระทําใดๆเกิดขึ้นภายหลังจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาด
              หลักทรัพย์ ("สำนักงาน ก.ล.ต.") รับคำเสนอซื้อ และยังไม่พ้นระยะเวลารับซื้อ อันเป็นเหตุหรืออาจเป็นเหตุ
              ให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อฐานะหรือทรัพย์สินของกิจการ โดยเหตุการณ์หรือการกระทำดังกล่าวมิได้
              เกิดจากการกระทำของผู้ทำคำเสนอซื้อหรือการกระทำที่ผู้ทำคำเสนอซื้อต้องรับผิดชอบ
   9.3        กิจการที่ถูกเสนอซื้อกระทำการใดๆ ภายหลังจากสำนักงาน ก.ล.ต.รับคำเสนอซื้อและยังไม่พ้นระยะเวลารับซื้อ
              อันเป็นเหตุให้มูลค่าของหุ้นของกิจการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
10. ระยะเวลารับซื้อที่ผู้ถือหลักทรัพย์สามารถยกเลิกการแสดงเจตนาขาย
   ผู้แสดงเจตนาขายสามารถยกเลิกการแสดงเจตนาขายหลักทรัพย์ได้ ณ ที่ทำการของตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ ตั้งแต่
   เวลา 9.00 น. ถึง 16.00 น. ของทุกวันทำการ ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2553 ถึงวันที่ 6 กันยายน 2553 รวมทั้งสิ้น 
20 วันทำการ
11. การจัดสรรการรับซื้อกรณีมีผู้แสดงเจตนาขายมากกว่าหรือน้อยกว่าจำนวนที่เสนอซื้อ (เฉพาะกรณีการเสนอซื้อ
    หุ้นบางส่วนตามหมวด 5 ของประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 53/2545)
   ผู้ทำคำเสนอซื้อจะรับซื้อหุ้นทั้งหมดไม่เกิน 265,500,000 (สองร้อยหกสิบห้าล้านห้าแสน) หุ้น
   -    ในกรณีที่มีผู้แสดงเจตนาขายหุ้นสามัญน้อยกว่าจำนวนสูงสุดที่เสนอซื้อ ผู้ทำคำเสนอซื้อจะยกเลิกการทำคำเสนอซื้อใน
        ครั้งนี้ และคืนหลักทรัพย์ที่นำมาเสนอขายให้กับผู้เสนอขายหลักทรัพย์ทุกราย
   -    ในกรณีที่มีผู้แสดงเจตนาขายหุ้นสามัญเท่ากับจำนวนสูงสุดที่เสนอซื้อ ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ทุกรายจะสามารถขาย
        หลักทรัพย์ได้ทั้งจำนวนตามที่แสดงเจตนาขาย
   -    ในกรณีที่มีผู้แสดงเจตนาขายหุ้นสามัญมากกว่าจำนวนสูงสุด ที่เสนอซื้ อ ผู้ทำคํ าเสนอซื้ อจะใช้วิ ธีการจัดสรรตาม
        สัดส่วนของจำนวนหุ้นที่มีผู้แสดงเจตนาขาย (pro-rate) โดยผู้ทำคำเสนอซื้อจะปรับปรุงจำนวนการรับซื้อจากผู้แสดง
        เจตนาขายแต่ละรายภายหลังจากการจัดสรรตามสัดส่วน เพื่อมิให้จำนวนหลักทรัพย์ที่ผู้ถือหลักทรัพย์ไม่สามารถขาย
        ให้แก่ผู้ทำคำเสนอซื้อมีลักษณะเป็นหน่วยย่อยของการซื้อขาย (odd-lot) โดย
             หากจำนวนหุ้นสามัญที่ผู้ถือหลักทรัพย์ไม่สามารถขายให้แก่ผู้ทำคำเสนอซื้อมีจำนวนเศษหุ้นน้อยกว่า 50 หุ้น ผู้ทำ
             คำเสนอซื้อจะปัดจำนวนเศษหุ้นดังกล่าวทิ้ง
             หากจำนวนหุ้นสามัญที่ผู้ถือหลักทรัพย์ไม่สามารถขายให้แก่ผู้ทำคำเสนอซื้อมีจำนวนเศษหุ้นตั้งแต่ 50 หุ้นขึ้นไป
             ผู้ทำคำเสนอซื้อจะปัดจำนวนเศษหุ้นดังกล่าวเป็น 100 หุ้น ทั้งนี้ ต้องไม่เกินจำนวนหุ้นที่แสดงเจตนาขาย
        ทั้งนี้ หากการปัดเศษหุ้นดังกล่าวส่งผลให้จำนวนหุ้นทั้งหมดขาดหรือเกินจำนวนหุ้นที่รับซื้อ ผู้ทำคำเสนอซื้อจะปัดเศษ
        หุ้น ตามดุลยพินิจของผู้ทำคำเสนอซื้อ



                                                             4

                                                                                    แบบ 247-4

12. แหล่งเงินทุนที่ใช้ในการเสนอซื้อ
    ในกรณีที่มีผู้ตอบรับคำเสนอซื้อจนทำให้ผู้ทำคำเสนอซื้อได้รับหุ้นสามัญของกิจการเป็นจำนวนเท่ากับจำนวนหุ้นสามัญของ
    กิจการที่เสนอซื้อในครั้งนี้ ซึ่งเท่ากับ 265,500,000 (สองร้อยหกสิบห้าล้านห้าแสน) หุ้น จำนวนเงินทุนทั้งหมดที่ผู้ทำคำเสนอ
    ซื้อจะต้องใช้สำหรับการเสนอซื้อหลักทรัพย์ครั้งนี้จะเท่ากับ 318,600,000 (สามร้อยสิบแปดล้านหกแสน) บาท
    ผู้ทำ คำ เสนอซื้อจะใช้เ งิน สดที่แสดงในงบดุลของผู้ทํ าคำเสนอซื้อเป็น แหล่งเงินทุน ในการชํ าระมูล ค่า ของการเสนอซื้อ
    หลักทรัพย์ในครั้งนี้ โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2553 ผู้ทำคำเสนอซื้อมีสินทรัพย์ทรัพย์สภาพคล่องทั้งหมด จำนวน 6,665.82
    ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องร้อยละ 11.26 ของยอดรวมเงินฝากทุกประเภท และยอดรวมให้ยืม
    จากต่างประเทศที่ครบกำหนดในหนึ่งปีนับแต่วันให้ยืมและยอดรวมเงินให้ยืมจากต่างประเทศซึ่งอาจชำระคืนหรืออาจเรียก
    คืนได้ในหนึ่งปีนับแต่วันให้ยืม เว้นแต่เป็นเงินให้ยืมตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศ
    กำหนด ซึ่งอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องดังกล่าวสูงกว่าร้อยละ 6 ซึ่งเป็นอัตราส่วนขั้นต่ำที่ธนาคารต้องดำรงสินทรัพย์
    สภาพคล่องตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ.
    2547 ดังนั้นผู้ทำคำเสนอซื้อจึงมีสินทรัพย์สภาพคล่องเกินกว่าเกณฑ์ที่ต้องดำรงตามกฎกระทรวงดังกล่าว คิดเป็นมูลค่า
    ประมาณ 3,115.31 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องส่วนเกินร้อยละ 5.26
    ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด ในฐานะผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อของผู้ทำคำเสนอซื้อได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่า ผู้ทำคำ
    เสนอซื้อมีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอสำหรับการทำคำเสนอซื้อครั้งนี้
13. ชื่อตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์
    บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ("ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์")
    ชั้น 18 อาคาร ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์
    999/9 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน
    เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330
    ติดต่อ : คุณญาดาภา ศุกรศิริ หรือ คุณณรงค์ศักดิ์ รัตนถาวรกิจ
    โทรศัพท์ : 0-2658-9827 หรือ 0-2658-9826
    โทรสาร : 0-2658-9806

    วันชำระราคา         :   วันที่ 16 กันยายน 2553




                                                          5

                                                                            แบบ 247-4

                                                         ส่วนที่ 2
                                       รายละเอียดของผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์

1. ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ทำคำเสนอซื้อ
1.1 ข้อมูลทั่วไป
    ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
    66 อาคารคิวเฮ้าส์ อโศก ชั้น M, 21, 22
    สุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ
    เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
    โทรศัพท์ : 0-2650-6999
    โทรสาร : 0-2644-3345

1.2 ข้อมูลทางธุรกิจและข้อมูลอื่นๆ ของผู้ทำคำเสนอซื้อ
    ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ("ธนาคาร") เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติธนาคารอิสลาม
    แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2545 ปัจจุบันมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง ธนาคารดำเนินธุรกิจทางการเงินที่
    ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม

    (1) ลักษณะการประกอบธุรกิจของผู้ทำคำเสนอซื้อ
    ธนาคารประกอบธุรกิจทางการเงินตามพระราชบัญญัติธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2545 โดยดำเนินธุรกรรมทาง
    การเงินภายใต้กรอบของศาสนาอิสลามที่ให้บริการแก่ทุกคนไม่จำกัดศาสนา โดยยึดหลักการที่สำคัญ คือ
    -   ไม่ดำเนินธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับดอกเบี้ย
    -   ไม่สนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผิดศีลธรรม อบายมุข การเก็งกำไร และการผูกขาด
    -   มุ่งเน้นการดำเนินงานที่ชัดเจน โปร่งใส และยุติธรรม

    ณ วันที่ 31 มีนาคม 2553 ธนาคารมีสาขารวม 28 สาขา
    ธนาคารมีการให้บริการในรูปแบบดังนี้
    การให้บริการด้านเงินรับฝาก
    ธนาคารให้บริการด้านเงินรับฝากแก่ลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคล โดยมีเงินฝาก 2 ลักษณะ ดังนี้
    (1) เงินรับฝากเผื่อเรียก ธนาคารรับเงินฝากจากลูกค้าโดยลูกค้ายินยอมให้ธนาคารนำเงินดังกล่าวไปแสวงหาผลประโยชน์
        และรายได้ที่เกิดขึ้นธนาคารอาจแบ่งผลตอบแทนให้ลูกค้า ธนาคารมีบัญชี 2 ประเภท ได้แก่ บัญชีเดินสะพัด (Current
        Account) และ บัญชีออมทรัพย์ (Saving Account)

    (2) เงินรับฝากประจำ ธนาคารรับเงินฝากจากลูกค้าตามระยะเวลาที่ตกลง โดยลูกค้ายินยอมให้ธนาคารนำเงินไปลงทุนให้
        เกิดรายได้เพื่อนำมาแบ่งกันตามสัดส่วนที่ได้ตกลงกันตั้งแต่วันฝาก หรือในกรณีขาดทุน ธนาคารจะรับภาระค่าบริหาร
        จัดการทั้งหมด

                                                        6

                                                                                      แบบ 247-4

การให้บริการด้านสินเชื่อ
การให้บริการด้านเงินให้สินเชื่อของธนาคาร ได้แก่ สินเชื่อเพื่อธุรกิจรายใหญ่ สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
(SMEs) สินเชื่อธุรกิจฮาลาล สินเชื่อเพื่อการอุปโภค สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อจุลภาค สินเชื่อเพื่อ
การค้าต่างประเทศ ตัวเงินและภาระผูกพัน
วาณิชธนกิจ
การให้บริการที่ปรึกษาทางการเงิน รวมถึงการให้คำปรึกษาและบริการธุรกรรมวาณิชธนกิจ เช่น การจัดโครงสร้างทาง
การเงินและการระดมทุน การออกและเสนอขายตราสารทางการเงินตามหลักศาสนาอิสลาม ("Sukuk") เป็นต้น
การให้บริการทางการเงินอื่นๆ
การให้บริการด้านอื่นๆ ของธนาคาร ได้แก่ บริการธุรกิจปริวรรตเงินตราต่างประเทศ บริการรับชำระค่าสาธารณูปโภค และ
บัญชีซะกาต

(2) ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วของผู้ทำคำเสนอซื้อ
ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 ธนาคารมีทุน จดทะเบีย น 86,785,500,000 บาท เรีย กชำ ระแล้ว 86,785,500,000 บาท
แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 8,678,550,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท

(3) รายชื่อผู้ถือหุ้นของผู้ทำคำเสนอซื้อ
รายชื่อผู้ถือหุ้นของผู้ทำคำเสนอซื้อ ณ วันที่ 26 เมษายน 2553 เป็นดังนี้

                                                                ร้อยละเมื่อเทียบกับ
                                                                                     ร้อยละเมื่อเทียบกับ
                                                                 จำนวนหุ้นที่
                                                   จำนวนหุ้น                           สิทธิออกเสียง
                           ชื่อ                                    จำหน่ายได้แล้ว
                                                                                         ทั้งหมด
                                                                 ทั้งหมดของ
                                                                                     ของผู้ทำคำเสนอซื้อ
                                                                 ผู้ทำคำเสนอซื้อ
 1.    กระทรวงการคลัง                          4,212,540,765        48.540                  48.540
 2.    ธนาคารออมสิน                            3,455,211,352        39.813                  39.813
 3.    ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)                853,098,808         9.830                   9.830
 4.    นางสาวสุญาณี สุวรรณยศ                        50,833,674         0.586                   0.586
 5.    บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด        40,763,015         0.470                   0.470
       (มหาชน)
 6.    กองทุนเปิดไทยทวีทุน                           10,453,000         0.120                    0.120
 7.    กองทุนรวมเพื่อร่วมลงทุนในวิสาหกิจขนาด             7,500,000         0.086                    0.086
       กลางและขนาดย่อม
 8.    ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)             6,000,000         0.069                    0.069
 9.    Bank Islam Brunei Darussalam Berhad        5,226,500         0.060                    0.060
 10.   Perbadanan Tabung Amanah Islam Brunei      5,226,500         0.060                    0.060

                                                         7

                                                                                     แบบ 247-4

                                                              ร้อยละเมื่อเทียบกับ
                                                                                     ร้อยละเมื่อเทียบกับ
                                                                   จำนวนหุ้นที่
                                                 จำนวนหุ้น                               สิทธิออกเสียง
                         ชื่อ                                       จำหน่ายได้แล้ว
                                                                                           ทั้งหมด
                                                                    ทั้งหมดของ
                                                                                      ของผู้ทำคำเสนอซื้อ
                                                                   ผู้ทำคำเสนอซื้อ
 11. ผู้ถือหุ้นอื่นๆ                                31,696,386                0.365                0.365
                         รวม               8,678,550,000              100.000              100.000

(4) รายชื่อคณะกรรมการของผู้ทำคำเสนอซื้อตามทะเบียนกรรมการ
รายชื่อคณะกรรมการของผู้ทำคำเสนอซื้อ ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2553 เป็นดังนี้
                             ชื่อ                                               ตำแหน่ง
 1.    นายบัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์                                                  ประธานกรรมการ
 2.    นายสายัณห์ สตางค์มงคล                                        กรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบ
 3.    นางจินดา เทพพัตรา                                                    กรรมการตรวจสอบ
 4.    นายเอกภาพ พลซื่อ                                                     กรรมการตรวจสอบ
 5.    นายกฤษดา กวีญาณ                                                         กรรมการ
 6.    ดร. อิศรา ศานติศาสน์                                                      กรรมการ
 7.    นายเอกศักดิ์ โอเจริญ                                                       กรรมการ
 8.    นายเจษฎาวัฒน์ เพรียบจริยวัฒน์                                                กรรมการ
 9.    นายอรัญ วงศ์อนันต์                                                         กรรมการ
 10.   หม่อมราชวงศ์ศศิพฤนท์ จันทรทัต                                                กรรมการ
 11.   นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ                                              กรรมการ และกรรมการผู้จัดการ


(5) สรุปฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของผู้ทำคำเสนอซื้อ

ความเห็นของผู้สอบบัญชี
คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และนางสาวจิราภรณ์ พิริยะกิจไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักงาน จาก
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ได้ให้ความเห็นว่า จากการตรวจสอบงบการเงินของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สำหรับปี
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2550 31 ธันวาคม 2551 และ 31 ธันวาคม 2552 เห็นว่างบการเงินดังกล่าวแสดงฐานะการเงิน
ตลอดจนผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสด โดยถูกต้องตามที่ควร ในสาระสำคัญตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป
สรุปฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของผู้ทำคำเสนอซื้อ

สรุปฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ประจำปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550
2551 และ 2552 เป็นดังนี้



                                                  8

                                                                        แบบ 247-4

                                                                                       (หน่วย : บาท)
                           ปี 2550                          ปี 2551                     ปี 2552
 สินทรัพย์รวม               16,785,496,582               23,834,592,164                45,342,832,247
 หนี้สินรวม                 13,613,032,606               20,753,518,799                41,848,032,124
 ส่วนของผู้ถือหุ้น              3,172,463,976                3,081,073,365                 3,494,800,123
 ทุนจดทะเบียน              31,230,000,000               31,230,000,000                31,230,000,000
 ทุนชำระแล้ว               31,230,000,000               31,230,000,000                31,230,000,000
 ส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นสามัญ      (27,230,467,658)             (27,230,467,658)              (27,230,467,658)
 ส่วนเกิน(ต่ำ)กว่าทุนจากการ    28,272,072                  (65,207,342)                   (6,687,484)
 เปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน
กำไร (ขาดทุน) สะสม        (855,340,438)                    (853,251,635)              (498,044,735)
 รายได้รวม1                731,930,462                      925,467,439              1,751,660,066
 ค่าใช้จ่ายรวม2              1,018,114,191                      923,378,636              1,396,453,166
 กำไรสุทธิ                  (286,183,729)                        2,088,803                355,206,900
 กำไรสุทธิต่อหุ้น3 (บาท)        (0.470)                           0.001                      0.114
 เงินปันผลต่อหุ้น3 (บาท)          -                               -                          -
 มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (บาท)      1.02                            0.99                       1.12
                   
หมายเหตุ:           1  รวมรายได้จากการดำเนินงานอื่น
                   2  รวมค่าใช้จ่ายทางการเงิน ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น และหนี้สงสัยจะสูญ
                   3 คำนวณด้วยหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้วระหว่างปีตามวิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ซึ่งเท่ากับ 608,937,509 หุ้น สำหรับ
                     ปี 2550 และเท่ากับ 3,123,000,000 หุ้น สำหรับปี 2551-2552

(6) ภาระผูกพันที่เป็นสาระสำคัญตามหมายเหตุประกอบงบการเงิน ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีแล้ว

ผู้ทำคำเสนอซื้อมีภาระผูกพันที่เป็นสาระสำคัญตามหมายเหตุประกอบงบการเงิน ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี
แล้ว ดังต่อไปนี้
                                                              (หน่วย : ล้านบาท)
                                2550                               2551                              2552
                               เงินตรา                             เงินตรา                            เงินตรา
                    เงินบาท      ต่าง        รวม         เงินบาท      ต่าง         รวม     เงินบาท        ต่าง        รวม
                               ประเทศ                             ประเทศ                            ประเทศ
 การรับอาวัลตั๋วเงิน     66.97         -       66.97        14.20         -        14.20        93.39       -       93.39
 ภาระตามตั๋วแลกเงิน
    ค่าสินค้าเข้าที่ยังไม่    -        0.38        0.38           -       0.40         0.40          -     15.32       15.32
    ครบกำหนด
 เล็ตเตอร์ออฟเครดิต      -      218.55      218.55          -      32.11        32.11          -     169.18     169.18




                                                            9

                                                                                          แบบ 247-4
                                    2550                               2551                            2552
                                   เงินตรา                             เงินตรา                          เงินตรา
                       เงินบาท       ต่าง       รวม       เงินบาท         ต่าง       รวม      เงินบาท       ต่าง    รวม
                                   ประเทศ                             ประเทศ                          ประเทศ
     ภาระผูกพันอื่น
         การค้ำประกันอื่น   456.79        -      456.79          676.32      -      676.32     1,571.03      -   1,571.03
     สัญญาซื้อขายเงินตรา
     ต่างประเทศ
         สัญญาซื้อ          -        197.06    197.06            -        -         -            -         -       -
         สัญญาขาย         -        221.21    221.21            -      29.24     29.24          -       8.97    8.97
     วงเงินสินเชื่อที่ลูกค้า   402.86       -       402.86          265.86     -       265.86     1,070.78      -    1,070.78
     ยังไม่ได้ถอน
     อื่นๆ                74.74       -        74.74          33.50      -         33.50      47.09       -     47.09
     รวมภาระผูกพันอื่น     934.39    418.27    1,352.66        975.68   29.24     1,004.92   2,688.90    8.97   2,697.87
     รวมทั้งสิ้น         1,001.36   637.20    1,638.55        989.88   61.75     1,051.63   2,782.29   193.48    2,975.77

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 และ 2551 ธนาคารมีคดีฟ้องร้อง โดยมีทุนทรัพย์การฟ้องร้องจำนวน 130.46 ล้านบาท และ
    จำนวน 129.56 ล้านบาท ตามลำดับ และ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550 ธนาคารไม่มีคดีฟ้องร้อง

    (7) ประวัติการกระทำผิดทางอาญาในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาของผู้ทำคำเสนอซื้อและหรือผู้มีอำนาจกระทำการ
        ผูกพันผู้ทำคำเสนอซื้อ (กรณีผู้ทำคำเสนอซื้อเป็นนิติบุคคล)
         - ไม่มี -
    (8) ข้อพิพาททางกฎหมายที่ยังไม่สิ้นสุดของผู้ทำคำเสนอซื้อ และ/หรือ ผู้บริหาร
         ไม่มีข้อพิพาททางกฎหมายที่ยังไม่สิ้นสุดที่มีผลกระทบและ/หรืออาจมีผลกระทบด้านลบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะทาง
         การเงินหรือผลการดำเนินงานหรือการดำเนินธุรกิจของผู้ทำคำเสนอซื้อ

2. ข้อมูลเกี่ยวกับผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อ
    บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด
    ชั้น 20 อาคารทิสโก้ทาวเวอร์
    48/45 ถนนสาทรเหนือ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
    โทรศัพท์ 0-2697-3800
    โทรสาร 0-2638-0301
3. ข้อมูลเกี่ยวกับที่ปรึกษาอื่น
    - ไม่มี -




                                                               10

                                                                                       แบบ 247-4

4. ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ทำคำเสนอซื้อกับ กิจการ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือ กรรมการของกิจการ
4.1 สรุปสาระสำคัญของสัญญา/ข้อตกลง/บันทึกความเข้าใจ ที่ผู้ทำคำเสนอซื้อกระทำขึ้นก่อนการยื่นคำเสนอซื้อ
    หลักทรัพย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ของกิจการอย่างมีนัยสำคัญ
    ก่อนการทำคำเสนอซื้อ ผู้ทำคำเสนอซื้อได้มีหนังสือ "ข้อเสนอการร่วมลงทุน" ไปยังกิจการ เพื่อแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วม
    ลงทุนในกิจการในสัดส่วนร้อยละ 49 ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด โดยการทำคำเสนอซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมบางส่วน (Partial
    Tender Offer) จำนวน 265,500,000 หุ้น และการเสนอซื้อหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งกิจการจะต้องเป็นผู้ออกและเสนอขายให้กับผู้ทำ
    คำเสนอซื้อแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement หรือ PP) เป็นจำนวน 200,000,000 หุ้น รวมเป็นจำนวนหุ้นสามัญที่
    ผู้ทำคำเสนอซื้อจะเข้าซื้อทั้งสิ้น 465,500,000 หุ้น (คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 49 ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด หรือ คิดเป็นร้อยละ
    49 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนทั้งหมดและการเพิ่มทุน ซึ่งจะมีจำนวนรวมทั้งสิ้น
    950,000,000 หุ้น) ในราคาเดียวกันที่ 1.20 บาทต่อหุ้น โดยข้อเสนอดังกล่าวของผู้ทำคำเสนอซื้ออยู่ภายใต้เงื่อนไขบังคับ
    ก่อน (Condition Precedent) ดังต่อไปนี้
    1. กิจการจะต้องดำเนินการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน (Treasury Stock) ทั้งหมดของกิจการ ซึ่งมีจำนวน 10,255,600 หุ้น ให้
       แล้วเสร็จเรียบร้อย และ
    2. กิจการจะต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติอนุมัติยินยอมให้ผู้ทำคำเสนอซื้อทำคำเสนอซื้อหุ้นบางส่วน (Partial
       Tender Offer) จำนวน 265,500,000 หุ้น และมีมติเพิ่มทุนจำนวน 200,000,000 หุ้น เพื่อจัดสรรและเสนอขายแบบ
       Private Placement ให้แก่ผู้ทำคำเสนอซื้อในราคาหุ้นละ 1.20 บาท และ
    3. ผู้ทำคำเสนอซื้อได้รับอนุมัติคำขอผ่อนผันทำคำเสนอซื้อหุ้นบางส่วน (Partial Tender Offer) จากสำนักงาน
       คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ("สำนักงาน กลต.") เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทของกิจการ ครั้งที่ 3/2553 ซึ่งประชุมเมื่อ 8 มิถุนายน 2553 ได้พิจารณาเงื่อนไขดังกล่าว
    แล้ว พร้อมกับได้แจ้งการตอบรับข้อเสนอของผู้ทำคำเสนอซื้อเกี่ยวกับการร่วมลงทุนในกิจการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่ง
    ประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2553 และชี้แจงเพิ่มเติมอีกครั้ง เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2553 โดยสามารถตรวจสอบ
    รายละเอี ย ดดั ง กล่ า วได้ จ ากเว็บ ไซต์ ข องตลาดหลั ก ทรั พย์ แ ห่ ง ประเทศไทย (www.set.or.th) นอกจากนี้
    เมื่ อ วั น ที่ 13 กรกฎาคม 2553 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของกิจการ ครั้งที่ 1/2553 ได้พิจารณาและมีมติอนุมัติการตอบรับข้อเสนอ
    ของผู้ทำคำเสนอซื้อเกี่ยวกับการเข้าร่วมลงทุนในกิจการ รวมทั้งยินยอมให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยทำคำเสนอซื้อหุ้น
    บางส่วนของกิจการ (Partial Tender Offer) จำนวน 265,500,000 หุ้น ตามที่ผู้ทำคำเสนอซื้อเสนอด้วย
    อนึ่ง เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2553 ผู้ทำคำเสนอซื้อได้มีหนังสือไปยังสำนักงาน กลต. เพื่อขอรับการผ่อนผันให้ทำคำเสนอซื้อ
    หุ้นบางส่วน (Partial Tender Offer) โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการในภายหลัง ซึ่งคำ
    ขอผ่อนผันดังกล่าวได้รับอนุมัติจากสำนักงาน กลต. แล้ว เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2553 อีกทั้งกิจการได้ดำเนินการจำหน่าย
    หุ้นที่ซื้อคืน (Treasury Stock) ทั้งหมดซึ่งมีจำนวน 10,255,600 หุ้น จนแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม
    2553 ที่ผ่านมา ดังนั้นจึงเท่ากับว่าเงื่อนไขบังคับก่อน (Condition Precedent) ทั้ง 3 ข้อ ตามข้อเสนอการร่วมลงทุนของ
    ธนาคาร ได้สำเร็จครบถ้วนแล้วตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2553 เป็นต้นมา




                                                           11

                                                                                   แบบ 247-4


4.2 การถือหุ้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมโดยผู้ทำคำเสนอซื้อ หรือผู้มีอำนาจกระทำการผูกพันผู้ทำคำเสนอซื้อ
    (กรณีผู้เสนอซื้อเป็นนิติบุคคล) ในกิจการ หรือ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของกิจการ
    (1) การถือหุ้นในกิจการ
         ผู้ทำคำเสนอซื้อไม่มีการถือหุ้นในกิจการ
    (2) การถือหุ้นในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของกิจการ
         ผู้ทำคำเสนอซื้อไม่มีการถือหุ้นในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของกิจการ

4.3 การถือหุ้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมโดยกิจการ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือ กรรมการของกิจการในผู้ทำคำเสนอ
    ซื้อ (กรณีผู้ทำคำเสนอซื้อเป็นนิติบุคคล)
    กิจการ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือ กรรมการของกิจการไม่มีการถือหุ้นในผู้ทำคำเสนอซื้อ

4.4 ความสัมพั น ธ์ อื่ น ๆ หากผู้ทำ คำ เสนอซื้ อมีค วามสัมพั น ธ์ ใ นลัก ษณะอื่น ๆ กั บกิ จ การ 
    ผู้ ถือ หุ้น รายใหญ่ หรือกรรมการของกิจการ
     -ไม่มี-

5. ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องต่อการตัดสินใจของผู้ถือหลักทรัพย์
5.1 หลักทรัพย์ที่ผู้ทำคำเสนอซื้อถืออยู่ก่อนการทำคำเสนอซื้อและหลักทรัพย์ที่จะได้มาในอนาคตตามข้อตกลง
    อื่นใด (ข้อมูล ณ วันที่ยื่นคำเสนอซื้อหลักทรัพย์)


                ชื่อ                           ประเภทหุ้น    จำนวนหุ้น            ร้อยละเมื่อเทียบ ร้อยละเมื่อเทียบ
                                                                              กับจำนวนหุ้นที่ กับสิทธิออกเสียง
                                                                             จำหน่ายได้แล้ว           ทั้งหมดของ
                                                                           ทั้งหมดของกิจการ              กิจการ
      I. ผู้ทำคำเสนอซื้อ                          -              -                  -                       -
       II. บุคคลกลุ่มเดียวกับผู้ทำคำเสนอซื้อ          -              -                  -                       -
      III. บุ ค คลตามมาตรา 258 ของบุ ค คล      -              -                  -                       -
           ตาม I และ II
      IV. ข้ อ ตกลงอื่ น ที่ จ ะทํ า ให้ บุ ค คลตาม  สามัญ      200,000,000            21.052                  21.052
          I  ถึง III ได้หุ้นเพิ่มขึ้น1
                                        รวม            200,000,000             21.05                    21.05
                                                            
    หมายเหตุ :
    1. ข้อตกลงอื่นที่จะทำให้บุคคลตาม I ถึง III ได้หุ้นเพิ่มขึ้น ตามข้อ IV เป็นไปตามที่ผู้ทำคำเสนอซื้อได้ยื่น "ข้อเสนอการร่วมลงทุน" 
       ไปยังกิจการและต่อมาที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของกิจการ ครั้งที่ 1/2553 เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2553 ได้พิจารณาและมีมติอนุมัติการ
        ตอบรับข้อเสนอของผู้ทำคำเสนอซื้อเกี่ยวกับการเข้าร่วมลงทุนในกิจการ
    2. คำนวณจากจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกิจการภายหลังการเพิ่มทุนซึ่งจะมีจำนวนทั้งสิ้น 950,000,000 หุ้น


                                                                  12

                                                                                          แบบ 247-4

5.2 แหล่งเงินทุนที่ผู้ทำคำเสนอซื้อใช้ในการเข้าซื้อกิจการ
    ในกรณีที่มีผู้ตอบรับคำเสนอซื้อจนทำให้ผู้ทำคำเสนอซื้อได้รับหุ้นสามัญของกิจการเป็นจำนวนเท่ากับจำนวนหุ้นสามัญของ
    กิจการที่เสนอซื้อในครั้งนี้ ซึ่งเท่ากับ 265,500,000 (สองร้อยหกสิบห้าล้านห้าแสน) หุ้น จำนวนเงินทุนทั้งหมดที่ผู้ทำคำเสนอ
    ซื้อจะต้องใช้สำหรับการเสนอซื้อหลักทรัพย์ครั้งนี้จะเท่ากับ 318,600,000 (สามร้อยสิบแปดล้านหกแสน) บาท
    ผู้ทำ คำ เสนอซื้อจะใช้เ งิน สดที่แสดงในงบดุลของผู้ทํ าคำเสนอซื้อเป็น แหล่งเงินทุน ในการชํ าระมูล ค่า ของการเสนอซื้อ
    หลักทรัพย์ในครั้งนี้ โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2553 ผู้ทำคำเสนอซื้อมีสินทรัพย์ทรัพย์สภาพคล่องทั้งหมด จำนวน 6,665.82
    ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องร้อยละ 11.26 ของยอดรวมเงินฝากทุกประเภท และยอดรวมให้ยืม
    จากต่างประเทศที่ครบกำหนดในหนึ่งปีนับแต่วันให้ยืมและยอดรวมเงินให้ยืมจากต่างประเทศซึ่งอาจชำระคืนหรืออาจเรียก
    คืนได้ในหนึ่งปีนับแต่วันให้ยืม เว้นแต่เป็นเงินให้ยืมตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศ
    กำหนด ซึ่งอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องดังกล่าวสูงกว่าร้อยละ 6 ซึ่งเป็นอัตราส่วนขั้นต่ำที่ธนาคารต้องดำรงสินทรัพย์
    สภาพคล่องตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ.
    2547 ดังนั้นผู้ทำคำเสนอซื้อจึงมีสินทรัพย์สภาพคล่องเกินกว่าเกณฑ์ที่ต้องดำรงตามกฎกระทรวงดังกล่าว คิดเป็นมูลค่า
    ประมาณ 3,115.31 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องส่วนเกินร้อยละ 5.26
    ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด ในฐานะผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อของผู้ทำคำเสนอซื้อได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่า ผู้ทำคำ
    เสนอซื้อมีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอสำหรับการทำคำเสนอซื้อครั้งนี้
5.3 แผนการขายหุ้นของกิจการ
    ผู้ทำคำเสนอซื้อ ไม่มีแผนที่จะขายหุ้นของกิจการที่ผู้ทำคำเสนอซื้อจะได้รับจากการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ในครั้งนี้ออกไป
    ในจำนวนที่มีนัยสำคัญในช่วงระยะเวลา 12 เดือน นับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลารับซื้อ เว้นแต่กรณีที่ผู้ทำคำเสนอซื้อมีหน้าที่
    ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบที่มีผลใช้บังคับในขณะนั้น หรือในกรณีที่ผู้ทำคำเสนอซื้อมีการปรับ
    โครงสร้างทางธุรกิจ หรือโครงสร้างองค์กรภายในกลุ่มบริษัท
    นอกจากนี้ ภายหลังการทำคำเสนอซื้อ ผู้ทำคำเสนอซื้อจะดำเนินการซื้อหุ้นเพิ่มทุนซึ่งกิจการจะเป็นผู้ออกและเสนอขาย
    ให้กับผู้ทำคำเสนอซื้อโดยเฉพาะเจาะจง (Private Placement) จำนวน 200,000,000 (สองร้อยล้าน) หุ้น ซึ่งหากในการทำ
    คำ เสนอซื้ อ ครั้ง นี้ มี ผู้ แ สดงเจตนาตอบรับ คำ เสนอซื้ อ หลั ก ทรั พย์ม ากกว่า หรือ เท่ า กั บ ตามจำ นวนที่ 
    มีการเสนอซื้อ คื อ 265,500,000 (สองร้อยหกสิบห้าล้านห้าแสน) หุ้น จะทำให้ภายหลังการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวข้างต้น 
    ผู้ทำคำเสนอซื้อจะถือหุ้นของกิจการจำนวนทั้งสิ้น 465,500,000 (สี่ร้อยหกสิบห้าล้านห้าแสน) หุ้น คิดเป็นร้อยละ 49.0 ของทุน
    จดทะเบียนที่ชำระแล้วของกิจการภายหลังการเพิ่มทุน
5.4 ข้อมูลจำเป็นอื่น
    -ไม่มี-




                                                               13

                                                                                       แบบ 247-4

                                                      ส่วนที่ 3
                                                รายละเอียดของกิจการ
1. ข้อมูลเกี่ยวกับกิจการ
1.1 ลักษณะการประกอบธุรกิจโดยสังเขป
   บริษัท นวลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ("กิจการ" หรือ "NVL") ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อเช่าลีสซิ่งแก่ลูกค้า
   บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยมุ่งเน้นการทำตลาดรถยนต์ใช้แล้วเป็นส่วนใหญ่ มีตั้งแต่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์
   เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งบริษัทจะเน้นรถญี่ปุ่นและรถยุโรปที่มีราคาไม่สูงมากนัก และเป็นรถยนต์ที่มีสภาพคล่องในการซื้อขาย
   เช่น Honda Toyota Nissan Isuzu Ford Mercedes Benz เป็นต้น
   นอกจากการให้บริการทางด้านสินเชื่อเช่าซื้อและเช่าลีสซิ่งแล้ว NVL ยังมีการให้บริการทางการตลาดสินเชื่อรถยนต์แก่
   พันธมิตรและคู่ค้าต่างๆ การรับจำนำทะเบียนรถยนต์ การให้บริการสินเชื่อสำหรับไถ่ถอนจากสถาบันการเงินอื่น และการ
   ให้บริการหลังการขาย เช่น การให้บริการประกันภัยรถยนต์ บริการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัย บริการประกันสินเชื่อรถยนต์
   แบบกลุ่ม และบริการต่อภาษีทะเบียนรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับกิจการแล้ว ยังเป็นการ
   ให้บริการที่ครบวงจรทางด้านรถยนต์ โดยประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับคือการคุ้มครองและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับ
   ทรัพย์สินของกิจการ
   ปัจจุบัน NVL มีบริษัทย่อย ที่ NVL ถือหุ้นร้อยละ 99.99 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทดังกล่าว จำนวน 2
   บริษัท ได้แก่ บริษัท เบลสซิ่ง แอสเสท เซอร์วิสเซส จำกัด และ บริษัท นวจามิกร จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจต่างๆ ตามที่สรุปได้
   ดังตารางต่อไปนี้

                   ชื่อบริษัทย่อย                                           ประเภทธุรกิจ
     บริษัท เบลสซิ่ง แอสเสท เซอร์วิสเซส จำกัด 1. ให้บริการรถเช่า
                                               2. เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ใช้แล้ว
                                               3. ให้บริการบริหารหนี้ การติดตามและยึดรถยนต์ รวมถึงการฟ้อง
                                                    และบังคับคดี
     บริษัท นวจามิกร จำกัด                         ยังไม่เริ่มดำเนินการ

   ลักษณะของบริการ

   (1) ธุรกิจเช่าซื้อ (Hire Purchase)
       NVL ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน หลังการผ่อนชำระค่างวด
       ครบตามสัญญาเช่าซื้อ โดยผู้ใช้บริการเพียงแต่ชำระเงินเริ่มต้นบางส่วน (Down Payment) และผ่อนชำระค่าเช่าเป็น
       รายงวด (Installments Payment) ผู้เช่าซื้อก็จะได้รับสิทธิในการใช้ประโยชน์บนทรัพย์สินนั้นตลอดระยะเวลาของ
       สัญญา รวมทั้งมีหน้าที่ในการบำรุงรักษาทรัพย์สินนั้น ซึ่งบริการสินเชื่อประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีความประสงค์ที่จะ
       เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น หรือผู้ที่มีความประสงค์ในการจัดหา ทรัพย์สินเพื่อใช้ในการดำเนินงาน แต่ไม่
       สามารถจ่ายชำระในคราวเดียวได้ จึงหันมาใช้บริการเช่าซื้อ หรือ เช่าลีสซิ่งเพื่อลดภาระของเงินลงทุนจำนวนมากใน
       ตอนเริ่มแรก



                                                         14

                                                                                       แบบ 247-4

    NVL ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อทรัพย์สินประเภทรถยนต์เป็นหลัก โดยเฉพาะรถยนต์ใช้แล้ว เน้นรถยนต์ที่เป็น
    ที่นิยม คุณภาพดี และมีสภาพคล่องในการซื้อขาย เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับลูกค้า ด้วยบุคลากรที่มีประสบการณ์
    และมีความชำนาญไว้บริการลูกค้า
    นอกจากการเช่าซื้อโดยผ่านคู่ค้า Dealer รถยนต์แล้ว บริษัทยังขยายช่องทางการตลาดผ่านตัวแทนของบริษัท ในนาม
    "นวเอ็กซ์เพรส" (Nava Express) ซึ่งจะเป็นผู้ดำเนินการจัดหาลูกค้าสินเชื่อภายใต้ชื่อและนโยบายการปล่อยสินเชื่อ
    ของกิจการ พร้อมทั้งได้รับค่าตอบแทนจากบริษัทในอัตราที่สูงกว่าการเป็นดีลเลอร์รถยนต์ทั่วไป

(2) ธุรกิจลีสซิ่ง (Leasing)
    NVL ให้บริการเช่าลีสซิ่ง (Financial Lease) สำหรับนิติบุคคลที่มีความประสงค์ที่จะจัดหาทรัพย์สินไว้ใช้ในกิจการ โดย
    การผ่อนชำระค่าเช่า ซึ่งสามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในทางภาษีได้ โดยผู้เช่าลีสซิ่งจะเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินและ
    บำรุงรักษาทรัพย์สินนั้น
    ทรัพย์สินให้เช่าแบบลีสซิ่งที่กิจการเน้นได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เครื่องจักรและอุปกรณ์
    เป็นต้น

(3) สินเชื่อรถยนต์ประเภทอื่น ๆ

    NVL ขยายช่องทางการให้บริการสินเชื่อรถยนต์ประเภทอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการให้เช่าซื้อและเช่าลีสซิ่ง เช่น
    -    การให้บริการทางการตลาดสินเชื่อรถยนต์ เป็นการให้บริการทำการตลาดและการจัดส่งลูกค้าให้แก่พันธมิตรและ
         คู่ค้าต่างๆ ซึ่งเป็นลูกค้าคนละกลุ่มเป้าหมายกับลูกค้าของ NVL โดย NVL ได้รับค่าตอบแทนในรูปของค่า
         คอมมิชชั่น
    -    การรับจำนำทะเบียนรถยนต์ เป็นสินเชื่อที่ NVL ให้แก่ลูกค้าทั่วไปที่มีรถยนต์เป็นของตนเอง หรืออีกนัยหนึ่ง คือ
         รถยนต์คันดังกล่าวจะต้องมีชื่อลูกค้ารายนั้นเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ NVL เพื่อการเช่า
         ซื้ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหลังจากที่ลูกค้าได้ผ่อนชำระจนครบกำหนดตามสัญญาแล้ว NVL จะมีการ
         โอนกรรมสิทธิ์รถยนต์คันดังกล่าวคืนกลับไปให้แก่ลูกค้าตามเดิม เช่นเดียวกับสินเชื่อเช่าซื้อทั่วไป
    -    การให้บริการสำหรับสินเชื่อสำหรับไถ่ถอนจากสถาบันการเงิน (Refinance) หรือการให้บริการปิดเล่มทะเบียน
         จากสถาบันการเงินอื่น และสินเชื่อรถยนต์ในเงื่อนไขที่ใกล้เคียงกับการเช่าซื้อ

(4) บริการอื่นๆ

    นอกเหนือจากการให้บริการทางด้านสินเชื่อต่างๆ แล้ว NVL ยังมีการให้บริการหลังการขาย เพื่อให้เป็นการบริการที่
    ครบวงจรในเรื่องของรถยนต์ คือ
    -    บริการรับจ่ายภาษีทะเบียนรถยนต์ เป็นบริการต่อเนื่อง ที่ NVL ให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการจัดสินเชื่อเช่าซื้อ ที่
         จะทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น
    -    บริการประกันภัยรถยนต์ บริการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัย และ พ.ร.บ. เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า
         และคุ้มครองความเสี่ยงให้กับทรัพย์สินของลูกค้าด้วย


                                                    15

                                                                                          แบบ 247-4

       -    บริการประกันสินเชื่อรถยนต์แบบกลุ่ม เป็นบริการประกันภัย กรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดกับลูกค้า เพื่อให้ผู้ที่อยู่
            เบื้องหลังลูกค้า ไม่เดือดร้อนกับปัญหาหนี้ค้างชำระ

   โครงสร้างรายได้

   ในปี 2550-2552 โครงสร้างรายได้ของกิจการแยกตามประเภทของธุรกิจ สามารถแสดงได้ดังตารางต่อไปนี้

                                                     2550                   2551                       2552
            ประเภทของธุรกิจ
                                             ล้านบาท       ร้อยละ     ล้านบาท       ร้อยละ         ล้านบาท       ร้อยละ
     รายได้จากสัญญาเช่าซื้อ                        210.79        70.93    208.06        72.73        192.53        79.65
     รายได้จากสัญญาเช่าลีสซิ่ง                       27.80         9.35     17.10         5.98          3.92         1.62
     รายได้อื่น                                   58.60        19.72     60.90        21.29         45.27        18.73
     รวมรายได้1                                297.19      100.00     286.06      100.00         241.72      100.00
    หมายเหตุ :
    1. รายได้ก่อนหักค่านายหน้าจ่ายดีลเลอร์

1.2 สรุปฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการ
   ความเห็นของผู้สอบบัญชี
   นางสาวประภาศรี ลีลาสุภา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 4664 จากบริษัท สำนักงาน เอ เอ็ม ซี จำกัด ได้ให้ความเห็นว่า
   จากการตรวจสอบงบการเงินของกิจการ สำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2550 และ 31 ธันวาคม 2551 แล้ว เห็นว่างบ
   การเงินดังกล่าว แสดงฐานะการเงิน ตลอดจนผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสด โดยถูกต้องตามที่ควร ในสาระสำคัญ
   ตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป
   นอกจากนี้ นางสุวิมล กฤตยาเกียรณ์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขทะเบียน 2982 จากสำนักงานสอบบัญชี ดี ไอ เอ ได้ให้
   ความเห็นว่า จากการตรวจสอบงบการเงินของกิจการ สำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2552 แล้ว เห็นว่างบการเงิน
   ดังกล่าวแสดงฐานะการเงิน ตลอดจนผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสด โดยถูกต้องตามที่ควร ในสาระสำคัญตาม
   หลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป และจากการสอบทาน งบการเงินของกิจการ งวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2553 แล้ว
   ปรากฏว่าไม่พบสิ่งที่เป็นเหตุให้เชื่อว่างบการเงินดังกล่าว ไม่ถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามหลักการบัญชีที่รับรอง
   ทั่วไป




                                                          16

                                                                                       แบบ 247-4


    สรุปฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการ
    สรุปฐานะการเงินและผลการดำเนิ นงานของกิจการ จากงบการเงินรวม ประจำปี สิ้นสุ ด ณ วัน ที่ 31 ธันวาคม 2550
    31 ธันวาคม 2551 31 ธันวาคม 2552 และ งวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2553 เป็นดังนี้
                                                                                                     หน่วย : บาท
                                             ปี 2550                 ปี 2551              ปี 2552         31 มีนาคม 2553
     สินทรัพย์รวม                             2,451,345,311           2,153,492,920 1,466,160,262         1,349,729,799
     หนี้สินรวม                               1,279,069,527           1,115,945,736       417,397,901      318,450,755
     ส่วนของผู้ถือหุ้น                           1,172,275,785           1,037,547,184 1,048,762,361          1,031,279,043
     ทุนจดทะเบียน                              750,000,000             750,000,000       750,000,000       750,000,000
     ทุนชำระแล้ว                               750,000,000             750,000,000       750,000,000       750,000,000
     รายได้รวม                                306,847,665             291,594,561       242,413,353        44,624,361
     ค่าใช้จ่ายรวม1                             291,573,177             411,745,793       241,351,232        76,031,963
     กำไรสุทธิ                                  15,274,488           (120,151,232)          1,062,120       (17,483,318)
     กำไรสุทธิต่อหุ้น2 (บาท)                               0.02                                     0.001
                                                                            (0.16)                          (0.02)
     เงินปันผลต่อหุ้น2 (บาท)                                  -                       -                  -          -
     มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (บาท)                             1.56                    1.40              1.42        1.39
    หมายเหตุ : 1 รวมค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้
                  2
                       คำนวณจากจำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ซึ่งสำหรับปี 2550 เท่ากับ 750,000,000 หุ้น สำหรับปี
                       2551 เท่ากับ 748,180,331 หุ้น และสำหรับปี 2552 และไตรมาสที่ 1 ปี 2553 เท่ากับ 739,744,400 หุ้น
     กิ จ การเป็ น บริ ษั ท จดทะเบี ย นในตลาดหลั ก ทรั พ ย์ แ ห่ ง ประเทศไทยผู้ ลงทุ น สามารถดู งบการเงิ น ของกิ จการ ได้ จากเว็ บ
     ไซต์ ของกิ จ การ (www.navaleasing.co.th) หรือจากเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (www.sec.or.th)
     หรือจากเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (www.set.or.th)

1.3 โครงสร้างผู้ถือหุ้นของกิจการ

    (1) รายชื่อผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นสูงสุด 10 รายแรกของกิจการ ตามทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2553
        เป็นดังนี้
                                                                                 การถือหุ้นก่อนการทำคำเสนอซื้อ
                                                                                   ร้อยละเมื่อเทียบกับ      ร้อยละเมื่อเทียบกับ
                           ชื่อ
                                                            จำนวนหุ้น              จำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้       สิทธิออกเสียง
                                                                                 แล้วทั้งหมดของกิจการ     ทั้งหมดของกิจการ
     1.   กลุ่มพันธ์สายเชื้อ (หมายเหตุ 1)                           116,219,800               15.50            15.50
     2.   นางสมฤดี กาญจนวิเศษศรี                                 35,000,000               4.67              4.67
     3.   กลุ่มสิมธรรมนิมิต (หมายเหตุ 2)                            31,259,000                4.17            4.17
     4.   นางอังคณา วรสาธิต                                     25,660,000              3.42              3.42

                                                                   17

                                                                                                        แบบ 247-4

                                                                          การถือหุ้นก่อนการทำคำเสนอซื้อ
                                                                            ร้อยละเมื่อเทียบกับ              ร้อยละเมื่อเทียบกับ
                      ชื่อ
                                                       จำนวนหุ้น            จำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้                  สิทธิออกเสียง
                                                                          แล้วทั้งหมดของกิจการ              ทั้งหมดของกิจการ
 5.    นายอุทัย โอภาสพงศ์กาล                               18,023,000              2.40                        2.40
 6.    นายอรัญ สันทัดคุณ                                    18,000,000              2.40                        2.40
 7.    นางลาวัลย์ สุขสวี                                    18,000,000              2.40                        2.40
 8.    นางระพีพรรณ ทรัพย์อัประไมย                           15,986,400            2.13                        2.13
 9.    นายกอบกิจ นำศิริกุล                                  13,500,000             1.80                        1.80
 10.   นางดวงใจ ปัญญาทวีกุล                                12,445,400             1.66                        1.66
                   รวม                                 304,093,600             40.55                       40.55
หมายเหตุ :
1. กลุ่มพันธ์สายเชื้อ ประกอบด้วย
    1) นายสมชัย พันธ์สายเชื้อ                  จำนวนหุ้นที่ถือ         92,913,500     หุ้น     คิดเป็นร้อยละ      12.39
    2) นายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ                 จำนวนหุ้นที่ถือ         12,500,000     หุ้น     คิดเป็นร้อยละ       1.67
    3) นายสุรศักดิ์ พันธ์สายเชื้อ                 จำนวนหุ้นที่ถือ          7,500,000     หุ้น     คิดเป็นร้อยละ       1.00
    4) นางสุรีรัตน์ พันธ์สายเชื้อ                 จำนวนหุ้นที่ถือ          2,550,300     หุ้น     คิดเป็นร้อยละ       0.34
    5) นางห่วยเกียว แซ่เซีย                   จำนวนหุ้นที่ถือ            756,000     หุ้น     คิดเป็นร้อยละ       0.10
2. กลุ่มสิมธรรมนิมิต ประกอบด้วย
   1) นายชุมพล สิมธรรมนิมิต                  จำนวนหุ้นที่ถือ          31,109,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ               4.15
   2) น.ส.จิราภรณ์ สิมธรรมนิมิต               จำนวนหุ้นที่ถือ             150,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ               0.02


(2) โครงสร้างผู้ถือหุ้นที่คาดว่าจะเป็นภายหลังการทำคำเสนอซื้อ
ก) กรณี ไ ม่ มี ผู้ แ สดงเจตนาขายหุ้ น สามั ญ หรื อ จํ า นวนหุ้ น สามั ญ ที่ มี ผู้ เ สนอขายมี จํ า นวนน้ อ ยกว่ า จํ า นวนที่ เ สนอซื้ อ 
   โครงสร้างผู้ถือหุ้นที่คาดว่าจะเป็นภายหลังการทำคำเสนอซื้อจะเหมือนกับโครงสร้างการถือหุ้นตามทะเบียนรายชื่อผู้
   ถือหุ้นล่าสุดของกิจการ ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2553 ตามข้อ (1)
ข) กรณีจำนวนหุ้นสามัญที่มีผู้เสนอขายมีจำนวนเท่ากับหรือมากกว่าจำนวนที่เสนอซื้อ โดยสมมติว่าผู้ถือหุ้นทุกรายแสดง
   เจตนาขายหุ้นสามัญตามสัดส่วนการถือหุ้น โครงสร้างผู้ถือหุ้นที่คาดว่าจะเป็นภายหลังการทำคำเสนอซื้อจะเป็นดัง
   ตารางต่อไปนี้

                                                                    การถือหุ้นภายหลังการทำคำเสนอซื้อ
                                                                        ร้อยละเมื่อเทียบกับ            ร้อยละเมื่อเทียบกับ
                      ชื่อ
                                                       จำนวนหุ้น        จำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้                สิทธิออกเสียง
                                                                      แล้วทั้งหมดของกิจการ            ทั้งหมดของกิจการ
 1. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย                            265,500,000        35.40                     35.40
 2. กลุ่มพันธ์สายเชื้อ (หมายเหตุ 1)                             75,078,000        10.01                     10.01
 3. นางสมฤดี กาญจนวิเศษศรี                                  22,610,000        3.01                      3.01

                                                             18

                                                                                                     แบบ 247-4

                                                                 การถือหุ้นภายหลังการทำคำเสนอซื้อ
                                                                     ร้อยละเมื่อเทียบกับ            ร้อยละเมื่อเทียบกับ
                     ชื่อ
                                                  จำนวนหุ้น          จำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้                สิทธิออกเสียง
                                                                   แล้วทั้งหมดของกิจการ            ทั้งหมดของกิจการ
 4.    กลุ่มสิมธรรมนิมิต (หมายเหตุ 2)                    20,193,300          2.69                      2.69
 5.    นางอังคณา วรสาธิต                             16,576,400         2.21                      2.21
 6.    นายอุทัย โอภาสพงศ์กาล                          11,642,900          1.55                      1.55
 7.    นายอรัญ สันทัดคุณ                               11,628,000          1.55                      1.55
 8.    นางลาวัลย์ สุขสวี                               11,628,000           1.55                      1.55
 9.    นางระพีพรรณ ทรัพย์อัประไมย                      10,327,200          1.38                      1.38
 10.   นายกอบกิจ นำศิริกุล                              8,721,000          1.16                      1.16
 11.   นางดวงใจ ปัญญาทวีกุล                            8,039,700          1.07                      1.07
                   รวม                            461,944,500         61.58                     61.58
หมายเหตุ :
1. กลุ่มพันธ์สายเชื้อ ประกอบด้วย
    1) นายสมชัย พันธ์สายเชื้อ             จำนวนหุ้นที่ถือ         60,022,100   หุ้น     คิดเป็นร้อยละ      8.00
    2) นายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ            จำนวนหุ้นที่ถือ          8,075,000   หุ้น     คิดเป็นร้อยละ      1.08
    3) นายสุรศักดิ์ พันธ์สายเชื้อ            จำนวนหุ้นที่ถือ          4,845,000   หุ้น     คิดเป็นร้อยละ      0.65
    4) นางสุรีรัตน์ พันธ์สายเชื้อ            จำนวนหุ้นที่ถือ          1,647,500   หุ้น     คิดเป็นร้อยละ      0.22
    5) นางห่วยเกียว แซ่เซีย              จำนวนหุ้นที่ถือ            488,400   หุ้น     คิดเป็นร้อยละ      0.07
2. กลุ่มสิมธรรมนิมิต ประกอบด้วย
   1) นายชุมพล สิมธรรมนิมิต             จำนวนหุ้นที่ถือ          20,096,400 หุ้น คิดเป็นร้อยละ            2.68
   2) น.ส.จิราภรณ์ สิมธรรมนิมิต          จำนวนหุ้นที่ถือ              96,900 หุ้น คิดเป็นร้อยละ            0.01


ค) กรณีจำนวนหุ้นสามัญที่มีผู้เสนอขายมีจำนวนเท่ากับหรือมากกว่าจำนวนที่เสนอซื้อ โดยสมมติว่าผู้ถือหุ้นทุกรายแสดง
   เจตนาขายหุ้นสามัญตามสัดส่วนการถือหุ้น และธนาคารทำการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของกิจการจำนวน 200,000,000 หุ้น
   เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โครงสร้างผู้ถือหุ้นที่คาดว่าจะเป็นภายหลังการทำคำเสนอซื้อและการเพิ่มทุนจะเป็นดังตาราง
   ต่อไปนี้

                                                         การถือหุ้นภายหลังการทำคำเสนอซื้อและการเพิ่มทุน
                                                                     ร้อยละเมื่อเทียบกับ           ร้อยละเมื่อเทียบกับ
                     ชื่อ
                                                  จำนวนหุ้น          จำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้               สิทธิออกเสียง
                                                                   แล้วทั้งหมดของกิจการ           ทั้งหมดของกิจการ
 1.    ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย                    465,500,000               49.00                    49.00
 2.    กลุ่มพันธ์สายเชื้อ (หมายเหตุ 1)                     75,078,000              7.90                     7.90
 3.    นางสมฤดี กาญจนวิเศษศรี                          22,610,000               2.38                     2.38
 4.    กลุ่มสิมธรรมนิมิต (หมายเหตุ 2)                     20,193,300             2.13                     2.13

                                                        19

                                                                                                แบบ 247-4

                                                             การถือหุ้นภายหลังการทำคำเสนอซื้อและการเพิ่มทุน
                                                                         ร้อยละเมื่อเทียบกับ           ร้อยละเมื่อเทียบกับ
                        ชื่อ
                                                      จำนวนหุ้น          จำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้               สิทธิออกเสียง
                                                                       แล้วทั้งหมดของกิจการ           ทั้งหมดของกิจการ
    5.    นางอังคณา วรสาธิต                               16,576,400        1.74                     1.74
    6.    นายอุทัย โอภาสพงศ์กาล                            11,642,900         1.23                     1.23
    7.    นายอรัญ สันทัดคุณ                                 11,628,000      1.22                     1.22
    8.    นางลาวัลย์ สุขสวี                                 11,628,000       1.22                     1.22
    9.    นางระพีพรรณ ทรัพย์อัประไมย                        10,327,200      1.09                     1.09
    10.   นายกอบกิจ นำศิริกุล                                8,721,000        0.92                     0.92
    11.   นางดวงใจ ปัญญาทวีกุล                              8,039,700         0.85                     0.85
                      รวม                             661,944,500          69.68                    69.68
   หมายเหตุ :
   1. กลุ่มพันธ์สายเชื้อ ประกอบด้วย
       1) นายสมชัย พันธ์สายเชื้อ            จำนวนหุ้นที่ถือ          60,022,100   หุ้น     คิดเป็นร้อยละ      6.32
       2) นายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ           จำนวนหุ้นที่ถือ           8,075,000   หุ้น     คิดเป็นร้อยละ      0.85
       3) นายสุรศักดิ์ พันธ์สายเชื้อ           จำนวนหุ้นที่ถือ           4,845,000   หุ้น     คิดเป็นร้อยละ      0.51
       4) นางสุรีรัตน์ พันธ์สายเชื้อ           จำนวนหุ้นที่ถือ           1,647,500   หุ้น     คิดเป็นร้อยละ      0.17
       5) นางห่วยเกียว แซ่เซีย             จำนวนหุ้นที่ถือ             488,400   หุ้น     คิดเป็นร้อยละ      0.05
   2. กลุ่มสิมธรรมนิมิต ประกอบด้วย
      1) นายชุมพล สิมธรรมนิมิต             จำนวนหุ้นที่ถือ          20,096,400 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 2.12
      2) น.ส.จิราภรณ์ สิมธรรมนิมิต          จำนวนหุ้นที่ถือ              96,900 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 0.01


1.4 รายชื่อคณะกรรมการตามทะเบียนกรรมการล่าสุดของกิจการและที่คาดว่าจะเป็นหลังการทำคำเสนอซื้อ
   รายชื่อคณะกรรมการของกิจการก่อนการทำคำเสนอซื้อ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2553 ประกอบด้วย
     ลำดับที่                           ชื่อ                                                   ตำแหน่ง
        1.       นายชัชวาลย์ เจียรวนนท์                             ประธานกรรมการ
        2.       นายสมชัย พันธ์สายเชื้อ                              รองประธานกรรมการ
        3.       พล.ต.อ. วิโรจน์ พหลเวชช์                          กรรมการอิสระ
        4.       นายธีระพันธ์ เพ็ชร์สุวรรณ์                            กรรมการอิสระ
        5.       นายพรวุฒิ สารสิน                                  กรรมการอิสระ
        6.       น.ส. กัลยา วานิชย์เจริญการ                         กรรมการอิสระ
        7.       นางสุพร วัธนเวคิน                                 กรรมการ
        8.       นายสุรศักดิ์ พันธ์สายเชื้อ                             กรรมการ
        9.       นายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ                             กรรมการ
       10.       ดร.นันทพล พงษ์ไพบูลย์                              กรรมการผู้จัดการ

                                                           20

                                                                                                   แบบ 247-4

     ลำดับที่                    ชื่อ                                               ตำแหน่ง
       11.     นายอลงกรณ์ สัตตบุศย์                           กรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการบริษัท

   ภายหลังการทำคำเสนอซื้อเสร็จสิ้น โครงสร้างคณะกรรมการของกิจการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เช่น
   จำนวนกรรมการ รายชื่อกรรมการ และตำแหน่งของกรรมการ เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้กิจการมีโครงสร้างการบริหารงานที่
   สอดคล้องกับนโยบายและแผนธุรกิจที่จะมีขึ้นในอนาคต โดยในเบื้องต้นผู้ทำคำเสนอซื้อคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตัว
   บุคคลที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ 6 ท่านด้วยกัน โดยผู้ทำคำเสนอซื้อจะเสนอบุคคลดังมีรายชื่อตามตารางต่อไปนี้ เข้าดำรง
   ตำแหน่งกรรมการแทนตำแหน่งที่จะมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

     ลำดับที่                           ชื่อ                                        ดำรงตำแหน่ง
        1.       นายสุเทพ สืบสันติวงศ์                         ประธานกรรมการ
        2.       รองศาสตราจารย์สริตา บุนนาค                  กรรมการ
        3.       นายกฤช ฟอลเล็ต                            กรรมการ
        4.       นายสุขเกษม โยธาสมุทร                       กรรมการ
        5.       นายพงศธร คุณานุสรณ์                         กรรมการ
        6.       นางสาวิตรี ฉัตรศิริวิชัยกุล                      กรรมการ

   ทั้งนี้ รายชื่อและตำแหน่งของกรรมการดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการ และ/หรือ ที่ประชุมผู้ถือ
   หุ้นของกิจการ (แล้วแต่กรณี) ซึ่งจะได้มีการจัดประชุมต่อไป นอกจากนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เช่น มีกรรมการลาออก
   หรือครบกำหนดตามวาระการดำรงตำแหน่ง ผู้ทำคำเสนอซื้อจะพิจารณาดำเนินการตามที่เหมาะสม เพื่อให้เป็นไปตาม
   ข้อบังคับของกิจการ และ/หรือ ที่ประชุมผู้ถือหุ้น และ/หรือ กฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

   อนึ่ง จำนวนและรายชื่อกรรมการที่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงภายหลังการทำคำเสนอซื้อเสร็จสิ้นดังที่กล่าวมา เป็นเพียง
   การคาดการณ์ในเบื้องต้นของผู้ทำคำเสนอซื้อเท่านั้น ดังนั้นผู้ทำคำเสนอซื้อจึงขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง
   จำนวน รายชื่อ และการดำรงตำแหน่ง ของบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการของกิจการตามตารางข้างต้น ตามความ
   เหมาะสมที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง

1.5 ราคาสูงสุดและต่ำสุดของหลักทรัพย์ของกิจการแต่ละไตรมาสในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา
   หุ้นสามัญ
                                                                ช่วงราคาสูงสุดและต่ำสุด (บาทต่อหุ้น)
         ปี                 ไตรมาส
                                                           ราคาสูงสุด                           ราคาต่ำสุด
       2550              ม.ค. - มี.ค.                          0.69                               0.53
                         เม.ย. - มิ.ย.                         0.62                               0.54
                          ก.ค. - ก.ย.                         0.74                               0.56
                          ต.ค. - ธ.ค.                         0.63                               0.51
       2551              ม.ค. - มี.ค.                          0.58                               0.50


                                                     21

                                                                                                 แบบ 247-4

                                                              ช่วงราคาสูงสุดและต่ำสุด (บาทต่อหุ้น)
        ปี                 ไตรมาส
                                                         ราคาสูงสุด                           ราคาต่ำสุด
                        เม.ย. - มิ.ย.                        0.80                               0.48
                         ก.ค. - ก.ย.                        0.51                               0.40
                         ต.ค. - ธ.ค.                        0.43                               0.24
      2552              ม.ค. - มี.ค.                         0.34                               0.23
                        เม.ย. - มิ.ย.                        0.38                               0.26
                         ก.ค. - ก.ย.                        1.16                               0.31
                         ต.ค. - ธ.ค.                        1.30                               0.99
      2553              ม.ค. - มี.ค.                         1.19                               0.97
                        เม.ย. - มิ.ย.                        1.19                               0.85

2. แผนการดำเนินการภายหลังการเข้าครอบงำกิจการ
   2.1 สถานภาพของกิจการ
       ปัจจุบัน ผู้ทำคำเสนอซื้อไม่มีความประสงค์ที่จะดำเนินการเพิกถอนกิจการออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาด
       หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงระยะเวลา 12 เดือน นับจากสิ้นสุดระยะเวลารับซื้อ ยกเว้น กรณีมีเหตุให้กิจการไม่
       สามารถดำรงสภาพการเป็นบริษัทจดทะเบียนตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ และตลาด
       หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สั่งเพิกถอนหุ้นสามัญของกิจการจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน
   2.2 นโยบายและแผนการบริหารกิจการ
       ภายหลังการทำคำเสนอซื้อและการดํ าเนินการซื้อหุ้นเพิ่ มทุนที่กิจการเสนอขายให้กับธนาคารโดยเฉพาะเจาะจง
       ธนาคารจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดในกิจการด้วยสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 49.0 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว
       ของกิจการภายหลังการเพิ่มทุน ดังนั้นธนาคารจึงมีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบาย การจัดการ การแต่งตั้ง/ถอดถอน
       กรรมการและ/หรือผู้บริหาร หรือการดำเนินงานของกิจการ อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี ในช่วงระยะเวลา 12 เดือน
       นับจากสิ้นสุดระยะเวลารับซื้อ ธนาคารไม่มีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ่ายเงินปันผลของกิจการแต่
       อย่างใด
       นอกจากนี้ จากการที่ธนาคารเล็งเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจของกิจการ ธนาคารจึงมีความตั้งใจที่จะให้กิจการและบริษัท
       ย่อยยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติของกิจการและบริษัทย่อยต่อไป แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้กรอบของหลักศาสนาอิสลาม
       อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจและสถานะทางการเงินของกิจการอย่าง
       มีนัยสำคัญ ธนาคารอาจจะพิจารณาทบทวนเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือแผนการประกอบธุรกิจของกิจการและบริษัท
       ย่อย ตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์สูงสุดของกิจการ และหากการดำเนินการดังกล่าวข้างต้นเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มี
       นัยสำคัญแตกต่างจากที่ระบุไว้ในคำเสนอซื้อในครั้งนี้ ก่อนที่ธนาคารจะดำเนินการใดๆ ธนาคารจะดำเนินการขอมติ
       จากที่ประชุมคณะกรรมการและ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ ตามกฎข้อบังคับของบริษัทและหลักเกณฑ์กฎหมาย
       ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง




                                                    22

                                                                                                   แบบ 247-4


2.3 รายการระหว่างกัน
   ปัจจุบันผู้ทำคำเสนอซื้อกับกิจการมีรายการระหว่างกัน คือ การที่ผู้ทำคำเสนอซื้อได้ให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่กิจการ
   ในรูปตั๋วสัญญาใช้เงิน วงเงิน 100 ล้านบาท โดยกำหนดอัตรากำไรตามปกติที่ให้แก่ลูกค้าทั่วไป ทั้งนี้ ณ วันที่ 19
   กรกฎาคม 2553 มีภาระหนี้คงค้างตามรายการดังกล่าว 44.80 ล้านบาท
   และจากการที่ผู้ทำคำเสนอซื้อเข้าซื้อหุ้นสามัญของกิจการในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดำเนินธุรกิจการ
   ให้บริการธุรกรรมทางการเงินที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามของผู้ทำคำเสนอซื้อเป็นไปอย่างครบวงจร โดยผู้ทำคำ
   เสนอซื้อได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะสามารถขยายการดำเนินธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามผ่าน
   การร่วมลงทุนในกิจการ ดังนั้นผู้ทำคำเสนอซื้อจึงคาดการณ์ว่าภายหลังจากการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการ
   แนวโน้มการเกิดรายการระหว่างผู้ทำคำเสนอซื้อและกิจการในลักษณะของการให้การสนับสนุนทางธุรกิจซึ่งกันและกัน
   จะมีมากขึ้นทั้งในด้านขนาดและลักษณะรายการ เช่น การสนับสนุนสินเชื่อ การลงทุน การก่อภาระผูกพัน ธุรกรรม
   คล้ายสินเชื่อ และธุรกรรมลักษณะอื่นใดแก่กัน เป็นต้น
   อย่างไรก็ดี เพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ของทั้งกิจการและผู้ทำ
   คำเสนอซื้อ ดังนั้นในการพิจารณาการเข้าทำรายการระหว่างกันในอนาคตทุกรายการนั้น ผู้ทำคำเสนอซื้อและกิจการ
   จะปฏิบัติตามตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และมีผลใช้บังคับในขณะนั้น รวมถึงข้อกำหนดของ
   ตลท. และ/หรือ สำนักงาน ก.ล.ต. และ/หรือ สภาวิชาชีพบัญชี ที่เกี่ยวกับการทำรายการระหว่างกัน โดยที่นโยบายการ
   กำหนดราคาจะพิจารณาจากราคาตลาดเป็นสำคัญ และไม่มีเงื่อนไขซึ่งจะก่อให้เกิดการถ่ายเทผลประโยชน์ระหว่างกัน




                                                   23

                                                                                        บ 247-4

                                                       ส่วนที่ 4
                                   รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์
1. วิธีตอบรับคำเสนอซื้อ
    ผู้ถือหุ้นซึ่งประสงค์จะเสนอขายหลักทรัพย์ของกิจการ ที่ถืออยู่ ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอน
    ดังต่อไปนี้
    1.1   อ่าน "ขั้นตอนการตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์" ตามเอกสารแนบ 3 สำหรับหุ้น และเอกสารแนบ 5 สำหรับ NVDR
          อย่างละเอียด กรอกข้อความใน "แบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์" ตามเอกสารแนบ 3 สำหรับหุ้น และเอกสาร
          แนบ 5 สำหรับ NVDR ที่แนบมาพร้อมเอกสารคำเสนอซื้อหลักทรัพย์นี้ ให้ถูกต้อง ครบถ้วนและชัดเจน พร้อมกับลง
          ลายมือชื่อผู้แสดงเจตนาขายในแบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์
    1.2   แนบเอกสารประกอบการเสนอขายดังต่อไปนี้
           1.2.1 กรณีที่เป็นใบหุ้น ให้ลงลายมือชื่อสลักหลังเพื่อการโอนในช่อง "ลงลายมือชื่อผู้โอน" ด้านหลังของใบหุ้น
                 พร้อมแนบเอกสารหลักฐานของผู้โอนจำนวน 2 ชุด ตามที่ระบุในข้อ 1.2.3 ตามแต่กรณี พร้อมทั้งกรอก
                 รายละเอียดลงใน "แบบคำขอให้ออกใบหลักทรัพย์" ตามเอกสารแนบ 3(6) เพื่อเป็นข้อมูล สำหรับกรณีที่
                 จะต้องมีการคืนหุ้นให้กับผู้แสดงเจตนาขาย ทั้งในกรณีที่จำนวนหุ้นที่มีผู้แสดงเจตนาขายทั้งหมดในครั้งนี้
                 ต่ำ กว่าจํ านวนหุ้น ที่ผู้ ทำ คํ าเสนอซื้ อจะรับ ซื้อ ซึ่ งเป็นเหตุใ ห้ ผู้ ทำคํ าเสนอซื้ อยกเลิ ก การทำ คํ าเสนอซื้อ
                 ทั้งหมด และในกรณีที่จำนวนหุ้นที่มีผู้แสดงเจตนาขายทั้งหมดในครั้งนี้สูงกว่าจำนวนหุ้นที่ผู้ทำคำเสนอซื้อ
                 จะรับซื้อ ซึ่งผู้ทำคำเสนอซื้อจะรับซื้อหุ้นสามัญที่เสนอขายโดยวิธีการจัดสรรหุ้นที่รับซื้อตามสัดส่วนของ
                 จำนวนหุ้นที่มีผู้แสดงเจตนาขาย (pro-rate) อันจะมีผลให้ผู้แสดงเจตนาขายอาจไม่สามารถเสนอขายหุ้น
                 สามัญที่นำมาเสนอขายได้ครบทั้งจำนวน
                    ในกรณี ที่ คํ า นํ า หน้ า ชื่ อ บุ ค คล ชื่ อ หรื อ นามสกุ ล ของผู้ ถื อ หลั ก ทรั พ ย์ บ นใบหุ้ น แตกต่ า งจาก
                    คำนำหน้าชื่อบุคคล ชื่อ หรือนามสกุลของผู้ถือหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่บนบัตรประชาชน ผู้ถือหลักทรัพย์
                    ต้องกรอกข้อความใน "แบบคำขอแก้ไขข้อมูลของผู้ถือหลักทรัพย์" ของ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
                    (ประเทศไทย) จำกัด ("ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์") ให้ถูกต้องครบถ้วนตามเอกสารแนบ 3(5)
                    ในกรณีใบหุ้นสูญหาย ผู้แสดงเจตนาขายจะต้องติดต่อกับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย)
                    จำกัด ("ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์") เพื่อให้ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ดำเนินการออกใบหุ้นใหม่เพื่อนำใบหุ้นที่
                    ออกใหม่มาเสนอขายผ่านตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ แต่เนื่องจากขั้นตอนการออกใบหุ้นใหม่ต้องใช้
                    ระยะเวลาประมาณสองสัปดาห์ ดังนั้นผู้แสดงเจตนาขายจึงควรติดต่อศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เพื่อออกใบ
                    หุ้นใหม่ ล่วงหน้าก่อนสิ้นสุดระยะเวลารับซื้อประมาณสองสัปดาห์




                                                              24

                                                                                        แบบ 247-4

1.2.2 กรณีที่ฝากหุ้นไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ในระบบไร้ใบหุ้น (Scripless) (ทั้งในกรณีหลักทรัพย์ที่
      เสนอขายจากกระดานในประเทศ กระดานต่างประเทศ และ NVDR) ให้ติดต่อกับบริษัทหลักทรัพย์
      ที่ผู้แสดงเจตนาขายมีหุ้นที่จะเสนอขายฝากอยู่ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานของผู้แสดงเจตนาขายตามที่
      ระบุในข้อ 1.2.3 จำนวน 1 ชุด เพื่อทำการโอนหลักทรัพย์เข้าบัญชี ดังต่อไปนี้
           ชื่อบัญชี       : "บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เพื่อการทำคำเสนอซื้อ
                         หลักทรัพย์" ("Finansia Syrus Securities Public Company Limited for
                         Tender Offer")
           เลขที่บัญชี : 924-000000012-4

1.2.3 กรณีผู้แสดงเจตนาขายเป็น
       บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
       สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาบัตรข้าราชการ หรือ สำเนาบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่ยังไม่
       หมดอายุ (ในกรณีที่เป็นบัตรข้าราชการ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ ให้แนบสำเนาทะเบียนบ้านมาด้วย)
       พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
       บุคคลธรรมดาสัญชาติต่างด้าว
       สำเนาใบต่างด้าว หรือสำเนาหนังสือเดินทาง พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
       นิติบุคคลสัญชาติไทย
       -      สำเนาหนังสือรับรองที่ออกจากกระทรวงพาณิชย์ที่ออกให้ไม่เกิน 12 เดือน ก่อนวันสุดท้ายของ
              ระยะเวลารับซื้อ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคลนั้น
              และประทับตราสำคัญของนิติบุคคล (ถ้ามี) และ
       -      สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาบัตรข้าราชการ สำเนาบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจของกรรมการผู้
              มีอำนาจลงนามที่ยังไม่หมดอายุ (ในกรณีที่เป็นบัตรข้าราชการ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ ให้แนบ
              สำเนาทะเบียนบ้านมาด้วย) ในกรณีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามเป็นชาวต่างประเทศ ให้ใช้ สำเนาใบ
              ต่างด้าว หรือสำเนาหนังสือเดินทางของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ที่ได้ลงนามรับรองสำเนาหนังสือ
              รับรองข้างต้น พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
       นิติบุคคลสัญชาติต่างด้าว
       -    สำเนาหนังสือสำคัญการจัดตั้งบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิ และหนังสือรับรองของบริษัทที่มีอายุไม่
            เกิน 12 เดือน ก่อนวันสุดท้ายของระยะเวลาเสนอซื้อ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยกรรมการ
            ผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคลนั้น และ
       - สำเนาหนังสือเดินทางของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามที่ได้ลงนามรับรองสำเนาหนังสือข้างต้น พร้อม
            ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
       สำเนาเอกสารประกอบข้างต้นทั้งหมดที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้องแล้ว ต้องได้รับการรับรองลายมือชื่อ
       โดยเจ้าหน้าที่ Notary Public และรับรองโดยเจ้าหน้าที่ของสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทยในประเทศที่



                                           25

                                                                                    แบบ 247-4

             เอกสารดังกล่าวได้จัดทำหรือรับรองความถูกต้อง และมีอายุไม่เกิน  12 เดือน ก่อนวันสุดท้ายของ
             ระยะเวลาเสนอซื้อ
             นิติบุคคลสัญชาติต่างด้าวที่มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย
             ผู้แสดงเจตนาขาย ต้องกรอกรายละเอียดของต้นทุนของหลักทรัพย์ ที่แสดงเจตนาขายใน "แบบแจ้งต้นทุน
             ของหลักทรัพย์ที่นำมาเสนอขาย" เพื่อใช้ในการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามเอกสารแนบ 3(4) สำหรับหุ้น และ
             ตามเอกสารแนบ 5(4) สำหรับ NVDR ทั้งนี้ หากผู้แสดงเจตนาขายมิได้ระบุราคาต้นทุนของหลักทรัพย์
             ตั ว แทนในการรับ ซื้ อหลั ก ทรั พย์จ ะทํ าการหั ก ภาษี ณ ที่จ่ า ย โดยคำ นวณภาษี จ ากจํ า นวนเงิน ค่ า ขาย
             หลักทรัพย์ทั้งจำนวนที่ผู้แสดงเจตนาขายจะได้รับ
      1.2.4 ในกรณีที่ผู้แสดงเจตนาขายไม่สามารถมายื่นแบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ด้วยตนเอง ให้
             เตรียมหนังสือมอบอำนาจ ตามเอกสารแนบ 3(3) สำหรับหุ้น และ เอกสารแนบ 5(3) สำหรับ NVDR พร้อม
             ปิดอากรแสตมป์ และแนบหลักฐานของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจตามที่ระบุในข้อ 1.2.3 ตามแต่
             กรณี
      1.2.5 เอกสารอื่นใดตามแต่ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์จะร้องขอ/แจ้งเพิ่มเติม
             หากมีข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับวิธีการตอบรับคำเสนอซื้อกรุณาติดต่อฝ่ายปฏิบัติการหลักทรัพย์
             บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ตามรายละเอียดดังนี้

            ฝ่ายปฏิบัติการหลักทรัพย์
            บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)
            ชั้น 18 อาคาร ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์
            999/9 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
            ติดต่อ :              คุณญาดาภา ศุภรศิริ หรือ คุณณรงค์ศักดิ์ รัตนถาวรกิจ
            โทรศัพท์ :            0-2658-9827 หรือ 0-2658-9826
            โทรสาร :            0-2658-9806


1.3   การยื่นแบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์
      1.3.1 กรณีใบหุ้น
            ให้ยื่นแบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ ซึ่งกรอกข้อความอย่างครบถ้วน พร้อมเอกสารแนบตามที่ระบุ
            ข้างต้น ณ สถานที่ทำการของตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2553 ถึงวันที่ 13
            กันยายน 2553 เฉพาะวันทำการ ภายในเวลา 9.00 - 16.00 น. ตามที่อยู่ดังนี้




                                                  26

                                                                                แบบ 247-4



      ฝ่ายปฏิบัติการหลักทรัพย์
      บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)
      ชั้น 18 อาคาร ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์
      999/9 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
      ติดต่อ :              คุณญาดาภา ศุภรศิริ หรือ คุณณรงค์ศักดิ์ รัตนถาวรกิจ
      โทรศัพท์ :            0-2658-9827 หรือ 0-2658-9826
      โทรสาร :            0-2658-9806
      ทั้งนี้ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ จะไม่รับการยื่นแบบตอบรับคำเสนอซื้อทางไปรษณีย์

      ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์จะเร่งดำเนินการในการส่งใบหุ้นให้แก่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เพื่อตรวจสอบ
      และดำเนินการเปลี่ยนหลักทรัพย์ในรูปใบหุ้นให้เป็นหลักทรัพย์ในระบบไร้ใบหุ้น อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุ
      สุดวิสัยที่ส่งผลให้มีความล่าช้าในการโอนสิทธิในหุ้น ผู้แสดงเจตนาขายอาจจะได้รับชำระค่าหุ้นช้ากว่าที่
      กำหนด และในกรณีที่ไม่สามารถทำการโอนสิทธิภายในระยะเวลาที่จะต้องสรุปผลการรับซื้อหลักทรัพย์
      โดยเป็นความผิดของผู้แสดงเจตนาขาย จะถือว่าการเสนอขายในกรณีนี้เป็นโมฆะ

      ดังนั้น หากผู้แสดงเจตนาขายในกรณีที่เป็นใบหุ้นมีความประสงค์ที่จะได้รับชำระค่าหุ้นตามระยะเวลาที่
      กำหนด ผู้แสดงเจตนาขายควรยื่นแบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์พร้อมเอกสารประกอบการเสนอขาย
      ให้ครบถ้วนอย่างน้อย 1 วันทำการก่อนวันสุดท้ายของระยะเวลารับซื้อ
1.3.2 กรณีไร้ใบหุ้น (Scripless)
      ในกรณีที่ผู้แสดงเจตนาขายมีหลักทรัพย์ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็น
      นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ผู้แสดงเจตนาขายเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ไว้ ให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นเป็นผู้
      ให้บริการรวบรวมและนำส่งแบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ โดยผู้แสดงเจตนาขายสามารถส่งแบบตอบ
      รั บ คํ า เสนอซื้ อ หลั ก ทรั พ ย์ พร้ อ มเอกสารประกอบได้ ที่ บ ริ ษั ท หลั ก ทรั พ ย์ ดั ง กล่ า ว
       ข้ า งต้ น ตั้ ง แต่ วั น ที่ 6 สิงหาคม 2553 ถึงวันที่ 13 กันยายน 2553 เฉพาะวันทำการ ภายในเวลา 
      9.00 - 16.00 น.
1.3.3 กรณี NVDR
      ผู้แสดงเจตนาขายจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนการตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์สำหรับ NVDR ตาม
      เอกสารแนบ 5(1) ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติการเสนอขายในกรณีที่เป็น NVDR จะต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ
      มากกว่าการเสนอขายในกรณีใบหุ้นและกรณีไร้ใบหุ้น 1 วัน เนื่องจากจะต้องมีขั้นตอนการเปลี่ยน NVDR
      เป็นหุ้นสามัญในระบบไร้ใบหุ้น เพื่อนำมาเสนอขายแก่ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ ตัวแทนในการรับซื้อ
      หลักทรัพย์จะไม่สามารถรับซื้อ NVDR ได้หากผู้ถือ NVDR ไม่สามารถดำเนินการเปลี่ยน NVDR เป็นหุ้น
      สามัญในระบบไร้ใบหุ้น ได้ทันภายในระยะเวลารับซื้อ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของผู้ถือ NVDR ที่จะสามารถ
      เสนอขาย NVDR ได้ภายในระยะเวลารับซื้อ ผู้ถือ NVDR จึงควรที่จะยื่นแบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์
      ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันทำการก่อนวันสุดท้ายของระยะเวลารับซื้อ



                                                    27

                                                                                       แบบ 247-4

              1.3.4 ในกรณีที่ผู้เสนอขายมีหุ้น หรือ NVDR ที่ต้องการเสนอขายติดจำนำหรือภาระผูกพัน
                    ผู้เสนอขายต้องดำเนินการเพิกถอนจำนำหรือภาระผูกพันก่อนที่จะดำเนินการตอบรับคำเสนอซื้อตามข้อ
                    1.1 ถึง ข้อ 1.3
2. วิธีการรับซื้อหลักทรัพย์
    ผู้ทำคำเสนอซื้อจะรับซื้อหุ้นจำนวน 265,500,000 (สองร้อยหกสิบห้าล้านห้าแสน) หุ้น คิดเป็นร้อยละ 35.4 ของจำนวนหุ้นที่
    จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกิจการ ยกเว้น กรณีการยกเลิกการทำคำเสนอซื้อตามข้อ 9 ของส่วนที่ 1
    2.1   ในกรณีที่มีผู้แสดงเจตนาขายหุ้นสามัญน้อยกว่าจำนวนสูงสุดที่เสนอซื้อ ผู้ทำคำเสนอซื้อจะยกเลิกการทำคำเสนอซื้อ
          ในครั้งนี้ และคืนหลักทรัพย์ที่นำมาเสนอขายให้กับผู้แสดงเจตนาขายทุกราย (กรณีการยกเลิกการทำคำเสนอซื้อตาม
          ข้อ 9.1 ของส่วนที่ 1) โดยผู้ทำคำเสนอซื้อจะเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียมในการโอนหุ้นคืน จึงเท่ากับว่าผู้แสดง
          เจตนาขายจะไม่ได้รับการชำระราคาใดๆ เนื่องจากการทำคำเสนอซื้อถูกยกเลิก พร้อมทั้งได้รับหุ้นที่นำมาเสนอขาย
          คืนทั้งจำนวน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมอีก
    2.2   ในกรณีที่มีผู้แสดงเจตนาขายหุ้นสามัญเท่ากับจำนวนสูงสุดที่เสนอซื้อ ผู้แสดงเจตนาขายทุกรายจะสามารถขาย
          หลักทรัพย์ได้ทั้งจำนวนตามที่แสดงเจตนาขาย
    2.3   ในกรณีที่มีผู้แสดงเจตนาขายหุ้นสามัญมากกว่าจำนวนสูงสุดที่เสนอซื้อ ผู้ทำคำเสนอซื้อจะใช้วิธีการจัดสรรตาม
          สัดส่วนของจำนวนหุ้นที่มีผู้แสดงเจตนาขาย (pro-rate) โดยผู้ทำคำเสนอซื้อจะปรับปรุงจำนวนการรับซื้อจากผู้แสดง
          เจตนาขายแต่ละรายภายหลังจากการจัดสรรตามสัดส่วน เพื่อมิให้จำนวนหลักทรัพย์ที่ผู้ถือหลักทรัพย์ไม่สามารถ
          ขายให้แก่ผู้ทำคำเสนอซื้อมีลักษณะเป็นหน่วยย่อยของการซื้อขาย (odd-lot) โดย
          -     หากจำนวนหุ้นสามัญที่ผู้ถือหลักทรัพย์ไม่สามารถขายให้แก่ผู้ทำคำเสนอซื้อมีจำนวนเศษหุ้นน้อยกว่า 50 หุ้น
                ผู้ทำคำเสนอซื้อจะปัดจำนวนเศษหุ้นดังกล่าวทิ้ง
          -     หากจำนวนหุ้นสามัญที่ผู้ถือหลักทรัพย์ไม่สามารถขายให้แก่ผู้ทำคำเสนอซื้อมีจำนวนเศษหุ้นตั้งแต่ 50 หุ้นขึ้นไป
                ผู้ทำคำเสนอซื้อจะปัดจำนวนเศษหุ้นดังกล่าวเป็น 100 หุ้น ทั้งนี้ ต้องไม่เกินจำนวนหุ้นที่แสดงเจตนาขาย
          ทั้งนี้ หากการปัดเศษหุ้นดังกล่าวส่งผลให้จำนวนหุ้นทั้งหมดขาดหรือเกินจำนวนหุ้นที่รับซื้อ ผู้ทำคำเสนอซื้อจะปัด
          เศษหุ้น ตามดุลยพินิจของผู้ทำคำเสนอซื้อ
    2.4   ในกรณีตามข้อ 2.3 หากผู้ทำคำเสนอซื้อไม่สามารถรับซื้อหุ้นที่มีผู้แสดงเจตนาขายได้ทั้งหมด ผู้ทำคำเสนอซื้อจะ
          ดำเนินการคืนหุ้นในส่วนที่ไม่ได้รับซื้อ โดยผู้แสดงเจตนาขายที่ได้รับคืนหุ้น จะมีภาระค่าธรรมเนียมการโอนหุ้นคืน
          (ซึ่งค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะถูกหักออกจากจำนวนเงินที่ผู้แสดงเจตนาขายจะได้รับ) โดยในกรณีของใบหุ้น คิด
          ค่าธรรมเนียมการโอนหุ้นคืน ในอัตรา 50 บาทต่อรายการ และในกรณีไร้ใบหุ้น (Scripless) คิดค่าธรรมเนียมการ
          โอนหุ้ นคืน ในอัต รา 100 บาทต่อรายการ (อั ต ราค่าธรรมเนีย มดัง กล่ า ว เป็ น อั ตราปกติ ที่ตั ว แทนในการรั บซื้อ
          หลักทรัพย์เรียกเก็บจากลูกค้าที่ทำธุรกรรมเกี่ยวกับหลักทรัพย์)
    2.5   ในการคืนหุ้นให้กับผู้แสดงเจตนาขายหุ้นสามัญตามข้อ 2.1 และ 2.3 นั้น รูปแบบของหุ้นที่จะคืนจะเป็นไปตามรูป
          แบบเดิมของหุ้นที่เสนอขาย โดย




                                                         28

                                                                                                     แบบ 247-4

         2.5.1 กรณีใบหุ้น
                ผู้แสดงเจตนาขายจะต้องกรอกเอกสาร "แบบคำขอให้ออกหลักทรัพย์" ตามเอกสารแนบ 3(6) และแนบ
                เอกสารดังกล่าว มาพร้อมกับเอกสารตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ จากนั้น หากเกิดกรณีที่จะต้องมีการคืน
                หุ้นให้กับผู้แสดงเจตนาขายตามข้อ 2.1 หรือ 2.3 ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์จะดำเนินการจัดส่งหุ้นใน
                ส่วนที่ไม่ได้รับซื้อ คืนให้กับผู้แสดงเจตนาขายในรูปแบบใบหุ้น ผ่านทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ตามชื่อ
                ที่อยู่ ที่ระบุในแบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ ทั้งนี้ การส่งมอบใบหุ้นจะมีระยะเวลาไม่เกิน 45 วันนับจาก
                วันปิดการรับซื้อหุ้น
         2.5.2 กรณีไร้ใบหุ้น (Scripless) ทั้งที่เป็นหุ้นสามัญ หรือ NVDR
                ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์จะดำเนินการจัดส่งหุ้นในส่วนที่ไมได้รับซื้อ คืนให้กับผู้แสดงเจตนาขายผ่าน
                ระบบของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เข้าบัญชี ของผู้แสดงเจตนาขาย ที่ได้ระบุไว้ในเอกสารตอบรับคำเสนอซื้อ
                หลักทรัพย์
3. วิธีการชำระราคา
   บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ จะทำการชำระราคา
   ให้แก่ผู้แสดงเจตนาขายในวันทำการที่ 3 ถัดจากวันสุดท้ายของระยะเวลารับซื้อ ซึ่งตรงกับวันที่ 16 กันยายน
   2553 ให้แก่ผู้แสดงเจตนาขายที่ยื่นแบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (และไม่ได้ยกเลิกการแสดงเจตนาขาย
   ภายในวันที่ 6 กันยายน 2553)
   โดยผู้แสดงเจตนาขายสามารถเลือกวิธีการชำระราคาตามที่ได้แจ้งในแบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ดังนี้
   3.1    รับเงินโอนเข้าบัญชีอัตโนมัติโดยผ่านสื่ออิเลคโทรนิคส์ (Auto Transfer System) ของธนาคาร
          ทั้งนี้ต้องเป็นบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีกระแสรายวันที่เปิดไว้กับ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารไทย
          พาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยชื่อบัญชีต้องเป็นชื่อเดียวกับชื่อของผู้
          แสดงเจตนาขายที่ระบุในแบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ โดย แนบสำเนาสมุดบัญชีออมทรัพย์หน้าแรกที่
          ระบุชื่อบัญชี หรือสำเนา Statement บัญชีกระแสรายวัน อย่างใดอย่างหนึ่งพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
          ผู้แสดงเจตนาขายจะได้รับการโอนเงินเข้าบัญชีภายในเวลา 14.00 น. ของวันที่ 16 กันยายน 2553 ซึ่งเป็นวันทำการ
          ที่ 3 ถัดจากวันสุดท้ายของระยะเวลารับซื้อ ในกรณีที่ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
          ดังกล่าวได้ไม่ว่ากรณีใดๆ ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ขอสงวนสิทธิที่จะชำระค่าหลักทรัพย์เป็นเช็ค โดยตัวแทนใน
          การรับซื้อหลักทรัพย์จะดำเนินการแจ้งไปยังผู้แสดงเจตนาขายให้มารับเช็คค่าหลักทรัพย์ดังกล่าว ตามข้อ 3.2.1
          เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการรับเงินของผู้แสดงเจตนาขาย ขอแนะนำให้ผู้แสดงเจตนาขายเลือกรับเงินโดยการโอน
          เงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารกสิกรไทย
          จำกัด (มหาชน) โดยอัตโนมัติ ซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่ายในการโอนใดๆ ทั้งสิ้น




                                                      29

                                                                                                       แบบ 247-4

    3.2    รับเป็นเช็ค
            หากผู้แสดงเจตนาขายเลือกขอรับเป็นเช็ค ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์จะจ่ายเช็คของ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด
            (มหาชน) สาขาสยามสแควร์ ซึ่งในกรณีที่ผู้แสดงเจตนาขายอยู่ในต่างจังหวัดจะต้องใช้เวลาประมาณ 15 วัน ในการ
            เรียกเก็บเงินตามเช็ค โดยผู้แสดงเจตนาขายสามารถเลือกวิธีที่จะขอรับเช็ค ได้ดังต่อไปนี้
            3.2.1 มารับเช็คด้วยตนเอง
                   ผู้แสดงเจตนาขาย สามารถมารับเช็คขีดคร่อมสั่งจ่ายผู้แสดงเจตนาขาย ได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย
                   ไซรัส จำกัด (มหาชน) ตามที่อยู่ในข้อ 1.3.1 ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2553 (เฉพาะวันทำการ) เวลา
                   9.00 น. ถึง 16.00 น. เป็นต้นไป โดยถ้าไม่มารับเช็คดังกล่าวภายในวันที่ 6 ตุลาคม 2553 (14 วันทำการนับ
                   จากวันชำระราคา) ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ จะดำเนินการส่งเช็คทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตามที่อยู่ที่
                   ระบุไว้ในแบบตอบรับคำเสนอซื้อ ภายใน 45 วันหลังจากวันชำระราคาหลักทรัพย์ ในกรณีที่ผู้แสดงเจตนา
                   ขายมีความประสงค์ให้บุคคลอื่นมารับเช็คชำระราคาหลักทรัพย์ ผู้แสดงเจตนาขายจะต้องมอบอำนาจให้
                   บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ดำเนินการแทน โดยจะต้องส่งมอบหนังสือมอบอำนาจพร้อมปิดอากรแสตมป์ 10 บาท
                   และสำเนาหลักฐานตามข้อ 1.2.3 ของผู้มอบอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจพร้อมลงนามลายมือชื่อรับรอง
                   สำเนาถูกต้อง
            3.2.2 ให้จัดส่งเช็คทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในแบบตอบรับคำเสนอซื้อ
                   หากผู้แสดงเจตนาขายต้องการเลือกวิธีการรับชำระราคาเป็นการจัดส่งเช็คทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ตัวแทน
                   ในการรับซื้อหลักทรัพย์จะทำการจัดส่งเช็คทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในแบบตอบรับคำ
                   เสนอซื้อหลักทรัพย์ ทั้งนี้ ผู้แสดงเจตนาขายที่ระบุให้จัดส่งเช็คค่าหุ้นทางไปรษณีย์อาจได้รับเช็คค่าหุ้นช้า
                   กว่าวันทำการที่ 3 ถัดจากวันสุดท้ายของระยะเวลารับซื้อ
                   หมายเหตุ :       กรณีที่ผู้แสดงเจตนาขายส่งมอบเอกสารประกอบการแสดงเจตนาขายเป็นใบหุ้น ตัวแทน
                                   ในการรับซื้อหลักทรัพย์จะชำระเงินให้แก่ผู้แสดงเจตนาขายได้ก็ต่อเมื่อใบหุ้นนั้นได้ผ่านการ
                                   ตรวจสอบ และรับฝากโดยศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากใบหุ้นนั้นได้รับ
                                   การปฏิเ สธจากศูน ย์รั บ ฝากหลัก ทรั พย์ ผู้ ทำคำเสนอซื้อหรื อตั วแทนในการรับซื้อ
                                   หลักทรัพย์จะไม่ชำระเงินค่าหลักทรัพย์ และผู้แสดงเจตนาขายจะได้รับการแจ้งให้มารับ
                                   เอกสารทั้งหมดคืนจากตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ข้างต้น
4. สิทธิของผู้ถือหลักทรัพย์ที่แสดงเจตนาขายไว้แล้ว
    ผู้แสดงเจตนาขายที่ได้ยื่นแบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ไว้แล้ว (และยังไม่ได้ยกเลิก) จะได้รับการชำระราคา ตาม
    วิธีการชำระราคาที่ผู้แสดงเจตนาขายระบุไว้ตามข้อ 3 ในวันทำการที่ 3 ถัดจากวันสุดท้ายของระยะเวลารับซื้อ ซึ่งตรงกับ
    วันที่ 16 กันยายน 2553




                                                       30

                                                                                          แบบ 247-4

   หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นซึ่งส่งผลให้มีการลดราคาเสนอซื้อตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขข้อ 8 ส่วนที่ 1 ผู้ทำคำเสนอซื้อจะ
   ดำเนินการดังนี้
   4.1 ผู้ทำคำเสนอซื้อจะชำระราคาหลักทรัพย์ในราคาที่ลดลงแก่ผู้แสดงเจตนาขายทุกรายตามราคาเสนอซื้อที่ลดลง เว้นแต่
       หลักทรัพย์ที่ผู้แสดงเจตนาขายได้ยื่นแบบตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ ก่อนหน้าวันที่ผู้ทำคำเสนอซื้อประกาศแก้ไข
       ข้อเสนอ และแสดงความจำนงอย่างชัดเจนว่าหลักทรัพย์ที่แสดงเจตนาขายไว้แล้วนั้น เป็นการแสดงเจตนาขายที่ไม่
       สามารถยกเลิกได้ ผู้ทำคำเสนอซื้อจะชำระราคาหลักทรัพย์จำนวนดังกล่าวตามราคาเสนอซื้อเดิมก่อนการแก้ไข
   4.2 ในกรณีที่มีการปรับราคาเสนอซื้อสูงขึ้น ผู้ทำคำเสนอซื้อจะชำระราคาหลักทรัพย์ ตามราคาที่สูงขึ้นนั้น แก่ผู้แสดง
       เจตนาขายทุกราย
5. เงื่อนไขการยกเลิกการแสดงเจตนาขาย
   5.1   วันสุดท้ายที่ผู้แสดงเจตนาขายสามารถยกเลิกการแสดงเจตนาขายได้ คือ วันทำการที่ 20 ของระยะเวลารับซื้อ ซึ่ง
         ตรงกับวันที่ 6 กันยายน 2553 ระหว่างเวลา 9.00 น. จนถึง เวลา 16.00 น.
   5.2   วิธีการยกเลิกการแสดงเจตนาขาย
           5.2.1 อ่าน "ขั้นตอนการยกเลิกการแสดงเจตนาขายหลักทรัพย์" ตามเอกสารแนบ 4 (1) อย่างละเอียดและกรอก
                 ข้อความใน "แบบคำขอยกเลิกการแสดงเจตนาขายหลักทรัพย์" ตามเอกสารแนบ 4 (2) ให้ถูกต้อง
                 ครบถ้วน และชัดเจน พร้อมลงลายมือชื่อผู้ยกเลิกการแสดงเจตนาขาย
           5.2.2 แนบเอกสาร ซึ่งประกอบด้วย
                  (1) หลักฐานการรับใบหุ้น/ ใบโอนหลักทรัพย์ผ่านศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ และแบบตอบรับคำเสนอซื้อ
                      หลักทรัพย์
                  (2) กรณีที่ผู้ยกเลิกการแสดงเจตนาขายเป็นบุคคลธรรมดา (Individual)
                       -   สำหรับผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย แนบสำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ หรือบัตรพนักงาน
                           รั ฐ วิ ส าหกิ จ พร้ อ มลงลายมื อ ชื่ อ รั บ รองสํ า เนาถู ก ต้ อ ง ในกรณี ที่ 
                           ใ ช้ บั ต รข้ า ราชการหรื อ บั ต รพนักงานรัฐวิสาหกิจ ต้องแนบสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อม
                           ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
                       -   สำหรับผู้ถือหุ้นสัญชาติต่างด้าว แนบสำเนาใบต่างด้าว หรือสำเนาหนังสือเดินทาง พร้อมลง
                           ลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
                  (3) กรณีที่ผู้ยกเลิกการแสดงเจตนาขายเป็นนิติบุคคล (Juristic Person)
                       -   สำหรับนิติบุคคลสัญชาติไทย แนบสำเนาหนังสือรับรองของกระทรวงพาณิชย์ที่ออกให้ไม่เกิน
                           12 เดือน ก่อนวันสุดท้ายของระยะเวลาเสนอซื้อ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มี
                           อำนาจลงนามของนิ ติบุคคล และประทับตราสำคัญของนิติบุคคล (ถ้ามี) พร้อมแนบสํ าเนา
                           หลักฐานตามข้อ 5.2.2 (2) ของผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคลนั้น พร้อมลงลายมือชื่อรับรอง
                           สำเนาถูกต้อง




                                                           31

                                                                                              แบบ 247-4

                   -    สำหรับนิติบุคคลสัญชาติต่างด้าว แนบสำเนาหนังสือสำคัญการจัดตั้งบริษัท หนังสือบริคณห์
                        สนธิ และหนังสือรับรองของบริษัทที่มีอายุไม่เกิน 12 เดือน ก่อนวันสุดท้ายของระยะเวลาเสนอ
                        ซื้อ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของนิติบุคคลนั้น และแนบ
                        สำเนาเอกสารตามข้อ 5.2.2 (2) ของผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันนิติบุคคล พร้อมลงลายมือชื่อ
                        รับรองสำเนาถูกต้อง
                        สำเนาเอกสารประกอบที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้องแล้วต้องได้รับการรับรองลายมือชื่อโดย
                        เจ้าหน้าที่ Notary Public และรับรองโดยเจ้าหน้าที่ของสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยใน
                        ประเทศที่เอกสารดังกล่าวได้จัดทำหรือรับรองความถูกต้อง และมีอายุไม่เกิน 12 เดือน ก่อนวัน
                        สุดท้ายของระยะเวลาเสนอซื้อ
                        ในกรณีที่ไม่สามารถมาด้วยตนเอง ต้องกรอกข้อความใน "หนังสือมอบอำนาจในการยกเลิกการ
                        แสดงเจตนาขายหลักทรัพย์" ตามเอกสารแนบ 4(3) พร้อมปิดอากรแสตมป์ 10 บาท และสำเนา
                        หลักฐานตามข้อ 5.2.2 (2) และ ข้อ 5.2.2 (3) ของผู้มอบอำนาจ ตามแต่กรณี และสำเนาบัตร
                        ประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
   5.2.3     ยื่นแบบยกเลิกการแสดงเจตนาขายหลักทรัพย์ ซึ่งกรอกข้อความอย่างครบถ้วน พร้อมเอกสารประกอบการ
             ยกเลิกการแสดงเจตนาขาย ตามที่ระบุในข้อ 5.2.2 ที่สำนักงานของตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ ตามที่อยู่
             ที่ระบุไว้ในข้อ 1.3.1
   5.2.4     เมื่อตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ ได้รับแบบยกเลิกการแสดงเจตนาขายหลักทรัพย์ และเอกสารประกอบ
             ตามข้อ 5.2.2 ครบถ้วนถูกต้องเรียบร้อยแล้วภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์
             ดำเนินการดังนี้
             - ในกรณีขอรับคืนเป็นใบหุ้น ผู้ยกเลิกการแสดงเจตนาขายจะต้องกรอกรายละเอียด พร้อมลงนามในแบบ
               คำขอยกเลิกการแสดงเจตนาขายหลักทรัพย์ และยื่นพร้อมสำเนาเอกสาร หลักฐานประกอบตามข้อ
               5.2.2 ซึ่งตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์จะนำใบหุ้น คืนให้แก่ผู้ยกเลิกการแสดงเจตนาขายหรือผู้รับมอบ
               อำนาจ ในวันทำการถัดจากวันที่ผู้ยกเลิกการแสดงเจตนาขายหรือผู้รับมอบอำนาจมาดำเนินการยกเลิก
               การแสดงเจตนาขาย
             - ในกรณีขอรับคืนผ่านศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (เพื่อนำฝากเข้าบริษัทหลักทรัพย์ที่ผู้ยกเลิกการแสดงเจตนา
               ขายมีบัญชีอยู่) ผู้ยกเลิกการแสดงเจตนาขายจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการโอนหุ้นรายการละ 50 บาท
               โดยตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์จะโอนหุ้นคืนผ่านศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ เข้าบัญชีฝากหลักทรัพย์
               ตามที่ระบุไว้ในแบบยกเลิกการแสดงเจตนาขายหลักทรัพย์ ภายในวันทำการถัดจากวันที่ผู้ยกเลิกการ
               แสดงเจตนาขาย หรือผู้รับมอบอำนาจมาดำเนินการยกเลิกการแสดงเจตนาขาย
หมายเหตุ :       การรับหุ้นคืนเป็นใบหุ้น หรือ การรับหุ้นคืนผ่านศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ด้วยระบบScripless จะเป็นไปตาม
                ลักษณะหุ้นหรือไร้ใบหุ้น (Scripless Securities) ที่นำมาแสดงเจตนาขาย ผู้ยกเลิกการแสดงเจตนาขาย
                ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการรับหุ้นคืนได้




                                                 32

                                                                                       แบบ 247-4

6. การกำหนดราคาเสนอซื้อ
   6.1 ที่มาของราคาเสนอซื้อ
             ราคาเสนอซื้อในราคาหุ้นละ 1.20 บาท (หนึ่งจุดสองศูนย์) ต่อหุ้น เป็นราคาที่ผู้ทำคำเสนอซื้อพิจารณาว่าเป็นราคาที่
             เหมาะสม และเป็นราคาเดียวกับที่ผู้ทำคำเสนอซื้อจะต้องชำระเพื่อซื้อหุ้นเพิ่มทุนของกิจการจำนวน 200,000,000 หุ้น
             ภายหลังจากการทำคำเสนอซื้อในครั้งนี้
   6.2 ราคาสูงสุดที่ผู้ทำคำเสนอซื้อหรือบุคคลตามมาตรา 258 ได้มาในระยะเวลา 90 วัน ก่อนวันยื่นคำเสนอซื้อ
       ต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
        ผู้ทำคำเสนอซื้อหรือบุคคลตามมาตรา 258 ของผู้ทำคำเสนอซื้อ ไม่มีการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ของกิจการในระยะเวลา
        90 วัน ก่อนวันยื่นคำเสนอซื้อต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
7. การได้หุ้นก่อนการทำคำเสนอซื้อ (เฉพาะกรณีการเสนอซื้อหุ้นบางส่วนตามหมวด 5 ของประกาศคณะกรรมการ
   ก.ล.ต. ที่ กจ. 53/2545)
   -ไม่มี-




                                                           33

                                                                                           แบบ 247-4

                                                   ส่วนที่ 5
                                         การรับรองความถูกต้องของข้อมูล

ข้าพเจ้าขอรับรองว่า
(1) ข้าพเจ้ามีความตั้งใจทำคำเสนอซื้อในครั้งนี้จริง
(2) ราคาเสนอซื้อในครั้งนี้ เป็นไปตามข้อกำหนดในประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 53/2545 แล้ว
(3) ข้าพเจ้ามีความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามแผนการที่ข้าพเจ้าระบุไว้ในคำเสนอซื้อนี้
(4) ข้ อ มู ล ตามคํ า เสนอซื้ อถู ก ต้ องครบถ้ ว น ตรงต่ อ ความเป็ น จริ ง ไม่ มี ข้ อมู ล ที่ อ าจทํ า ให้ บุ ค คลอื่ น
    สํ า คั ญ ผิ ด ในสาระสำคัญ และมิได้มีการปกปิดข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญซึ่งควรบอกให้แจ้ง




                                                               (ลงชื่อ) __________________________________
                                                                                (นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ)
                                                                             ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
                                                                                    ผู้ทำคำเสนอซื้อ




                                                          34

                                                                                       แบบ 247-4

              ข้าพเจ้าในฐานะผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดในประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบที่ปรึกษาทางการเงินและขอบเขตการดำเนินงานแล้ว และ ขอรับรองว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
ข้าพเจ้า

(1) ได้พิจารณาข้อมูลของผู้ทำคำเสนอซื้อจนเชื่อมั่นว่า ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ทำคำเสนอซื้อที่เปิดเผยในคำเสนอซื้อถูกต้องและ
    ครบถ้วน ไม่มีข้อมูลที่อาจทำให้บุคคลอื่นสำคัญผิดในสาระสำคัญ รวมทั้งไม่มีการปกปิดข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญที่ควรบอก
    ให้แจ้ง
(2) ได้ตรวจสอบหลักฐานทางการเงินแล้วเห็นว่า ผู้ทำคำเสนอซื้อสามารถดำเนินการตามข้อเสนอในคำเสนอซื้อข้างต้นได้จริง
(3) ได้สอบทานนโยบายและแผนการบริหารกิจการตามที่ปรากฏในข้อ 2 ของส่วนที่ 3 รายละเอียดของกิจการแล้วเห็นว่า
    (ก) ผู้ทำคำเสนอซื้อจะสามารถดำเนินการตามนโยบายและแผนการบริหารกิจการดังกล่าวได้
    (ข) สมมติฐานที่ใช้ในการจัดทำนโยบายและแผนการบริหารกิจการได้จัดทำขึ้นอย่างสมเหตุสมผล และ
    (ค) มีการอธิบายผลกระทบต่อกิจการ และความเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบต่อกิจการหรือผู้ถือหลักทรัพย์อย่างชัดเจนเพียงพอ
(4) จากข้อมูลและหลักฐานการได้หลักทรัพย์ของกิจการที่ผู้ทำคำเสนอซื้อ หรือบุคคลตามมาตรา 258 ได้มาในระยะเวลา 90
    วันก่อนวันยื่นคำเสนอซื้อ และราคาเสนอซื้อที่ข้าพเจ้าได้ตรวจสอบแล้วนั้น ไม่มีข้อสงสัยว่าราคาเสนอซื้อในครั้งนี้ ไม่เป็นไป
    ตามข้อกำหนดในประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 53/2545
(5) ได้สอบทานความครบถ้วนถูกต้องของข้อมูลอื่น ๆ ในคำเสนอซื้อนี้ ด้วยความระมัดระวัง รอบคอบแล้ว เห็นว่า ข้อมูลถูกต้อง
    ครบถ้วน และไม่มีข้อมูลที่อาจทำให้บุคคลอื่นสำคัญผิดในสาระสำคัญ รวมทั้งไม่มีการปกปิดข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญซึ่งควร
    บอกให้แจ้ง



                                             บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด




  (ลงชื่อ)_________________________________________      (ลงชื่อ)______________________________________
                 (นายพิธาดา วัชรศิริธรรม)                                 (นางศนิษฐา อัศวจินดา)

                                                  ผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อ




                                                         35


 
   
 
 
 
top