ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย : รายละเอียดข่าว

 

 

 
     
 
วันที่/เวลา 20 ม.ค. 2552 18:46:00
  หัวข้อข่าว แจ้งการลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัทย่อย
  หลักทรัพย์ MFEC
  แหล่งข่าว MFEC

 
MFEC/OT/0015/2552
                                                    20 มกราคม 2552

เรื่อง  แจ้งการลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัทย่อย
เรียน  กรรมการและผู้จัดการจัดการ

          ด้วยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เอ็ม เอฟ อี  ซี จำกัด  (มหาชน)  "เอ็มเอฟอีซี"
ครั้งที่ 3/2551   เมื่อวันจันทร์ที่ 12  พฤษภาคม 2551   มีมติเห็นชอบและอนุมัติให้บริษัทย่อยซึ่งมีผล
ประกอบการขาดทุน    มีภาระหนี้สินและมีความต้องการเงินลงทุนส่วนเพิ่มเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการ
ดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชำระภาระหนี้สินและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนภายใน 
ทั้งนี้กำหนดให้บริษัทยังคงถือหุ้นลงทุนในสัดส่วนเดิมโดยที่การเพิ่มทุนดังกล่าวจะเป็นผลดีในการปลดภาระ
หนี้สินต่าง ๆ และภาระค้ำประกันของ บริษัทกับธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ

          ดังนั้นที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 4/2551 และครั้งที่ 5/2551 เมื่อวันที่ 25 
สิงหาคม 2551และเมื่อวันที่  15  กันยายน  2551 ที่ผ่านมา  ได้พิจารณาอนุมัติการเข้าซื้อหุ้นสามัญของ
บริษัทย่อยตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท โดยใช้เงินทุนภายในของกิจการในการจ่ายซื้อหุ้นสามัญเพิ่ม
ทุนซึ่งมีรายละเอียด การลงทุนซื้อ หุ้นในแต่ละบริษัทย่อยดังนี้
          1. บริษัท พรอมท์นาว จำกัด ประกอบธุรกิจให้คำปรึกษา และพัฒนางานด้านเทคโนโลยีสาร-
สนเทศ   ออกแบบและวางแผนพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับควบคุมหรือใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
และสร้างสรรค์สื่อความบันเทิงบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
          ทุนจดทะเบียนบริษัท เดิมทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 7,500,000 บาท ประกอบด้วย
หุ้นสามัญ  75,000 หุ้น ราคามูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท และมีมูลค่าทางบัญชี ณ วันที่ 30 
กันยายน 2551ขาดทุนเกินทุนเท่ากับ 62.31 บาทต่อหุ้น เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น  15,000,000 บาท 
แบ่งเป็นหุ้นสามัญ150,000 หุ้น มีมูลค่าตราไว้หุ้นละ 100 บาท โดยบริษัทถือหุ้นลงทุนเพิ่มในสัดส่วนเดิม
เป็นจำนวน 90,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 60 ของทุนจดทะเบียน รวมเป็นมูลค่าหุ้นทั้งสิ้น 9,00,000 บาท
          โครงสร้างผู้ถือหุ้นก่อนและหลังการดำเนินการซื้อขายหุ้นข้างต้นเป็นดังนี้

          ผู้ถือหุ้น                      สัดส่วนการถือหุ้น (ร้อยละ)
                                     ก่อนดำเนินการ            หลังดำเนินการ
1. บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน)        60.00                  60.00
2. นายณัฐจิระ ฮอนดา                       17.26                   9.70
3. นายปรัชญา กอไพศาล                     10.88                   6.56
4. นายศรัณย์ เกตุศรีเมฆ                      6.48                   4.45
5. นายจิระเทพ จิระประวัติตระกูล              3.28                   5.84
6. นายสุวัฒน์ ธาดาวุธ                        2.08                   3.26
7. นางสาวอรสิตางศุ์ ฮอนดา                   0.02                   0.00
8. นายซิมมี่  โทมัส                            -                    6.67
9. นายกิตติพงศ์ พฤกษอรุณ                       -                    2.00
10.นายมณเฑียร เพชรรัตน์                      -                     0.67
11.นางสาวสุปราณี แก้วปรารถนา                 -                     0.20
12.นายพัชร์ชศักดิ์ คณิวิชาภรณ์                    -                     0.20
13.นายสุรพงษ์ ผลประกอบศิลป์                   -                     0.10
14.นางสาวศิวพร วงษ์แดง                      -                     0.07
15.นายศุทธนันทน์ ไตรสัจจ์                      -                     0.07
16.นางสาวอัญชลี ลิ้มอำไพ                      -                     0.07
17.นางสุดาทิพย์ สุขสอาด                       -                     0.07
18.นางสาววรางคณา เบญจศีล                   -                     0.07
     รวม                               100.00                 100.00

          ทั้งนี้เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นทั้งหมดได้ชำระเงินค่าหุ้นสามัญส่วน 
เพิ่มทุนในสัดส่วนร้อยละ 25 ของทุนจดทะเบียนส่วนเพิ่มเรียบร้อยแล้ว
          คณะกรรมการบริหารพิจารณาแล้วเห็นควรซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยมีเหตุผลสนับสนุนดังนี้
         - บริษัท ฯ คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในปี 2552 นี้ เนื่องจากบริษัท 
พรอมท์นาว ได้รับร่วมทุนกับบริษัท เอเซียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท พร้อมมิตร
โปรดักส์ชั่น จำกัด ในการพัฒนาเกมส์คิงส์พระนเรศวรออนไลน์ ซึ่งจะแล้วเสร็จในปีนี้
         - เป็นการลดความเสี่ยงด้านภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นในอดีต
         - เพิ่มเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการ

          2. บริษัท แอดวานซ์ อินเทลลิเจนท์ โมเดิร์นนิตี้ จำกัด ประกอบธุรกิจให้คำปรึกษาและ
พัฒนางานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ออกแบบและวางแผนพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับควบคุมหรือใช้งานร่วม
กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสร้างสรรค์สื่อความบันเทิงบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
          ทุนจดทะเบียนบริษัท เดิมทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 3,000,000 บาท ประกอบด้วย
หุ้นสามัญ 300,000 หุ้น ราคามูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท และมีมูลค่าทางบัญชี ณ วันที่ 30 กันยายน
2551 ขาดทุนเกินทุนเท่ากับ 9.08 บาทต่อหุ้น เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น  10,000,000 บาท  แบ่งเป็น
หุ้นสามัญ 700,000 หุ้น   มีมูลค่าตราไว้หุ้นละ 10 บาท   โดยบริษัทถือหุ้นลงทุนเพิ่มในสัดส่วนเดิม
เป็นจำนวน 510,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ51 ของทุนจดทะเบียน รวมเป็นมูลค่าหุ้นทั้งสิ้น 5,100,000 บาท

         โครงสร้างผู้ถือหุ้นก่อนและหลังการดำเนินการซื้อขายหุ้นข้างต้นเป็นดังนี้

           ผู้ถือหุ้น                     สัดส่วนการถือหุ้น (ร้อยละ)
                                     ก่อนดำเนินการ            หลังดำเนินการ
1.   บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน)      51.00                  51.00
2.   นายไพบูลย์ เอี่ยมสุภาษิต                  0.00                   0.00
3.   นางบุญประคอง เอี่ยมสุภาษิต               0.00                   0.00
4.   นายพยุงศักดิ์ เอี่ยมสุภาษิต                 0.00                   0.00
5.   นางสาวพฤฒิกา เอี่ยมสุภาษิต               0.00                   0.00
6.   นายเพิ่มบุญ เอี่ยมสุภาษิต                 43.00                  47.20
7.   นายภาสกร กุลวงศ์                      3.00                   0.90
8.   นายภาณุวัตน์ จันทรจิตร                  3.00                    0.90
     รวม                               100.00                  100.00

          ทั้งนี้เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นทั้งหมดได้ชำระเงินค่าหุ้นสามัญส่วน
เพิ่มทุนในสัดส่วนร้อยละ 25 ของทุนจดทะเบียนส่วนเพิ่มเรียบร้อยแล้ว
          คณะกรรมการบริหารพิจารณาแล้วเห็นควรซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยมีเหตุผลสนับสนุนดังนี้
         - บริษัท ฯ คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในปี 2552 เนื่องจาก AIM ประมาณ
การณ์ว่าจะได้รับงานโครงการขนาดใหญ่ในปี 2552 นี้
         - เป็นการลดความเสี่ยงด้านภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นในอดีต
         - เพิ่มเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการ

          3. บริษัท โฟร์บิซิเนท จำกัด  ประกอบธุรกิจให้คำปรึกษาและพัฒนางานด้านเทคโนโลยี
สารสนเทศเป็นผู้ผลิตและพัฒนาซอฟท์แวร์สำหรับองค์กรขนาดกลางและขนาดเล็ก ให้บริการรับออกแบบ
ผลิต และจำหน่ายโปรแกรมธุรกิจที่ใช้งานบนอินเตอร์เน็ต และขายคอมพิวเตอร์ทุกชนิด
          ทุนจดทะเบียนบริษัท เดิมทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 30,000,000 บาท ประกอบด้วย
หุ้นสามัญ3,000,000 หุ้น ราคามูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท และมีมูลค่าทางบัญชี ณ วันที่ 30 กันยายน
2551 ขาดทุนเกินทุนเท่ากับ 16.69 บาทต่อหุ้น เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 58,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้น
สามัญ 5,800,000 หุ้น มีมูลค่าตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยบริษัทถือหุ้นลงทุนเพิ่มในสัดส่วนเดิมเป็นจำนวน 
2,958,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน รวมเป็นมูลค่าหุ้นทั้งสิ้น 29,580,000 บาท
          โครงสร้างผู้ถือหุ้นก่อนและหลังการดำเนินการซื้อขายหุ้นข้างต้นเป็นดังนี้

          ผู้ถือหุ้น                     สัดส่วนการถือหุ้น (ร้อยละ)
                                    ก่อนดำเนินการ             หลังดำเนินการ
1. บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน)       51.00                    51.00
2. นายนิวัติ เล็กคล้าย                      11.27                    13.71
3. นายวีระเดช โควสุรัตน์                   8.33                      4.31
4. นายณัฐพงศ์ ตังเดชะหิรัญ                  8.33                     12.19
5. นายกิจจา  จงขวัญยืน                    4.90                      2.53
6. นายปกิต  ศีลประชาวงศ์                  8.33                     12.19
7. นายวรัยธฤต  เตชะกำพุช                 7.84                      4.07
   รวม                                100.00                    100.00

          ทั้งนี้เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นทั้งหมดได้ชำระเงินค่าหุ้นสามัญส่วน
เพิ่มทุนทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว
          คณะกรรมการบริหารพิจารณาแล้วเห็นควรซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยมีเหตุผลสนับสนุนดังนี้
          - ปลดภาระหนี้สินและภาระค้ำประกันของบริษัททั้งหมดกับธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ
          - เพิ่มเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการ
          อนึ่ง การเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมดไม่ใช่รายการที่เกี่ยวโยงกัน และขนาดของรายการไม่เข้า
ข่ายที่จะต้องรายงานสารสนเทศตามหลักเกณฑ์การได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน 
แต่เป็นการรายงานการเข้าลงทุนกับบริษัทย่อย โดยคงสัดส่วนการลงทุนในสัดส่วนเดิม
         
          จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ


                                              ขอแสดงความนับถือ


                                            (นายอดิเรก ปฏิทัศน์)
                                          ประธานกรรมการบริหาร


 
   
 
 
 
top